เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 ไม่อยากตกเป็นเป้าจินตนาการของฉู่หนิง

ตอนที่ 4 ไม่อยากตกเป็นเป้าจินตนาการของฉู่หนิง

ตอนที่ 4 ไม่อยากตกเป็นเป้าจินตนาการของฉู่หนิง


หนิงหยวนรีบเดินออกจากห้องเรียนไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนฉู่หนิง ในตอนนี้เธอยังไม่ได้มีความคิดที่จะป่าวประกาศ "ความคลั่งรัก" ที่มีต่อหนิงหยวนออกไปจริงๆ หรอก

นี่มันก็แค่การทดลอง

และการทดลองง่ายๆ นี้ก็ไม่ได้ไร้ผลตอบแทนเสียทีเดียว

ฉู่หนิงผู้ชาญฉลาดค้นพบเส้นทางสู่การผลักดันนางร้ายให้เข้าสู่ด้านมืดได้อย่างรวดเร็ว

ใช่แล้ว มันง่ายนิดเดียว!

ก็แค่ทำตัวเป็นพวกโรคจิตน่าขนลุกไงล่ะ

จากการสังเกตของฉู่หนิง เธอพบว่าหนิงหยวนเป็นคนที่มีรสนิยมชอบเพศตรงข้ามแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

แล้วถ้าผู้หญิงแท้ๆ แบบนี้ ต้องมาถูกผู้หญิงที่ตัวเองเกลียดขี้หน้าคอยตามรังควานลวนลามไม่เลิกราโดยหนีไปไหนไม่ได้ เธอจะรู้สึกยังไงล่ะ?

เธอต้องเกลียดเข้ากระดูกดำ และค่าความดำมืดต้องพุ่งทะลุเพดานแน่นอน!

เยี่ยมยอด! การทำภารกิจสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ขอแค่อย่างเดียว... ตอนที่หนิงหยวนจะมาคิดบัญชีกับเธอ ช่วยลงมือให้เร็ว แม่น และเฉียบขาดทีเถอะ อย่าให้ต้องทรมานมากเลย...

...พอกลับมาถึงห้องเรียน หนิงหยวนรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเบาะหนาม

เธอรู้สึกตลอดเวลาว่ามีสายตาแทะโลมและหยาบโลนจ้องมองเธอมาจากด้านหลัง

แต่ทุกครั้งที่หันกลับไปมอง ก็ไม่เจออะไรผิดปกติ—ฉู่หนิงถ้าไม่นอนฟุบน้ำลายยืด ก็ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ ไม่ได้มองมาทางเธอเลยสักนิด

แต่ถ้าไม่ใช่ฉู่หนิง แล้วใครกันที่จะจ้องเธอด้วยสายตาเหนอะหนะน่าขยะแขยงแบบนั้น?

หนิงหยวนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะบ้า

เธอเริ่มรู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่สะอาดอีกต่อไป

ดังนั้น ยังไม่ทันจะถึงเวลาเลิกเรียน เธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบเก็บของแล้วเดินออกจากห้องเรียนไปดื้อๆ

เธอยอมโดนฉู่หนิงตบหน้า ดีกว่าต้องตกเป็นเป้าจินตนาการวิตถารของยัยนั่น!

มันน่าสะอิดสะเอียน น่าขยะแขยงที่สุด!

เห็นหนิงหยวนหนีเตลิดไป ฉู่หนิงรีบถามระบบด้วยความกระตือรือร้น "เร็วเข้าๆ บอกมาซิ ฉันแอบส่องหล่อนมาทั้งบ่าย ได้ค่าความดำมืดมาเท่าไหร่?"

【ค่าความดำมืด +4% ค่าความดำมืดของเป้าหมายปัจจุบันอยู่ที่ 85%】

"เยี่ยมๆๆ ฮ่าๆๆ~"

ฉู่หนิงตื่นเต้นจนทำท่าถูมือเหมือนแมลงวัน

เธอรีบฉีกกระดาษเศษออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วจดเนื้อเพลงรักลงไป—โลกใบนี้มีความคล้ายคลึงกับโลกเดิมของเธอถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่พอดูดีๆ ก็มีรายละเอียดที่ต่างกันเยอะทีเดียว

เช่น เพลงฮิตติดกระแสในโลกออนไลน์ช่วงไม่กี่ปีมานี้ที่โลกเดิมของเธอ ไม่มีอยู่ในโลกนี้

ทำนองเดียวกัน ละครสั้น ซีรีส์ หรือหนังที่ดังระเบิดระเบ้อในโลกเดิม ก็ไม่มีอยู่ที่นี่

ฉู่หนิงคิดคำนวณไว้แล้ว ทักษะการแสดงของเธอห่วยแตก ขืนไปเล่นละครหรือหนังเรื่องไหนก็มีแต่จะเจ๊งกับเจ๊ง เพราะงั้นอย่าไปแตะต้องดีกว่า

แต่ถ้าร้องกับเต้นล่ะก็? อันนี้เธอถนัดนักแล!

การจะก้าวขึ้นมาเป็นไอดอลแถวหน้าในโลกเดิมได้ จะอาศัยแค่หน้าหล่อๆ อย่างเดียวได้ที่ไหนกัน?

ทักษะวิชาชีพของเธอเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกมาแล้ว

【โฮสต์ครับ ต้องคิดเผื่อขนาดนั้นเลยเหรอ? อีกครึ่งปีคุณก็ต้องเดิมพันด้วยชีวิตแล้วนะครับ คุณอยู่โลกนี้ได้แค่นั้นแหละ ชื่อเสียงเงินทองเอาติดตัวไปไม่ได้หรอก】

ฉู่หนิงแค่นเสียง "ไม่ต้องเตือนหรอกน่า รู้แล้ว!"

พูดจบ เธอก็ถอนหายใจอีกรอบ

"ก็เพราะว่าในอนาคตฉันจะได้กลับบ้านน่ะสิ ฉันถึงปล่อยตัวตามสบายไม่ได้ ฉันต้องซ้อมเปียโน ซ้อมร้องเพลง แล้วก็แกะท่าเต้นเพลงใหม่ๆ ไว้..."

【ไม่ยักรู้นะครับว่าคุณจะขยันขนาดนี้】

"ไร้สาระ! ไม่งั้นฉันจะคู่ควรกับแฟนคลับที่คอยซัพพอร์ตฉันเหรอ?"

ฉู่หนิงแต่งเพลงหรือทำนองไม่เป็น ได้แต่ร้องตามเพลงที่มีอยู่แล้ว

เธอนั่งนึกเนื้อเพลงอยู่พักใหญ่ แต่ก็จำได้ไม่หมด เลยเลือกมาแค่บางท่อนแล้วคัดลอกลงไป

"เธอเปรียบเสมือนความอุ่นสบายใต้ผ้าห่ม แต่ก็เป็นดั่งสายลมที่ไม่อาจจับต้อง"

"เหมือนกลิ่นน้ำหอมที่ติดอยู่บนข้อมือ"

"เหมือนรองเท้าส้นสูงสีแดงที่เย้ายวนใจ~"

เขียนเสร็จ ฉู่หนิงก็พับกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อ

เธอกะว่ากลับบ้านไปจะเอาไปให้หนิงหยวน

"ถ้าฉันไม่ลงนรก แล้วใครจะลง? สวรรค์ทรงโปรด ขอให้หนิงหยวนอ่านแล้วค่าความดำมืดพุ่งกระฉูดด้วยเถอะ!"

เห็นว่าใกล้เวลาเลิกเรียนแล้ว ฉู่หนิงก็เก็บกระเป๋าเป้ เตรียมจะชิ่งกลับก่อนเวลา

แต่พอเดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียน ก็โดนดักหน้าไว้

เป็นแก๊งสามสาวที่เคยดักเล่นงานหนิงหยวนนั่นเอง

สายตาที่พวกหล่อนมองฉู่หนิง ราวกับกำลังมองแกะที่พร้อมจะสลัดขนทองคำออกมาให้

ฉู่หนิงเข้าใจสายตานั้นทันที เจ้าของร่างเดิมคิดว่าพวกนี้คือเพื่อน ถึงขั้นคิดว่าตัวเองเป็นหัวโจก แต่ความจริงแล้ว หล่อนก็แค่ 'หมูสยาม' ตัวใหญ่ที่ชอบเปย์เงิน

มิน่าล่ะ ในนิยายต้นฉบับ ตอนที่เธอถูกหนิงหยวนฆ่าตายแล้วหายสาบสูญไปตั้งหลายปี สามคนนี้ไม่เคยแม้แต่จะออกตามหา

พูดกันตามตรง แม้เจ้าของร่างเดิมจะไม่ใช่คนดี แต่กับสามคนนี้ หล่อนดีด้วยไม่น้อยเลย

ทำดีแทบตาย แต่ไม่ได้ความจริงใจกลับมาแม้แต่เสี้ยวเดียวนี่มันน่าหงุดหงิดชะมัด

"คุณหนูฉู่ แปลกจังเลยนะ! วันนี้ยอมอยู่ติดโรงเรียนจนเลิกเรียนได้เนี่ย"

"พวกเราจัดการสั่งสอนนังหนิงหยวนตามคำสั่งคุณแล้วนะ"

"คุณคงได้แก้แค้นสมใจแล้วใช่ไหม?"

"คืนนี้พวกเราจะไปร้องคาราโอเกะแล้วก็ดูหนังกัน คุณเลี้ยงใช่ไหมล่ะ?"

สรุปคือ ก็แค่จะมาไถเงินฉู่หนิงนั่นแหละ

ฉู่หนิงเลิกคิ้วถาม "พวกเธอจะไปเที่ยวกัน แล้วเดิมทีไม่ได้กะจะชวนฉันไปด้วยงั้นสิ?"

ได้ยินดังนั้น สามสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ

เด็กสาวผมทองที่เป็นหัวโจกพูดจาแดกดันอย่างรุนแรง

เธอกอดอก มองสำรวจฉู่หนิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน "คุณหนูฉู่ ฉันเรียกเธอว่าคุณหนู แต่เธอคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนเหรอ?"

มุมปากฉู่หนิงกระตุก ยิ้มเยาะ "งั้นเหรอ?"

เด็กสาวผมม้าเต่อที่ยืนอยู่ข้างหลังผมทอง ก้าวออกมาผลักไหล่ฉู่หนิง "หัวเราะอะไร? ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอเคยอ้อนวอนพวกเรายังไง? เธอ... ฉู่หนิง เด็กที่พ่อไม่รักแม่ไม่สน คิดจริงๆ เหรอว่าจะมีใครอยากคบค้าสมาคมกับเธอ?"

คนอื่นก็เริ่มผสมโรงด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ

"พวกเรายอมคบกับเธอ ยอมใช้เงินของเธอ ก็ถือเป็นบุญวาสนาของเธอแล้ว!"

"ไม่งั้นเธอก็มีเงินแต่ไม่มีที่ใช้ ไม่ใช่หรือไง?"

พูดจบพวกหล่อนก็หัวเราะคิกคัก

ฐานะทางบ้านของสามคนนี้จริงๆ แล้วเทียบกับตระกูลฉู่ไม่ได้เลย

แต่พวกหล่อนมีข้อได้เปรียบคือมีครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์พร้อม

ฉู่หนิงที่มีพ่อแม่แบบนั้น จึงรู้สึกด้อยกว่าพวกหล่อน

อาจเป็นเพราะไม่อยากดูโดดเดี่ยว เธอจึงยอมทุ่มเงินซื้อตำแหน่ง "เพื่อนสนิท" จากคนพวกนี้ หวังเพียงให้พวกหล่อนนึกถึงและชวนเธอไปด้วยทุกที่

ช่างน่าสมเพช

ฉู่หนิงถอนหายใจส่ายหน้า

เธอเงยหน้ามองเด็กสาวผมทองอีกครั้ง เอ่ยช้าๆ ทีละคำ "ในเมื่อพวกเธอไม่เห็นฉันเป็นเพื่อน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำดีกับพวกเธออีกต่อไป"

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดกลุ่มแชทสี่คนของพวกหล่อน

นิ้วเรียวปัดหน้าจอไปมาสองสามที

ปากขยับพึมพำไม่หยุด

"วันพุธ ฉันส่งอั่งเปาให้พวกเธอสองพัน"

"เสาร์ที่แล้ว สามพัน"

"วันที่สิบเอ็ดเดือนก่อน หนึ่งหมื่น"

"วันที่หนึ่งเดือนก่อน สี่พัน"

ฉู่หนิงไม่เก่งเลข แต่พอเป็นเรื่องเงิน สมองเธอจะแล่นเร็วปรู๊ดปร๊าด คำนวณบัญชีได้แม่นยำยิบ

แค่ไม่กี่นาที เธอก็คิดยอดเงินทั้งหมดที่เคยเปย์ให้พวกนี้ออกมาได้

พอลองคำนวณดูแล้วน่าตกใจชะมัด

แค่ปีเดียว เธอหมดเงินกับสามคนนี้ไปกว่าแปดแสนหยวน!

แม่เจ้าบุญทุ่มชัดๆ

โชคดีที่เธอมาทันเวลา

ฉู่หนิงยิ้มหวานให้สาวผมทอง "ช่วยคืนเงินพวกนี้มาให้เร็วที่สุดด้วยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้พ่อไปคุยกับพวกเธอเอง"

จบบทที่ ตอนที่ 4 ไม่อยากตกเป็นเป้าจินตนาการของฉู่หนิง

คัดลอกลิงก์แล้ว