- หน้าแรก
- ทะลุมิติวันสิ้นโลกปลุกสี่ระบบลูกดก ผมคือมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง
- บทที่ 26 - แต่งงาน!
บทที่ 26 - แต่งงาน!
บทที่ 26 - แต่งงาน!
บทที่ 26 - แต่งงาน!
เหล่าผู้มีพลังพิเศษเมื่อเห็นสายตาอำมหิตของไป๋จื่อซี ก็ชะงักกึก
รีบก้มหน้าหลบตาแทบไม่ทัน
ไม่ดูแล้วๆ ไม่ดูแล้วจ้า
เย่ยวินอี้มองดูเหตุการณ์ แล้วก็อุ้มไป๋จื่อซีเดินเข้าประตูเมืองไปอย่างหน้าตาเฉย
ทันใดนั้น เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
วินาทีต่อมา!
เขาก็อุ้มไป๋จื่อซีกระโดดลงจากหลังพยัคฆ์เพลิงชาด!
แล้วหันไปสั่งเจ้าเสือ “แกเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูเมืองนี่แหละ!”
สิ้นคำสั่ง พยัคฆ์เพลิงชาดก็เดินไปที่หน้าประตูเมืองอย่างว่านอนสอนง่าย แล้วหมอบลงทันที!
เชื่องซะจนไม่รู้จะเชื่องยังไงแล้ว
ทางด้านเหล่าผู้มีพลังพิเศษเห็นภาพนี้
รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
นี่พวกเขากำลังดูอะไรอยู่เนี่ย?!
พยัคฆ์เพลิงชาด สัตว์อสูรระดับทองขั้นต้นที่แสนดุร้าย กลับเชื่อฟังคำสั่งท่านเย่ขนาดนี้เลยเหรอ?!
ทำไมอะ?!
ห๊ะ?!
แถมเล่นเอาสัตว์อสูรระดับทองมาเฝ้าหน้าประตูแบบนี้ แล้วเวลาพวกเขาจะเข้าจะออกป้อมปราการจะทำยังไง?
ใครมันจะกล้าเดินผ่านวะ!
พวกผู้มีพลังพิเศษอย่างพวกเขา เจอสัตว์อสูรระดับนี้ทีไร ก็เยี่ยวแทบราดกันทั้งนั้น!
เมื่อเห็นเย่ยวินอี้และไป๋จื่อซีเตรียมจะขึ้นขี่พาหนะเดิมที่จอดทิ้งไว้เพื่อเข้าเมือง
ผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่งก็รวบรวมความกล้าถามขึ้น “ท่านเย่! แล้ว... แล้วเจ้าพยัคฆ์เพลิงชาดนี่...”
เย่ยวินอี้มองสีหน้าของเขา “ไม่เป็นไร วางใจได้ ผมสั่งให้มันเฝ้าที่นี่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลื่นสัตว์อสูรอีก!”
คิดดูอีกที เย่ยวินอี้ก็เสริมไปอีกประโยค
“วางใจเถอะ นี่เป็นสัตว์ขี่ตัวใหม่ที่ผมเพิ่งปราบมา เชื่องมาก!”
“เฮ้!” เย่ยวินอี้ตะโกนเรียก
พยัคฆ์เพลิงชาดที่เพิ่งหมอบลงก็รีบลุกขึ้นยืนทันที
มองเย่ยวินอี้รอรับคำสั่ง
“ตีลังกากลับหลังโชว์หน่อยซิ” เย่ยวินอี้พูดพลางทำมือม้วนๆ ในอากาศ
วูบ!
วินาทีต่อมา!
เสียงลมก็ดังขึ้น!
ทุกคนจ้องมองพยัคฆ์เพลิงชาดตาค้าง!
เห็นมันตีลังกากลับหลังอยู่กับที่!
กระโดดสูงโคตร!
ร่างมหึมาหมุนติ้วกลางอากาศ โชว์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ!
จากนั้น ก็ตกลงสู่พื้นอย่างหนักแน่น!
ไป๋จื่อซี: “...”
ทุกคน: “...”
เชี่ยเอ๊ย!
นี่!
นี่มันอะไรกันวะเนี่ย?!
แกไม่ใช่สัตว์อสูรระดับทองขั้นต้นเหรอ?!
ศักดิ์ศรีของแกหายไปไหนหมด?!
ห๊ะ?!
ชั่วพริบตา ความเข้าใจในระดับความแข็งแกร่งของเย่ยวินอี้ของพวกเขาก็ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น!
นี่มันจะโหดเกินไปแล้วมั้ง!
นึกว่าเป็นมุกจีบสาวชวนกลับบ้านก่อนวันสิ้นโลกหรือไง ที่บอกว่าแมวที่บ้านตีลังกาได้น่ะ?
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฝูงชน พยัคฆ์เพลิงชาดก็หมอบลงอีกครั้ง
“ไปกันเถอะ!”
ทางด้านนี้ เย่ยวินอี้นั่งอยู่บนหลังเสือดาวไล่ลมเรียบร้อยแล้ว หันไปเรียกไป๋จื่อซีที่ยังยืนอึ้งอยู่!
ไป๋จื่อซีได้สติ ก็รีบขึ้นขี่พาหนะของตัวเอง
จากนั้นทั้งคู่ก็ขี่เข้าสู่ป้อมปราการไปพร้อมกัน
ทิ้งให้เหล่าผู้มีพลังพิเศษยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านหลัง
พอมองส่งทั้งสองจนลับสายตา ผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่งก็พึมพำออกมา
“ตกลงท่านเย่... แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่?!”
ประโยคนั้นแทนใจทุกคนได้ดีที่สุด
ท่านเย่... อยู่ระดับไหนกันแน่วะ!
นี่มัน!
ระดับทองขั้นต้น?
ระดับทองขั้นกลาง?
ระดับทองขั้นปลาย?!
ถ้าอยากรู้รายละเอียด สงสัยต้องไปถามเจ้าพยัคฆ์เพลิงชาดที่เชื่องเหมือนแมวนั่นแหละ
มันน่าจะรู้ดีที่สุด
แต่!
ทุกคนมองไปที่พยัคฆ์เพลิงชาดที่แผ่รังสี 'คนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้' ออกมา ก็ได้แต่ขนหัวลุก
ใครมันจะกล้าวะ!
ช่างมันเถอะๆ!
อีกด้านหนึ่ง
เย่ยวินอี้ขี่คู่ไปกับไป๋จื่อซี
ไป๋จื่อซีมองกระเป๋าหนังสัตว์ที่ใส่แก้วมังกรกลายพันธุ์ในมือ แล้วหันไปบอกเย่ยวินอี้ “ฉันขอตัวกลับไปรักษาน้องสาวก่อนนะ”
“ไม่มีปัญหา ผมบอกแล้วไงว่าจะให้คุณลัดคิว คุณไปก่อนเลย คืนนี้ค่อยมาเข้าพิธี... แต่งงาน!”
ได้ยินคำว่าลัดคิว ไป๋จื่อซีอยากจะสวนกลับไปจริงๆ ว่า ไม่จำเป็นย่ะ!
แต่พอนึกถึงฝ่ามืออรหันต์ที่ฟาดลงบนก้นเมื่อครู่ ที่ยังเจ็บแปลบๆ อยู่ ก็เลยยอมสงบปากสงบคำ!
“วางใจเถอะ ฉันรับปากแล้ว ไม่คืนคำแน่นอน!”
ไป๋จื่อซีพูดจบ ก็เร่งความเร็วพาหนะมุ่งหน้ากลับไปทันที!
เย่ยวินอี้มองแผ่นหลังที่ห่างออกไปของไป๋จื่อซี
ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
แม่สาวน้อยคนนี้
เท่ชะมัด!
มีคาแรคเตอร์!
เขาชอบ!
กลับบ้านดีกว่า!
สักพักใหญ่
ไป๋จื่อซีก็ควบม้าเร็วกลับมาถึงห้องพัก
รีบเข้าไปดูน้องสาวที่นอนอยู่บนเตียง
ตอนนี้อาการของน้องสาวย่ำแย่ลงมาก
คิ้วเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะแล้ว!
“น้องเล็ก น้องเล็ก” ไป๋จื่อซีเรียกน้องสาวเบาๆ
น้องสาวลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก มองไป๋จื่อซี “พี่คะ”
ไป๋จื่อซีรีบหยิบแก้วมังกรออกมา
“น้องเล็ก ลองกินนี่ดู”
น้องสาวเห็นแก้วมังกรลูกเบ้อเริ่ม ก็ตะลึง
แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ตั้งแต่หลังวันสิ้นโลก เธอก็ไม่เคยเห็นแก้วมังกรอีกเลย
ไม่นึกว่าพอได้เห็นครั้งแรก จะเจอผลใหญ่ยักษ์ขนาดนี้
ไป๋จื่อซีเห็นสายตาน้องสาว
ก็ด่าตัวเองในใจ
น้องจะกินยังไงไหว?
เธอรีบออกไปเอามาดหั่นแก้วมังกร
พอผ่าออกมา ข้างในแก้วมังกรกลายพันธุ์กลับอุ่นร้อน
แถมอุณหภูมิยังไม่ลดลงตามเวลาอีกด้วย
“นี่... อาจจะรักษาน้องเล็กได้จริงๆ”
ไป๋จื่อซีมองภาพตรงหน้า ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวัง
จากนั้นเธอก็ยกเข้าไป
ใช้ไม้จิ้มป้อนให้น้องสาวกิน
พอแก้วมังกรเข้าปาก น้องสาวก็รู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
“พี่คะ อุ่นจังเลย” น้องสาวพูดเสียงเบา
ทำเอาไป๋จื่อซีดีใจจนเนื้อเต้น!
จริงเหรอ?!
เธอรีบป้อนเพิ่มเข้าไปอีก!
ค่อยๆ!
ไป๋จื่อซีก็เห็นกับตา!
เกล็ดน้ำแข็งบนใบหน้าน้องสาวเริ่มละลาย!
จากนั้นก็มีไอร้อนระเหยออกมา!
สีหน้าก็เริ่มมีเลือดฝาด!
“น้องเล็ก รู้สึกยังไงบ้าง?”
“พี่คะ หนูรู้สึก... ไม่หนาวแล้ว ไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด”
น้องสาวพยายามจะลุกขึ้น แต่เพราะร่างกายยังอ่อนแอ เลยต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
“เจ้าเด็กดื้อ เพิ่งจะดีขึ้น อย่าเพิ่งซนสิ พักผ่อนไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะหาคนมาดูแล แก้วมังกรนี่ต้องกินทุกวันนะ พอหายดีแล้ว พี่จะพาไปเที่ยวให้สนุกเลย ถึงตอนนี้จะเป็นวันสิ้นโลก แต่เราก็หาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ได้”
ไป๋จื่อซีพูดปลอบ น้องสาวก็มีแววตาเปี่ยมความหวัง!
ไป๋จื่อซีมองภาพนั้น เธอที่เฝ้าดูแววตาน้องสาวที่ค่อยๆ สิ้นหวังลงทุกวัน วันนี้กลับมามีความหวังอีกครั้ง น้ำตาก็เกือบจะไหล
แต่เธอก็กลั้นไว้ไม่ร้อง
สักพัก น้องสาวก็หลับไป
ไป๋จื่อซีเดินออกมา
แล้วเรียกตัวรองแม่ทัพมาพบ
“ท่านเจ้าเมือง มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
รองแม่ทัพเห็นไป๋จื่อซีเรียกหาอย่างร้อนรน ก็งุนงง!
ไป๋จื่อซีมองหน้าเธอ “ไป ประกาศรับสมัครช่างแต่งหน้า ช่างเสื้อผ้า แล้วก็รวบรวมเครื่องประดับ... ให้ราคาไม่อั้น”
ไป๋จื่อซีสั่งการ
รองแม่ทัพถึงกับอึ้ง
หือ?
จะเอามาทำอะไร?
“ท่านเจ้าเมือง ท่านจะทำอะไรคะ?” ความสงสัยฉายชัดบนใบหน้ารองแม่ทัพ
นี่... ท่านเจ้าเมืองเป็นอะไรไป?
จู่ๆ ก็มาตามหาคนพวกนี้ด้วยราคาสูงลิ่ว
วินาทีต่อมา ไป๋จื่อซีมองหน้าเธอ “ฉัน... จะแต่งงานแล้ว!”
“ฉันจะ... จัดงานแต่งอย่างยิ่งใหญ่!”
พูดจบ ไป๋จื่อซีก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิ
(จบแล้ว)