เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - ต่อไปนี้คือครอบครัวเดียวกัน!

บทที่ 8 - ต่อไปนี้คือครอบครัวเดียวกัน!

บทที่ 8 - ต่อไปนี้คือครอบครัวเดียวกัน!


บทที่ 8 - ต่อไปนี้คือครอบครัวเดียวกัน!

ใครก็ได้ช่วยบอกที ว่านี่มันอะไรกัน?!

ในสายตาของพวกเขา

เย่ยวินอี้และสองสาวค่อยๆ เคลื่อนขบวนเข้ามา

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้มีพลังพิเศษ พวกเขาเดินเข้าสู่ป้อมปราการ

เมื่อต้องเผชิญกับสายตาของเหล่าผู้มีพลังพิเศษ หานปิงเสวี่ยและหานปิงอวี้ที่อยู่ด้านหลังก็รู้สึกเขินอาย ก้มหน้าลงเงียบๆ

แต่วินาทีถัดมา!

เสือดาวไล่ลมใต้ร่างของพวกเธอก็เร่งความเร็ว พุ่งตามเย่ยวินอี้ที่เร่งความเร็วออกไปกะทันหัน

เมื่อทั้งสามหายลับไป

เหล่าผู้มีพลังพิเศษก็ส่งเสียงฮือฮาทันที!

"เชี่ย?! ตาฝาดไปรึเปล่าวะ? นั่นมันอะไร?! เมื่อกี้ที่พวกเขานั่งอยู่ ใช่สัตว์อสูรระดับทองแดงขั้นปลาย เสือดาวไล่ลมรึเปล่า?!"

"ใช่แล้ว!"

"ดูไม่ผิดแน่! เสือดาวไล่ลมชัดๆ!"

ทุกคนสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เหล่าโจวพึมพำ "ต้องเป็นคนแบบไหนกัน ถึงจะเอาเสือดาวไล่ลมมาเป็นพาหนะได้!"

"ฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว!"

ประโยคเดียว ราวกับถามแทนใจทุกคน

ตอนนี้ทุกคนต่างเงียบกริบ

แต่ในใจมีคำตอบแล้ว

นี่ต้องเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับเงินที่แข็งแกร่งแน่ๆ!

แถมยังไม่ใช่ระดับเงินขั้นต้นด้วย!

คนกับคน เทียบกันแล้วเจ็บใจชะมัด!

พวกเขาเห็นเสือดาวไล่ลมต้องเดินอ้อมหนี แต่คนนี้ เอาเสือดาวไล่ลมมาขี่เล่น

ทางด้านนี้

เย่ยวินอี้เข้าสู่ป้อมปราการแล้ว ก็เร่งให้เสือดาวไล่ลมวิ่งเร็วขึ้น

เพราะในป้อมปราการต่างจากข้างนอก

ข้างนอกต้องระวังตัว ข้างใน วิ่งให้สุดแรงเกิดได้เลย

เขายื่นมือออกไปสัมผัสอากาศ

รับรู้ถึงสายลมที่ปะทะฝ่ามือ

ก่อนวันสิ้นโลก

เคยมีคำกล่าวว่า

เวลาขับรถแล้วยื่นมือออกนอกหน้าต่าง

ยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงคือคัพ A, สี่สิบคือคัพ B, หกสิบคือคัพ C!

เย่ยวินอี้ลองสัมผัสดู

ตอนนี้ความเร็วของเสือดาวไล่ลมน่าจะประมาณหกสิบ!

คำกล่าวนี้ ไม่หลอกลวงจริงๆ!

ความรู้สึกพอๆ กับโจวไหวเวยเลย!

ส่วนถ้าเร็วกว่านี้ ก็น่าจะเป็นของหานปิงเสวี่ยและหานปิงอวี้ที่อยู่ด้านหลัง

แต่เย่ยวินอี้ไม่ได้เร่งความเร็วเพิ่ม เพราะเทียบกับเขาที่เป็นผู้มีพลังพิเศษ สองสาวด้านหลังคงทนแรงกระแทกจากความเร็วสูงสุดของเสือดาวไล่ลมไม่ไหว

ในขณะเดียวกัน

ณ กระท่อมของเย่ยวินอี้

โจวไหวเวยจัดเก็บกวาดกระท่อมจนสะอาดเอี่ยม

ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เธอออกมาชะเง้อมองที่หน้าประตู

ยิ่งมอง ความหวังในแววตาก็ยิ่งริบหรี่

ตอนนี้มองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า ความผิดหวังในแววตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวัง!

เธอ... เป็นตัวซวยกินผัวรึเปล่านะ?!

ชั่วพริบตา ความคิดมากมายผุดขึ้นในสมอง

ขณะที่เธอกำลังคิดฟุ้งซ่าน เพื่อนบ้านรอบๆ ก็ทยอยกลับมาจากทำงาน

พวกเขาเห็นโจวไหวเวยชะเง้อคอรอที่หน้าประตู

ก็เริ่มซุบซิบนินทา

ลุงเฉินมองดู ขมวดคิ้ว "เย่ยวินอี้ยังไม่กลับมาอีกเหรอ?

เขาออกไปตั้งเช้า ตอนนี้จะหมดวันแล้ว"

"ดูท่าคงจะเกิดเรื่องไม่ดีแล้วล่ะ ถือว่าทำตัวเองแท้ๆ! แม้แต่ผู้มีพลังพิเศษยังไม่ใช่ กล้าดียังไงออกไปนอกป้อมปราการ? บ้าบอชัดๆ"

"นั่นสิ ไม่ดูเงาหัวตัวเองเลย ฉันว่ามันคงอยากตายแหละ เมื่อคืนกินหมูเห็ดเป็ดไก่จนหมดเกลี้ยง วันนี้เลยไปเสี่ยงดวงว่าจะเก็บตกสัตว์อสูรได้ไหม หึ สมน้ำหน้า"

หญิงวัยกลางคนสองสามคนพูดเสริม ราวกับกำลังระบายความอิจฉาที่เห็นเย่ยวินอี้กินดีอยู่ดีเมื่อวาน

โจวไหวเวยฟังคำนินทาของคนข้างบ้าน ก็จ้องมองพวกนางตาเขียว

เธออยากจะเถียง แต่ไม่รู้จะพูดอะไร!

ได้แต่จ้องมองอย่างดุร้าย!

ถ้าสายตาฆ่าคนได้ ยัยพวกปากหอยปากปูนี่คงตายด้วยน้ำมือเธอไปหลายรอบแล้ว!

ทันใดนั้น!

จากที่ไกลๆ มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น!

"สัตว์อสูร! สัตว์อสูร! สัตว์อสูรบุก!"

สัตว์อสูรบุก?!

ชั่วพริบตา ทุกคนที่ได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา

ราวกับความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนตอนวันสิ้นโลกเริ่มขึ้นย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขา!

ทุกคนรีบวิ่งหนีเข้าบ้าน!

หญิงปากตลาดเมื่อกี้ก็วิ่งเข้าบ้านตัวเอง แต่เพราะขาสั่น เลยสะดุดล้มหน้าคะมำท่ากบ

แต่ไม่สนความเจ็บปวด

ใช้ทั้งมือทั้งตีนตะกาย!

ด้วยท่าทางประหลาดๆ รีบมุดเข้าบ้านไป!

แล้วไปหลบสั่นงันงกอยู่ในตู้!

เพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งถนนก็โล่งโจ้ง!

โจวไหวเวยก็รีบล็อคประตู หลบอยู่มุมห้อง

ทางด้านเย่ยวินอี้กลับมาถึง เห็นสภาพนี้

ก็กระโดดลงจากเสือดาวไล่ลม

มาที่หน้ากระท่อมตัวเอง ผลักประตู พบว่าล็อคจากด้านใน

จึงตบประตูเปรี้ยงเดียว!

ปัง!

บานประตูสองข้างแตกกระจาย ล้มครืนเข้าไปด้านใน!

"กรี๊ด!"

โจวไหวเวยได้ยินเสียง คิดว่าสัตว์อสูรพังประตูเข้ามา เธอคว้ามีดทำครัว เตรียมจะสู้ตาย

แต่ทว่า!

กลับพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นเย่ยวินอี้!

ตอนนี้ตัวเขาเปื้อนเลือดไม่น้อย ภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง ราวกับเทพสงครามอาบเลือด!

"สามี!"

โจวไหวเวยเห็นเย่ยวินอี้ ก็พุ่งเข้าไปหาทันที!

โผเข้าสู่อ้อมกอดของเขา!

ขณะที่ทั้งสองกำลังพลอดรักกัน

เสือดาวไล่ลมที่เย่ยวินอี้ขี่มาก็ชะโงกหัวด้อมๆ มองๆ เข้ามา

"ว้าย! สัตว์อสูร!" โจวไหวเวยเห็นเข้า ก็รีบซุกตัวเข้าในอ้อมกอดเย่ยวินอี้ทันที!

หน้าซีดเผือด เห็นชัดว่าตกใจมาก!

"ไปไกลๆ ตีน! ออกไป!"

เย่ยวินอี้ตบกบาลเสือดาวไล่ลมไปสองที ไล่มันออกไป

เสือดาวไล่ลมลุกขึ้น สะบัดหัว แล้วขดตัวกลมหมอบอยู่กับพื้น

ท่าทางเหมือนน้อยใจสุดชีวิต

"ไม่ต้องกลัว นี่สัตว์พาหนะของผม รอบนี้ออกไปได้ของมาเพียบ เราจะย้ายบ้าน ไปอยู่เขตชั้นในของป้อมปราการกัน" เย่ยวินอี้ตบหลังโจวไหวเวยเบาๆ ปลอบโยน

"จริงเหรอคะ?!" โจวไหวเวยเงยหน้ามองเย่ยวินอี้

จากนั้นก็ถูกเย่ยวินอี้จูงมือเดินออกไป

โจวไหวเวยมองออกไปข้างนอก เห็นสัตว์อสูรแต่ละตัวพอเห็นเย่ยวินอี้ออกมา ก็ก้มหัวลง แสดงท่าทีศิโรราบ

จากนั้น โจวไหวเวยก็เห็นหานปิงเสวี่ยและหานปิงอวี้สองพี่น้องบนหลังเสือดาวไล่ลม

หานปิงเสวี่ยเห็นโจวไหวเวย ก็รีบลงจากหลังเสือดาว

"พี่สาว"

หานปิงอวี้ก็ทำตาม เรียกพี่สาวเหมือนกัน

"คะ?" โจวไหวเวยมองทั้งสองคน ก็เข้าใจสถานการณ์ ผ่านวันสิ้นโลกมาหลายปี เธอก็รู้ดี

ระเบียบโลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

แถมเมื่อคืน เธอก็รับศึกหนักไม่ไหว ตอนนี้เดินทียังเจ็บระบม!

มีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระก็ดีเหมือนกัน!

เธอจึงยิ้มออกมา "น้องสาวทั้งสอง ต่อไปเราก็เป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้วนะ!"

ค่อยๆ ทยอยกันออกมา

เมื่อได้ยินว่าข้างนอกเงียบเสียงลง

เพื่อนบ้านรอบๆ ก็ออกมาดู

เห็นภาพนี้!

ต่างก็ตะลึงงัน!

นี่! มันสัตว์อสูรนิ?!

เย่ยวินอี้ฝึกสัตว์อสูรได้แล้ว?!

หญิงปากตลาดเมื่อกี้มองดูภาพตรงหน้า ตัวสั่นงันงก!

เย่ยวินอี้เก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!

ถ้าเขารู้ว่าเมื่อกี้พวกตนนินทาอะไรไป ไม่ใช่ว่าจะสั่งให้สัตว์อสูรพวกนี้มาฉีกอกพวกเธอเหรอ?!

คิดได้ดังนั้น พวกนางก็รีบหลบไปด้านหลัง

เย่ยวินอี้มองดูผู้คน แล้วอุ้มโจวไหวเวยขึ้นนั่งบนหลังเสือดาวไล่ลม

"ไป ตอนนี้เราไปเขตชั้นใน หาบ้านหลังใหญ่ๆ อยู่กัน!"

เย่ยวินอี้มองโจวไหวเวย แล้วหันไปมองสองพี่น้องหานปิงเสวี่ยและหานปิงอวี้ คืนนี้มีภารกิจใหญ่!

กระท่อมรูหนูนี่จะไปพอใช้ได้ยังไง?!

เตียงเล็กแค่นี้ นอนสี่คนไหวที่ไหน?!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 8 - ต่อไปนี้คือครอบครัวเดียวกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว