- หน้าแรก
- สวนสนุกมรณะ ผมคือผู้ชายคนเดียวในดงสาวสวย
- บทที่ 22: การเดิมพันด้วยพันธุกรรม! "การวิวัฒนาการครั้งที่ 2" ของเฉินซา
บทที่ 22: การเดิมพันด้วยพันธุกรรม! "การวิวัฒนาการครั้งที่ 2" ของเฉินซา
บทที่ 22: การเดิมพันด้วยพันธุกรรม! "การวิวัฒนาการครั้งที่ 2" ของเฉินซา
ห้องปฏิบัติการชีวเคมี
แสงไฟสีขาวส่องสว่างบาดตา
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลในอากาศ
ผสมปนเปกับกลิ่นฉุนเปรี้ยวของสารเคมี
ซูมู่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุน
ในมือถือหลอดแก้วหลอดหนึ่ง
ของเหลวภายใน
เป็นสีแดงคล้ำข้นคลั่ก
หนืดเหนียว
และยังคงเดือดปุดๆ แผ่วเบา
เกิดฟองอากาศผุดขึ้นมา
ราวกับว่ามันมีชีวิต
"นี่คือของที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว?"
ซูมู่ถาม
เจียงอี้ยืนอยู่ข้างๆ
มือกอดแท็บเล็ตบันทึกข้อมูล
สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"ใช่ค่ะ"
"ยารหัสพันธุกรรมคลุ้มคลั่ง V1.0"
"สกัดจาก 'หัวใจคลุ้มคลั่ง' ของอสูรปักเย็บ"
"ผสานเข้ากับยีนของแมงมุมนางพยาบาลที่เก็บมาก่อนหน้านี้"
"และสารละลายตั้งต้นสำหรับเสริมแกร่งที่เราเจอในห้องเย็น"
เจียงอี้ขยับแว่น
เสียงแห้งผากเล็กน้อย
"ในทางทฤษฎี"
"มันสามารถปรับโครงสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อของมนุษย์ใหม่ได้"
"เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก"
"และกระตุ้นยีนส่วนที่หลับใหลอยู่ให้ตื่นขึ้น"
"แต่ว่า..."
ซูมู่ยกมือห้าม
"อัตราการตาย"
เจียงอี้สูดหายใจลึก
"๓๐%"
"ตายทันทีจากภาวะหัวใจล้มเหลว"
"และยังมีโอกาสอีก ๑๐%"
"ที่พันธุกรรมจะล่มสลาย"
"กลายเป็นสัตว์ประหลาดไร้สติ"
"พูดง่ายๆ คือกลายเป็นผลงานที่ล้มเหลว"
"มีเพียง ๖๐%"
"ที่จะรอด"
ซูมู่แกว่งหลอดแก้วเล่น
ของเหลวสีแดงคล้ำกระฉอกไปมา
๖๐%
ในยามสงบสุข
ตัวเลขความน่าจะเป็นแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
แต่ในวันสิ้นโลก
นี่คือทางลัดสู่ความแข็งแกร่ง
"เฉินซา"
ซูมู่เรียก
เฉินซายืนพิงประตูอยู่ตลอด
ไม่ได้นั่ง
เธอสวมชุดเครื่องแบบรปภ.สีดำ
ที่ยังมีร่องรอยฉีกขาดจากการต่อสู้เมื่อวาน
ท่อเหล็กในมือ
กำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
พอได้ยินเสียงเรียก
เธอก็เดินเข้ามา
ฝีเท้าหนักแน่น
"อยู่นี่"
ซูมู่วางหลอดแก้วลงบนโต๊ะ
ชี้ไปที่มัน
"ได้ยินแล้วใช่ไหม?"
"ตายสามสิบ"
"บ้าสิบ"
"รอดหกสิบ"
"กล้าลองไหม?"
เฉินซามองดูขวดยา
แววตาไม่หลบเลี่ยง
และไม่มีความหวาดกลัว
มีเพียงความปรารถนา
ความกระหายในพลังอย่างรุนแรง
หลายวันมานี้
เธอกังวลใจอย่างมาก
แม้จะมีพรสวรรค์ระดับ S
และแม้จะได้เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย
แต่เธอกดดัน
หลิวชิงชิงปลุกพลังนางพยาบาลโรคระบาดได้แล้ว
แค่ปล่อยหมอกพิษ ก็ฆ่าล้างบางได้เป็นแถบ
ซูมู่สร้างป้อมปืนวิญญาณ
นัดเดียว
บอสระดับไหนก็ดับดิ้น
แล้วเธอล่ะ?
มีแค่ท่อเหล็กอันเดียว
ทำได้แค่วิ่งเข้าไปแลกหมัด
เจอศัตรูระดับอสูรปักเย็บ
ก็ทำได้แค่เป็นกระสอบทราย
โดนทุบจนกระอักเลือด
ความรู้สึกไร้พลังแบบนี้
มันทำให้เธออึดอัดแทบคลั่ง
เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วง
และยิ่งไม่อยากเป็นแค่นักเลงข้างถนนที่หาใครมาแทนที่เมื่อไหร่ก็ได้
"ฉันลอง"
เฉินซายื่นมือออกไป
คว้าหลอดแก้วนั้นไว้
มือของเธอนิ่งสนิท
"คิดดีแล้วนะ?"
ซูมู่มองหน้าเธอ
"ถ้าตาย"
"ฉันจะโยนเธอไปให้เถาวัลย์ดูดเลือด"
"ทำเป็นปุ๋ย"
"ไม่มีป้ายหลุมศพให้หรอกนะ"
เฉินซาแสยะยิ้ม
เผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวสวย
แต่แฝงด้วยความดุดัน
"ถ้าตาย"
"ก็ถือว่าดวงซวย"
"แต่ฉันน่ะหนังเหนียว"
"ไอ้ยักษ์ปักเย็บนั่นยังทุบฉันไม่ตาย"
"ยาขวดแค่นี้"
"เอาชีวิตฉันไปไม่ได้หรอก"
ซูมู่พยักหน้า
แววตาฉายแววชื่นชมวูบหนึ่ง
สิ่งที่เขาต้องการ
คือนักพนันที่กล้าทุ่มหมดหน้าตักแบบนี้นี่แหละ
"ขึ้นเตียง"
ซูมู่ชี้ไปกลางห้องแล็บ
ที่แคปซูลดัดแปลงพันธุกรรมขนาดยักษ์
ฝาครอบเปิดอ้าอยู่แล้ว
เผยให้เห็นเบาะรองสีขาวภายใน
และสายรัดหนังเส้นหนาหลายเส้น
เอาไว้สำหรับยึดร่างกาย
ป้องกันการดิ้นรนจากความเจ็บปวดแสนสาหัสระหว่างฉีดยา
เฉินซาถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก
เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำ
เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นปึ้ก
และรอยแผลเป็นน้อยใหญ่ตามตัว
นั่นคือเหรียญตราของเธอ
เธอลงไปนอนในแคปซูล
เจียงอี้เดินเข้ามา
จัดการล็อกสายรัดอย่างคล่องแคล่ว
ข้อมือ
ข้อเท้า
เอว
และคอ
ล็อกแน่นหนาทุกจุด
"จะเจ็บมากนะคะ"
เจียงอี้กระซิบเตือน
"เจ็บกว่าคลอดลูกสิบเท่า"
"ต้องทนให้ได้นะ"
"อย่ากัดลิ้นตัวเองล่ะ"
เจียงอี้ยัดยางกันกัดเข้าปากเธอ
เฉินซากัดยางแน่น
พยักหน้า
แววตาเด็ดเดี่ยว
"เริ่มได้"
ซูมู่สั่งการ
เจียงอี้เดินไปที่แผงควบคุม
นิ้วรัวแป้นคีย์บอร์ดเร็วปรื๋อ
【โปรแกรมดัดแปลงพันธุกรรมเริ่มทำงาน】
【กำลังฉีดยาคลุ้มคลั่ง...】
แขนกลค่อยๆ ขยับ
คีบหลอดแก้วสีแดงคล้ำขึ้นมา
เข็มเจาะเข้าที่เส้นเลือดดำบนแขนของเฉินซา
แล้วดันตัวยาเข้าไป
ของเหลวสีแดงคล้ำ
ไหลผ่านสายยาง
เข้าสู่ร่างกายของเฉินซา
หนึ่งวินาที
สองวินาที
เงียบกริบ
ทุกคนจ้องมองเฉินซาในแคปซูลตาไม่กระพริบ
วินาทีที่สาม
ร่างของเฉินซากระตุกเกร็งอย่างรุนแรง
ผิวสีน้ำผึ้งสุขภาพดี
เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในพริบตา
เหมือนกุ้งต้มสุก
เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา
เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ
และดิ้นพล่านไปมาใต้ผิวหนังอย่างบ้าคลั่ง
"อื้อออ!"
เฉินซาเบิกตาโพลง
เส้นเลือดฝอยในตาแตกจนแดงฉาน
เสียงคำรามต่ำดังลอดไรฟันออกมา
เป็นเสียงกรีดร้องที่ถูกยางกันกัดอุดไว้
เจ็บ
เจ็บเหลือเกิน
เหมือนมีมดนับหมื่นตัวกำลังกัดกินอยู่ในเส้นเลือด
หรือเหมือนมีใครเอาค้อนปอนด์
มาทุบกระดูกทุกตารางนิ้วในร่างกายให้แตกละเอียด
แล้วค่อยๆ ต่อกลับเข้าไปใหม่
"ชีพจรพุ่งกระฉูด!"
เจียงอี้จ้องหน้าจอเขม็ง
พูดรัวเร็ว
"๑๘๐!"
"๒๐๐!"
"๒๒๐!"
"ยังพุ่งไม่หยุด!"
"หลอดเลือดจะรับไม่ไหวแล้ว!"
พรวด!
เส้นเลือดฝอยที่แขนของเฉินซาแตกออกหลายจุด
ละอองเลือดพุ่งกระเซ็น
ย้อมเบาะสีขาวจนแดงฉาน
ร่างของเธอดิ้นพล่าน
สายรัดหนังถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ
ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว
ถ้าไม่ได้ล็อกไว้
เธอคงดิ้นจนกระดูกหักไปแล้ว
ซูมู่ยืนอยู่ข้างแคปซูล
สีหน้าเรียบเฉย
แต่มือข้างหนึ่ง
วางทาบอยู่บนปุ่มฉุกเฉินสีแดง
ถ้าเฉินซากลายพันธุ์
หรือเสียสติ
เขาจะไม่ลังเลที่จะกดปุ่มนี้
เพื่อเปิดใช้งาน "โปรแกรมชำระล้าง" ภายในแคปซูล
ซึ่งก็คือแก๊สพิษ
ประหารชีวิตทันที
นี่คือกฎ
"อ๊ากกก—!"
เฉินซาพ่นยางกันกัดออกจากปาก
กรีดร้องโหยหวนสุดเสียง
กระดูกของเธอ
เริ่มส่งเสียงดังกรอบแกรบ
มันกำลังปรับโครงสร้างใหม่
ไหล่ขยายกว้างขึ้น
แขนยาวขึ้น
บนผิวหนังที่เคยเรียบเนียน
เริ่มมีบางอย่างงอกออกมา
สีแดง
แข็ง
นั่นคือ... กระดูก
โครงกระดูกภายนอก (Exoskeleton)
มันแทงทะลุผิวหนังออกมาจากหัวไหล่
ข้อศอก
และหัวเข่า
ปกคลุมข้อต่อต่างๆ
ราวกับเกราะธรรมชาติ
"การผสานยีนอยู่ที่ ๕๐%!"
เจียงอี้ตะโกน
"ทนไว้!"
สติของเฉินซาเริ่มเลือนราง
ภาพตรงหน้ามีแต่สีแดงฉาน
เจ็บจนอยากตาย
อยากตายจริงๆ
ขอแค่เลิกขัดขืน
ขอแค่หลับตาลง
ก็จะไม่เจ็บอีกแล้ว
"ฉันคือ... หัวหน้าหน่วยรปภ..."
ความคิดหนึ่ง
วาบผ่านสมองที่กำลังสับสนวุ่นวาย
"ฉันจะแพ้ไม่ได้..."
"ฉันต้องแข็งแกร่งขึ้น..."
"ฉันจะฉีกพวกสัตว์ประหลาดให้เป็นชิ้นๆ..."
"โฮก!"
รูม่านตาของเฉินซา
พลันหดลีบเป็นเส้นตรงแนวตั้ง
สีทองอำพัน
เหมือนดวงตาสัตว์ร้าย
ออร่าความบ้าคลั่ง
ระเบิดออกมาจากร่างกาย
ปัง!
สายรัดหนังที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ
ขาดสะบั้น
เฉินซาลุกพรวดขึ้นมานั่ง
สองมือบีบขอบแคปซูลแน่น
ขอบโลหะถูกบีบจนบี้แบน เป็นรอยนิ้วมือลึก
"คำเตือน! คำเตือน!"
"สัญญาณชีพของเป้าหมายไม่เสถียรอย่างรุนแรง!"
"พลังงานล้นทะลัก!"
ไฟฉุกเฉินในห้องแล็บหมุนติ้วเป็นสีแดง
เจียงอี้ถอยหลังกรูดด้วยความกลัว
"ผอ. คะ! เธอจะคุมสติไม่อยู่แล้ว!"
ซูมู่ไม่ขยับ
เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีทองของเฉินซา
เขากำลังเดิมพัน
เดิมพันว่าจิตใจของเฉินซา
จะกดข่มสัญชาตญาณสัตว์ร้ายนั้นได้หรือไม่
"เฉินซา"
ซูมู่เรียกเสียงเย็น
"มองหน้าฉัน"
เฉินซาหอบหายใจหนักหน่วง
ไอร้อนสีขาวพวยพุ่งออกจากร่างกาย
นั่นคือเหงื่อที่ระเหยเป็นไอด้วยความร้อนสูง
เธอได้ยินเสียงนั้น
เสียงแห่งคำสั่งที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกดำ
เธอหันหน้ามา
มองซูมู่
ความบ้าคลั่งในแววตา
ดิ้นรนต่อสู้
วูบไหวไปมา
และในที่สุด
ก็ค่อยๆ สงบลง
สติสัมปชัญญะ
ยึดคืนพื้นที่กลับมาได้
"ผ... ผอ."
เสียงของเฉินซาแหบพร่า
เหมือนเอากระดาษทรายถูโต๊ะ
เธอก้มลง
มองดูมือตัวเอง
นิ้วยาวขึ้น
เล็บกลายเป็นกรงเล็บสีดำคมกริบ
หลังมือ
มีเกราะกระดูกสีแดงปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง
แข็งแกร่ง
เย็นเยียบ
และเปี่ยมด้วยพลัง
"สำเร็จแล้ว"
เจียงอี้ดูข้อมูลบนหน้าจอ
แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
"ระดับการผสาน ๑๐๐%"
"ค่าสถานะทุกอย่าง..."
"...พุ่งทะลุเพดาน"
ซูมู่มองหน้าต่างระบบ
【เฉินซา (วิวัฒนาการขั้นที่ ๒)】
【อาชีพ: องครักษ์ชูร่า (Shura Guard)】
【พรสวรรค์: ระดับ SS · กายาสงครามชูร่า】
【ความแข็งแกร่ง: ๓๕ (คนปกติ: ๕)】
【ความว่องไว: ๒๐】
【ความอดทน: ๔๐】
【คุณสมบัติใหม่ ๑: เกราะกระดูกพิทักษ์ (จุดตายมีโครงกระดูกภายนอกปกคลุม พลังป้องกันเพิ่มขึ้นมหาศาล กันกระสุนขนาดเล็กได้)】
【คุณสมบัติใหม่ ๒: หัวใจคลุ้มคลั่ง (ยิ่งเจ็บยิ่งแกร่ง ความรู้สึกเจ็บปวดลดลงอย่างมาก)】
【คำวิจารณ์: เธอไม่ใช่วัลคิรีอีกต่อไป เธอคือเครื่องบดเนื้อในสนามรบ】
ระดับ SS
กายาสงครามชูร่า
ซูมู่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เดิมพันชนะแล้ว
เฉินซาในตอนนี้
สามารถเดี่ยวกับอสูรปักเย็บตัวนั้นได้สบาย
ไม่ต้องใช้ปืนใหญ่
เธอฉีกมันเป็นชิ้นๆ ด้วยมือเปล่าได้เลย
"รู้สึกยังไง?"
ซูมู่ถาม
เฉินซากระโดดออกจากแคปซูล
ลงพื้นไร้เสียง
เธอบิดคอ
เสียงกระดูกลั่นกรอบ
"รู้สึก..."
เธอกำหมัด
บีบอัดอากาศจนเกิดเสียงดังป๊อป
"เหมือนต่อยควายตายได้ทีละสิบตัว"
"ออกไปข้างนอก"
ซูมู่ชี้ไปที่ประตูใหญ่
"ไปลองของกันหน่อย"
"ฉันก็อยากเห็นเหมือนกัน"
"ว่าระดับ SS มันจะแน่แค่ไหน"
ทั้งสามเดินออกจากห้องแล็บ
มายังลานกว้าง
ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่
พวกแรงงานกำลังขนย้ายเสบียง
พอเห็นเฉินซาเดินออกมา
ทุกคนชะงักกึก
นี่คือเฉินซาเหรอ?
เธอสูงขึ้น
สูงถึง ๑๘๐ เซนติเมตรเต็มๆ
ชุดเครื่องแบบที่เคยพอดีตัว
ตอนนี้รัดรูปจนปริแตกเพราะกล้ามเนื้อ
โดยเฉพาะที่หัวไหล่และข้อศอก
กระดูกสีแดงที่ปูดโปนออกมานั้น
ดูน่าสยดสยองพิลึก
"นั่นมันตัวอะไร?"
แรงงานหมายเลข ๑ กลืนน้ำลายเอือก
"เธอ... เธอกลายพันธุ์เหรอ?"
เฉินซาไม่สนสายตาใคร
เธอเดินไปกลางลาน
มีรถศึกฟันเลื่อยสำรองจอดอยู่คันหนึ่ง
เป็นรถที่ดัดแปลงจากรถบั๊ม
รวมน้ำหนักตัวรถและเกราะเหล็ก
อย่างน้อยก็หนักหนึ่งตัน
"เอาคันนี้แหละ"
เฉินซาเดินเข้าไป
ไม่ใช้แม่แรง
ไม่หาจุดงัด
เธอแค่ยื่นมือข้างเดียว
จับกันชนรถ
สูดหายใจลึก
"ฮึ้บ!"
ไม่มีเสียงคำราม
ไม่มีเส้นเลือดปูดโปน
ง่ายดายมาก
เหมือนหิ้วถุงแกง
รถหนักหนึ่งตัน
ถูกเธอยกขึ้นด้วยมือข้างเดียว
ลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ
เงียบกริบทั้งลาน
แผ่นเหล็กในมือแรงงานหมายเลข ๑ ร่วงใส่เท้า
ดังโครม
แต่เขาลืมเจ็บ
ยกเรถด้วยมือเดียว?
นี่ยังใช่คนอยู่ไหม?
นี่มันทีเร็กซ์ในร่างคนชัดๆ!
เฉินซาถือรถค้างไว้
ทำท่ายกน้ำหนักบริหารกล้ามเนื้อเล่นๆ
นิ่งสนิท
"เบาไป"
เธอส่ายหน้า
แล้ววางรถลงอย่างไม่ไยดี
ตึง
พื้นดินสะเทือน
"ท่านผอ."
เฉินซาหันกลับมา
แววตากระหายเลือดวูบไหว
"มีอะไรที่ท้าทายกว่านี้ไหม?"
"ฉันอยากสู้"
ผลข้างเคียงของพลังที่พุ่งสูงขึ้นกะทันหัน
คือความกระหายเลือด
เธอต้องการระบายพลังงานส่วนเกินออกไปเดี๋ยวนี้
ซูมู่ยิ้ม
เขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะไม่มีที่ให้เธอลองวิชา
"ไม่ต้องรีบ"
ซูมู่มองหน้าจอเรดาร์ที่ข้อมือ
ตรงนั้น
มีจุดสีแดงหลายจุดกำลังมุ่งหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ความเร็วสูงมาก
ดูไม่เหมือนซอมบี้
เหมือน... ขบวนรถ
"ลูกค้ามาหาถึงที่แล้ว"
ซูมู่ชี้ไปทางประตูใหญ่
"มีคนเอาของขวัญมาส่งเธอ"
"เตรียมตัวซะ"
"ไปต้อนรับแขกที่หน้าประตู"
ดวงตาของเฉินซาลุกวาว
เธอเลียริมฝีปาก
ในดวงตาสีทองแนวตั้งนั้น
จิตสังหารพวยพุ่ง
"รับทราบ"
เธอเดินไปที่ชั้นวางอาวุธ
หยิบเอาท่อเหล็กอาคมอันเดิมขึ้นมา
ท่อเหล็กที่เคยรู้สึกหนักมือ
ตอนนี้เบาหวิวเหมือนตะเกียบ
"เบาไป"
เฉินซาขมวดคิ้ว
"คงต้องเปลี่ยนอาวุธใหม่แล้วล่ะ"
"ใช้แก้ขัดไปก่อน"
ซูมู่เดินขึ้นไปบนแท่นสูง
ยกกล้องส่องทางไกลขึ้นดู
ในหมอกหนา
เสียงคำรามดังแว่วมา
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์
หนวกหู
กวนตีน
และตามมาด้วยเสียงตะโกนแปลกประหลาด
"วู้ฮู้ววว—!"
"ข้างหน้ามีสวนสนุกโว้ย!"
"พี่น้อง! ลุย!"
"จับผู้หญิง! ปล้นเสบียง!"
ขบวนรถ
ทะลวงฝ่าหมอกออกมา
เป็นมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงกว่าสิบคัน
และรถออฟโรดอีกสองคัน
คนบนรถแต่งตัวประหลาด
ทรงผมโมฮอว์ก
เสื้อหนัง
โซ่ตรวน
ถือปืนลูกซองไทยประดิษฐ์
และระเบิดขวด
พวกเด็กแว้นวันสิ้นโลก (Wasteland Bikers) ตามสูตร
"หมาล่าเนื้อของจักรพรรดิ?"
ซูมู่แค่นหัวเราะ
ตัวตลกเพิ่งบอกเรื่องค่าหัวเมื่อคืน
เช้านี้ก็โผล่มาเลย
ทำงานกันไวดีนี่หว่า
"เฉินเสวี่ย"
ซูมู่กดวิทยุ
"ประจำการที่หอวิทยุ"
"เถาวัลย์ดูดเลือด เตรียมพร้อม"
"เฉินซา"
"ไปที่หน้าประตู"
"ยืนนิ่งๆ"
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามา"
"ค่ะ!"
เฉินซาแบกท่อเหล็กพาดบ่า
เดินอาดๆ ไปที่ประตูใหญ่
ประตูเปิดอ้า
เธอยืนอยู่คนเดียว
ขวางกลางถนน
เหมือนป้อมปราการเหล็ก
พวกเด็กแว้นเห็นเธอเข้า
แทนที่จะหยุดรถ
กลับยิ่งฮึกเหิม
"เฮ้ย!"
"มีชะนีด้วยว่ะ!"
"หุ่นโคตรเอ็กซ์!"
"ถึงหน้าตาจะดูแปลกๆ ไปหน่อยก็เถอะ!"
"แต่กูชอบของแปลกแบบนี้แหละ!"
หัวหน้าแก๊ง ไอ้หัวโล้นคนหนึ่ง
ขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่
ควงโซ่เหล็กในมือ
"ชนแม่งเลย!"
"จับเป็น!"
"เอาไปถวายจักรพรรดิ!"
ขบวนรถเร่งเครื่อง
มอเตอร์ไซค์สิบกว่าคัน
เหมือนฝูงหมาบ้า
พุ่งเข้าใส่เฉินซา
หนึ่งร้อยเมตร
ห้าสิบเมตร
สามสิบเมตร
เฉินซาไม่ขยับ
เธอมองพวกสวะที่พุ่งเข้ามา
ในดวงตาสีทองนั้น
มีเพียงความดูถูกเหยียดหยาม
"รนหาที่ตาย"
เธอกระซิบเบาๆ
จังหวะที่มอเตอร์ไซค์คันแรก
เข้าใกล้ในระยะสิบเมตร
ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น
"ลงมือ!"
เสียงซูมู่
ดังมาจากแท่นสูง
ไม่ใช่เฉินซาที่ลงมือ
แต่เป็นกำแพง
ที่โคนกำแพงรั้ว
เถาวัลย์สีแดงที่เคยสงบนิ่ง
พลันระเบิดออก
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
หนวดนับไม่ถ้วน
เหมือนงูเหลือมล่าเหยื่อ
พุ่งออกมาจากใต้ดิน
ปกคลุมพื้นที่หน้าประตูในพริบตา
ไอ้หัวโล้นที่ขี่นำหน้าสุด
ยังไม่ทันตั้งตัว
เห็นแค่แสงสีแดงวาบผ่าน
เถาวัลย์เส้นหนา
ตวัดรัดคอมันจนตัวลอยหลุดจากรถ
"อึก—!"
ขามันดีดดิ้นกลางอากาศ
มอเตอร์ไซค์เสียหลัก
พุ่งเข้าใส่เฉินซา
เฉินซายกเท้าขึ้น
ปัง!
ถีบเข้าที่หน้ารถเต็มเหนี่ยว
มอเตอร์ไซค์หนักหลายร้อยกิโล
ปลิวกลับหลังเหมือนของเล่น
กระแทกอัดเข้ากับขบวนรถด้านหลัง
โครม!
คนและรถล้มกลิ้งระเนระนาด
"อ๊าก! ตัวเหี้ยอะไรวะเนี่ย?!"
"เวรเอ้ย! ต้นไม้!"
"ต้นไม้นี่มันกินคน!"
พวกข้างหลังแตกตื่นโกลาหล
แต่เถาวัลย์ดูดเลือดไม่เปิดโอกาสให้พวกมัน
หนวดสิบกว่าเส้นเริงระบำอย่างบ้าคลั่ง
รัดพันคนที่หลุดเดี่ยวได้อย่างแม่นยำ
หนามแหลมเจาะทะลุ
กระแสไฟระเบิดออก
เปรี๊ยะ!
พลังงานจากรั้วไฟฟ้า
ช็อตพวกมันจนเป็นอัมพาตทันที
จากนั้น
คือการดูดกลืนอันน่าสยดสยอง
อึก
อึก
เสียงกรีดร้องระงม
แต่ไม่นานก็แผ่วลง
ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนทีละคน
เหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นเนื้อแดดเดียวแขวนต่องแต่งบนกำแพง
เหลือเพียงรถออฟโรดคันสุดท้าย
เห็นท่าไม่ดี
คิดจะกลับรถหนี
"จะหนีไปไหน?"
เฉินซาแสยะยิ้ม
เธอขว้างท่อเหล็กในมือออกไปสุดแรง
วูบ—
ท่อเหล็กแหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิว
เหมือนจรวดมิสไซล์
ข้ามระยะทางห้าสิบเมตร
ปัง!
เจาะทะลุกระโปรงหน้ารถออฟโรดอย่างแม่นยำ
ทะลวงเครื่องยนต์จนพังยับเยิน
ควันดำพวยพุ่ง
รถดับสนิท
คนสองคนตะเกียกตะกายลงจากรถ พยายามจะวิ่งหนี
ยังไม่ทันวิ่งได้สองก้าว
ข้อเท้าก็ถูกเถาวัลย์ที่เลื้อยตามมาทัน
ลากกลับไป
การต่อสู้จบลง
ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
มันคือการสังหารหมู่
แทบไม่ต้องถึงมือเฉินซาด้วยซ้ำ
ลำพังแค่กำแพงมีชีวิตนี้
ก็เก็บกวาดหน่วยสอดแนมนี้จนเกลี้ยง
"เก็บไว้คนหนึ่ง"
เสียงซูมู่สั่งการ
เฉินซาเดินเข้าไป
คุ้ยหาในกองเถาวัลย์
ลากคอไอ้หัวโล้นออกมา
มันโดนดูดไปครึ่งชีวิต
แก้มตอบ
ตาเหลือก
"อย่า... อย่าฆ่ากู..."
ไอ้หัวโล้นร้องขอชีวิตเสียงอ่อย
เฉินซาหิ้วมันเหมือนหิ้วลูกไก่
เดินมาหยุดตรงหน้าซูมู่
แล้วโยนมันลงพื้น
"ท่านผอ."
"เรียบร้อย"
ซูมู่มองไอ้โล้นที่นอนพะงาบๆ
แล้วมองดู "ปุ๋ย" ล็อตใหม่ที่แขวนอยู่บนกำแพง
พยักหน้าอย่างพอใจ
ผลการใช้งานจริงของเถาวัลย์ดูดเลือด
ดีกว่าที่คาดไว้เสียอีก
นี่มันระบบป้องกันอัตโนมัติชัดๆ
"คนของจักรพรรดิสินะ?"
ซูมู่ใช้ปลายเท้าเขี่ยหน้าไอ้โล้น
ไอ้โล้นตัวสั่นงันงก
"ช... ใช่ครับ..."
"พวกเราคือ... หน่วยลาดตระเวนไฮยีน่า..."
"มา... มาดูลาดเลา..."
"จักรพรรดิอยู่ที่ไหน?"
ซูมู่ถาม
"ใน... ในสนามกีฬาในเมือง..."
"มีคนทั้งหมดกี่คน?"
"ระ... ร้อยกว่าคน..."
"มีรถถังด้วย..."
ไอ้หัวโล้นคายความลับออกมาหมดเปลือก
กลัวจนเยี่ยวราด
ซูมู่ฟังจบ
ครุ่นคิด
สนามกีฬา
คนร้อยกว่าคน
รถถัง
ดูเหมือนไอ้จักรพรรดินี่
จะมีของดีอยู่พอตัว
แข็งแกร่งกว่าไอ้หัวทองนั่นเยอะ
"เอามันไปเก็บ"
ซูมู่โบกมือ
"ส่งไปห้องหมายเลข ๒"
"ตรงนั้นขาดสมาชิกใหม่อยู่พอดี"
"ให้มันได้เพลิดเพลินกับ"
"บริการของ 'ภูเขาศพทะเลเลือด' อย่างเต็มที่"
"ค่ะ!"
เฉินซาลากตัวไอ้โล้นออกไป
เสียงกรีดร้องจางหายไปในความเงียบ
ซูมู่ยืนอยู่ที่เดิม
มองดูเงาเมืองในหมอกไกลๆ
ตรงนั้น
ตึกระฟ้าสูงตระหง่าน
รายล้อมด้วยหมอกหนา
นั่นคือพื้นที่ระดับ ๓
เมืองร้าง
ที่นั่นมีทรัพยากรมากกว่า
มอนสเตอร์โหดกว่า
และมีคนที่เรียกตัวเองว่า "จักรพรรดิ"
รอให้เขาไปเก็บเกี่ยว
"แรงงานเป็นร้อยคน..."
ซูมู่เลียริมฝีปาก
แววตาฉายแววโลภ
"ถ้าจับมาได้หมด"
"สวนสนุกของฉัน"
"จะขยายได้ขนาดไหนกันนะ?"
"ดูท่าทาง"
"คงต้องเป็นฝ่ายบุกบ้างแล้วล่ะ"
การตั้งรับไม่ใช่สไตล์ของซูมู่
ในเมื่ออีกฝ่ายยื่นกรงเล็บเข้ามาแล้ว
เขาก็จะตัดมันทิ้งซะ
และถือโอกาส
ถล่มรังมันให้ราบไปด้วยเลย
"เฉินเสวี่ย!"
ซูมู่หยิบวิทยุขึ้นมา
"ค่ะ!"
"แจ้งห้องแล็บ"
"เอา 【รุ่งอรุณหมายเลข ๑】 ที่ทำเสร็จแล้วทั้งหมด"
"ลงขายในตลาด"
"ก่อนออกเดินทาง"
"ฉันจะอัปเกรดอุปกรณ์ให้เต็มแม็กซ์"
"แล้วก็"
ซูมู่เหลือบมองกำแพงสีเลือดนั้น
มีผลโลหิตสุกงอมอยู่สิบกว่าลูกแล้ว
"ไปเก็บผลไม้มา"
"แจกจ่ายให้พวกแรงงาน"
"อิ่มท้องแล้ว"
"จะได้มีแรงไปรบ"
สายลมพัดแรง
พัดผ่านดอกตูมโลหะบนหอคอยกระจายเสียง
แว่วเสียงเพลงทุ้มต่ำดังคลอเบาๆ
มันคือบทเพลงนำร่องสู่สงคราม
และยังเป็น... แตรสัญญาณแห่งการล่า