- หน้าแรก
- ฝ่าสมรภูมิสายลับ
- บทที่ 9 คำเชิญให้ช่วย
บทที่ 9 คำเชิญให้ช่วย
บทที่ 9 คำเชิญให้ช่วย
โมโหแล้วลุกหนีเพื่อแสดงออกว่าไม่ชอบคนญี่ปุ่นหรือ
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉู่ซินผูควรทำในตอนนี้ การกระทำเช่นนั้นมีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียด ไม่สะดวกต่อการติดต่อในภายภาคหน้า
ต้องไม่สนิทเกินไป แต่ก็ต้องไม่เหินห่างจนเกินงาม ประจวบเหมาะกับเรื่องเข้าใจผิดที่ทำให้เขาต้องลาออกจากงานหนังสือพิมพ์ ฉู่ซินผูคิดว่าน่าจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้
“คุณหมออิโนอุเอะ ขอบคุณมากครับสำหรับอาหารมื้อนี้ ถือว่าเราหายกันแล้วนะครับ” ฉู่ซินผูเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
ความหมายที่ซ่อนอยู่คือ เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนญี่ปุ่นมากไปกว่านี้
เขาไม่ได้ช่วยกู้ชื่อเสียงให้คลินิก แถมยังต้องตกงาน แต่อิโนอุเอะ โคอิจิก็เลี้ยงข้าวตอบแทนแล้ว ถือว่าไม่มีใครติดค้างใคร
อิโนอุเอะ โคอิจิย่อมเข้าใจความนัย แต่ไม่ได้ตอบโต้ เพียงยิ้มแล้วชวนทานอาหารต่อ
ซากุราบะ ยูมิไม่ได้พูดอะไรมาก เธอนั่งเงียบๆ เพียงแต่คอยลอบมองฉู่ซินผูเป็นระยะ แม้แต่จะช่วยตักกับข้าวให้ก็ยังดูเขินอาย
ระหว่างมื้ออาหาร อิโนอุเอะ โคอิจิชวนคุยขึ้นว่า “คุณฉู่ ตอนนี้ทำงานที่ไหนหรือครับ”
“คุณหมออิโนอุเอะล้อผมเล่นหรือเปล่า ผมมันคนว่างงานครับ”
“อยู่บ้านเฉยๆ คงอึดอัดแย่ใช่ไหมครับ” รอยยิ้มบนใบหน้าหมอยิ่งชัดเจนขึ้น
“คุณหมอจะซ้ำเติมผมหรือครับ” ฉู่ซินผูยอมรับอย่างเปิดเผย
“คุณฉู่ สนใจมาช่วยงานที่คลินิกสักสองสามวันไหมครับ”
“คุณหมออิโนอุเอะ ผมเข้าใจเจตนาดีของคุณนะ แต่ผมไม่มีความรู้เรื่องงานในคลินิกเลย”
“แค่มาช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ครับ ผมตั้งใจจะเปิดรักษาฟรี แจกยาฟรี เพื่อกู้ชื่อเสียงคลินิกคืนมา ถึงตอนนั้นคงยุ่งมาก ผมกลัวยูมิคนเดียวจะรับมือไม่ไหว”
“รักษาฟรี แจกยาฟรีหรือครับ” ฉู่ซินผูทวนคำ
“ใช่ครับ เลยอยากให้คุณฉู่มาช่วย อีกอย่างผมต้องรบกวนฝีมือการเขียนของคุณฉู่ ช่วยเขียนประกาศติดไว้หน้าคลินิกด้วย” อิโนอุเอะ โคอิจิกล่าวอย่างเป็นกันเอง
ไปช่วยงานที่คลินิก?
เห็นว่าเขาตกงานเลยยื่นมือเข้าช่วย?
ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ อิโนอุเอะ โคอิจิเพียงต้องการดึงฉู่ซินผูมาไว้ใกล้ตัว เพื่อสังเกตการณ์ว่าเขาเป็นคนที่ ‘ใช้งานได้’ หรือไม่
หากไม่ใช่ หลังจากจบงานนี้ ก็คงทางใครทางมัน
แต่หากใช่!
เขาก็จะแนะนำฉู่ซินผูให้กับ ‘เบื้องบน’ ให้ทางนั้นเป็นคนติดต่อทาบทาม ส่วนตัวเขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก
เพราะอิโนอุเอะ โคอิจิเปิดเผยตัวตนไม่ได้ คลินิกอิโนอุเอะยิ่งต้องปิดเป็นความลับ ดังนั้นฉู่ซินผูจึงไม่มีทางได้ทำงานที่นี่ถาวร
การให้มาช่วยงานครั้งนี้ เป็นเพียงการทดสอบเท่านั้น หากฉู่ซินผูเป็นคนมีฝีมือ สุดท้ายเขาจะไปทำงานที่ไหน อิโนอุเอะ โคอิจิก็สุดจะรู้
เมื่อได้รับคำเชิญ ฉู่ซินผูเริ่มลังเล
หากตอบตกลง ย่อมเป็นโอกาสดีในการสร้างความสัมพันธ์
แต่ก็อาจดูเหมือนอยากสนิทสนมจนเกินงาม
ครั้นจะปฏิเสธ โอกาสก็อาจหลุดลอยไป น้ำขึ้นให้รีบตัก หากพลาดครั้งนี้ ไม่รู้จะต้องรออีกเมื่อไหร่ถึงจะได้จังหวะเหมาะเจาะแบบนี้อีก
เห็นเขาลั่งเล ซากุราบะ ยูมิก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “คุณฉู่ ช่วยฉันเถอะนะคะ ถือว่าช่วยคลินิกด้วย”
ดวงตาคู่สวยฉายแววเว้าวอน ยากที่จะปฏิเสธ
ฉู่ซินผูจึงตามน้ำ พยักหน้าตอบรับ “งั้นผมจะมาช่วยสักสองสามวัน ถือเป็นการชดเชยความเสียหายให้คลินิกก็แล้วกันครับ”
“ขอบคุณครับ” อิโนอุเอะ โคอิจิกล่าวขอบคุณ ซากุราบะ ยูมิเองก็ดูดีใจไม่น้อย
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อออกจากร้านอาหาร ฉู่ซินผูตกลงกับอิโนอุเอะ โคอิจิว่าจะไปเริ่มงานที่คลินิกในวันพรุ่งนี้
เมื่อกลับถึงบ้าน หลังจากหลบเลี่ยงคำถามซอกแซกของแม่ เขาก็เก็บตัวอยู่ในห้องพร้อมความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัว
การเข้าหาอิโนอุเอะ โคอิจิ จะมีประโยชน์จริงหรือ?
หลังจากกองทัพญี่ปุ่นยึดเจียงเฉิงได้แล้ว อิโนอุเอะ โคอิจิจะช่วยอำนวยความสะดวกให้งานแฝงตัวของเขาได้หรือไม่?
เส้นสายของอิโนอุเอะ โคอิจิ จะนำมาใช้ประโยชน์ได้ไหม?
เส้นสายของเขา แข็งแกร่งพอจะเชื่อมโยงไปถึงกองทัพญี่ปุ่นได้หรือไม่?
คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวของฉู่ซินผูทีละข้อ
เป้าหมายในการเข้าหาอิโนอุเอะ โคอิจิ ก็เพื่องานแฝงตัวในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
แต่จากการสัมผัสเพียงสั้นๆ ดูเหมือนอิโนอุเอะ โคอิจิจะไม่ได้กว้างขวางนัก ขนาดคลินิกมีปัญหาก็ยังไม่มีคนญี่ปุ่นหน้าไหนยื่นมือมาช่วย
ข้างกายเขาก็มีแค่ซากุราบะ ยูมิ เด็กสาวรุ่นๆ แบบนี้ยิ่งไม่ต้องหวังพึ่งพาเส้นสายอะไร
แล้วยังจะคุ้มค่าที่จะเข้าหาอีกหรือ?
คิดไปคิดมา ฉู่ซินผูก็ตัดสินใจลองดูสักตั้ง
อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่รู้จักคนญี่ปุ่นคนอื่น การเริ่มจากอิโนอุเอะ โคอิจิ ถือเป็นการฝึกรับมือกับคนญี่ปุ่นไปในตัว
ต่อให้อิโนอุเอะ โคอิจิจะช่วยงานแฝงตัวไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตร่วมกับคนญี่ปุ่นได้เร็วขึ้น
ความคิดสับสนวุ่นวายติดตามฉู่ซินผูเข้าสู่ห้วงนิทรา เช้าวันรุ่งขึ้น หลังทานมื้อเช้า เขาก็มุ่งหน้าไปรายงานตัวที่คลินิก
ในเมื่อรับปากแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่ การอู้งานไม่ใช่พฤติกรรมที่จะสร้างความประทับใจได้
เมื่อผลักประตูคลินิกเข้าไป ซากุราบะ ยูมิก็ยิ้มต้อนรับทันที “คุณฉู่ มาแล้วหรือคะ”
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณยูมิ”
“ทานข้าวมาหรือยังคะ”
“เรียบร้อยแล้วครับ ไม่ต้องลำบาก”
“อย่างนั้นหรือคะ” น้ำเสียงของซากุราบะ ยูมิเจือความผิดหวังเล็กน้อย ความจริงเธอเตรียมอาหารมาเผื่อ แต่ตอนนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะนำออกมาให้
ฉู่ซินผูดูออก แต่เขาต้องการใช้ประโยชน์จากอิโนอุเอะ โคอิจิมากกว่า ส่วนเรื่องซากุราบะ ยูมิ เขาไม่อยากสานสัมพันธ์ให้ยุ่งยาก
“คุณหมอล่ะครับ”
“อีกเดี๋ยวคงมาค่ะ”
“งั้นผมเขียนประกาศก่อนเลยละกัน กระดาษกับพู่กันอยู่ไหนครับ”
“เดี๋ยวฉันหยิบให้ค่ะ” ซากุราบะ ยูมิทำงานคล่องแคล่ว มีประสิทธิภาพ ไม่ลนลานและเป็นระเบียบ
กระดาษและพู่กันถูกวางเตรียมไว้บนโต๊ะ รอให้ฉู่ซินผูลงมือ
เนื่องจากเป็นประกาศแผ่นใหญ่ จึงต้องใช้พู่กันเขียน
แต่ไม่ได้ใช้แท่งหมึกฝน ใช้หมึกสำเร็จรูปจุ่มเขียนจะสะดวกกว่า
เนื้อหาในประกาศเรียบง่าย เพียงแจ้งเรื่องการรักษาฟรีและแจกยา ไม่ต้องใช้ถ้อยคำสละสลวย เพียงให้อ่านเข้าใจง่ายเป็นพอ
เคยผ่านงานหนังสือพิมพ์มา เรื่องแค่นี้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
ปลายพู่กันตวัดอย่างลื่นไหล ตัวอักษรไม่กี่บรรทัดก็ปรากฏเด่นชัดบนหน้ากระดาษ ไม่ได้อวดลวดลายวิจิตรบรรจง แต่เน้นความเรียบง่ายอ่านสบายตา
“ลายมือสวยจังเลยค่ะ” ซากุราบะ ยูมิเอ่ยชมอย่างทึ่งๆ
ฉู่ซินผูวางพู่กันลง ยิ้มตอบ “พอไปวัดไปวาได้ครับ”
ลายมือพู่กันของเขาถือว่าพอใช้ได้ เทียบกับปรมาจารย์คงไม่ได้ แต่ใช้งานทั่วไปก็เหลือเฟือ
“จะให้ติดตรงไหนครับ”
ซากุราบะ ยูมิละสายตาจากตัวอักษร ตอบว่า “ติดไว้หน้าประตูได้เลยค่ะ”
เธอเรียนภาษาจีนจนแตกฉาน พูดได้อ่านได้ แต่เรื่องเขียนพู่กันนี่ยังไงก็ฝึกไม่สำเร็จ
จึงไม่แปลกที่เธอจะทึ่งในลายมือของฉู่ซินผู
เมื่อออกมาหน้าประตู ซากุราบะ ยูมิเตรียมแป้งเปียกไว้พร้อมสรรพ
ขณะกำลังจะแปะประกาศ อิโนอุเอะ โคอิจิก็มาถึงคลินิกพอดี
“คุณฉู่ มาเช้าจังนะครับ”
“คุณหมอครับ เรียกผมว่าซินผูเถอะครับ ขืนเรียกคุณๆ ผมๆ แบบนี้ เดี๋ยวคนไข้จะนึกว่าผมเป็นหมอ จะยุ่งกันใหญ่”
ฉู่ซินผูพูดติดตลก ทำเอาอิโนอุเอะ โคอิจิอดยิ้มไม่ได้
“คุณหมอครับ ช่วยดูหน่อยว่าติดตรงนี้โอเคไหม”
“ขยับซ้ายอีกนิดครับ... ใช่ครับ ตรงนั้นแหละ”
เมื่อติดประกาศเสร็จ ทั้งสามคนก็กลับเข้ามาในคลินิกเพื่อรอคอยผลลัพธ์
อิโนอุเอะ โคอิจิกลับเข้าห้องตรวจ ซากุราบะ ยูมิประจำที่เคาน์เตอร์ ส่วนฉู่ซินผู่นั่งรอที่ม้านั่งยาวในโถงพักคอย
ซากุราบะ ยูมิเขย่งปลายเท้าชะเง้อมองไปที่ประตูคลินิก ในใจตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่รู้ว่าวิธีรักษาฟรีนี้จะได้ผลหรือไม่