- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับไปรวย ด้วยระบบลับฉบับคนธรรมดา
- บทที่ 8 ในตัวอำเภอ
บทที่ 8 ในตัวอำเภอ
บทที่ 8 ในตัวอำเภอ
ฟางคุนมองอยู่ข้างๆ ในใจพึมพำว่า โอกาสสำเร็จแปดส่วนเชียวรึ สองส่วนที่เหลือนั่นแหละที่จะทำให้เรื่องเสีย
ดูจากท่าทีไม่เต็มใจของพี่สาวเขาก็รู้แล้วว่าเธอไม่ถูกใจ
เป็นไปตามคาด เพียงไม่นานเธอก็กลับมา แต่กลับไม่เห็นเงาของจ้าวซูหลี่
“พ่อคะ คนคนนี้หนูไม่ชอบ หนูบอกให้เขาไม่ต้องมาอีกแล้ว”
“แกไม่ชอบ แกไม่ชอบ ชอบแล้วมันกินได้หรือไง? เขาทั้งมีการศึกษา พี่ชายที่บ้านก็แต่งงานแล้ว มีเพียงน้องสาวคนเดียว พ่อแม่ก็พูดจาง่าย แกไม่พอใจเขาตรงไหนกันหา?”
ฟางหงเชิดคอ “เขาตาเล็ก หนูไม่ชอบคนตาเล็ก!”
“แก!”
“พอแล้วๆ ดูตัวเป็นเรื่องดีแท้ๆ ทำไมถึงต้องโมโหกันด้วยล่ะ ถ้าไม่เหมาะสมจริงๆ ก็ค่อยหาใหม่สิ ให้คนนอกได้ยินจะพากันหัวเราะเยาะเอา”
เหลียงอิงเสียออกมาไกล่เกลี่ย ฟางหงตาแดงก่ำ น้องสาวฟางอี๋ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ส่วนฟางไห่กลับมีท่าทีครุ่นคิด ใบหน้ามีความกังวลเล็กน้อย
“คิดอะไรอยู่”
“พ่อเราตำหนิหยางเสวียปิงสารพัด แต่ฐานะบ้านเราก็ไม่ได้ดีอะไรมากมายนัก แกบอกสิว่าถ้าต่อไปฉันหาเมีย แล้วพ่อตาไม่ชอบฉันขึ้นมาจะทำยังไง?”
ฟางคุนพิจารณาเขาอย่างจริงจัง “น่าหนักใจแทนเลยแฮะ นายต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดส่วนตัวให้มากขึ้น อย่ามอมแมมทั้งวัน ฐานะบ้านเราแบบนี้ พี่ใหญ่ยังไม่ออกเรือน นายก็ไม่ต้องรีบแต่งงานหรอก แล้วพ่อตาไม่ชอบนั่นก็เป็นเรื่องของพ่อตา นายเองหน้าด้านเข้าไว้ ต้นไม้ไร้เปลือกต้องตายแน่แท้ คนไร้ยางอายใต้หล้าไร้เทียมทานไม่ใช่เหรอ ตื๊อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้เอง”
ฟางไห่ทำหน้างงงวย “คนไร้ยางอาย ใต้หล้าไร้เทียมทาน?!”
“จะรักษาหน้าไปทำไม เป็นฉัน ฉันไม่สนหน้าตาอะไรนั่นหรอก ถ้าถูกบีบคั้นจริงๆ ก็ชิงสุกก่อนห่ามไปเลย”
“...”
ฟางคุนไม่ได้โม้ เพราะในชาติที่แล้วพี่ชายของเขาทำแบบนี้จริงๆ ถึงพี่ชายเขาจะรักหน้าตา แต่เรื่องแบบนี้เขาก็กล้าทำจริงๆ
ท้องของหญิงสาวก็ป่องขึ้นมาแล้ว มองดูแล้วก็โตขึ้นทุกวันๆ พ่อตาก็ได้แต่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ด่าทอ ตบตี อาละวาดไปหนึ่งยก แต่สุดท้ายจะทำอะไรได้ ก็ต้องหลับหูหลับตาให้แต่งงานไปอยู่ดี
เรื่องดูตัวพักไว้ก่อน ฟางฮั่นหมินเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จ้องมองลูกชายทั้งสองของตนเอง
“ได้ยินคนพูดกันว่า เมื่อวานพวกแกเก็บเงินคนละหนึ่งเหมา สอนเด็กๆ ในหมู่บ้านเข้าป่าไปวางกับดัก ช่างเหลวไหลสิ้นดี เงินล่ะ?”
ฟางไห่มองไปที่น้องชายของตนอย่างลนลาน เขาเกรงกลัวพ่อของตนเองที่สุด เพราะตอนเด็กๆ เขาโดนตีบ่อยที่สุด
ส่วนฟางคุนกลับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ทำทีเป็นหยิบออกมา แต่จริงๆ แล้วคือหยิบธนบัตรใบละเหมาที่จัดเรียงไว้อย่างดีออกมาจากมิติ
“ทั้งหมดสิบหยวนสี่เหมาครับ”
“เตรียมไว้ซื้อหนังสือเรียนจริงๆ เหรอ?”
“หนังสือเรียนส่วนใหญ่ผมน่าจะยืมจากอาจารย์ของผมได้ครับ แค่หาข้ออ้าง เพื่อให้พวกเขายอมจ่ายเงิน”
เปลือกตาของฟางฮั่นหมินกระตุกอย่างรุนแรง ทำไมจู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าลูกชายแต่ละคนของเขานี่ไม่มีใครทำให้สบายใจได้เลย
เหลียงอิงเสียผู้เป็นแม่เดินเข้ามาใกล้ อุทานออกมาว่า “สิบหยวน! เก็บไว้ในกระเป๋าแบบนี้ ไม่กลัวหายหรือไง”
พ่อของเขาหนึ่งปีมีรายได้ในนามแค่สองร้อยหยวน ผู้หญิงเจ็ดแต้มแรงงานยิ่งได้น้อยกว่านั้น พอหักลบกับค่าธัญพืช ค่าตั๋วปันส่วน และอะไรต่อมิอะไรจิปาถะแล้ว ก็แทบไม่เหลืออะไร
เงินสินสอดสำหรับฟางไห่กับเขา ตามราคาตลาดตอนนี้ ต่อให้จนแค่ไหนคนหนึ่งก็ต้องใช้อย่างน้อยสามสี่ร้อยหยวน เรื่องเฟอร์นิเจอร์ไม่ต้องคิดเลย ตอนที่พี่ชายเขาแต่งงาน ขอยืมหีบเก็บของมาเป็นหน้าเป็นตา ร่วมมือกับเจ้าสาวเพื่อหลอกพ่อตา พอแต่งงานเสร็จก็ต้องรีบเอาไปคืนทันที
นอกจากเตียงไม้แล้ว นั่นก็คือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียวในเรือนหอ ผ้าห่มนวมก็นำฝ้ายเก่ามายีทำขึ้นใหม่
ด้วยสภาพแบบนี้ ฝ่ายหญิงก็ยังเต็มใจแต่งเข้ามา เรียกได้ว่าการแต่งงานในยุคนี้ช่างเรียบง่ายเหลือเกิน สิ่งที่มองคือตัวบุคคล ไม่ใช่ฐานะ
ฟางคุนคิดว่าพ่อของเขาจะยึดเงินคืนไป แต่ก็น่าแปลกที่พ่อของเขาไม่ได้ยึดเงินไป
“ต่อไปเรื่องแบบนี้ทำให้น้อยลงหน่อย ถ้าถูกคนอย่างพ่อของหยางเสวียปิงจับจ้องเข้า จะต้องโดนลอกหนังแน่ๆ ในหมู่บ้านมีคนตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ไม่น้อย หนังสือเรียนที่ว่านั่นต้องหามาให้ได้ล่ะ” ผู้เป็นพ่อไม่ลืมที่จะเหน็บแนมอีกฝ่ายไปพร้อมกับการสั่งสอน
“ผมทราบแล้วครับพ่อ”
เมื่อนำหนังสือเรียนกลับมาแล้ว เงินก็ไม่ต้องคืน หากยักยอกไว้โดยไม่มีหนังสือเรียนมาแสดง ถูกคนที่มีเจตนาร้ายจับได้เข้า จะถูกเล่นงานเอาได้ง่ายๆ
“มานี่ มานี่ เอาเงินมาให้แม่เย็บติดไว้ในกางเกงกันหนาวของแก” เหลียงอิงเสียฉวยเงินไปเก็บไว้อย่างรวดเร็ว
ฟางคุนทำอะไรเธอไม่ได้ เพราะเงินของแม่เขาก็ซ่อนไว้ในเสื้อผ้าชั้นในแบบนี้แหละ ปลอดภัยที่สุด
กลุ่มคนที่พากันเข้าป่า บ้างก็ได้ของติดไม้ติดมือกลับมา บ้างก็กลับมามือเปล่า เวลาผ่านไปหนึ่งวัน การเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงก็สิ้นสุดลงแล้ว หลายคนจึงว่างงานอยู่ที่บ้าน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ตอนที่ฟางคุนจะเข้าอำเภอ ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านก็บังเอิญเจอกับกลุ่มคนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในป่า
มีคนถามขึ้นว่า “ฟางคุน นี่แกจะออกจากหมู่บ้านเหรอ?”
ฟางคุนตั้งใจพูดเสียงดัง “จะไปซื้อหนังสือเรียนสำหรับทบทวนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เดี๋ยวใครอยากยืมก็มาขอยืมจากฉันได้”
พูดจบก็เดินก้าวยาวๆ ออกจากหมู่บ้านไป ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ฟ้าเพิ่งจะสาง เพราะต้องไปเยี่ยมอาจารย์สมัยมัธยมปลาย กว่าจะสลัดพี่สาวกับพี่ชายที่อยากจะตามเข้าอำเภอไปด้วยได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ
หมู่บ้านของพวกเขาอยู่ไกลจากตัวอำเภอมาก หากระหว่างทางไม่เจอรถลากลาหรือรถม้า เท้าของเขาคงต้องทรมานอย่างแสนสาหัส
เมื่อออกจากหมู่บ้านมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็ยื่นมือออกไป ที่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางของมือซ้ายก็ปรากฏมวนบุหรี่ขึ้นมา
คาบเข้าปาก หยิบไม้ขีดไฟที่เตรียมไว้ออกมาจุด สูดเข้าไปลึกๆ หนึ่งที รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อสูบบุหรี่หมดแล้ว มือขวาก็หยิบแอปเปิลออกมาลูกหนึ่ง นี่คือของที่ออกมาจากช่องไอเทมใหม่ กรอบ หวาน สดชื่นอย่างที่สุด
เขาโชคดีมาก ระหว่างทางเจอรถม้าลากอิฐว่างอยู่พอดี บุหรี่มวนเดียวก็ทำให้เขาได้ติดรถไปด้วยอย่างราบรื่น
เมื่อถึงตัวอำเภอก็เป็นเวลาสายแล้ว ดวงอาทิตย์ลอยอยู่สูงเหนือศีรษะ ส่องแสงให้ความอบอุ่นแก่ผู้คน
แม่ของเขาเตรียมเสบียงแห้งมาให้สำหรับหนึ่งวัน เพราะกลัวว่าเขาจะหิว เป็นแป้งปิ้งข้าวโพดห้าแผ่น ฟางคุนกินไปแล้วสองแผ่นระหว่างทาง
ตัวอำเภอในปี 77 แถมยังเป็นอำเภอเล็กๆ ที่ห่างไกลจนไม่สามารถห่างไกลไปกว่านี้ได้อีกในพื้นที่ตอนในของประเทศ พูดถึงความเจริญรุ่งเรืองก็คงไม่มี แต่ก็ยังดีกว่าในหมู่บ้านมากนัก
ก่อนปี 81 อำเภอของพวกเขายังไม่มีห้างสรรพสินค้าที่สูงเกินห้าชั้น อยากซื้อของก็ยังต้องไปที่ร้านสหกรณ์เท่านั้น
ฟางคุนเรียนมัธยมปลายที่ในอำเภอนี่แหละ จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่อะไรมากนัก แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปบ้านอาจารย์สวี่โดยตรง ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ไปใกล้ๆ เที่ยง เผลอๆ อาจจะได้กินข้าวฟรีสักมื้อ
สายลมแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศกำลังจะพัดมา อำเภอเล็กๆ แห่งนี้ในช่วงแรกคงจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง เขาตั้งใจจะเดินดูก่อน
ตัวอำเภอไม่ใหญ่ ใช้เวลาเดินหนึ่งชั่วโมงก็สามารถเดินทั่วถนนสายหลักได้แล้ว
ร้านอาหารของรัฐ ฟางคุนอยากจะเข้าไปสั่งกับข้าวที่เป็นเนื้อสักสองสามอย่าง สั่งข้าวสวยร้อนๆ หอมๆ สักชามใหญ่ กินจนเดินไม่ไหว น่าเสียดายที่เขาไม่มีตั๋วปันส่วน ตอนนี้มีเงินก็ใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่าง
โดยเฉพาะพนักงานในร้านอาหารของรัฐ ไม่ชายตาแลคุณเลยแม้แต่น้อย คำกล่าวที่ว่า ‘มีเงินคือพระเจ้า’ ในยุคนี้ใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด
เดินเตร็ดเตร่อยู่รอบหนึ่ง ตัวอำเภอก็ยังคงเป็นตัวอำเภอเหมือนเดิม แต่เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนของเขากลับเรียกสายตารังเกียจจากเด็กหนุ่มหลายคน
ใกล้เที่ยง ฟางคุนก็เทของออกจากถุงที่แม่ใส่เสบียงแห้งมาให้ แป้งปิ้งข้าวโพดถูกเก็บเข้าไปในมิติ หาซอกมุมที่ไม่มีคน แอปเปิลสีแดงสดหกเจ็ดลูกก็ปรากฏขึ้นมาในถุงจากความว่างเปล่า
ไปพบอาจารย์ของตนเอง เผลอๆ อาจจะต้องขอข้าวเขากินสักมื้อ จะไปมือเปล่าได้อย่างไร
ที่สำคัญคือ ในช่วงมัธยมปลายของฟางคุน อาจารย์สวี่มีอิทธิพลและให้ความช่วยเหลือเขาไว้อย่างมหาศาล
(จบตอน)