เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 145: Roy, Rose (1)

Chapter 145: Roy, Rose (1)

Chapter 145: Roy, Rose (1)


Chapter 145: Roy, Rose (1)

สิ่งที่ผมต้องการที่สุดก็คือข้อมูล ผมต้องการรู้ว่าผมพลาดอะไรไประหว่างที่ไม่ได้อยู่ที่โลก พลังที่น่ากลัวมากที่สุด..มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเคลื่อนไหวโดยไม่ทราบการเคลื่อนไหวของเทวดาหรือดีม่อน.

และลิซปาการามเป็นคนที่เหมาะที่สุดที่จะถามเกี่ยวกับเรื่องนี้.

ปาการาม!

ผมจำได้.

เขาเป็นนักวิจัยชีวิต ไม่ใช่ว่าเป้าหมายของเขาคือการสร้างโอมุนครูสหรอกหรอ?

"ผมจะทำตาม สัญญาแม้ว่าจะมาสายไปนิด.”

"ไม่เป็นไร แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับโอมุนครูสแต่ผมก็ได้สร้างอะไรที่มันก้าวหน้าด้วยต้วของผมเอง.”

ห้องทำงาน.ผมสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนเพื่อที่เขาจะได้สร้างโอมุนครูสต่อไป อย่างไรก็ตามผมก็ได้ใช้เวลาโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นเวลา1.8ปีในโลกเบื้องล่าง แต้มไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นเขาเลยไม่อาจจะได้ทำวิจัย.

ถึงกระนั้นปาการามก็ไม่ใช่ไม่พอใจ เขาดูเหมือนกับว่าไม่ค่อยสนใจมัน.

ผมหันไปมองเด็กทั้งสองคนข้างปาการาม.

"เด็กพวกนี้?"

"ผมเป็นอาจาร์ยพวกเขา พวกเขามีการเรียนรู้ที่เร็วมากและน่าทึ่ง ตอนนี้ทำไมไม่แนะนำตัวหน่อยหล่ะ?”

ผิวคล้ำและหูแหลม เด็กสองคนนี้น่าจะเกิดมาประมาณ4-5ปี.

มันเป็นเรื่องบังเอิญหรอที่พวกเขาเป็นฝาแฝด แต่พวกเขาก็ดูคุ้นๆเหมือนกัน.

ในหมู่พวกเขาเด็กหญิงเดินออกมาแนะนำตัวก่อนและโค้งคำนับ.

"สวัดดี ดันเจี้ยนมาสเตอร์ หนูชื่อโรส ได้ยินว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่มาสเตอร์ตั้งให้ รู้สึกเป็นเกรียติอย่างยิ่ง.”

“ผะ-ผมชื่อรอย.”

พวกเขาสองคนออกอาการประหม่า.

‘พวกเขาโตได้ขนาดนี้แล้ว’

ตอนที่ผมจำได้ว่าพวกเขาพึ่งเกิดใหม่ๆ

ไม่นานหลังจากที่พวกเขาเกิดผมได้ตั้งชื่อพวกเขา ผมตั้งชื่อด้วยตนเอง แต่ตอนนี้รู้สึกแตต่าง

โรสเงยหน้ามองด้วยสายตาเบิกกว้าง

"ราชินีที่ได้ดูแลได้บอกกับหนูว่า หนูจะต้องเรียนรู้ให้ไวที่สุดเพื่อที่จะได้ช่วยงานมาสเตอร์ได้ไวที่สุด แม้ว่าจะมีปัญหานิดหน่อยเนื่องจากว่าโรสยังเป็นเด็ก.”

"ผ-ผมด้วย..”

ผมหัวเราะนิดหน่อย เด็กหญิงตัวเล็กๆที่กำลังพูดเรื่องตลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาที่ไม่ยอมแพ้ ผมความหวังว่าเมื่อเธอโตขึ้นความมั่นใจนี้จะยังคงอยู่.

"มันยอดเยี่ยม”

"แก้ไขนิด เด็กเหล่านี้มีเพียงอย่างเดียวคือเรียนรู้ได้ไวกว่าคนอื่น เด็กเหล่านี้ช่วยได้อย่างมากในการวิจัยของผม แม้ว่ารอยจะมีลักษณะที่ขี้อายเล็กน้อยแต่มันก็สามารถแกไขได้?”

ในการประมูลครั้งที่สามผมได้ซื้อสกิลที่เรียกว่า การติดต่อทางจิตของฝาแฝด ผทจะเชื่อมั่นมากกว่านี้หากได้ตรวจสอบอีกครั้ง.

เห็นได้ชัดว่าสกิลได้รับการเรียนรู้อย่างประสบความสำเร็จทำให้เกิดความสามารถมากขึ้น.

“กาปาราม ผมได้ยินมาว่าคุณสามารถช่วยผมได้ คุณช่วยได้อย่างไร?”

นี่เป็นเหตุผลที่ผมมาพูดคุยกับเขา.

เมื่อผมถามอย่างจริงจังปาการามก็มอบหนังสือให้ผม

"ก่อนอื่นเลย โปรดรับสิ่งนี้ นี่คือหนังสือที่ผมจดบัญทึกงานที่ผ่านมาและความคิดของผม คุณอาจจะเติมเต็มช่องว่างได้บางส่วน.”

ผมเปิดหนังสือและเห็นสิ่งต่างๆเช่นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันสิ่งที่เกิดขึ้นในดันเจี้ยนและการสำรวจจากภายนอก แม้แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพอากาศก็ถูกเขียนขึ้น.

ปาการามพูดและเริ่มยิ้มน้อยๆ.

"ผมเป็นนักวิจัย ผมชอบเก็บบันทึกทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรโดยเฉพาะดันเจี้ยนเพราะสถานที่นี้เรียกว่าโลกเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ไม่มีหัวข้อที่กำหนด แต่ควรจะเพียงพอที่จะเติมช่องว่างให้กับคุณ.”

"ก็พอช่วยได้.”

ข้อมูลนี้มาก ดูเหมือนจะใช้เวลาสองถึงสามวันในการอ่าน.

ฉันกำลังอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อปาการามเงียบและพึมพำเบาๆ.

“และ..คุณจำ M3 ได้ไหม?”

"โกเลมตัวนั้นที่ผมซื้อมาตอนประมูล?”

ผมหันหน้าไปตอบ.

มันเป็นรุ่นที่สมบูรณ์ของ M1 และ M2 ชื่อว่า โกเลม แต่มันดูคล้ายอัศวินเทียม แน่นอนผมจำมันได้.

อย่างไรก็ตามผมไม่รู้ว่าทำไมชื่อนี้จึงถูกกล่าวถึงในขณะนี้ มันไม่ได้รับบาดแผลรุนแรงเหมือนกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอื่นๆ ปาการาม พูดต่อแม้ว่าเขาจะสับสน.

"ผมได้ซ่อมแซมและปรับปรุงทุกครั้งที่เขาพัง.”

Tak!

เขาตบมือและอัศวินที่มีดวงตาสีแดงก็เดินออกมา.

อย่างไรก็ตามมันถูกปกคลุมด้วยเขม่า มีรอยแตกมากมายบนตัวมันแม้ว่าจะเป็นนิ้วของมันก็ไม่เว้นสักนิ้ว.

ห่า! ผมเดาะลิ้น.

มันน่าแปลกที่เขาพังขนาดนี้แล้วทำไมยังทำงานอยู่.

"มีหลายแผลเลย.”

“ศัตรูทั้งหลายพยายามที่จะทำลายมัน แต่ผมได้ซ่อมแซมให้มันมีชีวิตอยู่ได้ เป็นเหตุให้มันแข็งแกร่งขึ้นมาก เนื่องจากว่าผมได้ปรับแต่งมันให้เหมาะสมกับการต่อสู้หลายๆครั้ง.”

"ปรับแต่ง?”

"ผมได้ซ่อมM3 และ..สิ่งที่ผมทำคือสิ่งที่มนุษย์ใช้คือการเชื่อมต่อหลายๆแกนจะทำให้มันมีพลังมากขึ้น.”

ผมแตะไปที่คาง.

เรื่องของปาการามเป็นส่งที่น่าสนใจมาก.

ที่เทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ อย่างไรก็ตามผมไม่เคยคิดที่จะใช้เกี่ยวกับมัน มันไม่จำเป็นต้องกังวล เมื่อตอนนี้ปาการามได้ใช้มันแล้ว.

"ผมจะไม่บอกเรื่องราวที่ซับซ้อนเหล่านั้น แต่มีการเชื่อมแกน4ตัวเข้าด้วยกันเพื่อให้เขาเคบื่อนย้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รอยและโรสมีประโยชน์อย่างมากที่นี่ ผมได้เชื่อสกิล ติดต่อทางจิตกับแกนของM2-3 จึงเริ่มเติบโตขึ้น.”

“โฮ...”

M3 มันสมบูรณ์แล้ว ไม่มีที่ว่างในการเติบโต มันพูดจากการอธิบายของเขา แสดงว่ากรอบของมันได้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว.

ผมหันไปมองM3และใช้มัทอายเพื่อยืนยัน.

เอกลักษณ์: หุ่นรบรุ่นสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องให้แข็งแกร่งมากไปกวว่านี้แล้ว มันไม่มีความรู้สึกเนื่องจากคววามฉลาดของมัน เป็น0 แต่มันเป็นโกเลมที่ดีที่สุดโดยมีต้นแบบของM1-2

** แกนทั้งสี่ถูกนำมารวมกัน ลิซ ปาการาม ทำให้ M3 มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการใช้งาน

สกิล:พายุ (Ex U), การโจมตีร่วมกัน (Ex U), รอย และ โรส (Ex U)

ชื่อ: M3
สถานะ
Strength 92(+5) Intelligence 0(+41)
Agility 91(+5) Stamina 84(+5)
Magic Power 85(+5)
ศักยภาพ:  (352+61/340)

มีหัวข้อที่ถูกซ่อนไว้ปรากฎออกมา สถานะเพียงๆเปลี่ยนไปเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีสกิลอื่นที่เรียกว่า‘รอยและโรส (Ex U)’.

มันเปลี่ยน ผมไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นไปได้ ผมได้แต่ถูกบังคับให้ตกใจ

'มันเป็นการผสมผสานกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เขาเป็นมันเฉพาะเทคโนโลยีเพียวๆเท่านั้น.’

ในเอกลักษณ์มันก็ถูกเขียนว่าM3สมบรูณ์.

'มันอาจจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์เกิดขึ้นได้หาก โอเว่น ปาการามและราชาคนแคระทำงานร่วมกัน.’

เป็นเรื่องปกติที่ผมจะมีความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ผมไม่สามารถคิดออกเลยว่าพวกเขาสามคยทำงานร่วมกันมันจะมีประสิทธิภาพขนาดไหน.

“รอยและโรส สามารถสนับสนุนM3ได้ มันจะมีประโยชน์อย่างมากในการสู้รบ.”

ผมจำได้ว่าเคยเห็นมันมาก่อน ตอนที่ผมกำลังสู้กับไททันและ4ดีม่อนผมเคยเห็นเกราะเงินแว่บๆเคลื่อนไหว.

รอยและโรสควบคุมมัน ผมมองไปที่พวกเขาด้วยความประหลาดใจ โรสที่ยืดอกรับและรอยที่ก้มหัวอายๆ

"นี่เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัย?”

"มันคล้ายๆกัน ถ้าผมมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมและห้องทำงานผมคิดว่าผมทำให้มันดีกว่านี้ได้.”

“ตกลง งั้นผมจะให้แต้มกับคุณ3ล้านแต้ม.”

"......!"

ปาการามยืนขึ้น.

เขารู้ว่าสามล้านแต้มมีค่าแค่ไหน.

เขาไม่ได้รับความช่วยเหลือเป็นเวลา1.8ปีดังนั้นเขาจึงตื่นเต้น.

“จริง? สามล้านแต้ม...”

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การลงทุน.

"คุณควรทำงานร่วมกับโอเว่นและราชาคนแคระ ช่วยเหลือกันและกัน.”

ปาการาม พูดออกจมูก.

"ถ้าเป็นแค่ราชาคนแคระ แน่นอนว่าผมจะรับการช่วยเหลือ ความชำนาญของเขาเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อโอเว่น.”

“ช่างตีเหล็กทไวไลท์โอเว่น คุณไม่เคยได้ยินเขา?”

"ผมไม่รู้ ผมไม่เคยได้ยินชื่อของเขาในขะณที่ค้นคว้าบนภูเขา ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมก็ได้.”

เป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่รู้แม้ว่าโอเว่นจะมีชื่อเสียงขนาดไหน.

โอเว่นเดิมทีเป็นมนุษย์ และเขาก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในพื้นที่ๆแตกต่างอย่างสิ้นเชิง.

"มันจะเป็นประโยชน์ถ้าคุณทำงานร่วมกัน.”

"หืมม...ฉันจะทำวิจัยร่วมกับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของ ดันเจี้ยนมาสเตอร์.”

เขาเห็นด้วยท่าทางอ่อนน้อม ผมจะดูว่าเขาจะรักษาท่าทีอย่างนี้ต่อไปได้หรือไม่.

"ผมจะปล่อยให้คุณได้ใช้แต้มตามที่ได้รับ คุณสามารถบอกยิฮิได้ว่าคุณต้องการอะไร เธอจะหามาให้.”

"ผมเข้าใจ. คุณจะไม่เสียใจ.”

ปาการามโค้งหัวสั้นๆ

ขณะที่ผมกำลังหันไปปาการามรับพูดว่า.

"โอ้ ผมจะปล่อยผู้ช่วยของผมไป.ผมคงไม่สามารถสอนเขาได้หลังจากที่ได้ห้องทำงาน.เด็กๆตื่นเต้นมากหลังกจาที่ได้เห็นมาสเตอร์.บางทีคุณอาจจะให้เขาช่วยทำะูระเล็กๆน้อยๆได้.พวกเขาสามารถช่วยได้โดยการใช้M3.”

ปาการาม..ผมไม่ได้ใช้เวลาทำความรู้จักนานพอที่จะรู้จักผมดี.

โดยเฉพาะโรสที่กำลังมองผมด้วยสายตาอันแรงกล้า

'รู้วิธีควบคุม M3 จะเป็นประโยชน์.’

พวกเขายังเด็ก แต่ผมไม่คิดว่าจะไร้ประโยชน์.

'ลอร์ดดาร์กเอลฟ์ พวกเขาสามารถเป็นบอสตามชั้นต่างๆได้.’

ผมจำได้ว่าศักยภาพของเด็กสองคนนั้นดีมาก ตามที่คาดไว้ผมได้ตรวจสอบด้วย มัทอาย และพวกเขาเติบโตขึ้นเป็นอย่างดี ถ้าผมช่วยพวกเขาสักนิดแล้วพวกเขาก็จะเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังในอนาคต.

"กองไว้ตรงนั้น.”

ผมพูดอย่างห้วน ๆ

"ผมจะเริ่มสร้างห้องทำงานทันที หลังจากนั้น...”

ปาการามพูดอย่างสุภาพก่อนจะออก.

อย่างไรก็ตามเด็กทั้งสองคนก็ไม่ได้ตามออกไป.

“ตามผมมา.”

"ครับ!"

โรสตอบด้วยเสียงหัวเราะ.

รอย...เขาตอบด้วยเสียงอันดังและเดินตามหลังผม.

มีข้อความมากมายที่ปาการามส่งมาให้ผ่านหนังสือ ข้อมูลต่างๆถูกจัดเรียงไว้ตามวันเวลามีข้อมูลมากมายที่ได้เข้ามาในหัวของผม และผมก็สรุปเป็นช่วงสั้นได้อย่างนี้.

[5 เม.ย. แพนเดอโมเนี่ยมสังเกตเห็นดันเจี้ยนและฝ่ายของเขาเริ่มไม่พอใจ เขาได้ทิ้งคนเฝ้าไว้อยู่รอบๆดันเจี้ยนเอาอาจจะต้องล่าถอย]

[5 เม.ย. เกิดการสู้รบครั้งที่สอง มันถูกป้องกันไว้อย่างปลอดภัย ดีม่อนได้ล้มรอบเกาหลีใต้ทั้งหมด การเคลื่อนไหวของเขาถุกป้องกันไว้หลายครั้ง.]

[18 พ.ค. มนุษย์ได้เริ่มโต้กลับ การโจมตีของดีม่อนชะลอตัว มนุษย์ที่เรียกตัวเองว่ามเวคชึ่งรวมตัวกันในนาม กิลด์ ได้ประกาศสงครามกับดีม่อน.]

[23 ต.ค. เมืองหลวงของเกาหลีใต้ที่เรียกว่า ‘โซล’ ถูกยึด. ในสถานการณ์นี้เหล่าดีม่อนได้จัดทีมเพื่อบุกเขาดันเจี้ยนเต็มรูปแบบ.]

[31 ธ.ค.เทวดานับหมื่อได้บุกลงมายังโลก อาร์แองเจิ้ลได้รับการยืนยัรในเหตุการณ์นี้ ดีม่อนและเอเรียลได้ออกมจากดันเจี้ยนและได้ประกาศการดำรงอยู่ของพวกเขาไปทั่วโลก เกาหลีใต้ยังคงถูกยึดโดย4ดีม่อนและชั้น7ก็แตกพ่ายไปแล้ว.]

......

[3 ก.ค.มนุษย์จำนวนน้อยที่ถูกเรียกว่าอเวค กำลังถูกทำเหมือนกับ‘ฟาณืมแต้ม’ ของดีม่อน.พวกเขาบังคับให้มนุษย์เติบโตขึ้นปเพื่อที่จะได้รับแต้มมากขึ้นซึ่งสามารถช่วยให้พวกเขาเรียกสัตว์ทรงพลังได้ เทวดาได้โจมตีดันเจี้ยน ในวันนี้ชั้น12ของดันเจี้ยนได้แตกแล้ว.]

......

นี่คือข้อมูลที่มีอยู่ในหนังสือ มันถูกเขียนด้วยเลือด จากข้อมูลนี้ผมได้เข้าใจถึงสถานการณ์.

ผมไม่ได้ขยับไปไหนนานกว่าครึ่งวัน.

เมื่อผมวางหนังสือผมสังเกตเห็นโรสนั่งอยู่บนเข่าของเธอ เธอกำลังถูเท้าของเธอด้วยใบหน้าสีแดง

"คุณกำัลงมองอะไร?”

"ฉันกำลังมองดันเจี้ยนมาสเตอร์.”

คำตอบที่ออกจากปากของโรสเป็นธรรมชาติมาก.

มันยังไม่จบสำหรับคำตอบของเธอ.

"ฉันอยากรู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนมาสเตอร์.”

การแสดงออกของเธอค่อนข้างโจ่งแจ้งดูเหมือนกับเธอจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องรางของผมมาก่อน เธอยากรู้เรื่องของผมเพื่มเติม

เธอฉลาดมากในทางตรงกันข้ามการแสดงออกของรอยจะตรงกันข้ามจากคำพูดของเธอ ถ้าพวกเขาได้ยินมาว่าผมเป็นคนดีมากขนาดไหน เขากังวลว่าโรสจะทำผิดพลาดจากคำพูดของเธอและถูกลงโทษ.

ผมไม่สนตราบใดที่พวกเขาไม่ทรยศผม

และ..ผมต้องการให้พวกเขาเป็นบอสของชั้นต่างๆได้อย่างไร

ผมลุกขึ้นยืนและพูดว่า.

"ฉันจะออกจากดันเจี้ยน เตรียมตัวและทำตามฉัน.”

จบบทที่ Chapter 145: Roy, Rose (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว