- หน้าแรก
- ระบบธรรมชาติ: ผมกลายเป็นเจ้าพ่อทรัพยากรโลก
- บทที่ 33 - เงิบ
บทที่ 33 - เงิบ
บทที่ 33 - เงิบ
บทที่ 33 - เงิบ
ลู่เหวินซานเดินกระฟัดกระเฟียดกลับมาที่บูธตัวเอง ใบหน้าถมึงทึงน่ากลัว
นังเจียงอวี๋ตัวดี กล้าดียังไงมาวางแผนดักหลังเธอ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าหยกยักษ์นั่นเป็นของมัน แต่ยังมาแกล้งท้าพนันให้เธอหน้าแตก เธอลืมไปหมดสิ้นว่าตัวเองต่างหากที่เป็นคนเริ่มเรื่อง
ความริษยาและความโลภครอบงำจิตใจ พอมองเห็นหยกก้อนนั้นตั้งตระหง่านอยู่ เธอก็ยิ่งอยากได้มาครอบครอง ถ้าหยกนั่นเป็นของเธอก็คงดี...ไม่ได้การ ต้องหาทางเอาคืน
ทันใดนั้นสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นลูอิสเดินตรงมา แววตาของเธอเป็นประกายวาววับทันที
แฟนหนุ่มของเธอคนนี้ตามใจเธอจะตาย ขอแค่เธออ้อนนิดอ้อนหน่อย เขาก็พร้อมจะจัดการทุกอย่างให้ คราวนี้เธอจะยุให้เขาไล่ตะเพิดพวกเจียงอวี๋ออกไปจากงานเลย คอยดูสิ
"ที่รักคะ..." ลู่เหวินซานปรับสีหน้าเป็นยิ้มหวานหยดย้อย เดินเข้าไปคล้องแขนลูอิสอย่างออเซาะ
ทว่าลูอิสกลับยืนนิ่ง ไม่ยิ้มตอบเหมือนทุกครั้ง ใบหน้าเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ถูก
ลู่เหวินซานไม่ได้เอะใจ คิดว่าเขาคงเหนื่อยงาน จึงเริ่มเป่าหูตามแผน "ที่รัก เรื่องบูธของตระกูลเจียงน่ะค่ะ ฉันว่าพวกนั้นทำผิดกฎนะ จู่ๆ ก็ขนหินก้อนยักษ์เข้ามาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า มันดูอันตรายแล้วก็ขโมยซีนคนอื่นแย่เลย ฉันว่าเชิญพวกเขาออกไปจากงานดีไหมคะ ฉันเห็นแล้วหงุดหงิด..."
ลูอิสปรายตามองเธอด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบ "ผมว่าคนที่ควรออกไปน่าจะเป็นคุณมากกว่านะ"
"คะ???"
ลู่เหวินซานชะงักกึก มองหน้าเขาอย่างงงงวย นึกว่าหูฝาด
"ที่รัก...ล้อเล่นอะไรคะเนี่ย ไม่ขำเลยนะ"
"หึ คุณเห็นหน้าผมดูเหมือนคนมีอารมณ์ขันเหรอ ลู่...คุณเกือบทำผมซวยแล้วรู้ตัวไหม คุณเกือบทำลายอนาคตผม อย่าคิดจะมาใช้ผมเป็นเครื่องมืออีกเลย เราจบกันแค่นี้ เข้าใจไหม"
พูดจบลูอิสก็สะบัดแขนออกแล้วทำท่าจะเดินหนี ลู่เหวินซานที่เพิ่งตั้งสติได้รีบคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ละล่ำละลักถาม "ไม่เข้าใจ! ลูอิส คุณพูดเรื่องอะไร ทำไมจู่ๆ ถึงบอกเลิก ฉันทำอะไรผิด"
เธอไม่เข้าใจจริงๆ และไม่คิดด้วยว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับเจียงอวี๋ เพราะในสายตาเธอ เจียงอวี๋เป็นแค่มดปลวกไร้ค่า จะมีปัญญามาสั่นคลอนความสัมพันธ์ของเธอได้ยังไง
ลูอิสสะบัดมือเธอออกอย่างแรง แสยะยิ้มสมเพช "อย่าหาว่าผมไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ ผมมีทางเลือกให้คุณสองทาง หนึ่ง...เก็บของแล้วไสหัวออกไปจากงานนี้ซะ สอง...ภายในครึ่งวันนี้ ย้ายของของคุณออกไป แล้วสลับบูธกับคุณเจียง"
รูม่านตาของลู่เหวินซานหดเกร็ง
คุณเจียง!?
นังเจียงอวี๋เนี่ยนะ!? มันไปทำอะไรไว้ ทำไมลูอิสถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้
"คุณ..."
ยังไม่ทันที่เธอจะโวยวาย ลูอิสก็เดินหนีไปโดยไม่ไยดี ทิ้งให้เธอยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางงาน ความโกรธแค้นอัดแน่นจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด
ทำไม! ทำไมต้องเป็นแบบนี้! เมื่อวานเขายังไม่รู้จักมันเลยด้วยซ้ำ ทำไมวันนี้ถึงปกป้องมันขนาดนี้
ลู่เหวินซานมองตามหลังลูอิสไป เห็นเขาเดินตรงเข้าไปหาเจียงอวี๋โดยมีเมิ่งเฉิงไห่ยืนประกบ ท่าทางของสองมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลดูนอบน้อมผิดปกติ เหมือนเด็กนักเรียนทำผิดกำลังยืนรอรับโทษหน้าห้องพักครู
ภาพที่เห็นทำให้ลู่เหวินซานช็อกจนพูดไม่ออก ไฟแค้นในใจมอดดับลงทันที เหลือแต่ความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่
เธอไม่ใช่คนโง่ การที่คนระดับลูอิสและเมิ่งเฉิงไห่ต้องยอมก้มหัวให้ แสดงว่าเบื้องหลังของเจียงอวี๋ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ขืนเธอยังดันทุรังหาเรื่องต่อ คนที่ซวยอาจจะเป็นเธอเอง
...
"คุณเจียงครับ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดของผมเอง ผมได้สั่งการให้สลับตำแหน่งบูธเรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่ายเชิญคุณเจียงย้ายไปที่โซนวีไอพีตรงกลางได้เลยครับ ตรงนั้น...เป็นทำเลที่ดีที่สุด"
ลูอิสผายมือไปยังจุดที่เคยเป็นของลู่เหวินซาน ทุกคนในบริเวณนั้นอ้าปากค้าง
พนักงานของเจียงอวี๋แทบกระโดดตัวลอย พระเจ้านี่มันเรื่องจริงเหรอ เจ้านายเราซ่อนไม้ตายอะไรไว้เนี่ย จู่ๆ ก็ยึดทำเลทองมาได้แบบงงๆ แถมเจ้าของงานยังมาเชิญด้วยตัวเองอีก
นี่มันโคตรจะมีหน้ามีตาเลย!
พี่เถายิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม ความขุ่นมัวหายวับไปกับตา สมน้ำหน้าลู่เหวินซาน กรรมตามสนองเร็วจี๋ โดนไล่ที่แถมโดนเทอีก สะใจจริงๆ
เจียงอวี๋เองก็ตั้งตัวไม่ทัน เธอมองหน้าเมิ่งเฉิงไห่อย่างขอความเห็น อีกฝ่ายกระซิบเสียงเบา "รับไว้เถอะครับคุณเจียง คุณเฉินทราบเรื่องนี้ดี"
เฉินหลี? นี่เขารู้เห็นด้วยเหรอ?
พระเจ้าช่วย...เขายังมีความลับอะไรซ่อนไว้อีก ทำไมคนระดับประธานสมาคมถึงต้องเกรงใจเขาขนาดนี้
เจียงอวี๋รับคำเชิญด้วยความรู้สึกกึ่งสุขกึ่งกลัว ลึกๆ แล้วเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซินเดอเรลล่าที่ได้รับพรวิเศษ
พอบ่ายคล้อย สถานการณ์ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ บูธของเจียงอวี๋ย้ายมาตั้งตระหง่านอยู่กลางฮอลล์ ขนาบข้างด้วยหยกจักรพรรดิยักษ์ที่กลายเป็นแม่เหล็กดูดคน สื่อมวลชนรุมล้อมถ่ายภาพไม่หยุดหย่อน แบรนด์เจียงจิวเวลรี่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในชั่วข้ามคืน
เจียงอวี๋ยืนมองภาพความสำเร็จตรงหน้าด้วยความตื้นตัน จนกระทั่งพี่เถาสะกิด "เป็นไง ยืนเหม่อแบบนี้ คิดถึงผัวล่ะสิ"
เจียงอวี๋หลุดขำ "บ้า ไม่ใช่สักหน่อย"
"แหม่ๆ ปากแข็งจังนะ ถ้ามีผู้ชายทุ่มเทให้พี่ขนาดนี้ พี่คงร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดแล้วยอมถวายตัวให้ไปแล้ว" พี่เถาแซว
"อะไรกันเล่า"
"ยังจะมาทำไขสือ ดูสิ ทั้งเมิ่งเฉิงไห่ ทั้งลูอิส ถ้าไม่ใช่เพราะบารมีผัวเธอ เขาจะมายืนกุมเป้าเรียบร้อยต่อหน้าเธอแบบนี้เหรอ" พี่เถาบุ้ยใบ้ไปทางสองผู้ยิ่งใหญ่ที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ไม่ไกล
"พี่เถา อย่าเวอร์น่า" แม้ปากจะปฏิเสธ แต่ในใจเจียงอวี๋กลับพองโตด้วยความอบอุ่น
พี่เถาตบไหล่เธอเบาๆ "เชื่อพี่เถอะ จบงานนี้รีบกลับไปหาเขาซะ ผู้ชายดีๆ แบบนี้ปล่อยหลุดมือไปเสียดายแย่ เดี๋ยวหมาคาบไปแดกจะร้องไม่ออกนะ"
เจียงอวี๋เม้มปากกลั้นยิ้ม "พี่เถาก็...ว่าแต่ตอนแรกใครนะที่บอกว่าเขาเป็นพวกต้มตุ๋น"
"โอ๊ย ลืมๆ มันไปเถอะน่า ใครจะไปตรัสรู้ล่ะว่าโลกนี้ยังมีเทพบุตรจุติลงมาเกิดจริงๆ นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ"
[จบแล้ว]