- หน้าแรก
- ระบบธรรมชาติ: ผมกลายเป็นเจ้าพ่อทรัพยากรโลก
- บทที่ 25 - ปาฏิหาริย์แห่งพงไพร
บทที่ 25 - ปาฏิหาริย์แห่งพงไพร
บทที่ 25 - ปาฏิหาริย์แห่งพงไพร
บทที่ 25 - ปาฏิหาริย์แห่งพงไพร
รักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงให้หายขาดเนี่ยนะ
เมิ่งเฉิงไห่นึกว่าหูฝาดไปเอง เพราะคำพูดห้าคำนี้แม้แต่โรงพยาบาลชั้นนำระดับโลกหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สุดก็ยังไม่กล้ารับประกัน แล้วพ่อค้าธรรมดาคนหนึ่งจะกล้าพูดออกมาได้อย่างไร
เขาหัวเราะแห้ง ๆ พลางเอ่ยเสียงแผ่ว "คุณเฉิน...อย่าล้อผมเล่นเลยครับ ร่างกายของผมเป็นอย่างไรผมย่อมรู้ดีที่สุด ขนาดโสมพันปีราคาเหยียบร้อยล้านที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ก็ทำได้แค่ช่วยบำรุงเลือดลมเพียงเล็กน้อย จะให้รักษาจนหายขาดนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก"
ทว่าเมื่อเขาได้สบสายตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของเฉินหลี เส้นความหวังที่ขึงตึงมานานหลายปีในใจกลับเริ่มสั่นไหว
ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากตาย ยิ่งเป็นผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสังคมก็ยิ่งหวงแหนชีวิต ยิ่งไม่อยากสูญเสียความมั่งคั่งและวิถีชีวิตที่อุตส่าห์ต่อสู้ฟันฝ่ามาอย่างยากลำบาก เมิ่งเฉิงไห่เองก็เช่นกัน
เขาพึมพำเสียงสั่น "ถ้าหาก...ผมสมมตินะครับว่าถ้าหากคุณเฉินรักษาโรคร้ายของผมได้จริง อย่าว่าแต่ช่วยบริหารบริษัทเลย ต่อให้ต้องแลกด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่มีผมก็ยอม"
เฉินหลีไม่ตอบคำ เขาเพียงเดินนำอีกฝ่ายไปยังสวนดอกไม้ของคฤหาสน์ ก่อนจะยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้าเมิ่งเฉิงไห่แล้วกางนิ้วออกเล็กน้อย
เมิ่งเฉิงไห่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังจะทำอะไร แต่เพียงชั่วพริบตาถัดมาเขาก็ต้องเบิกตากว้าง จ้องมองภาพรอบกายด้วยความตื่นตะลึงจนแทบลืมหายใจ
ภาพตรงหน้าเกินกว่าคำบรรยายใดจะอธิบายได้ ราวกับมีสายลมวูบหนึ่งพัดผ่านแล้วต้นไม้ใบหญ้าทั่วทั้งสวนก็พลันมีชีวิตขึ้นมา
เถาวัลย์นับไม่ถ้วนเลื้อยออกมาจากกำแพงราวกับงูยักษ์ที่กำลังยืดกายเข้าหาเขา ไม่เพียงแค่นั้น ผืนหญ้าสีเขียวขจีบนพื้นดินยังเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนโอบล้อมรอบขาของเขาเอาไว้ แม้แต่กิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ด้านหลังยังโน้มลงมาหาอย่างนอบน้อม
เมิ่งเฉิงไห่ถูกเหล่าพืชพรรณโอบล้อมไว้ทั้งตัว
เขาไม่เคยเห็นภาพอัศจรรย์พันลึกเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ความหวาดกลัวทำให้ร่างกายแข็งทื่อ ขาสองข้างสั่นระริก เขาหันไปมองเฉินหลีด้วยแววตาตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นของชายหนุ่ม เขาก็เข้าใจทันทีว่านี่คือฝีมือของอีกฝ่าย
พระเจ้าช่วย นี่มัน...ปาฏิหาริย์ชัด ๆ
ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ เทพเจ้าเดินดินหรืออย่างไร
จิตใจของเมิ่งเฉิงไห่กำลังปั่นป่วนดั่งคลื่นมหาสมุทร ทว่ายังไม่ทันหายตกใจ เขาก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกาย หากจะให้บรรยายเป็นคำพูดก็คงเหมือนมีกระแสลมเย็นสดชื่นไหลเวียนไปทั่วร่าง
และทิศทางที่กระแสพลังนั้นไหลผ่าน ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของพืชพรรณรอบกาย
รูม่านตาของเมิ่งเฉิงไห่หดเกร็งวูบ "คุณเฉินครับ...นี่มัน...นี่คือ..."
"ไม่ต้องพูด หลับตาแล้วซึมซับมันซะ" เฉินหลีเอ่ยเสียงเรียบ
เมิ่งเฉิงไห่รีบรวบรวมสติข่มความกลัวในใจแล้วหลับตาลงตามคำสั่งเพื่อสัมผัสความเย็นฉ่ำสายนั้น แล้วเขาก็พบความจริงที่น่าตื่นตะลึง พลังเย็นที่ไหลผ่านจุดใด กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูกตรงจุดนั้นจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความเจ็บปวดเมื่อยล้าจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เคยกัดกินร่างกายมาตลอดถูกปัดเป่าจนหายไปสิ้น
นี่คือผลลัพธ์ที่ต่อให้เขาจ่ายเงินรักษาไปหลายสิบล้านก็ไม่เคยได้รับ
"อ่า..."
เมิ่งเฉิงไห่เผลอครางออกมาอย่างสุขสม ร่างกายผ่อนคลายลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเลิกต่อต้านและเริ่มดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้อย่างเต็มที่
นี่คือหนึ่งในวิชาลับของ 'พลังแห่งพงไพร' ที่เฉินหลีครอบครอง เป็นการดึงพลังชีวิตของพืชมาซ่อมแซมร่างกายมนุษย์ ขอเพียงมีพืชพรรณมากพอ เขาก็สามารถดึงคนใกล้ตายให้กลับมาจากประตูนรกได้
เพียงชั่วครู่เดียว กระแสความเย็นนั้นก็ไหลเวียนไปทั่วอวัยวะภายในของเมิ่งเฉิงไห่จนครบวงจรแล้วค่อย ๆ จางหายไป
"เรียบร้อย"
เสียงของเฉินหลีปลุกเมิ่งเฉิงไห่ให้ตื่นจากภวังค์ เขาลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองยังยืนอยู่ในสวนดอกไม้แห่งเดิม แต่เหล่าพืชพรรณที่มีชีวิตชีวาเหล่านั้นไม่ได้โอบรัดตัวเขาอีกต่อไปแล้ว
หากไม่ใช่เพราะเศษซากพืชเหี่ยวเฉาที่กองเกลื่อนพื้น เขาคงนึกว่าตัวเองตาฝาดไปเองแน่
เขาลองก้าวขาเดินไปข้างหน้าแล้วขยับแขนขาไปมาด้วยความไม่อยากเชื่อ สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากความงุนงงเป็นความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง เขาตะโกนออกมาด้วยความตื้นตัน "สุดยอดไปเลย ผม...ผมรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นหนุ่มแรกรุ่นอีกครั้ง ร่างกายมันเบาหวิวเหมือนย้อนวัยไปยี่สิบปีเลยครับ"
เฉินหลียิ้มบาง "โรคร้ายในตัวคุณถูกรักษาหายขาดแล้ว แถมผมยังถือโอกาสซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้ด้วย ไม่แปลกหรอกที่คุณจะรู้สึกเหมือนหนุ่มขึ้น"
เมิ่งเฉิงไห่อ้าปากค้าง จ้องมองสองมือของตัวเองแล้วขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าว
เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นทันทีโดยไม่มีความลังเล โขกศีรษะให้เฉินหลีเสียงดัง ปึง ปึง ปึง จนหน้าผากถลอกมีเลือดซึม ถึงค่อยเงยหน้าขึ้นมากล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ "คุณเฉิน...ไม่สิ ท่านเทพ บุญคุณที่ช่วยชีวิตเมิ่งเฉิงไห่ในครั้งนี้ ชาตินี้ผมคงไม่มีวันตอบแทนได้หมด"
เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้พยอดคนเหนือโลก ไม่สิ ต้องเรียกว่าเทพเจ้าต่างหาก
วิธีการเมื่อครู่มันเกินขอบเขตความสามารถของมนุษย์ไปไกลโข นี่คือเทพเดินดินตัวจริงเสียงจริง เพียงแค่สะบัดมือเบา ๆ โรคร้ายที่ทรมานมนุษย์ให้ตายทั้งเป็นก็มลายหายไปในพริบตา
แถมยังสั่งการต้นไม้ใบหญ้าได้ดั่งใจนึกอีกต่างหาก
โลกทัศน์ของเขาพังทลายลงแล้วสร้างใหม่ในวินาทีนี้
"คุณแค่ช่วยผมบริหารบริษัทก็พอ" เฉินหลีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
เมิ่งเฉิงไห่รู้ดีว่านี่คือโอกาสทอง โอกาสพันปีจะมีสักหน หากมัวแต่ลังเลก็เท่ากับลบหลู่เทพเจ้า เขาจึงรีบรับคำหนักแน่น "คุณเฉินวางใจได้เลยครับ ต่อไปเรื่องของคุณก็คือเรื่องของผม ผมจะทุ่มสุดตัวถวายหัวให้เลยครับ"
เฉินหลีหัวเราะในลำคอ "ทำตัวตามสบายเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก"
แม้เฉินหลีจะยังคงวางตัวเรียบง่ายเป็นกันเอง แต่เมิ่งเฉิงไห่ไม่กล้าวางมาดเป็นผู้อาวุโสอีกต่อไป เขานอบน้อมถ่อมตนประหนึ่งลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ ต่อให้เฉินหลีบอกให้ทำตัวตามสบายเขาก็ไม่กล้า
"หลังจากนี้คุณช่วยไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทให้ผมที แล้วเริ่มดำเนินการขุดเจาะน้ำมันได้เลย เดี๋ยวผมจะส่งพิกัดไปให้ พอขุดขึ้นมาได้แล้วค่อยไปติดต่อซื้อขายกับภาครัฐ ไม่มีปัญหาใช่ไหม"
เมิ่งเฉิงไห่ส่ายหน้าดิก แม้เขาจะเติบโตมาจากสายธุรกิจไอทีซึ่งคนละขั้วกับอุตสาหกรรมหนัก แต่เมื่อมาถึงจุดนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องลงไปคลุกคลีหน้างานทุกขั้นตอน หน้าที่ของเขาคือการบริหารจัดการ และเขามั่นใจว่าระบบการบริหารแบบบริษัทไอทีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น
หลังจากรับคำสั่ง เขาก็ฉุกคิดถึงข่าวลือเรื่องเหมืองหยกที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในช่วงนี้
เมื่อก่อนเขาอาจจะไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขากระจ่างแจ้งแล้ว คนระดับเฉินหลีหากคิดจะจัดการตระกูลเจียงก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ มิน่าล่ะชายหนุ่มถึงได้ดูไม่ยี่หระกับความขัดแย้งนี้นัก ถ้าเขามีพลังระดับนี้เขาก็คงไม่ลดตัวลงไปต่อกรกับมดปลวกเหมือนกัน แค่ใช้นิ้วบี้เบา ๆ ก็แหลกคามือแล้ว
[จบแล้ว]