เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - หัวเราะกันฟันโยก

บทที่ 19 - หัวเราะกันฟันโยก

บทที่ 19 - หัวเราะกันฟันโยก


บทที่ 19 - หัวเราะกันฟันโยก

เฉินเสี่ยวหนิงถือเสียมอันจิ๋วลายดอกไม้ที่ไปขุดคุ้ยมาจากไหนไม่รู้ ยืนตาโตมองพื้นดินที่กำลังสั่นระริกเหมือนเจ้าเข้า ทรายเม็ดเล็กๆ กระโดดโลดเต้นราวกับมีชีวิต ยิ่งนานแรงสั่นสะเทือนก็ยิ่งทวีความรุนแรงจนแม้แต่ชายร่างยักษ์อย่างเหล่ามั่วยังต้องคว้าเสารถโฟล์คลิฟต์ไว้เพื่อทรงตัว

"ซู้ดดด..."

พื้นดินตรงหน้าเริ่มปูดนูนขึ้นทีละน้อย ก่อนจะปริแยกออกเป็นรอยร้าวขนาดฝ่ามือ แตกแขนงออกไปรอบทิศทางเหมือนใยแมงมุม ราวกับมีอสุรกายใต้พิภพกำลังดันตัวขึ้นมาสู่โลกภายนอก

เมื่อก้อนหินขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลโผล่พ้นรอยแยก เฉินหลีจึงค่อยหยุดมือ

เขาเพียงแค่ใช้พลังควบคุมรากไม้ใต้ดิน ให้พวกมันช่วยกันดันก้อนแร่ขึ้นมาเท่านั้น หากเป็นในป่าทึบที่มีรากไม้หนาแน่น เขาคงสั่งให้พวกมันพลิกแผ่นดินได้ง่ายดายเหมือนตอนถล่มบ้านเจียงลี่เทา แต่นี่เป็นเหมืองร้าง ต้นไม้หรอมแหรม เลยต้องออกแรงหน่อย

ทว่าแค่นี้ก็เพียงพอจะทำให้เหล่ามั่วตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ ด้วยความทึ่ง

ถ้าไม่ได้เห็นกับตาว่าเจ้านายแค่ยกมือขึ้นเฉยๆ เขาคงนึกว่าผีหลอก

เดิมทีเขาไม่เคยเชื่อเรื่องงมงาย แต่พอมาอยู่กับเฉินหลี โลกทัศน์เขาก็พังทลายและถูกสร้างใหม่วันละหลายรอบจนชินชา

"เจ้านาย... นี่คือของที่ท่านตามหาเหรอครับ? หยกเหรอ?" เหล่ามั่วกลืนน้ำลายเอื้อก

เฉินหลียิ้มมุมปาก "ใช่แล้ว หาคนมาขุดมันออกไปที"

"พ่อคะ ในนั้นมีอะไรเหรอ?" เสี่ยวหนิงเห็นแผ่นดินหยุดไหวแล้วก็วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปดู กระทืบเท้าเช็กความปลอดภัยสองสามที ก่อนจะชี้ไปที่หินในรอยแยก

เฉินหลีจูงมือลูกสาวเข้าไปใกล้ ใช้ฝ่ามือตบลงบนก้อนหินเบาๆ

เพล้ง!

เปลือกหินภายนอกที่หยาบกร้านกะเทาะออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เผยให้เห็นเนื้อในสีเขียวมรกตที่ซ่อนอยู่ แสงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบผิวหยก มันเปล่งประกายแวววาว เจิดจรัสบาดตาจนแทบต้องหยีตามอง

"ว้าว!! สวยจังเลย! พ่อคะ มันสวยเหมือนเพชรเลย!!"

เด็กผู้หญิงร้อยทั้งร้อยแพ้ทางของวิบวับ เสี่ยวหนิงกระโดดโลดเต้นรอบก้อนหินด้วยความถูกใจ

"นี่มัน... หยกจักรพรรดิ?" เหล่ามั่วอุทานเสียงหลง

นี่คือราชาแห่งหยก! หยกเนื้อแข็งที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปฐพี เป็นที่ต้องการของเหล่าเศรษฐีทั่วโลก แค่ชิ้นเท่าฝ่ามือก็ปาเข้าไปหลายสิบล้าน ถ้าแกะสลักเป็นสร้อยคอสักเส้น ราคาประมูลอาจพุ่งทะลุห้าร้อยล้านได้สบายๆ

แม้ก้อนนี้ยังเป็นหินดิบ แต่ขนาดมหึมาขนาดนี้... มูลค่าคงประเมินไม่ได้!

ตระกูลเจียงตาถั่วหรือไง ถึงปล่อยของดีขนาดนี้หลุดมือ?

ยิ่งคิดเหล่ามั่วก็ยิ่งสะใจ มุมปากที่ปกติเคร่งขรึมเริ่มยกยิ้ม

"เจ้านาย เดี๋ยวผมเอาเสียมขุดเองครับ!"

เฉินหลีส่ายหน้า "เสียมอันแค่นั้นจะไปทำอะไรกิน ข้างล่างนั่นยังมีอีกหลายสิบตัน ไปเรียกรถเครนกับรถขุดมาเถอะ"

"หา!?"

เหล่ามั่วช็อกตาตั้ง! หลายสิบตัน!?

...

ณ โรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่งย่านตะวันออก เมืองเจียง

ในห้องพักฟื้นระดับวีไอพี บรรดาหนุ่มสาวแต่งตัวภูมิฐานยืนล้อมรอบเตียงผู้ป่วย ต่างพากันมองเจียงลี่เทาด้วยสายตาเวทนาปนขบขัน

ฐานะ 'อาเล็ก' ของเจียงลี่เทานั้นค่อนข้างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้จะมีศักดิ์เป็นน้องชายผู้นำตระกูล แต่ด้วยความที่ไร้ความสามารถ วันๆ ดีแต่ผลาญเงิน หลานๆ จึงเคารพแค่เปลือกนอก ลับหลังก็นินทาว่าเป็นตัวตลกประจำบ้าน

ยิ่งคราวนี้ดวงซวย บ้านถล่มทับขาหัก ยิ่งกลายเป็นเรื่องเม้าท์สนุกปาก

"พ่อครับ พ่อวิ่งยังไงให้ไม่ทันเนี่ย เสียดายบ้านชะมัด ตั้งพันล้านนะนั่น" เจียงสื่อ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนบ่นอุบ

"ไอ้ลูกเวร! หุบปากไปเลย! แกไม่ไปอยู่ในเหตุการณ์แกไม่รู้หรอก ตอนนั้นถ้าพ่องอกขาเพิ่มได้พ่อทำไปแล้ว!" เจียงลี่เทาด่ากราดด้วยความโมโห

"อาเล็กใจเย็นๆ ครับ แต่เรื่องนี้มันแปลกจริงๆ นะ ทำไมถล่มแค่หลังเดียว หลังอื่นปกติดีทุกอย่าง" หลานคนหนึ่งตั้งข้อสังเกต

"ฉันจะไปรู้เรอะ! ซวยซ้ำซวยซ้อน หมอดูบอกปีชงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดี๋ยวต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ชุดใหญ่แล้ว โอ๊ย..." ขยับตัวทีก็เจ็บแผลที

เจียงสวี่ ผู้นำตระกูลยืนกอดอกมองน้องชายด้วยความระอา เขาปลอบใจตามมารยาทสองสามคำ เตรียมจะขอตัวกลับ แต่เจียงลี่เทาก็รั้งไว้

"พี่ใหญ่! ผมนึกออกแล้ว วันนั้นผมเจอใคร! พี่ต้องนึกไม่ถึงแน่!"

"ใคร?"

"ไอ้เฉินหลี!"

เจียงสวี่ขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตา "ไอ้เด็กเหลือขอนั่นน่ะนะ?"

แค่ได้ยินชื่อเขาก็รู้สึกเหมือนมีแมลงวันบินมาตอมหู น่ารำคาญและน่ารังเกียจ

"ใช่มันนั่นแหละ! เดี๋ยวนี้มันทำตัวเป็นเศรษฐีใหม่ คบค้าสมาคมกับพวกเฝิงเคอ ทำธุรกิจใหญ่โต แถมยังซื้อบ้านที่ตำหนักอ้าวเจิ่งอยู่ใกล้ๆ ผมอีก พอเจอหน้ากันมันทำวางก้ามใส่ผมด้วยนะพี่!"

"ผมว่าดวงผมกุดเพราะมันแน่ๆ ไอ้หมอนี่มันตัวซวย เจอทีไรมีเรื่องทุกที!"

เจียงสวี่หน้าทะมึน ไอ้สวะนั่นยังกล้าโผล่หัวมาเสนอหน้าในเมืองเจียงอีกเหรอ?

ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด ประตูห้องก็เปิดออก เจียงหมิ่นเดินเข้ามาพร้อมกระเช้าผลไม้ใบโต รอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้า

"ขอโทษทีค่ะมาช้า พอดีเพิ่งปิดจ็อบสำคัญเสร็จ"

เจียงสวี่เอ็นดูลูกสาวคนรองคนนี้มาก จึงเอ่ยถาม "เจอมันเหมือนกันเหรอ?"

เจียงหมิ่นยิ้มกริ่ม "เจอสิคะ เพิ่งเจอกันหมาดๆ ที่เหมืองเลย... หนูเพิ่งหลอกขายเหมืองร้างให้มันไปค่ะ"

สิ้นคำประกาศ ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่น

"ฮ่าๆๆๆ! จริงเหรอพี่รอง? พี่ขายเหมืองขยะนั่นให้มันเหรอ?"

"ไอ้โง่เอ๊ย! ซื้อเหมืองร้างร้อยล้าน? สมองมีรอยหยักบ้างไหมเนี่ย?"

"โอ๊ย ขำไม่ไหวแล้วพี่! มันคงนึกว่าตัวเองเป็นเทพบุตรนักลงทุนมั้ง หารู้ไม่ว่าเป็นควายให้เราจูงจมูก!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 19 - หัวเราะกันฟันโยก

คัดลอกลิงก์แล้ว