เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้

บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้

บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้


บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้

"เหล่ามั่ว ฉันตัดสินใจจะย้ายไปจากที่นี่แล้วนะ" จู่ๆ เฉินหลีก็โพล่งขึ้น

ถ้าอยู่ตัวคนเดียว ป่าเขาลำเนาไพรพวกนี้ก็สุขสงบดี แต่ตอนนี้เขามีลูกสาว จะให้เด็กตัวเล็กๆ มาตกระกำลำบากอยู่กลางป่าตลอดไปคงไม่ใช่เรื่อง

เหล่ามั่วเบิกตากว้าง "เจ้านายจะไปไหนครับ?"

"กลับเมืองเจียง ไปตามหาแม่ของเสี่ยวหนิง" เฉินหลียักไหล่

"แล้ว... กิจการพวกนั้นล่ะครับ จะทำยังไง?" เหล่ามั่วลดเสียงลงกระซิบกระซาบ

มีเพียงเขาเท่านั้นที่ล่วงรู้ความลับของชายหนุ่มผู้นี้ ภายนอกอาจดูเหมือนหนุ่มตกยากธรรมดา แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนเขี้ยวเล็บและทรัพย์สินมหาศาลเอาไว้

เขาติดตามเฉินหลีมาเพียงสองปี จากคนธรรมดาๆ กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ก็เพราะบารมีเจ้านาย

แต่สำหรับเหล่ามั่ว เงินทองไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เขาสำนึกบุญคุณที่เฉินหลีช่วยชีวิตเขาจากโรคร้ายที่แม้แต่หมอเทวดายังรักษาไม่หาย นับแต่นั้นเขาปวารณาตัวรับใช้เฉินหลีด้วยชีวิต เชื่อมั่นว่าติดตามคนผู้นี้ ชีวิตย่อมไม่ธรรมดา

"ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ของพวกนั้นมันไม่เน่าไม่เปื่อย อยากใช้เมื่อไหร่ค่อยกลับมาเอา ว่าแต่นายรู้จักเมืองเจียงไหม?" เฉินหลีถามลองเชิง

เหล่ามั่วส่ายหน้าดิก "ผมอยู่แต่ในป่าในดอย ไม่ค่อยรู้เรื่องโลกภายนอกหรอกครับ แต่ว่า..." เขาชะงักไปครู่หนึ่ง "พ่อค้าสมุนไพรคนนั้นดูเหมือนจะมาจากเมืองเจียง เดี๋ยวผมลองถามเขาดูให้นะครับ"

...

บ่ายคล้อย รถเก๋งหรูคันยาวแล่นฝ่าถนนลูกรังขรุขระเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านร้านตลาดต่างชินตากับภาพนี้เสียแล้ว เพราะทุกเดือนรถคันนี้จะโผล่มาหนึ่งครั้ง

ภายในรถหรู ชายร่างท้วมพุงพลุ้ยกำลังสูบซิการ์ราคาแพง พ่นควันโขมงพลางทอดสายตามองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง

"ท่านประธานสวีครับ ที่กันดารแบบนี้มีของดีจริงเหรอครับ?" คนขับรถคนใหม่เอ่ยถามด้วยความสงสัย

สวีฟางเหล่ยสูดควันเข้าปอดลึก ก่อนจะพ่นออกมา "นายเพิ่งมาใหม่คงไม่รู้ สินค้าเกรดพรีเมียมเกินครึ่งของบริษัทเรามาจากที่นี่ทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกสมุนไพรหายากที่หาที่ไหนไม่ได้..."

นอกจากที่นี่แล้ว ที่อื่นแทบจะพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ

นี่คือเหตุผลที่ประธานบริษัทใหญ่อย่างเขาต้องถ่อสังขารมาด้วยตัวเอง เพื่อแสดงความจริงใจ

จำได้ว่าเมื่อสองปีก่อน ตอนเจอชายร่างยักษ์คนนั้นครั้งแรก เขาแทบไม่เชื่อสายตา บริษัทกำลังขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนัก แต่ชายคนนั้นกลับขนสมุนไพรหายากมาขายให้เขาราวกับเป็นผักปลา

เขารีบทุ่มเงินซื้อทันที นึกว่าเป็นโชคหล่นทับแค่ครั้งเดียว ที่ไหนได้... ทุกเดือนชายคนนั้นจะมีของมาส่งให้ตลอด สวีฟางเหล่ยแทบกราบกราน

นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ! ขอแค่เกาะขาชายคนนี้ไว้ บริษัทเขาจะไม่มีวันขาดแคลนวัตถุดิบ

แน่นอน เขาเคยส่งคนสะกดรอยตามเหล่ามั่วเข้าป่าหวังจะหาแหล่งที่มา แต่คนของเขาพลิกป่าจนทั่วก็ไม่เจออะไร เหล่ามั่วก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายในหมู่บ้าน ไม่มีพิรุธใดๆ

แต่ทุกเดือนกลับเสกของออกมาได้ราวกับเล่นกล แถมประวัติของเหล่ามั่วเมื่อสองปีก่อนก็แค่คนดอยธรรมดา ยิ่งสืบยิ่งมึน

เมื่อหาคำตอบไม่ได้ สวีฟางเหล่ยจึงเลิกคิดไม่ซื่อ หันมาผูกมิตรทำการค้าอย่างจริงใจแทนดีกว่า

รถจอดสนิทหน้าบ้านร้างหลังเดิม สวีฟางเหล่ยเห็นร่างคุ้นเคยยืนรออยู่

"เหล่ามั่ว! ฮ่าๆๆ รอนานไหมเพื่อนยาก?" สวีฟางเหล่ยลงจากรถ ปรี่เข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเอง

เหล่ามั่วส่ายหน้า "ไม่นาน เข้ามาสิ ของรอบนี้เยอะหน่อยนะ กองอยู่ข้างใน"

สวีฟางเหล่ยหูผึ่ง ของเยอะ? สวรรค์ทรงโปรด!

ในแวดวงไฮโซ สมุนไพรหายากคือสิ่งล้ำค่า ยิ่งเศรษฐีผู้มีอำนาจยิ่งกลัวตาย ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อแลกกับสุขภาพที่แข็งแรง แต่ของดีมีน้อย ราคาจึงพุ่งสูงลิบลิ่ว

สวีฟางเหล่ยถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น รีบสาวเท้าเข้าบ้าน คนขับรถได้แต่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ทันทีที่ผลักประตูไม้ผุพังเข้าไป สวีฟางเหล่ยก็ต้องตะลึงลาน พื้นห้องเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด กองพะเนินเทินทึก

อำพันทะเล เห็ดหลินจือ ชะมดเชียง... ทั้งหมดล้วนเป็นของหายากเกรดเอ!

"เยี่ยม! เยี่ยมมากเหล่ามั่ว! นายมันสุดยอดจริงๆ!"

ทันใดนั้น สายตาเขาก็สะดุดเข้ากับกองวัตถุดิบบางอย่างที่มุมห้อง กองรวมกันเป็นภูเขาย่อมๆ พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ สวีฟางเหล่ยถึงกับสูดหายใจเฮือก

โสมป่า!?

แถมไม่ใช่โสมป่าธรรมดา ดูจากรากฝอยและลายไม้แล้ว... อายุไม่ต่ำกว่าร้อยปีทั้งนั้น!

เขาแทบช็อก เดี๋ยวนี้โสมป่าร้อยปีหาง่ายเหมือนหัวไชเท้าแล้วเหรอ? ปกติปีนึงหลุดมาในตลาดไม่กี่สิบต้น แต่นี่... กองเป็นภูเขา!

แค่ต้นเดียวก็สร้างความฮือฮาได้แล้ว เขาจำได้ว่างานประมูลปีก่อน โสมป่าร้อยห้าสิบปีต้นเดียวจบประมูลที่เก้าล้านหยวน แต่ที่นี่...

แม่เจ้าโว้ย... นี่มันขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาลชัดๆ!

"เป็นไง? พอใจไหม? ถ้าพอใจก็ราคาเดิม" เสียงเรียบๆ ของเหล่ามั่วดังมาจากด้านหลัง

"พอใจ! พอใจที่สุด! แต่ว่า... รอบนี้ฉันเตรียมเงินสดมาไม่พอจริงๆ" สวีฟางเหล่ยหน้าบอกบุญไม่รับ ทั้งดีใจทั้งกลุ้มใจ

ของอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เงินในกระเป๋าดันไม่พอ เขาประเมินราคาคร่าวๆ แค่กองโสมป่านั่นก็ปาเข้าไปสองพันล้านแล้ว!

แม้เขาจะรวย แต่เงินสดหมุนเวียนขนาดนั้นใครจะพกติดตัวมาเล่า

ขณะที่กำลังกระวนกระวาย ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งก็เดินอุ้มเด็กน้อยออกมาจากหลังบ้าน ในมือถือโสมป่าต้นมหึมาแกว่งไปมาหลอกล่อเด็ก

สวีฟางเหล่ยตาถลน โสมในมือชายหนุ่มนั่น... รูปร่างสมบูรณ์แบบ น้ำหนักและขนาดนั้น... อย่างน้อยต้องสองร้อยปี!

สมบัติล้ำค่าประเมินราคาไม่ได้!

เขากำลังจะอ้าปากห้ามไม่ให้เอาของล้ำค่ามาเล่นพิเรนทร์ๆ แต่เสียงเหล่ามั่วกลับดังขัดขึ้น

"เจ้านาย"

สวีฟางเหล่ยชะงักกึก หูฝาดไปหรือเปล่า? ชายร่างยักษ์เรียกไอ้หนุ่มหน้ามนนั่นว่า... เจ้านาย?

โลกทัศน์ของสวีฟางเหล่ยพังทลายลงในพริบตา

เขาเคยเดาว่าเบื้องหลังเหล่ามั่วต้องมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง แต่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นชายหนุ่มธรรมดาๆ ที่ดูไม่มีพิษสงคนนี้!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว