- หน้าแรก
- ระบบธรรมชาติ: ผมกลายเป็นเจ้าพ่อทรัพยากรโลก
- บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้
บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้
บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้
บทที่ 5 - สมบัติประเมินค่าไม่ได้
"เหล่ามั่ว ฉันตัดสินใจจะย้ายไปจากที่นี่แล้วนะ" จู่ๆ เฉินหลีก็โพล่งขึ้น
ถ้าอยู่ตัวคนเดียว ป่าเขาลำเนาไพรพวกนี้ก็สุขสงบดี แต่ตอนนี้เขามีลูกสาว จะให้เด็กตัวเล็กๆ มาตกระกำลำบากอยู่กลางป่าตลอดไปคงไม่ใช่เรื่อง
เหล่ามั่วเบิกตากว้าง "เจ้านายจะไปไหนครับ?"
"กลับเมืองเจียง ไปตามหาแม่ของเสี่ยวหนิง" เฉินหลียักไหล่
"แล้ว... กิจการพวกนั้นล่ะครับ จะทำยังไง?" เหล่ามั่วลดเสียงลงกระซิบกระซาบ
มีเพียงเขาเท่านั้นที่ล่วงรู้ความลับของชายหนุ่มผู้นี้ ภายนอกอาจดูเหมือนหนุ่มตกยากธรรมดา แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนเขี้ยวเล็บและทรัพย์สินมหาศาลเอาไว้
เขาติดตามเฉินหลีมาเพียงสองปี จากคนธรรมดาๆ กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ก็เพราะบารมีเจ้านาย
แต่สำหรับเหล่ามั่ว เงินทองไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เขาสำนึกบุญคุณที่เฉินหลีช่วยชีวิตเขาจากโรคร้ายที่แม้แต่หมอเทวดายังรักษาไม่หาย นับแต่นั้นเขาปวารณาตัวรับใช้เฉินหลีด้วยชีวิต เชื่อมั่นว่าติดตามคนผู้นี้ ชีวิตย่อมไม่ธรรมดา
"ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ของพวกนั้นมันไม่เน่าไม่เปื่อย อยากใช้เมื่อไหร่ค่อยกลับมาเอา ว่าแต่นายรู้จักเมืองเจียงไหม?" เฉินหลีถามลองเชิง
เหล่ามั่วส่ายหน้าดิก "ผมอยู่แต่ในป่าในดอย ไม่ค่อยรู้เรื่องโลกภายนอกหรอกครับ แต่ว่า..." เขาชะงักไปครู่หนึ่ง "พ่อค้าสมุนไพรคนนั้นดูเหมือนจะมาจากเมืองเจียง เดี๋ยวผมลองถามเขาดูให้นะครับ"
...
บ่ายคล้อย รถเก๋งหรูคันยาวแล่นฝ่าถนนลูกรังขรุขระเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านร้านตลาดต่างชินตากับภาพนี้เสียแล้ว เพราะทุกเดือนรถคันนี้จะโผล่มาหนึ่งครั้ง
ภายในรถหรู ชายร่างท้วมพุงพลุ้ยกำลังสูบซิการ์ราคาแพง พ่นควันโขมงพลางทอดสายตามองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
"ท่านประธานสวีครับ ที่กันดารแบบนี้มีของดีจริงเหรอครับ?" คนขับรถคนใหม่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
สวีฟางเหล่ยสูดควันเข้าปอดลึก ก่อนจะพ่นออกมา "นายเพิ่งมาใหม่คงไม่รู้ สินค้าเกรดพรีเมียมเกินครึ่งของบริษัทเรามาจากที่นี่ทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกสมุนไพรหายากที่หาที่ไหนไม่ได้..."
นอกจากที่นี่แล้ว ที่อื่นแทบจะพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ
นี่คือเหตุผลที่ประธานบริษัทใหญ่อย่างเขาต้องถ่อสังขารมาด้วยตัวเอง เพื่อแสดงความจริงใจ
จำได้ว่าเมื่อสองปีก่อน ตอนเจอชายร่างยักษ์คนนั้นครั้งแรก เขาแทบไม่เชื่อสายตา บริษัทกำลังขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนัก แต่ชายคนนั้นกลับขนสมุนไพรหายากมาขายให้เขาราวกับเป็นผักปลา
เขารีบทุ่มเงินซื้อทันที นึกว่าเป็นโชคหล่นทับแค่ครั้งเดียว ที่ไหนได้... ทุกเดือนชายคนนั้นจะมีของมาส่งให้ตลอด สวีฟางเหล่ยแทบกราบกราน
นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ! ขอแค่เกาะขาชายคนนี้ไว้ บริษัทเขาจะไม่มีวันขาดแคลนวัตถุดิบ
แน่นอน เขาเคยส่งคนสะกดรอยตามเหล่ามั่วเข้าป่าหวังจะหาแหล่งที่มา แต่คนของเขาพลิกป่าจนทั่วก็ไม่เจออะไร เหล่ามั่วก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายในหมู่บ้าน ไม่มีพิรุธใดๆ
แต่ทุกเดือนกลับเสกของออกมาได้ราวกับเล่นกล แถมประวัติของเหล่ามั่วเมื่อสองปีก่อนก็แค่คนดอยธรรมดา ยิ่งสืบยิ่งมึน
เมื่อหาคำตอบไม่ได้ สวีฟางเหล่ยจึงเลิกคิดไม่ซื่อ หันมาผูกมิตรทำการค้าอย่างจริงใจแทนดีกว่า
รถจอดสนิทหน้าบ้านร้างหลังเดิม สวีฟางเหล่ยเห็นร่างคุ้นเคยยืนรออยู่
"เหล่ามั่ว! ฮ่าๆๆ รอนานไหมเพื่อนยาก?" สวีฟางเหล่ยลงจากรถ ปรี่เข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเอง
เหล่ามั่วส่ายหน้า "ไม่นาน เข้ามาสิ ของรอบนี้เยอะหน่อยนะ กองอยู่ข้างใน"
สวีฟางเหล่ยหูผึ่ง ของเยอะ? สวรรค์ทรงโปรด!
ในแวดวงไฮโซ สมุนไพรหายากคือสิ่งล้ำค่า ยิ่งเศรษฐีผู้มีอำนาจยิ่งกลัวตาย ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อแลกกับสุขภาพที่แข็งแรง แต่ของดีมีน้อย ราคาจึงพุ่งสูงลิบลิ่ว
สวีฟางเหล่ยถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น รีบสาวเท้าเข้าบ้าน คนขับรถได้แต่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทันทีที่ผลักประตูไม้ผุพังเข้าไป สวีฟางเหล่ยก็ต้องตะลึงลาน พื้นห้องเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด กองพะเนินเทินทึก
อำพันทะเล เห็ดหลินจือ ชะมดเชียง... ทั้งหมดล้วนเป็นของหายากเกรดเอ!
"เยี่ยม! เยี่ยมมากเหล่ามั่ว! นายมันสุดยอดจริงๆ!"
ทันใดนั้น สายตาเขาก็สะดุดเข้ากับกองวัตถุดิบบางอย่างที่มุมห้อง กองรวมกันเป็นภูเขาย่อมๆ พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ สวีฟางเหล่ยถึงกับสูดหายใจเฮือก
โสมป่า!?
แถมไม่ใช่โสมป่าธรรมดา ดูจากรากฝอยและลายไม้แล้ว... อายุไม่ต่ำกว่าร้อยปีทั้งนั้น!
เขาแทบช็อก เดี๋ยวนี้โสมป่าร้อยปีหาง่ายเหมือนหัวไชเท้าแล้วเหรอ? ปกติปีนึงหลุดมาในตลาดไม่กี่สิบต้น แต่นี่... กองเป็นภูเขา!
แค่ต้นเดียวก็สร้างความฮือฮาได้แล้ว เขาจำได้ว่างานประมูลปีก่อน โสมป่าร้อยห้าสิบปีต้นเดียวจบประมูลที่เก้าล้านหยวน แต่ที่นี่...
แม่เจ้าโว้ย... นี่มันขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาลชัดๆ!
"เป็นไง? พอใจไหม? ถ้าพอใจก็ราคาเดิม" เสียงเรียบๆ ของเหล่ามั่วดังมาจากด้านหลัง
"พอใจ! พอใจที่สุด! แต่ว่า... รอบนี้ฉันเตรียมเงินสดมาไม่พอจริงๆ" สวีฟางเหล่ยหน้าบอกบุญไม่รับ ทั้งดีใจทั้งกลุ้มใจ
ของอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เงินในกระเป๋าดันไม่พอ เขาประเมินราคาคร่าวๆ แค่กองโสมป่านั่นก็ปาเข้าไปสองพันล้านแล้ว!
แม้เขาจะรวย แต่เงินสดหมุนเวียนขนาดนั้นใครจะพกติดตัวมาเล่า
ขณะที่กำลังกระวนกระวาย ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งก็เดินอุ้มเด็กน้อยออกมาจากหลังบ้าน ในมือถือโสมป่าต้นมหึมาแกว่งไปมาหลอกล่อเด็ก
สวีฟางเหล่ยตาถลน โสมในมือชายหนุ่มนั่น... รูปร่างสมบูรณ์แบบ น้ำหนักและขนาดนั้น... อย่างน้อยต้องสองร้อยปี!
สมบัติล้ำค่าประเมินราคาไม่ได้!
เขากำลังจะอ้าปากห้ามไม่ให้เอาของล้ำค่ามาเล่นพิเรนทร์ๆ แต่เสียงเหล่ามั่วกลับดังขัดขึ้น
"เจ้านาย"
สวีฟางเหล่ยชะงักกึก หูฝาดไปหรือเปล่า? ชายร่างยักษ์เรียกไอ้หนุ่มหน้ามนนั่นว่า... เจ้านาย?
โลกทัศน์ของสวีฟางเหล่ยพังทลายลงในพริบตา
เขาเคยเดาว่าเบื้องหลังเหล่ามั่วต้องมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง แต่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นชายหนุ่มธรรมดาๆ ที่ดูไม่มีพิษสงคนนี้!
[จบแล้ว]