เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 น้ำเต้าหยกแดง

บทที่ 1 น้ำเต้าหยกแดง

บทที่ 1 น้ำเต้าหยกแดง


ทวีปโต้วหลัว เมืองเทียนโต้ว กองบัญชาการสมาคมช่างตีเหล็ก

อาคารสีเทาตั้งตระหง่านเสียดฟ้าพุ่งตรงสู่กลีบเมฆ บนผนังประทับตราค้อนยักษ์เด่นสง่า เพียงแค่มองสัญลักษณ์นี้ ป้ายชื่อก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

"พ่อทูนหัวมู่เย่ ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว เมื่อไหร่ข้าวจะเสร็จเสียที!"

ลูยาที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารเล็กๆ กำตะเกียบแน่นและเร่งยิกๆ ท้องไส้ของเขาเริ่มส่งเสียงร้องประท้วงระงม

พระอาทิตย์สีแดงฉานลอยเด่น แสงแดดจากปลายขอบฟ้าสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องครัวเล็กๆ เข้ามาในห้องอาหาร อาบไล้ใบหน้าอันเยาว์วัยของลูยา

"มาแล้วๆ! เจิ้นฮัวนะเจิ้นฮัว ไปรับเด็กที่ไหนมาเลี้ยงก็ไม่รู้ ทำไมถึงกินจุขนาดนี้!" มู่เย่บ่นอุบอิบ แต่ก็เดินออกมาพร้อมจานเอ็นมังกรปฐพีตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม

เขาตักข้าวแสงจันทร์ร้อนๆ ให้เด็กน้อยหนึ่งชาม ก่อนจะนั่งลงตรงข้าม มองดูลูยาด้วยความพึงพอใจ

ลูยาไม่เกรงใจแม้แต่น้อย เริ่มสวาปามอย่างมูมมาม "พ่อทูนหัว ไม่พอ ขออีกชาม!"

มู่เย่ยิ้มและเติมข้าวให้อีกชาม พลางลูบศีรษะเล็กๆ ของลูยาด้วยความเอ็นดู "ถ้าไม่ใช่เพราะเจิ้นฮัวถูกชะตากับเจ้า ป่านนี้เจ้าคงอดตายอยู่ที่ทะเลตะวันออกไปนานแล้ว นอกจากเขาคงไม่มีใครเลี้ยงเด็กตะกละอย่างเจ้าไหวแน่"

"พ่อทูนหัว ข้าแค่กินจุไปหน่อยเดียวเอง กำลังโตนี่นา มันก็ต้องเป็นเรื่องปกติสิ" ลูยาตอบเสียงอู้อี้ทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก

"ไม่ล้อเจ้าเล่นแล้ว วันนี้เจ้าอายุครบหกขวบ ถึงเวลาต้องปลุกวิญญาณยุทธ์แล้ว กินจุขนาดนี้ สงสัยวิญญาณยุทธ์ต้องเป็นหมีจอมตะกละแน่ๆ" มู่เย่เย้าแหย่

"พ่อทูนหัว!" ลูยายกมือทั้งสองข้างขึ้น รีบกลืนอาหารในปากลงคอแล้วประกาศก้อง "ข้าจะต้องปลุกวิญญาณยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้แน่นอน! ข้าจะเป็นวิญญาจารย์ที่เก่งที่สุดในทวีปโต้วหลัว แซงหน้าอวิ๋นหมิงคนนั้นไปเลย!"

"ด้วยความกินจุและศักยภาพของเจ้า ถ้าปลุกวิญญาณยุทธ์ออกมาแล้วไม่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด คงเสียชาติเกิดพุงน้อยๆ ของเจ้าแย่" มู่เย่กล่าวกลั้วหัวเราะ แซวเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง

"วิญญาณยุทธ์มาจากการกลายพันธุ์สามส่วน โชคเจ็ดส่วน อีกเก้าสิบส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่เก่งแค่ไหน" ลูยามั่นใจในตัวเองมาก เพราะเขาคือผู้ข้ามภพที่มีโชคติดตัวมาด้วย

"อิ่มหรือยัง" มู่เย่มองลูยาฟาดข้าวแสงจันทร์ไปอีกสี่ชาม แต่หน้าท้องเล็กๆ ของเขากลับเหมือนเตาหลอมที่ทำให้อาหารหายวับไปทันทีที่ตกถึงท้อง

"อิ่มครึ่งท้อง กำลังดีต่อสุขภาพ" ลูยาตบพุงพลางเลียริมฝีปาก เหมือนยังอยากกินต่อ

"งั้นก็ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปปลุกวิญญาณยุทธ์" มู่เย่ไม่คิดจะทำพิธีส่งเดชที่นี่ เขาจูงมือน้อยๆ ของลูยาเดินไปยังดาดฟ้า ที่นั่นมีพลังฟ้าดินหนาแน่นที่สุด ซึ่งเป็นผลดีต่อการปลุกพลัง

แม้จะเทียบไม่ได้กับที่เมืองหมิงตู แต่ที่นี่คือที่พำนักประจำของเจิ้นฮัวผู้เป็นกษาปณ์จารย์ จึงมีความพิเศษไม่แพ้กัน

ดาดฟ้า

โดมแก้วขนาดยักษ์ครอบคลุมพื้นที่ดาดฟ้าทั้งหมดดั่งลูกแก้วมหึมา เมื่อยืนมองจากจุดนี้ในวันที่ฟ้าเปิด จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลนับร้อยกิโลเมตร

ลูยามองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อก่อนเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาที่นี่ ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นในวันนี้

ตรงกลางดาดฟ้ามีชายวัยกลางคนผมดำตาดำยืนสงบนิ่ง รูปลักษณ์ของเขาหล่อเหลา แม้จะดูเหมือนคนอายุเพียงสามสิบกว่าปี แต่แววตากลับลึกล้ำผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คนวัยนี้จะมีได้ จอนผมของเขาเป็นสีขาวโพลน ตัดกับผมสีดำบนศีรษะอย่างชัดเจน

"มาแล้วรึ" เจิ้นฮัวหันกลับมามองทั้งสอง

ลูยาไม่ใช่เด็กขี้อาย ลุงคนนี้คือ 'ถังข้าว' ใบใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ของเขา เด็กน้อยจึงวิ่งซอยเท้าสั้นๆ เข้าไปหาทันที

"ลุงใหญ่!" น้ำเสียงจริงใจสุดซึ้งดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่กระโดดกอดต้นขาของเจิ้นฮัว

"เอาล่ะ ได้เวลาปลุกวิญญาณยุทธ์แล้ว!" เจิ้นฮัวลูบหัวลูกทูนหัวตัวน้อย การที่เขารับเลี้ยงเจ้าตัวเล็กในตอนนั้น ก็เพียงเพราะรู้สึกถูกชะตาเท่านั้นเอง

มู่เย่ก้าวเข้ามาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เจิ้นฮัว อย่าห่วงเจ้าตัวเล็กนี่เลย เขาต้องเป็นอัจฉริยะแน่ๆ"

"พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นอีกแล้ว" เจิ้นฮัวสัมผัสได้ถึงแรงของลูยาจนอดขมวดคิ้วไม่ได้ แรงเยอะขนาดนี้ตั้งแต่ก่อนปลุกพลัง ถ้าปลุกได้วิญญาณยุทธ์สายพละกำลัง เขาจะควบคุมพลังของตัวเองไหวหรือ?

"เสี่ยวลู เลิกเล่นได้แล้ว ไปยืนในค่ายกลปลุกพลังซะ" มู่เย่เร่ง

ลูยาจำใจปล่อยมือ แล้วเดินไปยืนกลางค่ายกลที่เตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับเขา

วิธีการปลุกพลังนั้นเรียบง่ายอย่างยิ่ง แม้แต่ระดับมหาวิญญาจารย์ก็ยังทำได้ ไม่มีอันตรายใดๆ ยิ่งมีราชทินนามพรหมยุทธ์สองท่านคอยดูอยู่ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องกังวล

เมื่อพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์เริ่มขึ้น ลูยารู้สึกเพียงกระแสลมอุ่นๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย คล้ายมีพลังบางอย่างในกายถูกกระตุ้น จากแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาแปรเปลี่ยนเป็นการสั่นไหวอย่างรุนแรง

"ตึง— ตึง— ตึง—"

เสียงระฆังดังก้องในหูของลูยา เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบโบราณ ดวงดาวทั่วจักรวาลกะพริบวิบวับอยู่บนท้องฟ้า ความโหยหาบางอย่างฉายชัดในแววตา

ระฆังยักษ์ส่งเสียงคำรามกึกก้องบนฟากฟ้า ท่ามกลางแสงดาวสีขาวเจิดจ้า ลำแสงสีโลหิตพุ่งตรงเข้ามาหาเขา

แสงสีแดงเจิดจ้าเปล่งประกายจากมือของลูยา ปราณโลหะเกิงอันแหลมคมน่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วดาดฟ้า

"วิญญาณยุทธ์นี้ไม่ธรรมดาแน่นอน" เจิ้นฮัวมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง "ขอแค่ข้าขัดเกลาเขาอีกสักหน่อย เขาจะต้องกลายเป็นกษาปณ์จารย์แห่งยุคได้แน่"

"ข้าบอกแล้วไง กินจุขนาดนี้จะเป็นวิญญาณยุทธ์ขยะได้ยังไง ที่เจ้ากังวลก่อนหน้านี้มันไร้สาระทั้งเพ" เห็นแบบนี้แล้ว มู่เย่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว

ความโกลาหลจากการปลุกวิญญาณยุทธ์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปราณโลหะเกิงที่น่าหวาดหวั่นทำให้แม้แต่ร่างกายของเจิ้นฮัวยังสั่นสะท้านเล็กน้อย

ทั้งสองพินิจดูลูยาตั้งแต่หัวจรดเท้า พยายามแยกแยะว่าวิญญาณยุทธ์ที่ตื่นขึ้นมาคืออะไร

วิญญาณยุทธ์ในทวีปโต้วหลัวแบ่งออกเป็น วิญญาณยุทธ์ร่างกาย วิญญาณยุทธ์สัตว์ และวิญญาณยุทธ์เครื่องมือ ยกเว้นวิญญาณยุทธ์ร่างกาย อีกสองประเภทสามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า

สายตาของมู่เย่และเจิ้นฮัวจับจ้องไปที่น้ำเต้าสีแดงเปล่งประกายในมือของลูยา สมองพยายามค้นหาว่าเขาอาจจะเป็นผู้สืบทอดของยอดฝีมือคนใดในประวัติศาสตร์ทวีปโต้วหลัว

แต่ไล่เรียงดูทีละคนแล้ว ก็ยังมืดแปดด้าน

แสงสว่างจางลง ลูยาลืมตาขึ้นมอง 'น้ำเต้าหยกแดง' ในมือด้วยความสับสนและงุนงง เขาเห็นระฆังชัดๆ แล้วทำไมถึงปลุกได้น้ำเต้า? จะให้เขาเอาน้ำเต้านี้ไปไล่ฟาดคนหรือไง? หรือว่า... เขาจะสามารถใช้ 'มีดบินสังหารเซียน' เพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ได้!

เขาพยายามเปิดฝาน้ำเต้า แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนด้วยมือเล็กๆ นั่น ก็ไร้ผล

ลูยาเริ่มผิดหวัง นี่ไม่ใช่วิญญาณยุทธ์เทพเจ้าที่ทรงพลังอะไรเลย

แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง อย่างน้อยในช่วงแรกเขาคงไม่ต้องโดนการกดขี่ทางสายเลือดจากราชามังกรทองและราชามังกรเงิน แม้ช่วงหลังอาจจะโดนหอกมังกรทองและเงินกดดันบ้างก็ตาม

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษราชามังกรทั้งสอง วิญญาณยุทธ์สัตว์แทบไม่มีทางรอด เขาคงไม่ได้มีสายเลือดสัตว์วิญญาณหรอกนะ? เขาเป็นลูกผสมงั้นหรือ?

ข้าไม่อยากโดนพ่อแม่แทงข้างหลังหรอกนะ!

"เสี่ยวลู วิญญาณยุทธ์ของเจ้าไม่เลวเลย มาทดสอบพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดก่อน แล้วค่อยวัดพลังจิต"

แววตาของเจิ้นฮัวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดบัง ในอดีตเขาเอาชนะใจศิษย์น้องหญิงไม่ได้ แต่ถ้าลูกชายเขาตามจีบลูกสาวของศิษย์น้องหญิงได้ก็คงดีไม่น้อย พรสวรรค์ระดับนี้ต้องคู่ควรแน่นอน

มู่เย่ยื่นลูกแก้วคริสตัลให้ ทันทีที่ลูยาวางมือลง แสงสีฟ้าเจิดจ้าก็สว่างวาบไปทั่วลูกแก้ว

"พลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด!" มู่เย่อุทานขณะจ้องมองลูกแก้ว

เจิ้นฮัวเปิดเครื่องทดสอบพลังจิตที่นำมาด้วยแล้วสวมหมวกครอบศีรษะลูยา

ค่าตัวเลขพุ่งจากศูนย์ทะลุหลักร้อยในพริบตา ก่อนจะหยุดนิ่งที่หนึ่งร้อยแปดสิบแปด

"ขอบเขตจิตเชื่อมโยงแต่กำเนิด?!" เจิ้นฮัวยิ่งพึงพอใจในตัวลูยามากขึ้นไปอีก แม้วิญญาณยุทธ์จะดูแปลกไปหน่อย แต่คุณสมบัติอื่นล้วนตรงตามเงื่อนไขการเป็นช่างตีเหล็กอย่างสมบูรณ์แบบ พละกำลังมหาศาลและพลังจิตที่เข้มแข็ง!

ลูยาไม่แปลกใจกับผลลัพธ์ จักรพรรดิอัคคีข้างบ้านข้ามภพมาวิญญาณก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว ดังนั้นพลังจิตของเขาจะสูงก็เป็นเรื่องปกติ อีกอย่าง จอมยุทธ์แห่ง "ทะเลทรายตะวันตก" ข้างบ้านอีกคนก็มาพร้อมรอยมรรคจากต่างโลก ถ้าเขาไม่พกรอยมรรคติดตัวมาบ้างก็คงเสียเชิงแย่

"ร่างกายแข็งแกร่ง แถมพลังจิตยังกล้าแข็ง! ไม่ใช่วิญญาณยุทธ์ร่างกายจริงๆ หรือ?" มู่เย่บีบแก้มยุ้ยๆ ของลูยาอย่างนึกเสียดาย

ขณะที่บีบ เขาสังเกตเห็นว่าร่างกายของลูยามีคุณสมบัติลึกลับคล้ายวิญญาณยุทธ์ร่างกาย แต่ก็มีความเลือนรางบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก ดูเหมือนจะมีความเรียบง่ายแบบวิญญาณยุทธ์ร่างกาย แต่ก็แฝงกลิ่นอายดุร้ายแบบวิญญาณยุทธ์สัตว์

"ลูยาเป็นลูกผสมหรือเปล่า?" มู่เย่ไม่เข้าใจ แต่เขามั่นใจว่าลูยาเป็นมนุษย์แน่นอน บางทีพ่อหรือแม่ของเขาอาจเป็นสัตว์วิญญาณแสนปีจำแลงกายมาก็ได้

"ลูกผสม? ลูกผสมอะไร?" ลูยางุนงง แม้เขาจะชื่อลูยา แต่เขาคงไม่ใช่ 'องค์ชายอีกาทองคำลูยา' หรอกมั้ง? ถ้าเป็นอย่างนั้น ของวิเศษจากต่างโลกที่ติดตัวมาตอนข้ามภพคงจะน่าทึ่งน่าดู

"มู่เย่ ฝากพาเสี่ยวลูไปหอคอยบรรพชนวิญญาณเพื่อหาวิญญาณภูตที่เหมาะสมด้วย ข้าจะไม่ไปข้างนอก" เจิ้นฮัวเองก็อยากออกไป แต่ข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยอันตราย

ในทางนิตินัย ลูยายังคงมีชื่ออยู่ในความดูแลของมู่เย่

"ไม่มีปัญหา" มู่เย่เองก็อยากรู้ความสามารถของวิญญาณยุทธ์ลูยาเหมือนกัน และยิ่งสงสัยว่าทำไมน้ำเต้าถึงมีปราณโลหะเกิงที่รุนแรงขนาดนั้น

ทั้งสองเดินออกจากสมาคมช่างตีเหล็ก มุ่งหน้าสู่หอคอยบรรพชนวิญญาณ

ด้วยสถานะของเขา การจะให้ใครเอาวิญญาณภูตมาส่งให้ถึงที่นั้นง่ายดายมาก แต่เจิ้นฮัวยังคงต้องการให้ลูยาได้เลือกด้วยตัวเอง

จบบทที่ บทที่ 1 น้ำเต้าหยกแดง

คัดลอกลิงก์แล้ว