เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 - หาค่าประสบการณ์

บทที่ 62 - หาค่าประสบการณ์

บทที่ 62 - หาค่าประสบการณ์


บทที่ 62 - หาค่าประสบการณ์

☆☆☆☆☆

ถุงแพรสามใบ สวีจื่อชิงเสร็จโจรเรียบร้อย

ฉู่หวยสวี่ออกจากสระมรกตเหมันต์ ตรงดิ่งกลับเรือนไผ่

"ตัวเอกของโลก จะให้หมดไฟได้ยังไง!" ความคิดของเขาเรียบง่ายแค่นั้น

พอกลับถึงบ้าน ตะวันก็ตกดินพอดี

ยัยก้อนน้ำแข็งทำกับข้าวเสร็จไปอย่างหนึ่งแล้ว

"ทำน้อยลงอย่างหนึ่งนะ วันนี้เสี่ยวสวีไม่กลับมากินข้าว" ฉู่หวยสวี่บอกหานซวงเจี้ยง ให้ความรู้สึกเหมือนพ่อแม่ลูกพิกล

"เจ้าทิ้งเขาไว้ในเขตแดนลับคนเดียวหรือ" ยัยก้อนน้ำแข็งหันมามอง

"ใช่ ให้เขาเพลิดเพลินกับการถูกแล่เนื้อเถือหนังในด่านสามน่ะ" เขาตอบยิ้มๆ อย่างไม่ยี่หระ

สาวน้อยหน้านิ่งได้ยินดังนั้นก็ไม่ต่อความยาวสาวความยืด

ด่านที่สามอันแสนวาบหวิวนั่น คุณหนูตระกูลใหญ่ไม่อยากจะพูดถึง

พอนึกย้อนไปทีไร ขาเรียวยาวดุจหยกของนางก็เผลอเกร็งขึ้นมา รู้สึกอยากจะหุบขาให้แน่นขึ้นทุกที

จะว่าไป ช่วงนี้ชีวิตนางก็งงๆ อยู่เหมือนกัน

ด้วยความเอาแต่ใจของฉู่หวยสวี่ จู่ๆ ที่บ้านก็มีคนรับใช้เพิ่มมาคนหนึ่ง แล้วจู่ๆ คนรับใช้ก็กลายมาเป็นศิษย์น้องสวีแบบงงๆ

หานซวงเจี้ยงโดยเนื้อแท้เป็นคนมีระยะห่างกับผู้คน ไม่ค่อยชอบให้ใครมาตีสนิท

นางกับฉู่หวยสวี่ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะในช่วงสั้นๆ แถมยังอยู่บ้านเดียวกัน ความสัมพันธ์เลยดูสนิทกันขึ้นมาหน่อย

ส่วนสวีจื่อชิงในสายตานาง ตอนนี้ก็เป็นแค่ศิษย์น้องร่วมสำนักที่ทำงานบ้านคล่องแคล่วคนหนึ่งเท่านั้น

ไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ

ฉู่หวยสวี่เองก็สังเกตเห็นจุดนี้

"หานซวงเจี้ยงได้บทนางเอกสายสตรอง มุ่งมั่นสร้างเนื้อสร้างตัว เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หลบไปไกลๆ"

"แต่ว่า ระหว่างตัวเอกของโลกด้วยกัน มันต้องมีสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพสิ ยังไงในอนาคตก็ต้องเป็นเพื่อนร่วมรบกัน"

"แต่เพราะมือที่สามอย่างข้าดันแทรกเข้ามา สายสัมพันธ์ของพวกเขาเลยดูเหมือนจะยังไม่ก่อตัว" เขาคิด

แต่ฉู่หวยสวี่ก็ปล่อยวางได้อย่างรวดเร็ว

"ไม่เป็นไรหรอก ข้าเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกก็ได้นี่นา แค่ทั้งคู่มีสายสัมพันธ์กับข้า ก็เหมือนกันแหละน่า" เขาคิดบวก ตัดสินใจเป็น 'มือที่สามที่เชื่อมโลก'

คืนนี้สวีจื่อชิงไม่อยู่ บรรยากาศเลยกลับมาเป็นชายหญิงสองต่อสองอีกครั้ง

ฉู่หวยสวี่นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ "จริงสิ จานเข็มทิศที่ได้จากเขตแดนลับ ลืมเอาไปแลกแต้มผลงานสำนักเลย แต่เรื่องนี้ไม่รีบ ไว้รอพวกเราทะลวงครบเก้าจุดค่อยไปแลกก็ได้"

"คำแนะนำส่วนตัวของข้าคือ ถึงตอนนั้นเจ้ากับข้าเอาแต้มผลงานไปที่หอคัมภีร์ แล้วแยกย้ายกันไปเลือก [วิชาอาคม] ที่ถูกใจ" เขาบอกหานซวงเจี้ยง

วิชาระดับทะลวงชีพจรกับระดับหนึ่ง ทางสำนักแจกฟรีเหมือนการศึกษาภาคบังคับ

แต่ [วิชาอาคม] เปรียบเสมือนสกิลในเกม

ของพวกนี้ใช้ได้ข้ามระดับ วิชาดีๆ ใช้หากินได้ยันแก่ ของแบบนี้ต้องเสียตังค์ซื้อ

ยัยก้อนน้ำแข็งฟังแล้วก็ไม่ได้ออกความเห็นอะไรมาก ตอบสั้นๆ แค่ว่า "ตกลง"

"ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรีบเปิดให้ครบเก้าจุด เจ้ายังรักษาความเร็วหนึ่งถึงสองวันต่อหนึ่งจุดไหวไหม" ฉู่หวยสวี่ถาม

"น่าจะได้" หานซวงเจี้ยงไม่รับปากร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คิดว่าทำได้

"ดี" ฉู่หวยสวี่พยักหน้า ในใจอิจฉาตาร้อน

ตอนนี้ตัวละครเขาเลเวล 6 ค่าประสบการณ์ที่เหลือพอให้อัปถึงเลเวล 8

แต่ถ้าจะเปิดให้ครบเก้าจุด ยังขาดอีก 950 แต้ม

แถมพอได้วิชาระดับหนึ่งมา อัปเลเวลก็ต้องใช้ค่าประสบการณ์อีก

เรียน [วิชาอาคม] ก็ต้องใช้ค่าประสบการณ์

กินข้าวเสร็จ สวีจื่อชิงไม่อยู่ หานซวงเจี้ยงเลยต้องไปล้างจาน

สาวน้อยก้มตัวลงเล็กน้อย ส่วนโค้งเว้าของสะโพกและบั้นท้ายก็ปรากฏชัดเจน เอวคอดกิ่ว ขาเรียวยาว บั้นท้ายกลมกลึง นี่มัน 'หุ่นแม่ให้มาเพื่อใส่กี่เพ้าผ่าสูง' ชัดๆ

แต่ฉู่หวยสวี่ที่กำลังกลุ้มใจ ไม่มีอารมณ์มาชื่นชมความงามของมนุษยชาติ

"ดูท่า ต้องหาวิธีอื่นปั๊มค่าประสบการณ์แล้วแฮะ" เขาเครียด

หลังมื้อเย็น ฉู่หวยสวี่แวะไปที่เขตแดนลับ เอาเสบียงกับน้ำไปส่งให้สวีจื่อชิง กลัวเด็กมันหิวตายข้างใน

สายตาที่เด็กหนุ่มมองมา ซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหล มิตรภาพลูกผู้ชายแน่นแฟ้นขึ้นเห็นๆ

"ทำไมรู้สึกเหมือนข้าไม่ใช่ศิษย์พี่ แต่เหมือนเป็นพ่อมันมากกว่า?" ฉู่หวยสวี่หัวเราะแห้งๆ รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

แต่ช่างเถอะ ยังไงเขาก็เป็นตัวเอกของโลก ตอนนี้เราก็ถือว่าเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของเขาแล้ว

พอกลับถึงบ้าน ในเมื่อเสี่ยวสวีไม่อยู่ ฉู่หวยสวี่ก็อัปเลเวลได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวเสียงร้องจะไปรบกวนใคร

ยังไงซะ แม่นางขายาวห้องข้างๆ ก็ชินชาไปนานแล้ว

เผลอๆ จะไม่ใช่เสียงโหยหวนธรรมดา

แต่มันคือเสียงแตรสัญญาณแห่งการแข่งขัน!

พอเขาแหกปาก ยัยก้อนน้ำแข็งก็จะรู้ทันทีว่าไอ้จิ้งจอกนี่เลเวลอัปอีกแล้ว

ฉู่หวยสวี่เปิดหน้าต่างสถานะ กดอัปทีเดียวสองเลเวลรวด

เสียงร้องโหยหวนดังก้องราตรี แล้วฉู่หวยสวี่ก็สลบเหมือดไปอย่างชำนาญ

ก่อนภาพจะตัด เขาลิ้มรสความเจ็บปวดเหมือนโดนของหนักบดขยี้ ความคิดสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาคือ "แม่งเอ้ย รถตู้เจ็ดที่นั่งอัดคนมาเต็มคันชัดๆ!"

เขาบรรลุแล้วว่าการฝืนทนคือความโง่เขลา สู้เจ็บจนสลบไปเลยฟินกว่าเยอะ

สาวน้อยห้องข้างๆ พอได้ยินเสียงโหยหวน คิ้วงามก็ขมวดเข้าหากันตามคาด

"ร้องอีกแล้ว?" นางคิด

หานซวงเจี้ยงฮึดสู้ รีบเร่งความเร็วในการทะลวงจุดชีพจรบ้าง

ตะวันโด่ง ฉู่หวยสวี่ถึงค่อยฟื้น

จริงๆ เขาสลบไปชั่วยามกว่าๆ ก็เริ่มได้สติแล้ว แต่ฉวยโอกาสตอนเพลียหลับยาวต่อเลย ขี้เกียจตื่น

พอล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็เห็นโจ๊กขาวกับกับข้าวที่หานซวงเจี้ยงเหลือไว้ให้บนโต๊ะ

เพียงแต่โจ๊กเริ่มเย็นชืดแล้ว

ฉู่หวยสวี่ไม่ใช่คนเรื่องมาก ขี้เกียจไปเคาะประตูเรียกนางมาอุ่นให้

เขาเทกับข้าวใส่ลงไป แล้วก็ซดโฮกๆ

กินไปได้ครึ่งทาง แขกไม่ได้รับเชิญก็มาเยือนถึงหน้าเรือนไผ่

— รองหัวหน้าหน่วยคุมกฎสายนอก หลิวเฉิงกง

เจตนาของหมอนี่ชัดเจนมาก คือมาผูกมิตรเป็นการส่วนตัว

เขาปักใจเชื่อแล้วว่า ทั้งฉู่หวยสวี่และหานซวงเจี้ยงคือมังกรในหมู่มนุษย์!

ส่วนลูกพี่ลูกน้องของเขา... เฮ้อ!

หลิวเฉิงชี่ช่วงนี้อาการหนัก แยกแยะความจริงกับภาพลวงตาไม่ออก หลับตาปุ๊บฝันร้ายปั๊บ ละเมอว่าตัวเองยังติดอยู่ในเขาวงกตหาทางออกไม่ได้ เหมือนโดนผีอำ ลืมตายังไงก็ไม่ขึ้น

อาการหนักถึงขั้นไม่มีอารมณ์เล่นสนุกกับเมียชาวบ้าน แสดงว่าเข้าขั้นวิกฤตแล้ว

"ศิษย์น้องฉู่ กินโจ๊กอยู่หรือ" หลิวเฉิงกงหิ้วเหล้าดีสองไหเดินยิ้มเข้ามา

เขาเตรียมใจมาเจอคนเย็นชาใส่เต็มที่

ช่วยไม่ได้ เจ้าฉู่หวยสวี่คนนี้ ขนาดพ่อของเขาที่เป็นผู้ดูแลยังกล้าตบหน้าฉาดใหญ่ เบื้องหลังต้องไม่ธรรมดา นิสัยต้องหยิ่งยโสแน่!

แต่หลิวเฉิงกงแยกแยะได้ ต่อให้ต้องเอาหน้าไปแนบก้นเย็นๆ เขาก็ต้องทำ!

แต่ที่ผิดคาดคือ เขาเห็นดวงตาของฉู่หวยสวี่เป็นประกายวาววับ ลุกขึ้นต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

"มาทำไมเนี่ย ผิดแผนหาค่าประสบการณ์หมด" ฉู่หวยสวี่คิด

เดิมที วันนี้เขากะว่าจะหาไม้กระดานสักแผ่น เขียนคำว่า "หนึ่งในใต้หล้าระดับทะลวงชีพจร" แล้วไปตั้งป้ายท้าดวลที่ลานประลองสายนอก เรียกแขกสักหน่อย

เป้าหมายคือยั่วยุให้คนหมั่นไส้

เขาคิดแผนไว้แล้ว เปิดสกิลยั่วยุหมู่ ให้พวกระดับทะลวงชีพจรกรูกันเข้ามา

การฝึกตนไม่ใช่การปิดประตูนั่งเทียน ผู้ฝึกตนนิยมการประลองฝีมือ เพื่อขัดเกลาความเข้าใจและยกระดับพลัง

ดังนั้น ระบบจึงมีฟังก์ชันนี้

เพียงแต่ค่าประสบการณ์จากการประลอง ในแต่ละระดับจะมีเพดานจำกัด ไม่ใช่ปั๊มได้เรื่อยๆ

ถ้าฉู่หวยสวี่ไล่ตบเด็กอยู่ฝ่ายเดียว หรือโดนคนอื่นยำเละ ก็คงได้ค่าประสบการณ์ยาก

ต้องสู้กันสูสี ถึงจะได้

แพ้แบบน่าเสียดาย ก็ได้

แพ้หมดรูป ก็ยังพอได้

แต่ถ้าโดนวันฮิตคิล ระบบคงไม่แจกแต้ม

"ตอนนี้ข้าเป็นถึงยอดฝีมือแปดจุดชีพจร!"

"แถมฝึกทั้งภายในภายนอก!"

"ไอ้พวกระดับทะลวงชีพจรพวกนั้น ถ้าไม่รุมสกรัม ข้าต่อยร่วงเป็นใบไม้ร่วงแน่"

ดังนั้น ฉู่หวยสวี่เตรียมป้ายไม้ไว้แล้ว เหลือแค่จรดพู่กันเขียน

ฉู่หวยสวี่เอ๋ยฉู่หวยสวี่ เจ้าจะเป็นที่หนึ่งระดับทะลวงชีพจรเมื่อไหร่?

— ก็ตอนนี้แหละ!

แต่หลิวเฉิงกงดันโผล่มาถูกจังหวะพอดี หมอนี่ก็นับเป็นคู่ซ้อมที่ใช้ได้

"ศิษย์พี่หลิว พวกเราคนกันเอง ศิษย์น้องไม่พูดอ้อมค้อมนะ" ฉู่หวยสวี่เปิดประเด็นทันที

หลิวเฉิงกง: "???"

ถึงจะงง แต่เขาก็เข้าใจดี พวกคนใหญ่คนโตก็ชอบวางมาดแบบนี้แหละ หาเรื่องใช้งานคนอื่น แล้วบอกว่า "เราคนกันเอง" ถือเป็นเกียรติของเอ็งนะที่ข้าใช้งาน

รองหัวหน้าหน่วยคุมกฎเห็นโอกาสทอง รีบยื่นหน้าเข้าไปเสนอตัวทันที

"ศิษย์น้องเชิญว่ามา ในเขตสายนอกนี้ หน่วยคุมกฎของเราพอจะจัดการอะไรได้หลายอย่าง"เขายืดอก โชว์ลายปักสายฟ้าบนเครื่องแบบสีดำอย่างภาคภูมิ

"ศิษย์น้องอย่างข้าน่ะ พลังฝีมือติดขัด วันนี้ติดอยู่ที่จุดที่เก้าทะลวงไม่ผ่านสักที วันนี้คงไม่มีความคืบหน้าแล้ว เลยอยากขอแลกเปลี่ยนวิชากับศิษย์พี่สักหน่อย ไม่ทราบว่าสะดวกไหม" ฉู่หวยสวี่ถาม

"ช่วงคอขวด! ใช่! ช่วงคอขวด!" เขาเสริม

หลิวเฉิงกงฟังแล้วหน้าชา

"นี่เพิ่งกี่วัน ทะลวงไปแปดจุดแล้ว? แถมฟังจากน้ำเสียง วันไหนไม่ได้อัปเลเวลจะลงแดงตายหรือไง?"

"ไม่ใช่สิ! ติดวันเดียวเขาเรียกช่วงคอขวดเรอะ?" เขามองหน้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์แล้วปวดตับ

แต่ในเมื่อมาเพื่อประจบ พอเห็นอีกฝ่ายก้าวหน้าเร็วขนาดนี้ ยิ่งต้องทุ่มสุดตัว

หลิวเฉิงกงวางไหเหล้าลงทันที ทำท่าใจป้ำ "ได้! งั้นข้าจะขอแลกเปลี่ยนวิชากับศิษย์น้องเอง เสร็จแล้วค่อยร่ำสุรากันให้เมามาย!"

"ขอบคุณศิษย์พี่หลิว!" ฉู่หวยสวี่รีบประสานมือ

เสียงเอะอะของทั้งคู่เรียกหานซวงเจี้ยงออกมาจากห้อง

แต่นางรังเกียจคนตระกูลหลิว เลยยืนดูอยู่หน้าประตูเรือนตัวเองห่างๆ ไม่เดินเข้ามา

หลิวเฉิงกงเสนอ "ศิษย์น้องฉู่ ในเมื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวิชา ข้าจะไม่ใช้พลังปราณนะ"

เขาอยู่ระดับสอง ขืนใช้พลังปราณก็รังแกเด็กเกินไป

มีพลังปราณกับไม่มี ต่างกันราวฟ้ากับเหว

หลิวเฉิงกงถึงกับปลดกระบี่วิเศษที่ดูดีที่สุดในตัววางลง "ศิษย์น้อง กระบี่ไร้ตา กระบี่ชางซงเล่มนี้ข้าก็ขอไม่ใช้แล้วกัน"

"ไม่ ศิษย์พี่หลิว พลังปราณไม่ต้องใช้ แต่กระบี่ต้องใช้" ฉู่หวยสวี่ยืนกราน

"อะ... เอางั้นหรือ งั้นศิษย์น้องระวังตัวด้วย!" เขาเตือน

จากนั้น หลิวเฉิงกงก็ชักกระบี่ระดับกลางออกมา เริ่มพล่ามแนะนำกระบี่และเพลงกระบี่ของตัวเองยืดยาว

เขาคิดว่าทำแบบนี้ถึงจะเป็นคู่ซ้อมที่ดี

แต่ฉู่หวยสวี่ไม่ได้ฟังเลยสักนิด

— บ่นอะไรนักหนา! รีบเข้ามาฟันข้าสิโว้ย!

การประลองเริ่มขึ้น หานซวงเจี้ยงมองกระบี่ชางซงที่คมกริบด้วยความเป็นห่วง

นางเองก็คิดว่ากระบี่ไร้ตา จะเอามือเปล่าไปรับกระบี่ได้ยังไง?

"ศิษย์น้องฉู่ รับมือ!" หลิวเฉิงกงแทงกระบี่ออกไป ใช้วิชา [เพลงกระบี่อัสนีบาต]

แม้ไม่ใช้พลังปราณ แต่ความเร็วก็เหนือกว่าระดับทะลวงชีพจรทั่วไปมาก!

แน่นอนว่าเขายังออมแรงไว้ส่วนหนึ่ง

ฉู่หวยสวี่เอียงตัว ถอยหลังไปครึ่งก้าว หลบพ้นคมกระบี่

ผมยาวสีดำขลับปลิวไสวไปด้านหลัง

เขาชูมือขวาขึ้น นิ้วชี้และนิ้วกลางแนบชิด แล้วดีดออกไป ดีดใส่ตัวกระบี่ชางซง

"ติง—!"

กระบี่ถึงกับกระเด็นหลุดมือ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 62 - หาค่าประสบการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว