- หน้าแรก
- ยืมดาบพิชิตฟ้า
- บทที่ 60 - ร้องออกมาสิ
บทที่ 60 - ร้องออกมาสิ
บทที่ 60 - ร้องออกมาสิ
บทที่ 60 - ร้องออกมาสิ
☆☆☆☆☆
สวีจื่อชิงก้มหน้า พินิจดูเศษชิ้นส่วนป้ายหยกในมืออย่างละเอียด
มันใสกระจ่าง ดูเหมือนหยกมันแพะชั้นดี
เด็กหนุ่มหน้ามนไม่รู้ว่ามันมีไว้ทำอะไร พอเงยหน้าขึ้นมา ฉู่หวยสวี่ก็เดินนำออกไปไกลแล้ว
หลังจากอ่านถุงแพรใบที่สอง เขาก็เริ่มรู้สึกว่าศิษย์พี่คนนี้ช่างเหมือนกับนักเล่านิทานจอมกะล่อนคนนั้นเหลือเกิน เหมือนชอบปั่นหัวเขาเล่นทั้งคู่
แต่ถึงจะโดนปั่นหัว สวีจื่อชิงก็ยังกัดฟันวิ่งตามไป
ตลอดทาง เขาเดินตามต้อยๆ เหมือนหางเล็กๆ ที่ติดสอยห้อยตามฉู่หวยสวี่ไม่ห่าง
เขาแอบมองแผ่นหลังกว้างตรงหน้าเป็นระยะ ในใจลึกๆ ก็แอบฮึดสู้
ยิ่งศิษย์พี่เขียนข้อความเยาะเย้ยถากถางเท่าไหร่ เขายิ่งอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนไร้ค่า
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงริมสระมรกตเหมันต์ ฉู่หวยสวี่โยนลูกแก้วกันน้ำให้เขาเม็ดหนึ่ง
ทั้งเศษป้ายหยกและลูกแก้วกันน้ำ ล้วนเป็นของที่เขาไปขอมาจากหานซวงเจี้ยง
ไม่อย่างนั้น เขาคงพาสวีจื่อชิงเข้าเขตแดนลับไม่ได้
ตอนนั้น ยัยก้อนน้ำแข็งยังแปลกใจเลยว่า "ทำไมเจ้าจิ้งจอกนี่ถึงใส่ใจศิษย์น้องสวีขนาดนี้?"
ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งสองคนเคยมีฉากถึงเนื้อถึงตัวกันมาก่อน นางคงจะเริ่มจิ้นวายคู่นี้ไปแล้ว
เวลานี้ ฉู่หวยสวี่หันมาพูดกับเด็กหนุ่มว่า "นี่คือลูกแก้วกันน้ำ เจ้าลงไปพร้อมกับข้าเดี๋ยวนี้"
ต้องรีบฉวยโอกาสตอนที่ไอเย็นในสระยังก่อตัวไม่มาก ให้สวีจื่อชิงลงไปสักรอบสองรอบ
ขืนรอให้ไอเย็นหนาแน่นกว่านี้ ด้วยร่างกายที่จุดชีพจรยังไม่เปิดสักจุดของเจ้าหมอนี่ มีหวังโดนไอเย็นกัดตายแหงๆ!
"ขอรับ" เด็กหนุ่มรับคำ
ทั้งสองกระโดดตูมลงไป ไม่นานค่ายกลก้นสระก็ดูดพวกเขาเข้าสู่เขตแดนลับ
ประสบการณ์สุดมหัศจรรย์นี้ทำเอาสวีจื่อชิงตาวาว
ยังไงซะเขาก็ยังเป็นเด็กหนุ่มที่เพิ่งก้าวสู่โลกกว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสความอัศจรรย์ของโลกผู้ฝึกตน
ความขุ่นเคืองในใจเลยจางหายไปบ้าง เขามองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตาตื่นใจเหมือนมาทัศนศึกษา
"เลิกมองได้แล้ว ตามข้ามาให้ติด ทางที่เดินต่อไปนี้ เจ้าต้องจำให้ขึ้นใจเอง ข้าจะไม่พาเดินซ้ำเป็นรอบที่สอง" ฉู่หวยสวี่สั่ง
"เอ๊ะ? ขอรับ" สวีจื่อชิงรีบรับคำ
เขาความจำดีเป็นเลิศ ขนาด คัมภีร์ปวดเมนส์ อ่านรอบเดียวก็ท่องได้ จำทางแค่นี้เรื่องจิ๊บจ๊อย
ตลอดทาง เขาอยากจะเอ่ยปากถามหลายครั้งว่าพาเขามาทำอะไรที่นี่
แต่เห็นศิษย์พี่เดินดุ่มๆ ไปข้างหน้าไม่มีทีท่าอยากจะคุย สุดท้ายเลยได้แต่อ้าปากค้างไว้แล้วเงียบไป
ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงทางแยกที่สิบเอ็ด สวีจื่อชิงเห็นฉู่หวยสวี่หยุดเดิน
เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังยืนอยู่ในภาพมายา
เขาเห็นเพียงศิษย์พี่ในชุดดำ ยกมือใหญ่ขึ้น แล้วสะบัดชายแขนเสื้อวูบหนึ่ง
พริบตาถัดมา ทุกสรรพสิ่งรอบกายก็แตกร้าวราวกับกระจก โลกทั้งใบพังทลายลง!
ลำแสงเจิดจ้าสาดส่องผ่านรอยแตก แยงตาจนสวีจื่อชิงแทบลืมตาไม่ขึ้น!
ท่ามกลางแสงจ้าเหล่านั้น เด็กหนุ่มมองแผ่นหลังสูงใหญ่ตรงหน้า ราวกับอีกฝ่ายถูกห่อหุ้มด้วยรัศมีเทพ เขาได้แต่ยืนอึ้ง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ภาพตรงหน้าสำหรับเขาแล้ว มันช่างน่าเกรงขามเกินบรรยาย!
สิ่งรอบตัวสลายกลายเป็นผงธุลี แสงขาวโพลนทำให้เขาต้องหลับตาลงตามสัญชาตญาณ
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองก็มายืนอยู่บนลานหินสีเขียวแล้ว
ทุกอย่างเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น เหลือเพียงร่างในชุดคลุมสีดำที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ภาพนี้ประทับแน่นลงในใจของเด็กหนุ่ม ไม่มีวันลบเลือน!
สวีจื่อชิงยังยืนเหม่ออยู่ แต่ฉู่หวยสวี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินหน้าต่อทันที
เด็กหนุ่มหน้ามนเลยต้องรีบวิ่งเหยาะๆ ตามไป
ไม่นาน ประตูหินก็เปิดออก ทั้งสองเข้าสู่ด่านที่สาม
แม่น้ำใต้ดินยังคงไหลเอื่อย ฉู่หวยสวี่ชี้ไปข้างหน้า "ไปยืนตรงนั้น"
สวีจื่อชิงงงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็ยอมเดินไปยืนริมแม่น้ำแต่โดยดี
"โดดลงไป" ฉู่หวยสวี่สั่ง
"หือ?" เด็กหนุ่มยิ่งงงหนัก
"หืออะไร รีบๆ หน่อย"
ศิษย์พี่เริ่มไม่ทำตัวเป็นคนอีกแล้ว ผลักเขาตกลงไปดื้อๆ
แรงของฉู่หวยสวี่เยอะกว่าสวีจื่อชิงมากโข
"ตูม—!"
พอตกน้ำแบบไม่ทันตั้งตัว ลูกแก้วกันน้ำในอกเสื้อของเด็กหนุ่มก็ทำงาน
จากนั้น เขาก็เห็นผนังหินลอยได้สองฝั่งลดระดับลงมากั้นทางน้ำ แม่น้ำกลายเป็นสระปิดตาย
ทันใดนั้น คมมีดวารีเริ่มก่อตัวที่ก้นสระ พุ่งเข้ามาฟันเขาอย่างรวดเร็ว!
สวีจื่อชิงฝึกยุทธ์มาแต่เล็ก ปฏิกิริยาว่องไว เขาเคยผ่านการต่อสู้จริง หลบหลีกคมดาบคมหอกมานับไม่ถ้วน
เขาพยายามพลิกตัวในน้ำ หลบหลีกคมมีดวารีพวกนี้สุดชีวิต
แต่ทว่า จำนวนมันเยอะเกินไป ไม่นานร่างกายเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผล เขาอดไม่ได้ที่จะร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
"อ๊ากกก—!"
ฉู่หวยสวี่ที่ยืนอยู่ริมสระขมวดคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ "แหกปากทำไม!"
พวกยังไม่บรรลุขั้นต้น คัมภีร์ปวดเมนส์ นี่มันอ่อนด๋อยจริงๆ! ความต้านทานความเจ็บปวดต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แค่เจ็บพื้นฐานแค่นี้ก็ทนไม่ได้! ไร้ประโยชน์สิ้นดี!
สวีจื่อชิงที่ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ เงยหน้ามองฉู่หวยสวี่ด้วยความตกใจ ผมเผ้าเปียกโชก ใบหน้าเปื้อนหยดน้ำ
"ห้ามหลบ" ฉู่หวยสวี่มองลงมา สั่งเสียงเข้มจริงจัง
เด็กหนุ่มหน้ามนกัดฟันมองไปใต้น้ำ เห็นคมมีดวารีก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เลือดไหลซึมออกจากร่าง ละลายไปกับสายน้ำกลายเป็นเส้นเลือดฝอยแผ่กระจายไปรอบๆ
ความทรมานในตอนนี้ ต่างจากการฝึก คัมภีร์ปวดเมนส์ ไปอีกแบบ
สวีจื่อชิงสบตาฉู่หวยสวี่ รู้สึกเพียงว่าสายตาของศิษย์พี่ช่างเย็นชาเหลือเกิน
รูทั้งสี่เหมือน "ได้กลิ่นคาวเลือด" เริ่มปล่อยน้ำยาชุบกายออกมา
สวีจื่อชิงที่ไม่มีความรู้เรื่องการฝึกตนตกใจแทบสิ้นสติ "มียาพิษด้วย!?"
เขาพยายามจะตะกายขึ้นจากสระ แต่กลับถูกมือใหญ่ที่แข็งแกร่งกดหัวจมลงไป!
วันนี้ ที่ฉู่หวยสวี่พาตัวเอกของโลกคนนี้มาที่นี่ จริงๆ แล้วเขามีข้อสันนิษฐานบางอย่างที่อยากพิสูจน์
พอถูกกดลงน้ำ สวีจื่อชิงโผล่หัวขึ้นมา ในความสะลึมสะลือ เขาเริ่มได้กลิ่นหอมของยาจางๆ
เขารู้สึกคันยุบยิบตามตัว บาดแผลเหล่านั้นกลับสมานตัวอย่างรวดเร็ว!
"นี่มัน..." สวีจื่อชิงตะลึงงัน
ฉู่หวยสวี่ก้มมองเขาแล้วพูดอีกครั้ง "ดิ้นหาอะไร นี่คือน้ำยาชุบกายชั้นยอด ดูดซับให้ดีๆ คนระดับระยะทะลวงชีพจรทั่วไป ไม่มีปัญญาใช้ของดีขนาดนี้หรอกนะ"
สวีจื่อชิงต่อให้ซื่อแค่ไหน ตอนนี้ก็ต้องรู้แล้วว่า: ศิษย์พี่กำลังช่วยข้าฝึกตน?
แม้จะไม่เข้าใจกลไก แต่เขาก็เริ่มทำตามอย่างว่าง่าย
คมมีดวารีกรีดแทงร่างเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขากัดฟันทน พอทนไม่ไหวจริงๆ ก็เผลอหลุดเสียงครางออกมาตามสัญชาตญาณ
ฉู่หวยสวี่จ้องมองสวีจื่อชิงในน้ำ รอคอยเพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเองต่อไป
"นั่นไง หมอนี่ดูดซับน้ำยาชุบกายได้โคตรไว"
"นี่มัน 'กายาเสพยาบรรพกาล' หรือไงฟะ?" เขาอิจฉาจนแทบกระอักเลือด
ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่า จะแก้ปัญหาเรื่องสวีจื่อชิงฝึกช้ายังไงดี?
อย่างแรกที่คิดได้คืออัดยา!
เขากะว่าเจ้าเด็กนี่น่าจะดูดซับยาได้ไวกว่าเขาอย่างน้อยห้าสิบเปอร์เซ็นต์!
ฉู่หวยสวี่สงสัยด้วยซ้ำว่า ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ยาคงโดนไอ้เด็กนี่ดูดเกลี้ยง!
เขาเริ่มสงสัยว่า "บางทีผู้อาวุโสเหลยเหวินเหยียนอาจจะนึกไม่ถึงเหมือนกัน ว่าจะมีคนสูบยาเก่งขนาดนี้..."
"แถมคมมีดวารีบวกน้ำยาชุบกาย ให้ค่าประสบการณ์ข้าแค่ไม่กี่พันแต้ม ก็ถึงขีดจำกัดยาแล้ว"
"แต่เจ้าหมอนี่ เผลอๆ ขีดจำกัดจะสูงกว่าข้าอีก!"
"นี่มันกายาบ้าบออะไรกัน เอาไปขายให้พวกบ้าปรุงยาเป็นหนูทดลองยาดีไหมเนี่ย นี่มัน 'กายาทดลองยาบรรพกาล' ชัดๆ" ฉู่หวยสวี่อิจฉาตาร้อนผ่าว
ทำไม! ทำไมพวกมันถึงมีพรสวรรค์แปลกๆ กันหมด มีแค่ข้าที่เป็นคนธรรมดา (ที่ใช้โปรโกง)?
ด้วยความหมั่นไส้ เขาเลยนั่งยองๆ ลงด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ มองเด็กหนุ่มหน้ามนที่กัดฟันทนเจ็บอยู่ในน้ำ พยายามกลั้นเสียงสุดชีวิต แล้วพูดด้วยประโยคที่ฟังดูเหมือนผู้ชายเลวๆ ว่า:
"น่าเบื่อชะมัด นอนนิ่งเป็นปลาตายอยู่ได้ เจ้าแหกปากร้องไม่เป็นหรือไง?"
[จบแล้ว]
*คัมภีร์ปวดเมนส์ (สแลง) ฉายาที่ฉู่หวยสวี่ตั้งให้ [เคล็ดวิชาหลอมกระบี่] เพราะฝึกแล้วเจ็บปวดทรมานเหมือนปวดประจำเดือน*