- หน้าแรก
- ยืมดาบพิชิตฟ้า
- บทที่ 23 - 《กลับบ้าน》
บทที่ 23 - 《กลับบ้าน》
บทที่ 23 - 《กลับบ้าน》
บทที่ 23 - 《กลับบ้าน》
☆☆☆☆☆
หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง
หลิวเฉิงชี่ที่เจ็บปางตาย ยังอดไม่ได้ที่จะเบิกตาโพลง ตกตะลึงกับ "หัตถ์เทวะ" ของฉู่หวยสวี่
นี่มันคือกระบวนท่าแรกของ《ฝ่ามือแปดทิศไร้ขอบเขตฟ้าดิน》ที่เขาเพิ่งสอนไปชัดๆ!
ศิษย์พี่หลิวที่นอนกองอยู่กับพื้น บาดเจ็บสาหัสจนไร้ทางสู้
เขาอดไม่ได้ที่จะกระอักเลือดออกมา หน้าอกเจ็บแปลบ
แต่สายตาที่มองฉู่หวยสวี่ กลับค่อยๆ เปลี่ยนไป ราวกับกำลังมองคนตาย
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น ผมเดาได้ว่าพี่คงมีแบ็คดี" ฉู่หวยสวี่นั่งยองๆ ลง สีหน้ายังคงปกติ
เขาตบแก้มขวาของหลิวเฉิงชี่เบาๆ พลางพูดว่า:
"แค่สอนมวยยังกล้ามาทวงบุญคุณว่าไม่รู้ดีชั่ว"
"ผมไม่ได้จ่ายตังค์เหรอ? หืม?"
"ตอบสิ!"
ฉู่หวยสวี่พูดประโยคหนึ่ง ก็ตบหน้าเบาๆ ทีหนึ่ง
หลิวเฉิงชี่ไหนเลยจะเคยโดนหยามขนาดนี้ ดวงตาแทบจะพ่นไฟได้อยู่แล้ว
เขาพยายามฝืนยกมือขวาขึ้น ทั้งที่เจ็บหนักแต่ก็ยังมีความโหดเหี้ยมแฝงอยู่
แต่ฉู่หวยสวี่ที่นั่งยองๆ อยู่ไวกว่า มือคว้าหมับ ดังกร๊อบ หักแขนข้างนั้นทิ้งทันที
"เมื่อกี้มือข้างนี้สินะที่ซุกซน?" เขาถามเสียงเรียบ
เสียงร้องโหยหวนดังลั่นมาจากศิษย์พี่หลิวที่แขนหัก
หานซวงเจี้ยงยืนมองอยู่ข้างๆ มือทั้งสองข้างกำแน่น
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นฉู่หวยสวี่ในมุมนี้
เย็นชา อำมหิต เด็ดขาด!
ในเมื่ออีกฝ่ายลงมือก่อน เขาก็ไม่คิดจะปรานี
ในใจของเธอ คำสี่คำนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง——หน้าเนื้อใจเสือ!
เนื่องจากเมื่อกี้หลิวเฉิงชี่กะจะลวนลามเธอ หานซวงเจี้ยงจึงไม่มีความเห็นใจให้เลยแม้แต่น้อย
ในบรรดาตัวเอกทั้งสี่ของ《ยืมดาบ》บทของเธอคือนางเอกสายสตรอง ไม่ใช่นางเอกโลกสวยน่ารำคาญ
ฉู่หวยสวี่ออกหน้าแทนเธอ เธอก็พร้อมจะยืนข้างเขา
แต่หลังจากตกใจได้แวบหนึ่ง ความคิดเล็กๆ ของแม่สาวถังแตกก็ผุดขึ้นมา: "หนึ่งชั่วยามต่อหนึ่งคาบเรียน นี่เพิ่งเรียนไปได้ธูปดอกเดียวเองนะ ตั้งสิบตำลึงเชียวนะ สิบตำลึง..."
วินาทีถัดมา เธอก็เห็นฉู่หวยสวี่ตบแก้มหลิวเฉิงชี่เบาๆ อีกที จ้องหน้าแล้วพูดว่า: "คืนเงินค่าเรียน ได้ยินไหม?"
เห็นหลิวเฉิงชี่ไม่ตอบสนอง เขาก็จ้องตาเขม็ง แววตาเย็นชาลงเรื่อยๆ มือที่ตบหน้าก็เผลอลงน้ำหนักแรงขึ้นทุกที
ไม่นาน ฉู่หวยสวี่ก็พาหานซวงเจี้ยงเดินออกมาจากเรือนหลังเล็ก พร้อมเงินสิบตำลึงที่ยัดกลับเข้ากระเป๋าอย่างสบายใจ
เขามีกฎของตัวเอง ไม่เอาเกินแม้แต่ตำลึงเดียว
หลังจากผ่านเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ นี้ ทั้งคู่ก็เดินกลับมาที่ตลาด
ตอนนี้เที่ยงแล้ว ฉู่หวยสวี่เห็นแผงขายของกินก็กะจะนั่งลงกินสักหน่อย แต่โดนหานซวงเจี้ยงลากตัวออกมาซะก่อน
เขาก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ดึงแขนเสื้อเขาอยู่ หานซวงเจี้ยงรีบปล่อยมือทันที
"ซื้อ... ซื้อกับข้าวไปทำเองดีกว่า" เธอยืนกราน
แค่เรียนวิทยายุทธ์พื้นฐาน เกือบเสียเงินไปตั้ง 20 ตำลึง ดีที่อีกฝ่ายหน้าหม้อ เลยเสียแค่ 10
เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำให้หานซวงเจี้ยงรู้สึกว่า "เสบียง" ที่บ้านมีน้อย สถานะการเงินเปราะบางสุดๆ
ฉู่หวยสวี่คิดไม่ถึงเลยว่า หานซวงเจี้ยง นางเอกผู้ยิ่งใหญ่ที่สาวๆ กรี๊ดกันทั้งเกม ตัวจริงจะงกขนาดนี้
เนื่องจากใช้เงินของเขา เวลาเธอออกความเห็น น้ำเสียงเลยไม่เย็นชาเหมือนเคย แต่เจือแววปรึกษาหารือ
"ได้" ฉู่หวยสวี่รับคำ แล้วพ่อหนุ่มเพื่อนเที่ยวรุ่นเก๋าก็พูดต่ออีกคำ: "ตามใจคุณ"
คำพูดง่ายๆ สองคำ ทำเอาคนจนใจชื้น แอบถอนหายใจโล่งอก
ระหว่างเลือกซื้อวัตถุดิบ ภูเขาน้ำแข็งก็เรื่องมากผิดปกติ เปรียบเทียบราคาเจ้าแล้วเจ้าเล่า
ทั้งที่ปกติพูดน้อยแทบจะนับคำได้ แต่ก่อนจ่ายเงิน กลับทำหน้านิ่งต่อรองราคาจนแม่ค้าเหงื่อตก
"รู้จักใช้ชีวิตเหมือนกันนะเนี่ย" ฉู่หวยสวี่คิดในใจ
ระหว่างทาง ทั้งคู่เดินผ่านร้านเหล้าแห่งหนึ่ง
มีคนตะโกนเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้าน: "เหล้าเอ้อร์หลาง (หนุ่มรอง) เหล้าเอ้อร์หลางชั้นดีจ้า"
หานซวงเจี้ยงเห็นเต็มตาว่าฉู่หวยสวี่หยุดเดิน
ในหัวเธอผุดความคิดน่ากลัวขึ้นมาทันที
——จะใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแล้ว!
"เหล้าเอ้อร์หลาง นี่มันเหล้าดังของแคว้นเยว่ไม่ใช่เหรอ?" ฉู่หวยสวี่หยุดถาม
"ใช่แล้ว ศิษย์น้องดูจะรู้เรื่องของกินของดื่มนะเนี่ย ต้นตำรับเหล้านี้มาจากอำเภอเอ้อร์หลางในแคว้นเยว่" พ่อค้าตอบ
ฉู่หวยสวี่พยักหน้า นึกถึงเหล้าหลางจิ่วชื่อดังในโลกเก่า
เหล้าหลางจิ่วที่ได้ชื่อนี้ ก็เพราะมาจากตำบลเอ้อร์หลางในมณฑลเสฉวนเหมือนกัน
เนื่องจากมหันตภัยกำลังจะมา แคว้นจิ้งกับแคว้นเยว่ที่เคยกระทบกระทั่งกันตลอด เริ่มจะญาติดีกันขึ้นมาบ้างในช่วงปีหลังๆ
แม้แต่ตอนที่เป็นศัตรูกัน การค้าขายระหว่างสองแคว้นก็ไม่เคยขาด ตอนนี้ดูเหมือนจะเข้าสู่ช่วงฮันนีมูน การค้าขายยิ่งคึกคัก
แถมภาษียังลดลงอีกต่างหาก
ดังนั้น การมีเหล้าจากแคว้นเยว่มาขาย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เขาถึงขั้นสงสัยว่าร้านเหล้านี้อาจจะเป็นธุรกิจของทางประตูแห่งเต๋า เองด้วยซ้ำ
ฉู่หวยสวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจงใจไม่ถามราคา พูดโพล่งออกไปเลยว่า: "เอามาไหหนึ่ง"
ทำเอาภูเขาน้ำแข็งข้างหลังสะดุ้งโหยง รีบถลันเข้ามาต่อราคา
ช่วยไม่ได้ เงินเป็นของเขา เธอมีสิทธิ์แค่เสนอ ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ
เห็นหานซวงเจี้ยงทำท่าทางแบบนี้ เขายิ่งดูยิ่งขำ
หลังจากแกล้งแหย่แม่ตัวเอกของโลกจนพอใจ ฉู่หวยสวี่ก็รับเหล้าเอ้อร์หลางมาจากพ่อค้า
"ไปกันเถอะ กลับบ้าน" เขาพูด
ได้ยินคำว่ากลับบ้าน หานซวงเจี้ยงชะงักไปนิดหนึ่ง
ทั้งสองคนเดินหอบของพะรุงพะรังกลับบ้าน แต่พอเดินมาถึงครึ่งทาง จู่ๆ ฉู่หวยสวี่ก็หยุดเดิน หันมองไปทางทิศตะวันออก
"ถ้าจำไม่ผิด บ้านท่านผู้ดูแลหนิวอยู่ทางนั้นใช่ไหม?" เขาคำนวณเวลาในใจ แล้วเอ่ยถาม
"อืม" ภูเขาน้ำแข็งกลับมานิ่งอีกแล้ว พยักหน้าตอบสั้นๆ
"คุณเอาเหล้าไหนี้ ไปให้ท่านผู้ดูแลหนิวที" ฉู่หวยสวี่สั่ง
"ฉันเอาไปให้?" เธอขมวดคิ้วสงสัย
หานซวงเจี้ยงไม่ได้ต่อต้านที่เขาใช้เธอ แค่งงว่าเงินก็เงินเขา ทำไมให้เธอเอาไปให้คนเดียว?
ฉู่หวยสวี่ไม่ตอบ แค่มองสบตากับดวงตาคู่สวยของเธอ อยากดูว่าตัวเอกของโลกจะหัวไวแค่ไหน
ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็พูดขึ้น: "คุณกลัว..."
เธอพูดไม่จบ
ตั้งแต่ตอนอยู่ที่เรือนหลังเล็ก ฉู่หวยสวี่พูดกับหลิวเฉิงชี่ว่า: ผมเดาได้ว่าพี่คงมีแบ็คดี
จากเหตุการณ์ต่างๆ หานซวงเจี้ยงก็พอจะเดาออก
ตอนนี้ ฉู่หวยสวี่พยักหน้าให้เธอ เป็นการยืนยันว่าเธอเดาถูก
ชั่วพริบตา ใบหน้าสวยของหานซวงเจี้ยงหม่นลง ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจที่คุ้นเคย ถาโถมเข้ามาในอกอีกครั้ง
เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเธอ
โลกนี้ต่อให้สร้างภาพสวยหรูแค่ไหน สุดท้ายก็คือปลาใหญ่กินปลาเล็ก สวยแต่ไร้ทางสู้ คือบาปมหันต์!
นี่คือเหตุผลที่เธอโหยหาการฝึกตน โหยหาความแข็งแกร่งมาตลอด
ใครจะคิด ฉู่หวยสวี่กลับแค่นหัวเราะเยาะ: "แหม ทำหน้าทำตาแบบนั้นให้ใครดู ผมหล่อลากไส้ขนาดนี้ คุณคิดว่าผมเจอปัญหามาน้อยเหรอ? ชินๆ ไปซะเถอะน่า!"
หานซวงเจี้ยงฟังแล้วรู้สึกว่า ทำไมไอ้หน้าจิ้งจอกนี่มันกวนตีนจังวะ?
เธอรับเหล้าเอ้อร์หลางมาจากมือฉู่หวยสวี่ แล้วทำตามคำสั่ง เดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็หยุดกึก แล้วเรียกเบาๆ: "ฉู่หวยสวี่"
"หือ?" ฉู่หวยสวี่หันกลับมามอง
"ทำไมคุณไม่ไปกับฉัน?" เธอถาม
ในเมื่อรู้ว่าอาจจะมีอันตรายแฝงอยู่ ทำไมต้องแยกกันเดิน?
ฉู่หวยสวี่มองเธอด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน: "มีที่ไหนเขาป้องกันขโมยกันเป็นพันวัน?"
"ถ้า... ผมสมมตินะ ถ้าหลิวเฉิงชี่จะแก้แค้นเรา แล้วเขามีแบ็คดีจริงๆ วันนี้เห็นเราไปเยี่ยมบ้านผู้ดูแลหนิว พวกเขาจะลงมือวันนี้เหรอ?"
"แต่วันพระไม่ได้มีหนเดียว เข้าใจไหม?"
"คุณจะแน่ใจได้ยังไง ว่าเขาจะยอมกลืนเลือดก้อนนี้ลงคอแล้วจบกันไป?"
หานซวงเจี้ยงฟังแล้วก็เห็นด้วย จะเอาความปลอดภัยของตัวเองไปฝากไว้กับสติของศัตรูไม่ได้เด็ดขาด
ฉู่หวยสวี่เชื่อเสมอว่าโลกนี้มันคือคณะตลกโรงใหญ่ ไม่มีการกระทำที่ไร้เหตุผลของใครคนไหน ที่จะมาจากการโดน "รัศมีปัญญาอ่อน" ครอบงำหรอก
โลกนี้มีกี่คนที่ใช้ชีวิตด้วยเหตุผลตลอดเวลา?
ขนาดคนบางคนได้เกิดมา ก็เพราะพ่อบังเกิดเกล้าใช้อารมณ์นำเหตุผลตอน... นั่นแหละ
มนุษย์น่ะ สุดท้ายก็ถูกอารมณ์ชักนำทั้งนั้น
ฉู่หวยสวี่รู้ว่าต้องมีเรื่องแน่ เขาเลยเลือกที่จะเหยียบหน้าหลิวเฉิงชี่ให้จมดินไปเลย
นอกจากจะสะใจตัวเองแล้ว ยังเป็นการยั่วยุให้อีกฝ่ายรีบๆ มาหาเรื่อง จะได้จบๆ กันไป ไม่ต้องมานั่งระแวง
เวลานี้ หานซวงเจี้ยงมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล แล้วถามอีกครั้ง: "งั้นคุณเลยเลือกที่จะกลับบ้านก่อน ให้พวกมันบุกมาหาเอง เอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อ แล้วให้ฉันไปตามคนมาช่วย?"
"อือฮึ!" ฉู่หวยสวี่รับคำ
"คุณมั่นใจเหรอว่าผู้ดูแลหนิวจะช่วย?" หานซวงเจี้ยงถาม
"ชัวร์ป้าบ" ฉู่หวยสวี่ตอบ เขาว่าเผลอๆ อีตาหนิวจะรีบกว่าเธอซะอีก
"ตกลง" สาวหน้าตายตอบรับ
จากนั้น เธอก็สาวเท้าก้าวเร็วๆ ยื่นไหเหล้าคืนให้ฉู่หวยสวี่ สีหน้าจริงจังและเด็ดเดี่ยว ยืนกรานเสียงแข็ง:
"ฉันกลับบ้าน คุณไปส่งเหล้า"
[จบแล้ว]