- หน้าแรก
- ยืมดาบพิชิตฟ้า
- บทที่ 18 - ดาบ!
บทที่ 18 - ดาบ!
บทที่ 18 - ดาบ!
บทที่ 18 - ดาบ!
☆☆☆☆☆
ฉู่หวยสวี่มองดูช้อนที่ร่วงลงไปในชาม จมอยู่ในน้ำซุป นอนแอ้งแม้งอยู่ข้างๆ เกี๊ยวที่เหลืออีก 4 ตัว
หานซวงเจี้ยงนั่งตัวตรง สีหน้าเคร่งเครียด แววตาเต็มไปด้วยการประเมิน
หอนางโลมที่เธอจากมาชื่อ【หงซิ่วเจา (หอแขนแดง)】เป็นสถานบันเทิงระดับท็อปของเมืองหลวงแคว้นจิ้ง
เธอโตมากับการสั่งสอนของ "แม่เล้า" และการซึมซับจากพวก "พี่สาว"
ตลอดเวลาที่เติบโตมา เธอเห็นพี่สาวหลอกผู้ชาย และถูกผู้ชายหลอกมานักต่อนัก
ตั้งแต่โบราณกาล นิยายรักมักชอบเขียนเรื่องราวความรักในหอนางโลม
ในเมืองหลวง ก็มีพี่สาวที่ถูกไถ่ตัวออกไป หลุดพ้นจากกรงขังนี้จริงๆ
เพียงแต่ บางคนก็ไปได้ดี บางคนก็แค่ย้ายจากกรงหนึ่งไปสู่อีกกรงหนึ่ง
โดยรวมแล้ว การได้ใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายที่รัก สำหรับคนอย่างพวกเธอ ถือเป็นความฝันที่ไกลเกินเอื้อม
"แม่เล้า" สอนเสมอว่า: ถ้าผู้ชายบอกว่าจะเลี้ยงดูปูเสื่อ ให้ระวังตัวไว้
โดยเฉพาะพี่สาวบางคนที่เก็บเงินไถ่ตัวเองได้ แล้วจะหนีไปอยู่กับผู้ชายที่ชอบ
เจอแบบนี้ "แม่เล้า" จะขวางสุดตัว
ถ้าขวางไม่อยู่ นางก็จะแค่นหัวเราะเยาะ: "แกนึกว่ามันรักแกจริงเหรอ? มันแค่ไม่อยากเสียเงินนอนกับแกต่างหาก!"
——《ฟันฟรี》
ความจริงคือ หลายครั้งแม่เล้าก็พูดถูก
พอผู้ชายหมดความตื่นเต้น เบื่อแล้ว ก็จะเริ่มกลับมาใช้สมอง แล้วก็เริ่มรังเกียจความสกปรกในอดีตของพวกเธอ
บางที นี่อาจจะเป็นวิธีที่พวกผู้ชายใช้กดหัวพวกพี่สาวก็ได้
แต่โลกนี้มันก็ยังมีรักแท้อยู่จริง
ผู้ชายบางคนก็ยินดีจะเปลี่ยน "รถสาธารณะ" ให้เป็น "รถส่วนตัว" และมีความสุขกับมัน
ขอแค่มีตัวอย่างแบบนี้ให้เห็นสักเคส ก็ทำให้พี่สาวที่หน้ามืดตามัวเพราะความรัก พร้อมจะบินเข้ากองไฟกันเป็นแถว
หานซวงเจี้ยงคิดไม่ถึงเลยว่า วันหนึ่งจะมีผู้ชายมองหน้าเธอ แล้วบอกว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับเธอ
ที่สำคัญคือ สองคนเพิ่งเจอกันเมื่อคืนเป็นครั้งแรก
เธอเชื่อว่ารักแรกพบมีอยู่จริง
แต่โดยรวมแล้ว เธอไม่ใช่คนใช้อารมณ์นำเหตุผล
ทั้ง【หงซิ่วเจา】ทั้ง【สำนักฮวนสี่】เรื่องราวในสถานที่พวกนี้เตือนสติเธอตลอดเวลาว่า คนเราต้องกุมชะตาชีวิตตัวเอง อย่าไปหวังพึ่งผู้ชาย
ในเว็บบอร์ด《ยืมดาบ》เคยมีผู้เล่นแซวว่า ตัวเอกทั้งสี่ของเกมนี้ เอาใจคนทุกกลุ่มจริงๆ
หานซวงเจี้ยงเป็นนางเอกสายสตรอง บ้างาน ความรักหลบไป!
ตัวเอกฝั่งทวีปตะวันตกแคว้นเยว่ เป็นชายหญิงคู่กัน มีเส้นเรื่องความรัก รักกันปานจะกลืนกิน น้ำตาลเรียกพี่ ให้สายจิ้นได้ฟินตายกันไปข้าง
ส่วนสวีจื่อชิง... หมอนี่เหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่แค่รูปร่างหน้าตาและบุคลิก ก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสาววายได้แล้ว
ไม่สนว่านายจะเป็นรับหรือเปล่า แต่ฉันมองว่านายเป็นรับ! นายไปยืนข้างผู้ชายคนไหน ฉันก็ไม่เชื่อว่าเป็นแค่พี่น้อง!
——อคติในใจคน คือภูเขาลูกใหญ่
หลังจากเข้าประตูแห่งเต๋าได้สำเร็จ หานซวงเจี้ยงรู้สึกว่าชีวิตกำลังจะเข้ารูปเข้ารอย เริ่มมีความหวัง
สรุป ฉู่หวยสวี่ดันมามุกนี้
——ผู้ชาย ฟังนะว่านายพูดอะไรออกมา!
เพิ่งกินข้าวด้วยกันมื้อเดียว นายล้ำเส้นเกินไปแล้ว หื่นกามเกินไปแล้ว
แต่พอมองใบหน้าของเขาใต้แสงเช้า เธอก็แอบลบคำว่า "เกินไป" ออกจากใจเงียบๆ
พ่อหนุ่มหน้าจิ้งจอกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พอได้ยินหานซวงเจี้ยงบอกว่า "ไม่กินแล้ว" แล้วเห็นสีหน้าที่เข้าใจผิดไปไกลของเธอ ก็พูดขึ้นว่า:
"เหอะ ยัยมั่นหน้า หลงตัวเองชะมัด โคตรหมดอารมณ์"
สาวหน้าตายเพิ่งเคยได้ยินศัพท์พวกนี้เป็นครั้งแรก ไม่รู้ความหมาย
แต่ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงของเขาแล้ว มันทำให้เธอรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย
ฉู่หวยสวี่เคาะโต๊ะเบาๆ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า เข้าไปใกล้เธอที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วลดเสียงลง:
"คุณตั้งสติหน่อย เราถูกผู้อาวุโสหกรับขึ้นเขามาด้วยตัวเองนะ"
หานซวงเจี้ยงขมวดคิ้ว "แล้วไง?"
ทำไม นี่บุพเพสันนิวาสจัดสรรเหรอ?
"คุณดูรอบๆ สิ ดูศิษย์จดชื่อกับศิษย์สายนอกพวกนี้ คุณคิดว่ามีใครได้อภิสิทธิ์แบบเราบ้าง?" ฉู่หวยสวี่กระซิบ พลางมองไปรอบๆ
"คุณจะสื่ออะไร" หานซวงเจี้ยงเริ่มฟังบ้างแล้ว
"เพราะงั้น คุณไม่คิดเหรอว่าสำหรับเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือการฝึกตน? คือการรีบอัปเกรดระดับพลัง?" เขาจ้องตาเธอเขม็ง
คิ้วของสาวหน้าตายขมวดแน่นกว่าเดิม
น่าแปลก พอเธอทำหน้าเครียด กลับดูมีเสน่ห์กว่าเดิมซะงั้น
ยิ่งเธอทำหน้าแบบนี้ ฉู่หวยสวี่ยิ่งอยากแหย่ เขาพูดแทงใจดำทันที: "แต่คุณไม่มีเงินไม่ใช่เหรอ?"
หานซวงเจี้ยงกัดฟันกรอด เถียงไม่ออก
เธอเพิ่งรู้ตัวว่า บางทีเขาอาจจะมองออกตั้งแต่หน้าโรงอาหารแล้วว่าเธอถังแตก
ฉู่หวยสวี่เลิกมองเธอ หันไปตะโกน "ศิษย์พี่! เช็คบิล!"
เขาล้วงเงิน 100 ตำลึงออกมา วางบนโต๊ะ โชว์ป๋า
ศิษย์พี่ที่ห้อยป้ายศิษย์จดชื่อเหมือนกันเดินเข้ามา "โห! ศิษย์น้องไม่มีเศษเงินเลยเหรอ?"
"พอดีไม่มีเลยครับ รบกวนศิษย์พี่หน่อย"
"ได้เลย"
พอจ่ายเงินเสร็จ ฉู่หวยสวี่ก็หันมามองเธออีกครั้ง พูดว่า:
"บอกตามตรง ผมมีเงินแค่นี้แหละ อ้อ ตอนนี้ไม่ถึงร้อยตำลึงแล้ว"
"ไอเดียผมคือ ช่วงนี้เราไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น ตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชา เรียนรู้ทุกอย่าง ดูซิว่าจะทะลวงชีพจรสำเร็จก่อนเงินร้อยตำลึงจะหมดไหม"
"พอถึงระดับหนึ่งแล้ว จะทำอะไรก็ง่ายขึ้น"
หานซวงเจี้ยงไม่เข้าใจ ถามว่า "แล้วทำไมนายต้องลากฉันมาด้วย?"
ฉู่หวยสวี่ไม่มีทางบอกหรอกว่า เพราะป๋าจะเกาะหนูไงจ๊ะ
ใช้ชีวิตด้วยกัน ฝึกด้วยกัน ถึงจะมีโอกาสได้มรดกปรมาจารย์ด้วยกัน
ความจริงคือ ว่าที่นางโลมอันดับหนึ่งจากหอเขียว มีทฤษฎี《วิธีหลอกผู้ชาย》แน่นปึ้ก
แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า ฝั่งตรงข้ามคือพี่ชายโมเดล ผู้มีประสบการณ์《วิธีหลอกผู้หญิง》ระดับเซียน
"ผมบอกแล้วไง ว่าเราอาจจะไม่เหมือนศิษย์สายนอกคนอื่นๆ"
"เราคือตัวประหลาดสองคน"
"ทั้งสายนอก อาจจะมีแค่เราสองคนที่เป็นตัวประหลาด"
เขามองไปรอบๆ รู้สึกว่าตัวเองเข้ากับที่นี่ไม่ได้เลย
หานซวงเจี้ยงหลุบตาลง เธอเองก็รู้สึกแบบนั้น
ฉู่หวยสวี่มองเธอ คิดในใจ "ก็แหงล่ะ เพิ่งมาใหม่นี่หว่า!"
เด็กเส้นเด็กฝากก็งี้แหละ~
"ผู้อาวุโสหกรับเราขึ้นเขามาพร้อมกัน หนิวหย่วนซานยังจัดที่พักให้เราอยู่ติดกันอีก ไม่ต้องให้ผมพูดเยอะแล้วมั้ง?" จิ้งจอกหนุ่มเสริม
หานซวงเจี้ยงเงียบกริบ
เธอนึกถึงคำสอนของ "แม่เล้า" ที่สอนพวกพี่สาว
"พวกแกคิดว่าผู้ชายมันจะควักเงินให้พวกแกฟรีๆ เหรอ?"
"พวกมันน่ะ แค่อยากได้กุญแจ แล้วก็ไขแม่กุญแจของพวกแกแรงๆ เท่านั้นแหละ"
"แม่เล้า" ก็เป็นงี้ ปากหมาแต่จริงใจ
พี่สาวบางคนมีลูกล่อลูกชน ไม่ยอมให้กุญแจตั้งแต่ครั้งแรก
แต่บางคนก็ใจอ่อน พอโดนไขบ่อยๆ ประตูที่เปิดดันกลายเป็นประตูใจ
ยังมีบางคนหลงระเริง โดนกุญแจทองไขบ่อยเข้า ก็มีเศษทองติดมาบ้าง เลยหลงคิดว่าตัวเองเป็นแม่กุญแจทองคำไปซะงั้น
คนธรรมดาพวกนางไม่แลแล้ว
หานซวงเจี้ยงเพิ่งโดนฉู่หวยสวี่เหน็บแนมมา เลยไม่คิดไปในทางชู้สาวแล้ว แต่เธอก็รู้ดีว่า ของฟรีไม่มีในโลก
เธอไม่ใช่คนโง่ เลยเป็นฝ่ายถามเพื่อกำหนดสถานะ: "นายอยากให้ฉันติดหนี้นายสินะ?"
ฉู่หวยสวี่ยักไหล่ ทำหน้ากวนโอ๊ยไม่ยี่หระ "จะคิดงั้นก็ได้"
"เอาเป็นว่าผมไม่ได้หวังให้คุณหาเงินมาคืนผมในอนาคต คุณรู้อยู่แก่ใจก็พอ" เขาพูดความจริง
พูดจบ เขาก็เริ่มหาข้ออ้างให้ตัวเอง "ผมรู้ว่าเงินมีไม่เยอะ เวลาเลยกระชั้นชิด เราต้องรีบเลื่อนระดับให้เร็วที่สุด"
หานซวงเจี้ยงมองฉู่หวยสวี่ แล้วในที่สุดก็พยักหน้า
จากนั้น เขาก็เห็นเธอหยิบช้อนที่จมอยู่ในชามขึ้นมาอย่างสบายใจ แล้วกินเกี๊ยวที่เหลืออีก 4 ตัวจนหมด
"แพงขนาดนี้ ทิ้งไม่ได้" คนไม่อิ่มพูด
แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องบนทางกลับบ้าน ฉู่หวยสวี่กับหานซวงเจี้ยงเดินเคียงข้างกัน
ตลอดทาง ทั้งคู่แทบไม่คุยกันเลย
เขากำลังคิดว่ามรดกปรมาจารย์ซ่อนอยู่ที่ไหน
ส่วนเธอผู้มีความเป็นจริงเป็นจังมากกว่า กำลังคิดว่าก่อไฟทำกับข้าวเองน่าจะประหยัดกว่า ของที่นี่แพงบรรลัย แพงกว่าเมืองหลวงอีก
หานซวงเจี้ยงเริ่มคำนวณบัญชีในใจ และเสียดายที่เมื่อกี้ไม่ได้กินเสี่ยวหลงเปาอีกสักลูก
"แพง แพงจริงๆ" เสียงของคนจนก้องอยู่ในใจเธอซ้ำๆ
พอเดินมาถึงที่โล่ง ฉู่หวยสวี่เงยหน้ามองยอดเขาถามวิถีที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอก
เขาไม่รู้ว่ามรดกปรมาจารย์อยู่ที่ไหน แต่จุดที่ผู้เล่นสายประตูแห่งเต๋าเคยเจอ เขาพอจำได้ลางๆ เคยผ่านตาในบอร์ด
แต่ก็จำได้แค่บางจุด ไม่ครบ
"เวรเอ๊ย ความจำไม่ดีเลย ทำไมตอนทะลุมิติไม่ให้สูตรโกงความจำแม่นมาด้วยวะ ให้จำทุกอย่างในอดีตได้หมดงี้!" ฉู่หวยสวี่บ่นในใจ
มองดูยอดเขาถามวิถี ความคิดของเขาก็ล่องลอยไปไกล
เป็นตัวเอกของโลกเหมือนกัน ทำไมหานซวงเจี้ยงเหมามรดกปรมาจารย์ไปคนเดียวตั้งสองอย่าง แล้วสวีจื่อชิงที่โดนผมแย่งบทมาทำไมไม่ได้สักอย่าง?
เหตุผลง่ายๆ
"อย่าลืมสิ ปรมาจารย์ยังทิ้งดาบไว้อีกเล่ม"
หลังจากปรมาจารย์สิ้นชีพ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเสวียนหวง ไม่ใช่คน
ผ่านไปกี่ปี ก็ยังคงเป็นดาบเล่มนั้น
[จบแล้ว]