เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - มรดกปรมาจารย์

บทที่ 17 - มรดกปรมาจารย์

บทที่ 17 - มรดกปรมาจารย์


บทที่ 17 - มรดกปรมาจารย์

☆☆☆☆☆

ใต้แสงตะวันยามเช้า หานซวงเจี้ยงมองดูฉู่หวยสวี่ที่มีรอยยิ้มประดับหน้า

"ยัง" เธอตอบตามความจริง น้ำเสียงยังคงราบเรียบเย็นชา เหมือนไม่มีอารมณ์ความรู้สึก

พ่อหนุ่มหน้าจิ้งจอกมองเธอ แล้วแกล้งเปรยขึ้นมาว่า "ผมเดินมาตลอดทาง รู้สึกว่าของที่สายนอกนี่แพงหูฉี่เลยนะ"

"ใช่!" หานซวงเจี้ยงสวนกลับทันควัน แถมน้ำเสียงยังดูตื่นเต้นนิดๆ ด้วย

นี่น่าจะเป็นครั้งที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่มีอารมณ์ร่วมมากที่สุดเท่าที่ฉู่หวยสวี่เคยได้ยินมาเลย

พอรู้ตัวว่าหลุดมาด หานซวงเจี้ยงก็ทำหน้าไม่ถูกเล็กน้อย

ดูเหมือนเธอจะชินกับการเก๊กมาดขรึมไปซะแล้ว

"ในเมื่อยังไม่ได้กิน งั้นกินด้วยกันไหม?" ฉู่หวยสวี่ชวน

หานซวงเจี้ยงตั้งท่าจะปฏิเสธตามสัญชาตญาณ

แต่ทว่า อีกฝ่ายก็พูดสองคำที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ลงออกมา

"ผมเลี้ยง"

หน้าโรงอาหารสายนอก มีแผงลอยมาตั้งขายแข่งกับโรงอาหารของสำนักเพียบ

ทั้งสองคนเลือกนั่งที่ร้านอาหารเช้าร้านหนึ่ง สั่งเกี๊ยวน้ำหนึ่งชาม บะหมี่ผักหนึ่งชาม แล้วก็เสี่ยวหลงเปา (ซาลาเปาไส้หมูสับลูกเล็ก) อีกหนึ่งเข่ง

ของแค่นี้ แม่*กล้าคิดราคาตั้ง 180 อีแปะ!

"นี่มันราคาแหล่งท่องเที่ยวชัดๆ!" ฉู่หวยสวี่บ่นในใจ

หานซวงเจี้ยงนั่งกินเกี๊ยวน้ำอย่างสบายใจเฉิบ

เธอโตมาในหอนางโลม ถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า: ถ้าผู้ชายเสนอหน้าจะเลี้ยง ก็รับไว้ซะ อย่าไปขัดศรัทธา

อย่าคิดว่าในหอนางโลมจะไม่มีพวกหมาเลีย นะ

ความจริงคือ ต่อให้เป็นยุคศตวรรษที่ 21 พวกที่ไปเที่ยวเลานจ์ ขอไลน์เด็กนั่งดริ๊งก์มาได้ ก็ทักไปเลียเช้าเลียเย็นถมเถไป

หานซวงเจี้ยงไม่มีอารมณ์จะเลี้ยงหมา แม้เธอจะมีคุณสมบัติให้หมามาติดตรึมก็ตาม

ด้วยความดื้อรั้นที่ฝังอยู่ในกระดูก และเพื่อรักษาศักดิ์ศรีอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ เธอพยายามทำตัวให้ตัดขาดจากการศึกษาที่ได้รับมาตั้งแต่เด็ก ราวกับว่ามันเป็นแค่ฝันร้ายเมื่อนานมาแล้ว

ที่เธอยอมให้ฉู่หวยสวี่เลี้ยงตอนนี้ ก็เพราะเมื่อคืนตอนเขาเจ็บจนสลบ เธออุตส่าห์ช่วยดูแลตั้งนาน

แน่นอน นี่ก็เป็นข้ออ้างบังหน้าของฉู่หวยสวี่เหมือนกัน

แต่ลึกๆ แล้ว ในใจเขาก็แอบงงอยู่หน่อยๆ

"หานซวงเจี้ยงเป็นตัวเอกของโลก แถมเป็นกายาหยินเร้นลับ"

"ส่วนผม... จับพลัดจับผลูมาแย่งบทตัวเอกของสวีจื่อชิง ได้บทเขามาเล่น"

"แต่ดูเหมือนประตูแห่งเต๋าจะไม่ได้ให้สิทธิพิเศษอะไรกับเราเลยแฮะ?"

"ตามพล็อตปกติ อัจฉริยะฟ้าประทานแบบนี้ ต้องเชิญเข้าสำนักไปบูชาเหมือนบรรพบุรุษไม่ใช่เหรอ!"

"ทรัพยากรต้องประเคนให้ไม่อั้น ต้องสปอยล์ให้สุด"

แต่ดูสภาพเขาสองคนตอนนี้สิ ค่าข้าวประทังชีวิตยังไม่มีเลย

"ผู้บริหารประตูแห่งเต๋า นี่เน้นความเสมอภาคกันขนาดนี้เลยเหรอ?"

จะว่าไป สิทธิพิเศษเดียวที่มีตอนนี้ คือการได้คุ้นหน้าคุ้นตากับหนิวหย่วนซาน ผู้กุมอำนาจสายนอก

หนิวหย่วนซานคงเห็นว่าพวกเขามีผู้อาวุโสหกเป็นแบ็ค ถ้าเจอปัญหาอะไรที่สายนอก ก็น่าจะช่วยเคลียร์ให้

แต่ปัญหาก็คือ ฉู่หวยสวี่ไม่อยากยุ่งกับหนิวหย่วนซานมากเกินไป

เดี๋ยวจะกลายเป็นการส่งรหัสลับระหว่างสายลับไปซะก่อน!

ส่วนพวกขาใหญ่อย่างหลี่ชุนซง ตัวอยู่ตั้งสายใน มีแต่เขาจะมาหาเรา เราไม่มีปัญญาไปหาเขาหรอก

แม่ตัวเอกของโลกที่กำลังก้มหน้าก้มตากินเกี๊ยว กินอย่างผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว และไม่แตะเสี่ยวหลงเปาเลยสักนิดคนนี้แหละ คือขาทองคำที่ฉู่หวยสวี่ควรเกาะที่สุดในตอนนี้

เป็นที่รู้กันว่า พวกตัวเอกเนี่ย วาสนาหนาเตอะ เส้นทางเติบโตเต็มไปด้วยโชคลาภ เดินเตะก้อนหินยังเจอมรดก โอกาสวิ่งชนจนหัวโน

ตอนฉู่หวยสวี่เล่น《ยืมดาบ》เขารู้มาว่ามีกิลด์ใหญ่กิลด์หนึ่งรับภารกิจกลุ่มที่รางวัลโคตรเยอะ เนื้อหาภารกิจคือช่วยหานซวงเจี้ยงลงดันเจี้ยน ช่วยให้เธอได้รับมรดกยอดคน!

"อะไรคือตัวเอกของโลก?"

"ตัวเอกของโลกก็คือ โลกต้องหมุนรอบตัวเธอยังไงล่ะ!"

ความตั้งใจของฉู่หวยสวี่ที่มีต่อเธอตอนนี้เรียบง่ายมาก——ขอ "แจม" ด้วย

วาสนา ปาฏิหาริย์ ดันเจี้ยนหลัก... ขอดูหน่อยว่าจะมีส่วนแบ่งให้ผมบ้างไหม

กอดขาขาวๆ นี้ไว้ แล้วเกาะไปให้สุด!

ความจริงคือ ในประตูแห่งเต๋าอันกว้างใหญ่นี้ เต็มไปด้วยวาสนาและปาฏิหาริย์ แถมยังมีดันเจี้ยนลับซ่อนอยู่อีกเพียบ

พวกยอดคนรุ่นก่อนๆ พอก่อนจะตาย ก็ชอบทิ้งมรดกวิชาของตัวเองไว้ตามซอกหลืบในภูเขาซ้อนภูเขา รอให้คนมีวาสนามาเจอ

พวกแกคงคิดว่าทำแบบนี้แล้วดูเท่ ดูเป็นยอดคนผู้ปลีกวิเวกสินะ

ค่านิยมแบบนี้ จริงๆ แล้วเริ่มมาจากท่านปรมาจารย์แห่งเต๋านั่นแหละ

ก่อนท่านปรมาจารย์จะม่องเท่ง ท่านทิ้งมรดกลึกลับไว้ทั้งหมด 9 อย่าง และ... ดาบเล่มนั้น!

มรดก 9 อย่าง ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน มีคนหาเจอไปแล้ว 7 อย่าง

คนที่ได้รับมรดก ไม่มีข้อยกเว้น ล้วนกลายเป็นยอดฝีมือสะท้านโลกกันทุกคน!

ล่าสุด คนที่ได้รับมรดกปรมาจารย์ คือผู้อาวุโสเจ็ดแห่งประตูแห่งเต๋า นามว่าเสิ่นม่าน

ตอนนี้เจ๊แกขังตัวเองอยู่ในป่าไผ่ม่วงที่สายใน นั่งทำความเข้าใจมรดกมาปีกว่าแล้ว ยังไม่ออกมาเลย

"เดายากจังเลยน้า ว่ามรดกปรมาจารย์ที่เหลืออีก 2 อย่าง ใครจะได้ไป?" ฉู่หวยสวี่ถามเองตอบเองในใจ

"ก็ต้องเป็น【ตัวเอกของโลก】สิวะ!"

และเท่าที่เขารู้ มรดกสองอย่างที่เหลือ หานซวงเจี้ยงเหมาคนเดียวเรียบ

ดวงแม่นางจะแข็งไปไหน!

"ตอนเกม《ยืมดาบ》เปิดเซิร์ฟอย่างเป็นทางการ ไทม์ไลน์คือปีเสวียนลี่ 1991 ก็คือปีหน้า"

"ตอนนั้น ข้อมูลตัวละครของหานซวงเจี้ยงระบุว่าเป็นศิษย์สายในของประตูแห่งเต๋า และได้รับมรดกปรมาจารย์ไปแล้วสองอย่าง"

ตามกฎประตูแห่งเต๋า ระยะทะลวงชีพจรคือศิษย์จดชื่อ พอขึ้นระดับหนึ่งได้ เป็นศิษย์สายนอก

ศิษย์สายนอกฝึกถึงระดับสาม ถึงจะมีสิทธิ์สอบเข้าสายใน

"หมายความว่า แม่สาวภูเขาน้ำแข็งคนนี้ ใช้เวลาแค่ปีเดียว พุ่งจากทะลวงชีพจรไปถึงระดับสาม"

"แถมยังโกยมรดกไปอีกสองชิ้น"

"ตอนเกมเปิด เธอเพิ่งเข้าสายในได้ไม่นาน ผู้เล่นสายประตูแห่งเต๋าอยากเจอหน้าเธอยังยาก แต่ที่สายนอกกลับมีตำนานของเธอเล่าขานกันให้แซ่ด"

"แสดงว่า มรดกปรมาจารย์ทั้งสองชิ้น เธอต้องได้มาตอนอยู่ที่สายนอกแน่ๆ มันต้องซ่อนอยู่ที่สายนอกนี่แหละ!"

พอคิดได้แบบนี้ ฉู่หวยสวี่จะไม่มีแผนชั่วในใจได้ไง

กอดขาเธอไว้ ดูซิว่าจะเนียนขอส่วนแบ่งมรดกปรมาจารย์ได้ไหม

ส่วนพอเจอมรดกแล้ว จะเผลอหลุดเข้าไปในมรดกด้วยหรือเปล่า...

——ผู้ชายก็ชอบ 'เผลอหลุด' เข้าไปกันทั้งนั้นแหละ!

ศิลปะแห่งการตอแหลแบบดั้งเดิมเลยนะนั่น

คิดได้ดังนั้น ฉู่หวยสวี่ที่ก้มหน้ากินบะหมี่ก็เงยหน้าขึ้น มองหญิงสาวหน้าตายที่กำลังเป่าเกี๊ยวน้ำร้อนๆ ในช้อนอย่างทะนุถนอม

เธอกินแต่เกี๊ยว ไม่แตะเสี่ยวหลงเปาที่วางอยู่ตรงกลางเลยแม้แต่นิดเดียว

เหมือนเวลาคุณเลี้ยงข้าวคนอื่น แล้วอีกฝ่ายเกรงใจ กินแต่ข้าวหน้าเป็ดจานตัวเอง กับข้าวกลางโต๊ะไม่กล้าแตะ

"น่ารักดีแฮะ ดูซื่อๆ" เขาคิด

ฉู่หวยสวี่เอ่ยปาก "ชิมดูสิ ซาลาเปานี่อร่อยนะ"

เขาไม่ได้โกหก อร่อยจริง ถ้าไปเปิดร้านที่โลกเก่า ยอดขายในแอปเดลิเวอรี่ต้องระดับพันออเดอร์บวกๆ

ถึงจะแพงไปหน่อย แต่ไส้หมูข้างในก็ไม่จกตา เป็นเนื้อหมูเน้นๆ แถมยังมีน้ำซุปร้อนๆ ไหลออกมาด้วย

หานซวงเจี้ยงเงยหน้ามองเขา แล้วคีบมาลูกหนึ่ง

เธอค่อยๆ กัดแป้งให้เป็นรูเล็กๆ เป่าลมร้อนเข้าไปเบาๆ แล้วค่อยกัดคำโต เคี้ยวไส้หมูผสมน้ำซุปและแป้งนุ่มๆ เข้าไป

"อร่อยแฮะ" สาวหน้าตายคิดในใจ

แต่พอกินไปลูกเดียว เธอก็วางตะเกียบ ไม่คีบต่อ

บอกให้ชิม ก็ชิมแค่นั้นจริงๆ

ฉู่หวยสวี่เห็นท่าทางเกรงใจเกินเหตุของเธอ ก็เลิกสนใจ

ซาลาเปาเข่งหนึ่งมี 8 ลูก เขาฟาดเรียบไป 7

พอกินอิ่ม เขาก็ซดน้ำแกงคำสุดท้าย แล้ววางตะเกียบ

หานซวงเจี้ยงกินช้ามาก เคี้ยวเกี๊ยวแต่ละคำอย่างละเมียดละไม มารยาทงามหยด

ก็แหงล่ะ หอนางโลมระดับท็อปเขาปั้นเธอมาเป็นนางโลมอันดับหนึ่ง ไม่ใช่พวกไก่กาข้างทาง

เกี๊ยวน้ำชามหนึ่งมี 12 ตัว เธอที่หิวจนไส้กิ่ว เพิ่งกินไปได้ 2 ใน 3

อาจจะเพราะรู้สึกว่าฉู่หวยสวี่กำลังจ้องอยู่ เธอเลยเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย

พ่อหนุ่มหน้าจิ้งจอกนั่งอาบแสงเช้า จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยพูดโพล่งออกไปไม่มีปี่มีขลุ่ย:

"เอางี้ ต่อไปเรามาอยู่ด้วยกันเถอะ"

"เคร้ง" ช้อนร่วงลงในชาม

หานซวงเจี้ยงตกใจจนตาโต ขนตายาวงอนสั่นระริก ใจเต้นระรัว:

"ฉันเพิ่งกินเกี๊ยวไป 8 ตัว ซาลาเปา 1 ลูก นายก็จะเอาฉันแล้วเหรอ?"

เธอเลิกก้มตัวกินทันที นั่งตัวตรงแหน็ว:

"ฉันไม่กินแล้ว"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 17 - มรดกปรมาจารย์

คัดลอกลิงก์แล้ว