- หน้าแรก
- ยืมดาบพิชิตฟ้า
- บทที่ 9 - สายลับเจอสายลับ
บทที่ 9 - สายลับเจอสายลับ
บทที่ 9 - สายลับเจอสายลับ
บทที่ 9 - สายลับเจอสายลับ
☆☆☆☆☆
หนิวหย่วนซาน หนึ่งในเก้าผู้ดูแลสายนอกของประตูแห่งเต๋า
ระดับพลังฝึกตนของเขาเมื่อเทียบกับคนในประตูแห่งเต๋าแล้วถือว่าไม่สูง อยู่แค่ระดับสามเท่านั้น
แต่เขากุมอำนาจบริหารจัดการในเขตสายนอกไว้มากพอสมควร
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งทำภารกิจรับน้องใหม่ที่【องค์กร】มอบหมายให้เสร็จสิ้น และกลับมาถึงที่พัก
เขายังนั่งลูบไล้หน้ากากสีทองในห้อง หวนนึกถึงอดีตตอนอยู่แคว้นเยว่
แม้จะแฝงตัวมานาน จนไต่เต้าขึ้นมามีตำแหน่งสูงในเขตสายนอก ได้รับความไว้วางใจจากเบื้องบน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่อาจกัดกร่อนจิตวิญญาณของเขาได้
เขารู้สึกเสมอว่า ตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประตูแห่งเต๋า
"ทุกอย่างของข้า เป็นของ【องค์กร】"
"ภักดี—ยิ่งชีพ!"
คืนนี้ที่หนิวหย่วนซานจิตใจว้าวุ่นเป็นพิเศษ เพราะเขาเพิ่งทำภารกิจรับน้องครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้น
"จากนี้ไป ข้าแค่ต้องแฝงตัวเงียบๆ รอคำสั่งต่อไปจาก【องค์กร】"
"อดทนตรากตรำมาหลายปี ข้าแทรกซึมเข้าสู่กลุ่มอำนาจหลักของเขตสายนอกได้แล้ว วันหน้าข้าต้องสร้างผลงานใหญ่ให้【องค์กร】ได้แน่!"
คนที่ถูกล้างสมองมาตั้งแต่เด็กแบบพวกเขา ไม่เคยกลัวตาย สิ่งเดียวที่กลัวคือตายแบบเงียบๆ ไม่ได้สละชีพเพื่อ【องค์กร】อย่างสมเกียรติ
หลังจากดราม่ากับตัวเองเสร็จ หนิวหย่วนซานก็นึกถึงไอ้หนุ่มหน้าจิ้งจอกคนนั้นขึ้นมา
"ไม่ได้เจอเด็กใหม่ที่พิเศษขนาดนี้มานานแล้ว" เขาคิด
หนิวหย่วนซานรู้สึกชื่นชมไอ้หน้าจิ้งจอกนี่ไม่น้อย
"เด็กใหม่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำเอาข้ารู้สึกว่าอนาคต【องค์กร】คงมืดมน"
"แต่ดูเหมือนจะยังมีไม้ดีๆ เหลืออยู่แฮะ!"
น่าเสียดายที่หมอนั่นต้องแฝงตัวเข้ามาเป็นเบ๊รับใช้ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มีโอกาสผงาด?
ระหว่างที่หนิวหย่วนซานกำลังคิดเพ้อเจ้อ ไอ้หนุ่มหน้าจิ้งจอกที่ว่าก็บินมาหาถึงที่จริงๆ
หน้าลานบ้าน เมื่อหนิวหย่วนซานเห็นหน้าฉู่หวยสวี่ชัดๆ ความตกตะลึงในใจก็พุ่งทะลุปรอท
"หลี่ชุนซงไปรับมาเองเลยเหรอ?"
"แถมไม่ได้เป็นเบ๊ แต่ข้ามขั้นมาเป็นศิษย์จดชื่อเลย?"
"มันไปเส้นสายกับหลี่ชุนซงอีท่าไหนวะเนี่ย?"
"นี่มันหลี่ชุนซงนะเว้ย! ผู้อาวุโสลำดับหกแห่งประตูแห่งเต๋า ยอดฝีมือระดับเจ็ดผู้ไร้เทียมทาน!"
"ข้าแฝงตัวมาตั้งกี่ปี กว่าจะทำให้เขาจำหน้าได้!"
"แค่ทำให้เขาคุ้นหน้า ข้าถึงกับต้องเขียนโม้ลงในรายงานประจำปีส่ง【องค์กร】เมื่อปีก่อนเชียวนะ!"
ปีศาจ ชัดๆ ว่าไอ้เด็กนี่มันปีศาจ!
มิน่าล่ะ พวกเราที่เป็นเหมือนหนูสกปรกในท่อระบายน้ำถึงต้องทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว แต่หมอนี่กลับทำตัวตรงกันข้าม
หนิวหย่วนซานยังจำภาพที่ไอ้หน้าจิ้งจอกนี่ตบหน้าเสวียหู่เป็นระยะๆ ได้แม่น ท่าทางโคตรกร่าง
เห็นแล้วคันไม้คันมือ อยากลงไปลองตบดูบ้างว่ามันฟินขนาดนั้นเลยเหรอ
"อัจฉริยะฟ้าประทาน ย่อมมีวิถีทางของตัวเอง" หนิวหย่วนซานถอนหายใจ
ในสายตาเขา หลี่ชุนซงเป็นคนหยิ่งยโส หัวสูงเสียดฟ้า
การที่เด็กใหม่ได้รับความเอ็นดูเป็นพิเศษ แสดงว่าต้องไม่ธรรมดา
ไอ้หนุ่มนี่ทำเรื่องที่คนอื่นใช้เวลาหลายปีก็ยังทำไม่ได้ ให้สำเร็จได้ตั้งแต่ก้าวแรก!
"【องค์กร】เรานี่เสือซุ่มมังกรซ่อนจริงๆ!"
แต่มีจุดหนึ่งที่หนิวหย่วนซานสงสัย
เขาเป็นสายลับแคว้นเยว่ระดับเก๋า ประสบการณ์โชกโชน เชี่ยวชาญการอ่านสีหน้าคน
เมื่อกี้ตอนสบตากับฉู่หวยสวี่ เขารู้สึกแปลกๆ เหมือนไอ้หน้าจิ้งจอกนี่จ้องเขาอยู่นานสองนาน
"หรือว่ามันรู้สถานะของข้า? 【องค์กร】บอกข้อมูลข้าให้มันรู้เหรอ?" หนิวหย่วนซานคาดเดา
ความจริงคือ ฉู่หวยสวี่รู้จริงๆ
"หนิวหย่วนซาน? หลี่ชุนซงดันโยนผมมาให้หนิวหย่วนซานดูแลเนี่ยนะ!" เขาตกใจ
เขาจำคนนี้ได้แม่น เคยเห็นกระทู้ในบอร์ดเกมพูดถึงบ่อยๆ
หมอนี่คือสายลับที่องค์กรแคว้นเยว่ส่งมาแฝงตัว แต่ความแตกเพราะดันไปโป๊ะแตกต่อหน้าผู้เล่นสายเกรียนกลุ่มหนึ่ง เรื่องราวใหญ่โตจนเป็นข่าวหน้าหนึ่งในบอร์ด
ตอนนั้นเรื่องนี้ถกเถียงกันดุเดือดมาก ถึงขั้นมีการวิเคราะห์เชิงมนุษยธรรม
ก็แหม ยุคสมัยในเกมคือ—มหันตภัยกำลังจะมาเยือน
ในสถานการณ์แบบนี้ มนุษยชาติสามัคคีกันแค่เปลือกนอกงั้นเหรอ?
ประตูแห่งเต๋ามีสายลับแคว้นเยว่ แล้วสำนักอื่นล่ะ?
แล้วทางฝั่งแคว้นเยว่ มีสายลับจากสี่สำนักใหญ่แห่งแคว้นจิ้ง หรือสายลับจากราชสำนักแฝงตัวไปบ้างไหม?
หลังจากนั้น พวกผู้เล่นสายเกรียนก็จัดกิจกรรมล่าสายลับกันสนุกสนาน เน้นเอามันเข้าว่า
ผลคือปั่นป่วนกันไปทั้งเซิร์ฟ
เนื่องจากผู้เล่นกระจายตัวอยู่ทุกขั้วอำนาจ บางฝ่ายได้ประโยชน์ บางฝ่ายซวยโดนลูกหลง...
และการโป๊ะแตกของหนิวหย่วนซาน คือจุดเริ่มต้นของมหกรรมความวายปวงนี้!
พวกที่ได้ประโยชน์ก็ตะโกนว่า: "ปู่หนิวสู่สุคตนะ!"
พวกที่ซวยก็ด่าว่า: "ไอ้เวรหนิว!"
ดังนั้น ฉู่หวยสวี่เลยจงใจแสดงพิรุธ เพื่อดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
ตอนนี้ ยืนหันหลังให้หลี่ชุนซง เขาก็พอจะมีคำตอบในใจบ้างแล้ว
พอดึงสติกลับมา ภายใต้สายตาของผู้อาวุโสหก หนิวหย่วนซานในฐานะผู้ดูแลสายนอก ก็เริ่มแจกป้ายศิษย์จดชื่อให้ฉู่หวยสวี่และหานซวงเจี้ยง
ป้ายนี้เป็นทั้งสัญลักษณ์ยืนยันตัวตน และเป็นอุปกรณ์เก็บของ ผู้เล่นเรียกกันติดปากว่า—【กระเป๋าเก็บของ】
พื้นที่เก็บของข้างในประมาณสามลูกบาศก์เมตร
ข้างในมีของใช้ในชีวิตประจำวัน คู่มือศิษย์ และกุญแจบ้านพักเตรียมไว้ให้แล้ว
หนิวหย่วนซานไม่ใช่คนโง่ รู้ว่าต้องดูแลเด็กเส้นให้ดี เลยจัดที่พักทำเลทองให้ แถมบ้านไม้ไผ่ของทั้งคู่ยังอยู่ติดกัน เป็นเพื่อนบ้านกันไปเลย
จัดการเสร็จ เขาก็หันไปฉีกยิ้มประจบหลี่ชุนซง ถามว่า: "ท่านผู้อาวุโส จะให้พวกเขาเลือกวิชาสำหรับระยะทะลวงชีพจรเลยไหมขอรับ? หรือท่านมีอะไรจะสั่งเพิ่มเติมอีก?"
เขาไม่รังเกียจที่จะแสดงท่าทางขี้ประจบแบบนี้ต่อหน้าเด็กใหม่ที่【องค์กร】ส่งมา
ตรงกันข้าม เขารู้สึกว่าความต่ำต้อย การพินอบพิเทา และความขมขื่นที่แสดงออกมาตอนนี้... ล้วนเป็นการเสียสละเพื่อ【องค์กร】!
เด็กใหม่ต้องสัมผัสได้แน่ๆ ว่าข้าลำบากตรากตรำแค่ไหน ภาพลักษณ์ของข้าในใจมันต้องยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก!
หนิวหย่วนซานรู้สึกว่าเรื่องความสามารถอาจสู้ไอ้เด็กปีศาจนี่ไม่ได้ เลยขอสอนมวยเชิงจิตวิญญาณให้มันสักหน่อย
หารู้ไม่ว่าฉู่หวยสวี่ไม่ได้สนใจเลยสักนิด ประโยคที่เข้าหูเขามีแค่: "อู้อี้อู้อี้... วิชาทะลวงชีพจร... อู้อี้อู้อี้"
มาแล้วเหรอ? ในที่สุดประตูสู่การฝึกตนของผมก็จะเปิดออกแล้วใช่ไหม?
เขาดีดตัวตื่นเต็มตา ยืดอก เชิดหน้า แขม่วพุง ขมิบก้นเตรียมพร้อม
หลี่ชุนซงยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปที่หานซวงเจี้ยง สั่งว่า: "เอาคัมภีร์《ปิงชิงเจวี๋ย (เคล็ดน้ำแข็งบริสุทธิ์)》ให้นาง"
เท่ากับว่าเขาเลือกวิชาให้หานซวงเจี้ยงเองกับมือ
ฉู่หวยสวี่ใจเต้นตึกตัก: "แล้วผมล่ะ! ผมล่ะ!"
หลี่ชุนซงชี้มาที่เขาจริงๆ แล้วพูดว่า: "ส่วนเจ้านั่น ให้มันเลือกตามใจชอบ"
หน้าของพ่อจิ้งจอกแทบจะกลายเป็นมีมจิ้งจอกทิเบตหน้าตายทันที
ผู้อาวุโสหกก็จนปัญญาเหมือนกัน
เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ประตูแห่งเต๋าก็มีตำราเพียบ กายาแบบไหนเขาก็เคยเห็นมาหมด แม้แต่กายาหยินเร้นลับระดับท็อป เขาก็รู้วิธีชี้แนะ
《ปิงชิงเจวี๋ย》ร้อยคะแนนเต็ม ไม่มีหัก
แต่ไอ้หนุ่มนี่มัน【รากปราณเทียม】...
—แม่*เอ๊ย โจทย์ยากฉิบหาย!
เด็กโง่แบบนี้ไม่เคยสอน
"แต่ก็ช่างเถอะ การทะลวงชีพจรเป็นแค่พื้นฐาน ความเข้ากันได้ของวิชามีผลบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร" หลี่ชุนซงคิด
อย่างหานซวงเจี้ยงที่เป็นกายาหยินเร้นลับ ฝึกวิชาอะไรก็เทพหมด ต่างกันแค่เร็วขึ้นวันสองวัน
"ไม่รู้ศิษย์น้องคิดอะไรถึงเลือก【รากปราณเทียม】ขึ้นเขามา" หลี่ชุนซงไม่เข้าใจ
"แต่โลกนี้ก็มีข้อยกเว้น บางคน【รากปราณ】ไม่แสดงออก เหมือนไข่มุกเปื้อนฝุ่น"
"พอเข้าสู่เส้นทางการฝึกตน ประกายแสงถึงจะเจิดจรัส"
เขามองฉู่หวยสวี่ แล้วคิดในใจ: "เผื่อฟลุ๊ค?"
พอกระตุกต่อมนี้ ผีพนันก็เข้าสิงทันที
"ท่านเจ้าสำนักกับพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องยังรอข้าอยู่ ข้าต้องรีบกลับไปเปิดวง!"
"นังหนูนี่กับไอ้หนุ่มนี่ดูพิเศษทั้งคู่ เอาไปเป็นหัวข้อพนันน่าจะเหมาะเหม็ง!"
คิดได้ดังนั้น หลี่ชุนซงสั่งงานอีกนิดหน่อย แล้วก็เหาะจากไป
บินไปก็ถูมือไป ทิ้งให้ทั้งสามคนยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
...
ภูเขาอูเหมิง ลานปี้โหยว
ฝนหยุดตกไปพักใหญ่แล้ว
สวีจื่อชิงที่ตัวยังเปียกโชก ยืนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณ รับรู้ถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า
แต่ทว่า... ก็ยังไม่มีใครโผล่มารับเขาไปประตูแห่งเต๋าสักที
ช่วงเวลานี้ ในหัวสวีจื่อชิงมีแต่ความคิดฟุ้งซ่าน ปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หาข้ออ้างสารพัด
"ไม่เป็นไรน่า ต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่ๆ"
"รออีกหน่อย รออีกหน่อยนะ!"
หลังๆ เข้า สวีจื่อชิงเริ่มจะหลุดจากมิติเวลาไปแล้ว
หนาว หนาวเหลือเกิน...
เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว ปากที่เคยแดงระเรื่อตอนนี้ซีดเผือด
ใบหน้าของนักเล่านิทานที่ดูธรรมดาแต่แฝงความขี้เล่นลอยขึ้นมาในหัว
ตอนแรก เขาคิดว่าบุคลิกแบบนี้ต้องเป็นยอดคนผู้บำเพ็ญเพียรที่ลงมาเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์แน่ๆ
แต่ตอนนี้ยิ่งคิดยิ่งทะแม่งๆ ยิ่งคิดยิ่งไม่ใช่
ถ้าบอกว่ามาเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์ งั้นข้าคงเป็นของเล่นที่โดนปั่นหัวเล่นงั้นสิ?
ลานปี้โหยวตีนเขาอูเหมิง เริ่มมีเสียงตะโกนอย่างสิ้นหวังของเด็กหนุ่มดังก้อง:
"ท่านหลอกข้า"
"ท่านหลอกข้า!"
"ท่านหลอกข้า!!"
"อ๊ากกกกก!!!!"
[จบแล้ว]