- หน้าแรก
- นายอำเภอจอมขมังเวทย์แห่งแดนตะวันตก
- บทที่ 17 - เพิงพักในหุบเขาแม่น้ำ
บทที่ 17 - เพิงพักในหุบเขาแม่น้ำ
บทที่ 17 - เพิงพักในหุบเขาแม่น้ำ
บทที่ 17 - เพิงพักในหุบเขาแม่น้ำ
◉◉◉◉◉
ด้วยคติประจำใจแบบโบราณที่ว่า "ไหนๆ ก็มาแล้ว"
เวย์นเลยให้เทย์เลอร์จูเนียร์นำทางต่อ อยากไปดูที่พักของคนงานเหมืองเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม
โซนเพิงพักชั่วคราวของคนงาน ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่น้ำรอบนอกเหมือง
ด้วยคำแนะนำแกมขอร้องอย่างหนักแน่นของเทย์เลอร์จูเนียร์ อินิซ่าไม่ได้ตามเข้าไปในหุบเขา แต่หยุดม้ารออยู่ข้างนอก
คนอาศัยอยู่ที่นี่เยอะเอาเรื่อง พอก้าวเข้าเขตหุบเขา กลิ่นเปรี้ยวเหม็นก็ลอยมาปะทะจมูก เห็นคนถอดเสื้อเดินกันขวักไขว่
พื้นถนนมีฝุ่นถ่านหินปกคลุม ขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างก้นบุหรี่และไพ่เกลื่อนกลาด หน้าเพิงพักหลายแห่งมีขวดเหล้าเปล่ากองเป็นภูเขา
มองภาพรวม
เพิงพักง่ายๆ ในหุบเขามักจะสร้างเกาะกลุ่มกัน
เส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง "กลุ่ม" กับ "กลุ่ม" ชัดเจน แต่เพิงพักใน "กลุ่ม" เดียวกันกลับเบียดเสียดเยียดยัด
ดูเหมือนจะต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน
เทย์เลอร์จูเนียร์แนะนำเวย์น
"คนงานที่ทำงานกับเรา ส่วนใหญ่ไม่ใช่เสรีชน โดยมากเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย ชนพื้นเมือง หรือทาสหนีทัพ อะไรเทือกนั้น ขอแค่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยในเหมือง ไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย เรายินดีต้อนรับหมด ไม่เคยถามที่มาที่ไป
"คนงานมักจะรวมกลุ่มกันตามสีผิว ภาษา หรือบ้านเกิด กลุ่มที่อยู่นานที่สุดตอนนี้น่าจะเป็นพวกชนพื้นเมืองตรงนั้น แต่พวกเขาอาจจะไม่ค่อยอยากเสวนากับเราเท่าไหร่"
เวย์นมองตามมือเทย์เลอร์จูเนียร์
ตรงนั้นมีกลุ่มเพิงพักที่ดู "สันโดษ" หน่อย ห่างจากเพื่อนบ้านกลุ่มอื่นในหุบเขาพอสมควร รอบๆ ยังล้อมรั้วง่ายๆ สูงประมาณหน้าอกไว้ด้วย
พอเวย์นเดินเข้าไปในเขตั้น
เขาก็เห็นคุณลุงผิวเหลืองที่สวมเครื่องประดับขนนกเด่นสะดุดตา ใบหน้าวาดลวดลายสีสัน แต่งกายมีเอกลักษณ์ชัดเจน
เป็นชนพื้นเมืองตัวเป็นๆ
แบบที่ยังไม่โดนถลกหนังหัว
ลุงชนพื้นเมืองกำลังลับขวานอยู่ พอเห็นเทย์เลอร์จูเนียร์กับเวย์น สีหน้าก็ดูไม่พอใจ พูดใส่เทย์เลอร์จูเนียร์ทันที
"มิสเตอร์เทย์เลอร์ ตามข้อตกลง ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกคุณควรเข้ามา"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เทคัมเซ อย่าทำตัวห่างเหินนักสิ"
เทย์เลอร์จูเนียร์เปลี่ยนเรื่อง แนะนำเวย์นให้อีกฝ่ายรู้จัก
"ท่านนี้คือนายอำเภอเมืองแบล็กสโตน มิสเตอร์คอนสแตนติน วันนี้เขามาหาคุณ เพราะอยากรู้เรื่องโรคติดต่อในหุบเขา"
ลุงชนพื้นเมืองฟังจบก็ชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วก้มหน้าลับขวานต่อ
"ไม่มีโรคติดต่ออะไรทั้งนั้น แหกตาดูสิ ทั้งหมดเป็นฝีมือพวกผู้อพยพผิวขาวอย่างพวกแกนั่นแหละที่สร้างเรื่อง"
เวย์น: ...(_)
ผมบริสุทธิ์นะครับ
เทย์เลอร์จูเนียร์ได้ยินดังนั้นก็ผายมือให้เวย์นดู ทำหน้าประมาณว่า "เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าพวกเขาไม่ค่อยอยากคุยกับเรา"
เวย์นคิดแล้วขยับเข้าไปใกล้หน่อย
"คุณครับ รบกวนช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่า ตอนที่โรคระบาดแพร่กระจาย สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง ทำไมคุณถึงคิดว่ามีคนสร้างเรื่อง"
ลุงชนพื้นเมืองดูรำคาญ
"โรคติดต่อปกติ มันต้องเริ่มป่วยจากคนแก่คนอ่อนแอ การแพร่กระจายต้องมีที่มาที่ไป จะมาติดเชื้อทีเดียวเป็นกลุ่มใหญ่ แล้วแสดงอาการพร้อมกันได้ยังไง ชัดเจนว่ามีคนจงใจแพร่เชื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"เสมอ? ซ้ำแล้วซ้ำเล่า?"
เวย์นขมวดคิ้ว หันไปมองเทย์เลอร์จูเนียร์ "เรื่องเดียวกันเกิดขึ้นตั้งหลายครั้ง นายไม่เคยสนใจเลยเหรอ"
เทย์เลอร์จูเนียร์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ลุงชนพื้นเมืองแค่นหัวเราะ
"เขาจะไปสนอะไร ขอแค่ในเหมืองยังมีแรงงานทำงานได้ พวกมันไม่สนหรอกว่าใครจะเป็นจะตาย เผลอๆ คนป่วยตายยังน้อยกว่าคนตายเพราะอุบัติเหตุในเหมืองซะอีก"
เทย์เลอร์จูเนียร์เริ่มไม่พอใจ "เฮ้ เทคัมเซ เราก็เรียกหมอมาช่วยรักษาให้นะ ไม่ใช่ไม่ดูดำดูดีเลย"
"ยาเม็ดเล็กๆ ของหมอเถื่อนนั่นไม่มีประโยชน์หรอก"
ลุงชนพื้นเมืองลุกขึ้นยืน "สู้ทำแบบพวกเรา ลดการติดต่อกับพวกคนนอกอย่างพวกแกให้น้อยลง ถ้าติดเชื้อก็กินสมุนไพรจากหมอผี ดูสิ สองปีมานี้คนงานที่ตายในหุบเขา มีแต่พวกผิวดำกับผิวขาวทั้งนั้น"
"อาการป่วยเป็นยังไง พอจะบอกรายละเอียดได้ไหมครับ" เวย์นถาม
"พวกแกไปถามคนอื่นเถอะ" ลุงชนพื้นเมืองถือขวานมือหนึ่ง อีกมือทำท่าส่งแขก "มิสเตอร์เทย์เลอร์ ตามข้อตกลง ปกติเราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกัน"
หลังจากโดนกึ่งไล่กึ่งส่งออกมานอกรั้ว
เวย์นถึงถามเทย์เลอร์จูเนียร์อย่างสงสัย "ลุงคนเมื่อกี้เป็นใคร ทำไมถึงไม่เกรงใจนายที่เป็นผู้จัดการเหมืองเลย"
"เฮ้อ เวย์น นายไม่ต้องใส่ใจหรอก เทคัมเซก็เป็นคนแบบนี้แหละ"
เทย์เลอร์จูเนียร์โอบไหล่เวย์น
"เขาเป็นหัวหน้าเผ่าชนพื้นเมือง หาคนงานมาได้เยอะ ทะเลาะกันไปก็ไม่คุ้ม
"และเพราะเมืองส่วนใหญ่ไม่ค้าขายกับชนพื้นเมือง ค่าตอบแทนที่ฉันจ่ายให้พวกเขา เลยเปลี่ยนเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคโดยตรง ตรงกลางยังหักส่วนต่างกินกำไรได้อีกต่อ เขาถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ ได้รับสิทธิพิเศษบ้างก็สมควรแล้ว"
ชิ
นายทุน
จากนั้นเทย์เลอร์จูเนียร์ก็พาเวย์นไปถามหัวหน้าคนงานกลุ่มอื่นอีกสองสามคน ข้อมูลคร่าวๆ พอปะติดปะต่อได้แล้ว
เหมืองที่นี่มีโรคติดต่อระบาดในวงแคบๆ จริง คนงานเรียกว่า "โรคไข้ตัวร้อน"
ทุกปีจะมีคนติดเชื้อ อาการกำเริบเร็ว ตายไว อัตราการรอดชีวิตไม่สูง
ตอนแรกโรคไข้ตัวร้อนระบาดไม่บ่อย อัตราการตายก็ไม่สูง แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ดูเหมือนความถี่จะเพิ่มขึ้น จำนวนคนตายในแต่ละครั้งก็ดูจะมากขึ้นด้วย
คนงานสงสัยว่าเป็นเพราะน้ำเสียจากการล้างถ่านหินในเหมืองปนเปื้อนแหล่งน้ำ
เวย์นเลยเก็บขวดเหล้าเปล่ามาใบหนึ่ง ตักตัวอย่างน้ำกลับไปด้วย
จะมีวิธีตรวจวิเคราะห์ไหมนั่นเป็นอีกเรื่อง
แต่การสืบสวนน่ะ ภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพต้องมีไว้ก่อน
...
กลับมาถึงตัวเมืองก็ดึกดื่นแล้ว
เวย์นแวะไปดูห้องขังและนักโทษใหม่ที่สถานีตำรวจคร่าวๆ ยืนยันว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ถึงจะวางใจกลับบ้าน
เรื่องทำแผลและอาหารการกิน ผู้พิพากษาประจำเมืองสั่งคนจัดการให้แล้ว
เรื่องต่อจากนี้ ถ้าไม่เกี่ยวกับการคุมตัวนักโทษเดินทางไกล โดยพื้นฐานก็เป็นงานของผู้พิพากษา
เมืองบุกเบิกก็แบบนี้แหละ งานหลายอย่างทำแบบถูไถไปตามขั้นตอน พอให้ผ่านๆ ไป
ทุกคนชินกันหมดแล้ว
"คุณนายอำเภอครับ เดี๋ยวก่อน"
ยังไม่ทันเดินออกจากคุก เวย์นก็เห็นโจรคนที่ยอมมอบตัววันนี้ เอามือกุมไหล่ ลุกขึ้นนั่งในกรง
หืม?!
คิดจะทำอะไร?
มือเวย์นคว้าหมับที่ด้ามปืนทันที
หมอนี่คงไม่แปลงร่างอีกคนนะ?
คิดได้ดังนั้น มืออีกข้างของเวย์นก็คว้าขวดน้ำมนต์ไว้
ยังดีที่นักโทษในกรง
แค่ลุกขึ้นมานั่งเฉยๆ
แล้วเขาก็มองเวย์นแล้วถามว่า
"คุณนายอำเภอครับ ผมอยากรู้ว่าในเมืองของพวกคุณ กรณีอย่างผม ปกติจะตัดสินยังไงครับ"
เวย์นลองคิดดู
"ยิงใส่ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีอาวุธหลายครั้ง แถมยังมีการไล่ล่า เจตนาฆ่าชัดเจน อย่างน้อยก็พยายามฆ่า บวกกับกระทำการเป็นแก๊งและทำร้ายเจ้าพนักงาน ตามธรรมเนียมเมืองแบล็กสโตน คงหนีไม่พ้นโดนแขวนคอ
"วางใจเถอะ พยานหลักฐานครบ เมืองเราตัดสินเร็ว พรุ่งนี้เช้าก็น่าจะรู้ผลแล้ว ไม่ต้องคิดมากหรอก รีบนอนเถอะ"
"แล้วถ้าผมให้เบาะแสสำคัญ จะมีโอกาสลดโทษไหมครับ"
อีกฝ่ายกลืนน้ำลาย หยุดไปนิดหนึ่ง
"เช่น ผมรู้ว่ามีคนกำลังวางแผนโจมตีเมืองพวกคุณ ผมให้ข่าวที่แม่นยำได้"
[จบแล้ว]