- หน้าแรก
- มีแมวเป็นอุ่นไอ ไม่ต้องมีใครมาเคียงข้าง
- บทที่ 12: ปัญหาโลกแตกของเหล่าหญิงสาว
บทที่ 12: ปัญหาโลกแตกของเหล่าหญิงสาว
บทที่ 12: ปัญหาโลกแตกของเหล่าหญิงสาว
บทที่ 12: ปัญหาโลกแตกของเหล่าหญิงสาว
เวลาผู้หญิงเจอเพื่อนผู้ชายถามคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับผู้หญิง ปฏิกิริยาแรกของพวกเธอก็คงหนีไม่พ้นความคิดที่ว่า 'ไอ้หมอนี่มีแฟนแล้วเหรอ?'
อารมณ์คงเหมือนเวลาผู้ชายถูกเพื่อนผู้หญิงถามว่า ผู้ชายเขาชอบรองเท้าผ้าใบ คอมพิวเตอร์ กล้อง หรือการ์ดจอแบบไหน... นั่นแหละ แปลว่าเธอน่าจะกำลังมีความรัก
หรือไม่ก็กำลังเตรียมของขวัญเซอร์ไพรส์ให้ใครสักคน
แน่นอนว่าอาจจะมีโอกาสหนึ่งในหมื่นที่อีกฝ่ายกำลังลองเชิงหรือสนใจในตัวเขาอยู่
แต่เสี่ยวโหย่วเฉียนไม่ใช่คนหลงตัวเองขนาดนั้น เธอแค่รู้สึกขำมากกว่า
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: ใครกันนะที่เพิ่งสาบานในลิฟต์เมื่อกี้ว่าไม่สนเรื่องความรัก?
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: อ๋อ~ เจ๊เข้าใจละ ไม่ใช่ว่าไม่สน แต่มีเจ้าของแล้วสินะ? สารภาพมาซะดีๆ!
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: ...
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: เจ๊เฉียน เจ๊คิดมากไปแล้ว ผมแค่หาข้อมูลเฉยๆ
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: หาข้อมูล?
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: เอาไว้เขียนนิยายน่ะครับ ผมต้องการความรู้พวกนี้ ไม่งั้นกลัวเขียนผิดแล้วโดนคนอ่านด่า
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: เหมือนตอนปีใหม่เจ๊เคยได้ยินนายพูดถึงอยู่ ตอนนี้ยังเขียนอยู่อีกเหรอ?
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: ตอนปีใหม่อันนั้นเรื่องเก่าครับ ตอนนี้กำลังปั่นเรื่องใหม่
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: งั้นเพื่อเป็นการตอบแทนที่ฉันจะช่วยนาย บอกชื่อเรื่องมาซะดีๆ
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: ไม่กวนแล้วครับ บาย
อยากได้ชื่อนิยายเหรอ?
นั่นมันฆ่ากันให้ตายเลยดีกว่าไหม?
อ้ายชิงไม่ได้โง่ขนาดจะยอมทำลายชีวิตวัยหนุ่มอันสดใสของตัวเองด้วยเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอกนะ
โชคดีที่เสี่ยวโหย่วเฉียนแค่แหย่เล่น เธอยังคงพิมพ์ตอบกลับมา
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: โอเครๆ จริงๆ แล้วมันง่ายมาก
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: นายแค่วัดรอบอก เอว สะโพก แล้วก็ส่วนสูง ไปบอกพนักงานขายที่ร้าน หรือถ้าซื้อออนไลน์เขาก็จะมีตารางไซซ์บอกอยู่แล้ว
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: นายไม่ได้จะซื้อเสื้อผ้าเฉพาะทางมากๆ สักหน่อย อย่างมากก็วัดความกว้างไหล่เพิ่มไปอีกอย่าง แต่ส่วนใหญ่ไซซ์มันก็คล้ายๆ กันหมดแหละ
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: ปกติเวลาเจ๊ซื้อเสื้อผ้า ก็ดูแค่ส่วนสูงกับรอบอก ถ้ากะๆ ว่าใส่ได้ก็จบ
อ้ายชิงนั่งอยู่ขอบเตียง ลูบคางพลางพยักหน้าอย่างใช้ความคิด แล้วพิมพ์ถามต่อ
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: งั้นมีอีกคำถามครับ เสื้อผ้าแบบไหนที่ผู้หญิงใส่แล้วถอดง่าย ใส่สบายที่สุดครับ?
ในเมื่อจะซื้อเสื้อผ้าให้เสี่ยวอวี่ แน่นอนว่าต้องเน้นที่สวมใส่และถอดออกได้ง่ายไว้ก่อน
ขืนซื้อแบบที่ใส่ยากๆ มา อ้ายชิงก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเขาจะช่วยเสี่ยวอวี่ใส่ได้สำเร็จไหม
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: ก็ต้องชุดเดรสสิ จะมีอะไรอีก?
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: แล้วทางที่ดีเลือกกระโปรงยาวหน่อย จะได้ไม่ต้องใส่กางเกงซับใน แถมเวลาเข้าห้องน้ำยังสะดวกสุดๆ! แค่ถลกขึ้นก็จบ
แม่เจ้า...
เจ๊ไม่ต้องอธิบายเห็นภาพขนาดนั้นก็ได้
สมกับเป็นพี่สาวที่แสนดีจริงๆ
อ้ายชิงอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้น แล้วรีบพิมพ์ขอบคุณ
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: ขอบคุณครับเจ๊เฉียน! ไว้เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวนะ
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: ตกลงไม่ได้ซื้อให้แฟนจริงๆ เหรอ?
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: ชาตินี้ผมไม่คิดจะมีแฟนครับ ไม่มีทางมีแฟนเด็ดขาด
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: จุ๊ๆๆ เสียดายของชะมัด ไว้ว่างๆ เจ๊แนะนำเพื่อนให้ เพื่อนเจ๊สวยๆ น่ารักๆ นิสัยดี เรียบร้อย อ่อนโยน ร่าเริง มีเพียบเลยนะ
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: พอเลยครับ! แยกย้าย!
พอกดออกจากวีแชต อ้ายชิงก็หันไปมองที่พื้น
เสี่ยวอวี่ที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เสี่ยวอวี่ในร่างคนอีกแล้ว แต่กลับคืนร่างเป็นเสี่ยวอวี่เวอร์ชันแมวเหมียว
เอาเถอะ ตอนนี้เสี่ยวอวี่กลับมาเป็นแมวน้อยจอมเปิ่นเหมือนเดิมแล้ว
"เมี๊ยว~"
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
อ้ายชิงลูบหัวเล็กๆ ของมัน
ยังไงซะตอนนี้เขาก็ไม่มีสายวัดตัว พรุ่งนี้ค่อยหาเวลาออกไปซื้อ แล้วค่อยมาจับวัดตัว...
จะว่าไป เขาจำเป็นต้องวัดละเอียดทุกสัดส่วนขนาดนั้นเลยเหรอ?
อ้ายชิงมองดูเสี่ยวอวี่ที่เริ่มวิ่งพล่านกลิ้งเกลือกไปกับพื้น แล้วตกอยู่ในห้วงความคิดครู่หนึ่ง
เสี่ยวโหย่วเฉียนบอกว่าสำหรับเสื้อผ้าทั่วไป แค่รู้ส่วนสูงกับรอบอกก็น่าจะพอแล้ว
และถ้าซื้อชุดเดรสทรงหลวมๆ หน่อย ก็คงไม่ต้องซีเรียสเรื่องหุ่นเป๊ะมากนัก
อีกอย่าง ด้วยสัดส่วนรูปร่างของเสี่ยวอวี่ตอนกลายเป็นคน... พวกเน็ตไอดอลในคลิปสั้นคงต้องแต่งรูปกันตาแตกกว่าจะได้หุ่นแบบนั้น
ตอนที่เสี่ยวอวี่พุ่งเข้าใส่อ้อมกอดเขาเมื่อกี้ อ้ายชิงรู้สึกว่าตัวเธอเบาหวิวราวกับปุยเมฆ
ส่วนสูงดูเหมือนจะไม่ถึง 160 เซนติเมตร หน้าอกหน้าใจก็ดูมีส่วนเว้าส่วนโค้งแต่ไม่ได้ใหญ่โตมโหฬารอะไร
ไม่รู้ว่าน้ำหนักจะถึง 40-45 กิโลหรือเปล่า
แต่ไม่นาน อ้ายชิงก็นึกถึงปัญหาอีกข้อขึ้นมาได้
เขารีบคว้ามือถือขึ้นมาถามเสี่ยวโหย่วเฉียนต่อทันที
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: เจ๊เฉียน ขอถามอีกสองสามข้อครับ
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: อะไรอีกยะ?
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: ถ้าผู้หญิงใส่ชุดเดรส ต้องซื้อเสื้อในทรงไหนครับ?
[ข้ารับใช้จงลุกขึ้น]: แล้วกางเกงในเลือกไซซ์ยังไง?
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: เสื้อในก็วัดรอบอกกับรอบใต้อก เอาส่วนต่างไปเทียบตารางดูคัพไซซ์
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: ส่วนทรงไหนก็ขึ้นอยู่กับว่ามีสายหรือไม่มีสาย มันมีพวกที่ปิดจุก บราปีกนก หรือเกาะอก พวกนี้ไม่มีสาย เหมาะกับพวกชุดเดรสคล้องคอ
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: ถ้าไม่ชินกับแบบไร้สาย เวลาซื้อเสื้อในก็ดูทรงกับสีให้แมตช์กับชุดเดรส
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: อย่างเช่นถ้าซื้อเดรสสีเขียวอ่อน แล้วสายเป็นสีอ่อน นายก็หาเสื้อในสายสีเขียวอ่อนมาใส่ ถึงสายโผล่ออกมาก็ไม่ดูน่าเกลียด
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: หรือพวกเดรสที่มีลูกไม้หรือสายแต่งระบาย พวกนี้ช่วยบังสายเสื้อในได้ดี อันนี้ก็แนะนำ
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: อ้อ อีกอย่าง เดรสบางชุดผ้ามันค่อนข้างบาง ห้ามใส่เสื้อในสีดำหรือสีเข้มเด็ดขาด ไม่งั้นสีมันจะทะลุออกมาเห็นชัดเลย
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: ส่วนกางเกงในก็วัดรอบเอวกับสะโพก แล้วซื้อตามตารางไซซ์ของร้านค้าออนไลน์ได้เลย
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: ถ้าไม่ชัวร์ไซซ์ก็ซื้อหลวมหน่อย กางเกงในรัดไปไม่ดีต่อสุขภาพ เลือดลมเดินไม่สะดวก
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: แล้วทางที่ดีควรซื้อสีอ่อนๆ เวลาร่างกายมีความผิดปกติอะไร มันจะเห็นคราบเปื้อนบนผ้าสีอ่อนได้ง่ายกว่า จะได้รู้ตัวเร็ว
[โหย่วเฉียนจอมเอาแต่ใจ]: แต่นี่เป็นแค่พื้นฐานนะ สถานการณ์ต่างกัน สไตล์ต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกัน ถ้านายสนใจจะถามเมื่อไหร่ก็ได้เสมอ
เจอข้อมูลมหาศาลจากเสี่ยวโหย่วเฉียนถล่มใส่ อ้ายชิงถึงกับมึนตึ้บ
แม้เขาจะเตรียมใจรับข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงมาบ้างแล้ว แต่พอเจอประโยคทิ้งท้ายของเสี่ยวโหย่วเฉียนที่ว่า "นี่เป็นแค่พื้นฐาน" เล่นเอาอ้ายชิงขนลุกซู่
ทว่า ถึงแม้จุดประสงค์แรกเริ่มคือต้องการแค่ซื้อเสื้อผ้าสักสองชุดให้เสี่ยวอวี่ แต่พอได้ฟังข้อมูลแน่นปึ้กขนาดนี้ อ้ายชิงก็รู้สึกว่าการหาข้อมูลครั้งนี้คุ้มค่าจริงๆ
สงสัยว่าเอาไปเขียนลงในนิยายให้นักอ่านตกตะลึงเล่นน่าจะดี
ส่วนเรื่องเสื้อผ้า ตอนนี้เขายังไม่รีบเท่าไหร่
เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปซื้อสายวัดตัว แล้วรอเสี่ยวอวี่กลายร่างเป็นคน เขาจะ... เขาจะลองวัดตัวเธอดู
เขาไม่ได้จะเอาเปรียบเสี่ยวอวี่นะ เขาแค่พยายามจะซื้อเสื้อผ้าที่ใส่สบายให้เธอต่างหาก
ไม่อย่างนั้นจะให้ใส่แต่เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินของเขาตลอดไปก็คงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว
เมื่อคิดได้ดังนั้น อ้ายชิงก็จดเรื่องนี้ลงในตารางงาน
จากนั้นเขาก็รวบรวมสมาธิ นั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ ปรับอารมณ์ แล้วเริ่มรัวนิ้วพิมพ์!
พูดตามตรง หลังจากได้สัมผัสประสบการณ์แมวกลายร่างเป็นคนของจริง ไฟในการทำงานและแรงบันดาลใจสำหรับนิยายเรื่องใหม่ของเขาพุ่งกระฉูดสุดๆ ในช่วงสองวันนี้
เขาตุนต้นฉบับได้ตั้ง 5 ตอนแล้ว!
และในตอนเย็น หลังจากอ้ายชิงพิมพ์งานเสร็จ ระหว่างที่กำลังเตรียมทำมื้อเย็น เขาก็ได้รับข้อความจากบรรณาธิการ
[บ.ก. กยากยา]: สุดสัปดาห์หน้าจะได้คิวทดลองโปรโมตงานนะ