เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: พล็อตเรื่องที่คุ้นเคยเหลือเกิน

บทที่ 11: พล็อตเรื่องที่คุ้นเคยเหลือเกิน

บทที่ 11: พล็อตเรื่องที่คุ้นเคยเหลือเกิน


บทที่ 11: พล็อตเรื่องที่คุ้นเคยเหลือเกิน

ไม่รู้ทำไม พอได้เห็นภาพที่ทั้งน่าขบขันและยั่วยวนใจตรงหน้า อ้ายชิงก็อดนึกถึงฉากบางอย่างที่เคยผ่านตามาไม่ได้

ทว่าในหนังพวกนั้น นางเอกไม่ได้หัวติดอยู่ในกระบะทรายแมวแบบนี้ แต่เป็นเครื่องซักผ้าไม่ก็ใต้เตียงต่างหาก

เมื่อมองดูเสี่ยวอวี่ที่หมอบอยู่กับพื้นในสภาพก้นโด่งเพราะหัวและแขนข้างหนึ่งติดแหง็กอยู่ข้างใน อ้ายชิงก็ต้องฝืนบังคับสายตาให้มองไปทางอื่น

เขารู้สึกโชคดีที่เสื้อโค้ตของเขาตัวใหญ่พอ และรูปร่างของเสี่ยวอวี่ยามกลายร่างเป็นคนก็นับว่าบอบบางมาก

ทำให้แม้จะอยู่ในท่วงท่าล่อแหลมเช่นนี้ ชายเสื้อก็ยังช่วยปกปิดลงมาถึงช่วงกลางต้นขาของเธอได้

จากระดับสายตาของอ้ายชิงในตอนนี้ เขาจึงมองไม่เห็นทิวทัศน์หวาบหวิวอะไรเป็นพิเศษ

ถึงอย่างนั้น เมื่อเห็นหางแมวสีขาวบริสุทธิ์โผล่ออกมาจากชายเสื้อแล้วแกว่งไกวไปมากลางอากาศ สมองของอ้ายชิงก็จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลอย่างห้ามไม่อยู่

แข็งขึ้นมาเลย

หมัดของเขานี่แหละที่กำแน่นจนแข็ง!

อ้ายชิงกำหมัดแน่น พยายามสงบสติอารมณ์ แล้วบังคับสมองให้คิดหาวิธีจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้า

อย่างแรกเลย

ถ้าเขาไม่สนใจอะไรปล่อยเลยตามเลย มันก็คงไม่มีปัญหาอะไร

เพราะเขาประเมินว่าอีกไม่กี่นาทีเสี่ยวอวี่ก็น่าจะคืนร่างกลับเป็นแมว แล้วปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปเอง

แต่อ้ายชิงไม่ใช่คนใจดำขนาดนั้น

เขาถอนหายใจ เดินเข้าไปใกล้กระบะทรายเพื่อดูลาดเลา

"อื้อ... งือ..."

แกรกๆๆ...

เสียงร้องงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์ของเสี่ยวอวี่ดังลอดออกมาจากข้างใน พร้อมกับเสียงมือตะกุยทรายดังต่อเนื่อง

เท้าคู่เล็กถีบไปมาดิ้นรนอยู่ข้างนอก ดูท่าทางร้อนรนไม่เบา

ถึงร่างกายจะกลายเป็นคน แต่สมองก็ยังเป็นสมองแมวทึ่มๆ อยู่ดี

เมื่ออ้ายชิงเข้าไปดูใกล้ๆ จนเห็นสภาพชัดเจน เขาก็กวาดตามองสำรวจห้องนอน พบถังขยะล้มตะแคง ผ้าห่มร่วงลงมากองกับพื้นครึ่งหนึ่ง ส่วนโคมไฟเล็กที่เคยอยู่บนโต๊ะหัวเตียง บัดนี้ลงมานอนแอ้งแม้งอย่างน่าสงสารอยู่บนพื้น

ไฟยังเปิดอยู่เสียด้วย

วีรกรรมแสบจริงๆ

อ้ายชิงชินกับเรื่องพวกนี้แล้ว เขาหัวเราะเบาๆ นั่งยองๆ ลงข้างเสี่ยวอวี่ แล้วพิจารณาสภาพตรงปากทางเข้ากระบะทรายอย่างละเอียด

จะว่ายังไงดีล่ะ...

ถ้ามุดเข้าไปแค่หัว ด้วยขนาดปากทางเข้ากระบะทราย เธอไม่น่าจะติดแหง็กแบบนี้แน่

แต่เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวอวี่สอดแขนข้างหนึ่งเข้าไปก่อน แล้วค่อยฝืนดันหัวตามเข้าไป ผลก็เลยติดแหง็กอย่างที่เห็น

อ้ายชิงไม่ได้กังวลว่าเธอจะเป็นอันตราย เพราะฝาครอบกระบะทรายรุ่นนี้ทำจากพลาสติกอ่อนที่มีความยืดหยุ่น ไม่ได้แข็งโป๊ก อย่างมากก็แค่เจ็บตัวนิดหน่อย

เขาตบหลังเธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน ตอนนี้เขากังวลเรื่องอื่นมากกว่า

ในเมื่อเสี่ยวอวี่พยายามจะมุดเข้ากระบะทรายตอนกลายร่างเป็นคน นั่นหมายความว่าในร่างมนุษย์เธอก็มีความต้องการขับถ่ายด้วยงั้นเหรอ?

หรือเมื่อกี้เธอแค่นึกสนุกอยากมุดเข้าไปเล่นทรายเฉยๆ?

ถึงกระบะทรายจะมีไว้ขับถ่าย แต่บางทีเวลาว่างๆ เสี่ยวอวี่ก็นึกคึกวิ่งเข้าไปตะกุยทรายเล่นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยแปลกประหลาดอะไร

ตอนนี้อ้ายชิงชักกังวลแล้วว่า เสี่ยวอวี่ในร่างมนุษย์ที่ยังมีสมองเป็นแมว จะรู้วิธีใช้ชักโครกหรือเปล่า

หรือว่าในอนาคตเขาจะต้องปล่อยให้เธอนั่งยองๆ ปลดทุกข์ในกระบะทรายแมว?

ให้ตายสิ!

ภาพนั้นมันช่างอุบาทว์ตาเกินจะจินตนาการไหว

อีกอย่าง กลไกของร่างกายเธอทำงานยังไง?

ในเมื่อปริมาณอาหารที่แมวกินในแต่ละวันมีแค่นิดเดียว ถ้าเทียบกับปริมาณที่มนุษย์ต้องการ มันย่อมไม่พอแน่

ยิ่งต้องใช้พลังงานในการแปลงร่างเป็นคนด้วยแล้ว มันไม่น่าจะพออย่างแน่นอน

อ้ายชิงวิเคราะห์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์แล้วฉุกคิดขึ้นได้ หรือนี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เสี่ยวอวี่รักษาร่างมนุษย์ได้ไม่นานในแต่ละวัน?

เป็นเพราะร่างมนุษย์เผาผลาญพลังงานมากกว่างั้นหรือ?

เอาเป็นว่าตั้งสมมติฐานไว้แบบนี้ก่อนละกัน

ระหว่างที่คิด อ้ายชิงก็สอดมือเข้าไปในช่องว่าง กดไหล่เสี่ยวอวี่ไว้ แล้วช่วยขยับตัวเธอตะแคงข้าง กะองศาให้พอดี ก่อนจะค่อยๆ ออกแรงช่วยดึงหัวเธอออกมาก่อน

โชคดีที่เสี่ยวอวี่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อาจเพราะได้กลิ่นที่คุ้นเคยเลยรู้ว่าเป็นอ้ายชิงมาช่วย จึงยอมอยู่นิ่งๆ

ต่างจากการดิ้นรนอย่างสะเปะสะปะก่อนหน้านี้ ทำให้การเอาตัวเธอออกมาไม่ใช่เรื่องยาก

ในที่สุด หัวของเสี่ยวอวี่ก็หลุดออกมาจากกระบะทราย แขนที่เหลือก็รูดตามออกมาได้อย่างง่ายดาย

เสี่ยวอวี่นั่งแปะอยู่กับพื้น แหงนหน้ามองอ้ายชิง

สงสัยเพราะข้างในกระบะทรายอบอ้าวเกินไป หน้าผากของเธอจึงมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย เส้นผมสีขาวบางส่วนเปียกชื้นแนบลู่ลงมาข้างแก้มที่แดงระเรื่อ ทำให้เธอดูน่าทะนุถนอมและน่ารักสุดๆ

แต่ในสายตาของอ้ายชิง เธอดูโคตรจะซื่อบื้อเลย

"ยัยทึ่มเอ๊ย กลายเป็นคนแล้วยังจะมุดกระบะทรายอยู่อีก" อ้ายชิงนั่งยองๆ ตรงหน้าเสี่ยวอวี่ ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเธออย่างหมั่นไส้

ผลปรากฏว่าเสี่ยวอวี่ยื่นหน้าเข้ามาถูไถกับนิ้วของเขา

อ้ายชิงเผลอกางมือออกลูบหัวเธอโดยไม่รู้ตัว เสี่ยวอวี่เองก็หรี่ตาพริ้มรับสัมผัสอย่างเพลิดเพลิน

ผมของเสี่ยวอวี่คุณภาพดีมาก สัมผัสนุ่มลื่นมือ ไม่พันกันยุ่งเหยิง เส้นผมเรียงตัวสวยเป็นระเบียบ

ทว่าอ้ายชิงเคลิ้มไปได้แค่แวบเดียว ก็รีบชักมือกลับทันที

พูดตามตรง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่เขาได้ลูบหัวผู้หญิง...

น่าอายชะมัด

ครั้งแรกของเขากี่อย่างแล้วเนี่ยที่โดนเจ้าแมวตัวแสบอย่างเสี่ยวอวี่ชิงไป

"ตกลงว่าตอนนี้ปวดฉี่ไหม?" อ้ายชิงนั่งยองๆ ถามเสี่ยวอวี่ "ถ้าปวด เดี๋ยวฉันพาไปเข้าห้องน้ำ?"

เสี่ยวอวี่มองเขาด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะใช้สองมือยันพื้นคลานเข้ามาใกล้ จนหน้าแทบจะชิดกับหน้าของอ้ายชิง ทำเอาเขาตกใจต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวแล้วจับไหล่เธอไว้

แต่อ้ายชิงก็ตั้งสติได้แล้วถอนหายใจ

เสี่ยวอวี่ฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่อง จะคุยกันรู้เรื่องได้ไงเนี่ย

ขนาดว่าปวดไม่ปวดเขายังไม่รู้เลย

แต่เผื่อไว้ก่อน ลองสอนให้เธอใช้ห้องน้ำตอนยังอยู่ในร่างคนดูดีกว่า

คิดได้ดังนั้น อ้ายชิงก็ลุกขึ้น ยื่นมือไปหาเสี่ยวอวี่หวังจะฉุดให้ลุกขึ้นมา

ทว่าพอเสี่ยวอวี่ถูกดึงตัวขึ้นมา สีหน้าก็ฉายแววตื่นตระหนก การทรงตัวดูผิดปกติ ขาสั่นระริก

พอตัวตั้งตรง ขาก็เซถลา จนร่วงผล็อยเข้ามาในอ้อมกอดของอ้ายชิงทันที

อ้ายชิงที่รับเสี่ยวอวี่ไว้ในอ้อมแขนถึงกับตัวแข็งทื่อ มือไม้เกะกะไม่รู้จะวางตรงไหน สัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่แนบชิดหน้าอก

เธอตัวไม่สูงมาก หัวอยู่แค่ระดับหน้าอกของเขา จากส่วนสูง 182 ของเขา กะคร่าวๆ แล้วเสี่ยวอวี่น่าจะสูงแค่ประมาณ 160 เซนติเมตร

ตัวเล็กจริงๆ มิน่าชายเสื้อโค้ตของเขาถึงคลุมลงมาได้ถึงต้นขาเกือบเข่า

แต่ดูสภาพแล้ว การเดินสองขาคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเสี่ยวอวี่ในร่างคนแน่ๆ!

จะให้คลานสี่ขาตอนเป็นคนเนี่ยนะ? หัวเข่าไม่ถลอกปอกเปิกแย่เหรอ?

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้ มือที่เคว้างคว้างของอ้ายชิงจำต้องจับที่หัวไหล่ของเธอไว้

เพราะพอเขาดันตัวเธอออก เธอก็จะโงนเงนเหมือนเด็กเพิ่งหัดเดิน ทำท่าจะล้มแหล่มิล้มแหล่

แต่การกอดเสี่ยวอวี่ไว้แบบนี้มันก็ทรมานใจอ้ายชิงสุดๆ เหมือนกัน

สุดท้าย อ้ายชิงจำต้องนั่งยองๆ ลงอีกครั้ง ปล่อยให้เสี่ยวอวี่ลงไปคลานสี่ขาบนพื้น...

"หมอบอยู่นิ่งๆ นะ" อ้ายชิงสั่ง พลางหยิบโทรศัพท์ออกมา

ในเมื่อสอนเข้าห้องน้ำตอนนี้คงยังไม่ไหว งั้นถาม 'เจ๊เฉียน' เรื่องวัดไซซ์ตัวตัดเสื้อผ้าก่อนดีกว่า จะได้วัดตัวให้เสี่ยวอวี่ด้วย

คิดแล้วอ้ายชิงก็เปิดวีแชต ค้นหาชื่อ 'เสี่ยวโหย่วเฉียน' แล้วเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง

[ขุนนางของข้าจงลุกขึ้น]: เจ๊เฉียน ผมมีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงจะถาม ไม่รู้ว่าถามได้หรือเปล่า

[เจ๊เฉียนจะทำอะไรก็ได้]: ถามมาสิ มีอะไรถามไม่ได้?

[ขุนนางของข้าจงลุกขึ้น]: ผู้หญิงเขาวัดไซซ์ตัวกันยังไงครับ? แล้วไซซ์พวกนั้นเทียบกับขนาดเสื้อผ้ายยังไง?

[เจ๊เฉียนจะทำอะไรก็ได้]: หือ? นายเป็นอะไรของนายเนี่ย???

จบบทที่ บทที่ 11: พล็อตเรื่องที่คุ้นเคยเหลือเกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว