- หน้าแรก
- มีแมวเป็นอุ่นไอ ไม่ต้องมีใครมาเคียงข้าง
- บทที่ 7: ช่วยเธอสวมเสื้อคลุม
บทที่ 7: ช่วยเธอสวมเสื้อคลุม
บทที่ 7: ช่วยเธอสวมเสื้อคลุม
บทที่ 7: ช่วยเธอสวมเสื้อคลุม
ความรู้สึกเหมือนถูกผีสาวลวนลามกลางดึก คงเป็นความรู้สึกของอ้ายชิงในเวลานี้
ค่ำคืนนี้เมฆดำบดบังดวงจันทร์ แสงจันทร์ไม่อาจสาดส่องเข้ามา ห้องทั้งห้องจึงมืดสนิท
จนถึงตอนนี้ อ้ายชิงเพิ่งตระหนักได้ว่า ยามที่เสี่ยวอวี่กลายร่างเป็นมนุษย์ นอกจากหูและหางแมวจะยังอยู่แล้ว ดวงตาสองสีของเธอก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
แถมยังคงคุณสมบัติของตาแมวเอาไว้ครบถ้วน คือสะท้อนแสงวาวโรจน์ในที่มืด
ยิ่งเสี่ยวอวี่มีดวงตาสองสี ข้างหนึ่งสีฟ้าคราม อีกข้างสีอำพัน ดวงไฟสองดวงที่เรืองแสงจ้องมองมากลางดึกจึงดูน่าขนลุกพิลึก
ทว่าพอตั้งสติได้ เรื่องนั้นก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดอีกต่อไป
ปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือ เสี่ยวอวี่กำลังนอนทับอยู่บนตัวเขา!
ถ้าเป็นร่างแมวก็ว่าไปอย่าง ปกติเขาก็ชอบอุ้มเสี่ยวอวี่มาวางแหมะบนตัวแล้วนอนกอดอยู่แล้ว มันให้ความรู้สึกอุ่นใจและได้รับการเยียวยา
การได้มองเจ้าแมวน้อยหน้ามึนนอนอยู่บนอก ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมทั้งกายและใจ
แต่ตอนนี้ คนที่นอนทับเขาอยู่คือสาวน้อยที่สวมเพียงเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินตัวเดียว มันไม่ใช่การปลอบประโลมแล้ว แต่มันคือการกระตุ้นประสาทสัมผัสล้วนๆ
ว่าที่จอมขมังเวทผู้รักษาพรหมจรรย์อย่างเขาจะทนรับมือไหวได้อย่างไร!
อ้ายชิงพยายามบังคับจิตใจให้สงบ พยายามคิดเรื่องอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความคิดที่กำลังแตกซ่าน
อย่างเช่น...
อย่างเช่น... เอ่อ... อย่างเช่นเสื้อผ้าที่เสี่ยวอวี่ใส่อยู่ไง!
สายตาของอ้ายชิงเพ่งมองไปที่เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินซึ่งหายวับไปอย่างปริศนาเมื่อช่วงบ่าย
ดูเหมือนว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่จะถูกจัดเก็บหายไปพร้อมกับการคืนร่างเป็นแมว และจะปรากฏขึ้นมาสวมใส่อัตโนมัติเมื่อกลายร่างเป็นคนสินะ?
นับว่าเป็นฟังก์ชันที่สะดวกดีทีเดียว
ไม่อย่างนั้นถ้าอ้ายชิงพาเสี่ยวอวี่ไปหาหมอหรือฉีดวัคซีน แล้วจู่ๆ เธอกลายร่างเป็นคนขึ้นมา คงได้โป๊เปลือยต่อหน้าธารกำนัลแน่
เมื่อยืนยันความสามารถนี้ได้แล้ว งั้นเขาควรจะไปหาซื้อเสื้อผ้าสำหรับร่างมนุษย์มาให้เสี่ยวอวี่เพิ่มดีไหมนะ?
แต่ในขณะที่อ้ายชิงกำลังครุ่นคิดเรื่องนี้ เขาก็ตระหนักถึงปัญหาเฉพาะหน้าที่เร่งด่วนกว่า—
เสี่ยวอวี่กำลังดิ้นขยุกขยิกอยู่บนตัวเขา
จะพูดยังไงดี... เพราะเมื่อบ่ายอ้ายชิงรีบร้อนเอาเสื้อคลุมตัวเธอ เขาเลยห่อหุ้มเธอไว้ทั้งตัวรวมถึงแขนด้วย
ผลก็คือพอเสี่ยวอวี่กลายร่างเป็นคน มือทั้งสองข้างเลยติดอยู่ข้างในเสื้อแจ็คเก็ตที่รูดซิปปิดมิดชิด เธอไม่รู้วิธีเอาแขนออกมา
ทำได้แค่ดันไปดันมาอยู่ในเสื้อ อย่างมากก็แค่ใช้ศอกยันตัวขึ้นมาได้ครึ่งๆ กลางๆ
โชคดีที่เทียบกับรูปร่างบอบบางของเสี่ยวอวี่แล้ว เสื้อแจ็คเก็ตของอ้ายชิงถือว่าตัวใหญ่มาก แม้แขนจะถูกห่ออยู่ข้างใน พื้นที่ก็ไม่ได้คับแคบจนเกินไปนัก
เพียงแค่ขยับแขนขาไม่ได้ดั่งใจ มันก็เลยไม่ค่อยสบายตัว
นั่นทำให้เธอขยับตัวไปมาบนร่างของอ้ายชิงไม่หยุด มือไม้ก็ควานหาทางออกพัลวัน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงก็คือ เธอกำลังลูบไล้หน้าอกของอ้ายชิงผ่านเสื้อและผ้าห่ม
ที่เขาคิดว่าฝันร้ายหรือโดนผีอำ... ที่แท้ก็เป็นเพราะเสี่ยวอวี่กำลังออกแรงดิ้นนี่เอง
"อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวฉันช่วย"
อ้ายชิงถอนหายใจ คลำฝ่าความมืดครู่หนึ่งจนเจอแขนเสื้อทั้งสองข้างของแจ็คเก็ต
จากนั้นเขาใช้มือหนึ่งถือกางปากแขนเสื้อไว้ ส่วนอีกมือก็ล้วงเข้าไป
เดิมทีเขาก็คิดแค่จะล้วงเข้าไปจับมือเสี่ยวอวี่ดึงออกมาทางแขนเสื้อ ก็ถือว่าใส่แขนเสื้อเสร็จเรียบร้อย
แต่เสี่ยวอวี่ยังไม่คุ้นชินกับร่างนี้ พออ้ายชิงแตะโดนแขน เธอจึงสะดุ้งถอยหนีตามสัญชาตญาณ ทำให้อ้ายชิงคว้าได้แต่อากาศ
พออ้ายชิงล้วงมือเข้าไปใหม่อีกครั้ง ปลายนิ้วของเขาก็ชะงักกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟดูด
ใบหน้าของอ้ายชิงร้อนผ่าว เขาต้องรวบรวมสติและเรี่ยวแรงทั้งหมด คลำหาแขนของเสี่ยวอวี่จนเจอ แล้วดึงมือเล็กๆ ของเธอออกมาจากตัวเสื้อ ตามด้วยอีกข้างจนสำเร็จ
เมื่อเห็นเสี่ยวอวี่ที่นอนทับอยู่บนตัวยืดแขนยืดขาได้สบายตัวแล้ว อ้ายชิงก็ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับเพิ่งผ่านศึกหนักมาสามร้อยยก เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง
เมื่อกี้เขาประมาทไปจริงๆ
ลืมไปเสียสนิทว่าภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตนั้น... เสี่ยวอวี่ไม่ได้ใส่อะไรเลยสักชิ้น
สิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนเมื่อกี้ดูเหมือนจะเป็น...
อ้ายชิงกะพริบตา ยกมือข้างนั้นขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเหม่อลอย
เขาบังคับตัวเองให้สงบใจ แล้วหันกลับไปวิเคราะห์คำถามก่อนหน้านี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
เช่น ความสามารถที่เสี่ยวอวี่พาเสื้อผ้าหายตัวไปด้วยตอนคืนร่างเป็นแมว มันมีขีดจำกัดแค่ไหน?
ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าสิ่งที่สัมผัสคือเสื้อผ้าหรือสิ่งของ?
ถ้าเสี่ยวอวี่ใส่เสื้อสิบชั้น จะพาหายไปได้หมดเลยไหม?
ถ้าในมือเสี่ยวอวี่ถือของอยู่ ของสิ่งนั้นจะหายไปด้วยหรือเปล่า?
แล้วมันจะโผล่ออกมาอีกทีตอนกลายเป็นคนไหม?
พระช่วย
ถ้าทำได้จริง นี่มันไม่ใช่แค่ฟังก์ชันสวมใส่เสื้อผ้าแล้ว แต่มันคือมิติเก็บของเคลื่อนที่ชัดๆ!
พอเข้าสู่โหมดวิเคราะห์ หัวสมองของอ้ายชิงก็แจ่มใสขึ้นมาก ไม่วอกแวกไปกับสาวงามตรงหน้าอีก
แต่เสี่ยวอวี่ไม่ใช่ตุ๊กตา เธอก็มีความคิดและการกระทำเป็นของตัวเอง
ในขณะที่อ้ายชิงกำลังเหม่อลอยใช้ความคิด เสี่ยวอวี่ที่มือเป็นอิสระแล้วก็กะพริบตาปริบๆ มองอ้ายชิง สงสัยว่าทำไมช่วยเธอเสร็จแล้วถึงนิ่งไป
เธอจึงลองขยับหน้าเข้าไปใกล้อ้ายชิง แลบลิ้นสีชมพูเล็กๆ ออกมา แล้วเลียแก้มเขาเบาๆ
"เดี๋ยว..." อ้ายชิงหลุดจากภวังค์การวิเคราะห์ทันที เขารีบยื่นมือไปดันหน้าผากเธอไว้ ดันหัวเธอออกห่าง "ไปๆๆ เลียทำไมเนี่ย กลายเป็นคนแล้วอย่าเที่ยวแลบลิ้นเลียสุ่มสี่สุ่มห้าสิ เข้าใจไหม?"
เสี่ยวอวี่ฟังไม่เข้าใจสักนิด พอโดนดันหน้าผากไว้ เธอก็ยันตัวขึ้นเงยหน้ามองด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาเลียฝ่ามือของอ้ายชิงแทน
ปกติอ้ายชิงชอบให้เสี่ยวอวี่เลียมืออยู่แล้ว มันจั๊กจี้และเพลินดี
แต่การถูกเด็กสาวเลียฝ่ามือเนี่ย มันดูผิดศีลธรรมไปหน่อยนะ!
แมวที่เขาเลี้ยงไม่ใช่ตุ๊กตายาง... ถุย ถุย ถุย!
อ้ายชิงรีบชักมือกลับ ใช้สองมือจับไหล่เสี่ยวอวี่กดไว้ จ้องมองดวงตาสองสีคู่นั้น แล้วสื่อสารกับเธออย่างจริงจังทีละคำ "เธอ-ลง-ไป-จาก-ตัว-ฉัน-เดี๋ยว-นี้ โอ-เค-ไหม?"
"หืม?" เสี่ยวอวี่เอียงคอมอง ไม่เข้าใจสิ่งที่อ้ายชิงพูดแม้แต่น้อย จับใจความไม่ได้เลย
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ อ้ายชิงก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะคุยกับเสี่ยวอวี่ในร่างมนุษย์ให้รู้เรื่อง เขาตัดสินใจจับไหล่เธอแล้วพลิกตัวเธลงไปด้านข้างดื้อๆ
คราวนี้เสี่ยวอวี่ตอบสนองทันควัน ร่างกายของเธอว่องไวปราดเปรียวมาก พลิกตัวกลิ้งจากตัวอ้ายชิงลงไปนอนตะแคงข้างๆ ทันที
กลายเป็นว่าทั้งสองคนนอนหันหน้าเข้าหากันบนเตียง
เส้นผมยาวสลวยสีขาวราวหิมะแผ่กระจายเต็มหมอนดุจกลีบดอกไม้
ดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยพ้นเมฆดำ แสงจันทร์เล็ดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเงียบเชียบ ตกกระทบลงบนไหล่ของทั้งสอง
อ้ายชิงนอนมองเธอตาค้าง ซึมซับความรู้สึกแปลกใหม่ของสถานการณ์ที่ว่า "สาวน้อยพลิกตัวลงมานอนตะแคง แล้วจ้องตากันด้วยความรักใคร่"
การมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนในยามค่ำคืน เป็นเรื่องวิเศษจริงๆ...
เขาเคยเพ้อฝันว่าสักวันจะได้นอนเคียงข้างสาวสักคนบนเตียงแบบนี้
แต่ไม่เคยคิดเลยว่า พอวันนั้นมาถึงจริงๆ มันจะกลายเป็นแบบนี้ไปเสียได้