- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 175 ความหวาดกลัวของเยว่หลิงหลง
บทที่ 175 ความหวาดกลัวของเยว่หลิงหลง
บทที่ 175 ความหวาดกลัวของเยว่หลิงหลง
บทที่ 175 ความหวาดกลัวของเยว่หลิงหลง
จ้าน! (สงคราม)
มีตัวอักษรตัวใหญ่อยู่บนป้ายคำสั่งนี้ ทำให้หลี่เจี้ยนซินตกใจ ไม่ว่าจะเป็นป้ายคำสั่งใดๆ ก็ยังคงไม่สามารถทำให้หลี่เจี้ยนซินสนใจได้ แม้แต่ป้ายคำสั่งของจักรพรรดิ หลี่เจี้ยนซินก็ยังคงไม่แม้แต่จะมอง ทว่าป้ายคำสั่งนี้ หลี่เจี้ยนซินต้องให้ความสนใจ!
ป้ายคำสั่งของเลี่ยจ้านโหว! (โหวมหาสงคราม)
เดิมทีป้ายคำสั่งของขุนนางศักดินาโหวเจวี๋ยนั้นไม่สำคัญ เมื่อเทียบกับหลี่เจี้ยนซินที่เป็นถึงบรรพชนของอาณาจักรหลิงเจี้ยนแล้ว มันไม่มีค่าอะไรเลย แต่เลี่ยจ้านโหวคือใคร?
เขาคือเหยียนอ๋อง!
“ท่านผู้อาวุโสเหยียนอ๋อง…”
นี่คือป้ายคำสั่งของคนที่หลี่เจี้ยนซินเคารพมากที่สุด หลี่เจี้ยนซินจะไม่ให้ความสนใจได้อย่างไร?
ในเวลานี้หลี่เจี้ยนซินมองดูซูจี้เหนียนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขามองดูเด็กหนุ่มผู้นี้ ในเวลานี้หลี่เจี้ยนซินจึงนึกขึ้นได้ว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับซูจี้เหนียน เพราะหลี่เจี้ยนซินพบว่า ร่างกายของซูจี้เหนียนนั้นเหมือนกับเหยียนอ๋องมาก!
ต่างกันเพียงแค่หน้ากากเท่านั้น
หากขอบเขตบ่มเพาะของซูจี้เหนียนไม่ต่ำขนาดนี้ หลี่เจี้ยนซินคงจะคิดว่าคนตรงหน้าเขาคือผู้อาวุโสเหยียนอ๋อง!
“เจ้ามีความสัมพันธ์เช่นไรกับท่านผู้อาวุโสเหยียนอ๋อง?”
ในเวลานี้หลี่เจี้ยนซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามขึ้นมาอย่างช้าๆ
ซูจี้เหนียนได้ยินเช่นนี้ เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ส่ายหน้า จากนั้นกล่าวว่า “ได้โปรดกลับไปที่เมืองหลวงเถอะ เยว่หลิงหลงยังคงมีประโยชน์ นางจะไม่เป็นอะไร ท่านวางใจเถอะ”
“อืม”
หลี่เจี้ยนซินพยักหน้า หากเป็นคนอื่น หลี่เจี้ยนซินคงจะไม่สบายใจ นางเป็นถึงจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ!
แต่ในเมื่อเป็นเหยียนอ๋องที่พูด เช่นนั้นก็คงจะไม่มีปัญหา เพราะในความคิดของหลี่เจี้ยนซิน พลังของเหยียนอ๋องนั้นไม่ได้อยู่ที่ขอบเขตครึ่งก้าวปรมาจารย์ แต่เป็นขอบเขตมหาปรมาจารย์แล้ว นี่คือขอบเขตที่เหนือกว่ามนุษย์ เยว่หลิงหลงไม่สามารถเทียบได้กับเขา
ในเมื่อเหยียนอ๋องรับประกัน เช่นนั้นก็คงจะไม่มีปัญหา
“ได้”
หลี่เจี้ยนซินไม่ได้ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างซูจี้เหนียนและเหยียนอ๋อง หลี่เจี้ยนซินมอบป้ายคำสั่งคืนให้ซูจี้เหนียน จากนั้นก็หันหลังกลับ ร่างกายของเขาบินขึ้นฟ้า และหายไปเหนือเมืองหวังข่ง
“เฮ้อ!”
ซูจี้เหนียนโล่งใจ เมื่อหลี่เจี้ยนซินจากไปแล้ว แรงกดดันนั้นก็หายไป
เยว่หลิงหลงที่อยู่ชั้นสองตกตะลึง นางไม่คิดว่าหลี่เจี้ยนซินจะจากไปจริงๆ หลี่เจี้ยนซินรู้ว่านางอยู่ที่นี่ แต่เขากลับจากไปเนี้ยนะ?
เยว่หลิงหลงได้ยินว่าซูจี้เหนียนมอบป้ายคำสั่งให้หลี่เจี้ยนซิน ดูเหมือนว่าหลังจากที่หลี่เจี้ยนซินเห็นป้ายคำสั่งนี้แล้ว เขาจึงจากไปทันที เยว่หลิงหลงอดไม่ได้ที่จะคิดว่าป้ายคำสั่งนั้นคืออะไร?
หรือว่าจะเป็นป้ายคำสั่งของจักรพรรดิ?
ไม่น่าจะใช่ แม้แต่ป้ายคำสั่งของจักรพรรดิก็ยังคงไม่สามารถทำให้หลี่เจี้ยนซินหวาดกลัวได้ ในเวลานี้เยว่หลิงหลงรู้สึกว่าในอาณาจักรหลิงเจี้ยนนี้ ต้องมีคนที่นางไม่รู้จัก อีกอย่าง ซูจี้เหนียนผู้นี้ เขาเป็นเพียงแค่เจ้าเมืองตัวเล็กๆ จริงๆ หรือ?
เขามีภูมิหลังเช่นไร?
กระบวนท่าเดียวสามารถทำให้นางกลายเป็นเด็ก และทำลายพลังเวทมนตร์ทั้งหมดของนาง
วันนี้ป้ายคำสั่งหนึ่งอันกลับทำให้หลี่เจี้ยนซินยอมล่าถอย
ในเวลานี้เยว่หลิงหลงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมาก ใครกันที่อยู่เบื้องหลังเมืองหวังข่ง?
เยว่หลิงหลงรู้สึกว่าเบื้องหลังเมืองหวังข่งนี้ต้องมีคนสำคัญที่คอยควบคุมทุกอย่าง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตครึ่งก้าวปรมาจารย์ก็ยังคงต้องยอมล่าถอย
กระบวนท่าที่ปราบปรามนาง เป็นของคนผู้นั้นหรือไม่?
หากมีผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้อยู่จริงๆ เช่นนั้น…
อาณาจักรอวี้ถังและอาณาจักรหลิงเจี้ยนเป็นศัตรูกัน ต่อไปอาณาจักรอวี้ถังจะมีจุดจบเช่นไร?
“เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว เจ้าลงมาเถอะ”
ซูจี้เหนียนตะโกนบอกคนที่อยู่ชั้นสอง
ไม่นาน เยว่หลิงหลงก็เดินลงมาจากชั้นสอง แต่ในเวลานี้ในแววตาที่เยว่หลิงหลงมองดูซูจี้เหนียนนั้นมีความหวาดกลัว
ความหวาดกลัวนี้มาจากความไม่รู้
นางกลัวความลับของซูจี้เหนียน!
คนผู้นี้ต้องมีความลับที่น่ากลัวอย่างแน่นอน!
ซูจี้เหนียนเห็นแววตาของเยว่หลิงหลง เขาก็เข้าใจทุกอย่าง เรื่องนี้เป็นไปตามแผนการของซูจี้เหนียน เขาต้องการให้เยว่หลิงหลงหวาดกลัวเขา เพื่อให้เยว่หลิงหลงรู้ว่าอย่าคิดเล่นตุกติกต่อหน้าเขา
“เขาจากไปแล้วจริงๆ”
เยว่หลิงหลงเดินไปที่ประตู นางไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของหลี่เจี้ยนซินเลย
ในเวลานี้เยว่หลิงหลงมีคำถามมากมายที่อยากจะถามซูจี้เหนียน แต่นางไม่รู้ว่าจะเริ่มถามจากที่ใด? อีกอย่าง นางรู้ดีว่าต่อให้นางถาม นางก็ยังคงไม่ได้คำตอบ
“เจ้ามาที่นี่เพราะสายลับของอาณาจักรอวี้ถังผู้นั้น ใช่ไหม?” ในเวลานี้ซูจี้เหนียนก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “ในมือของเขามีม้วนเวทมนตร์ของเจ้า เจ้าอยากรู้ว่าทำไมเวทมนตร์ของเจ้าถึงได้หายไป ดังนั้นเจ้าจึงมาที่อาณาจักรหลิงเจี้ยนของข้า และต้องการตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น? ถูกต้องไหม?”
“เจ้ารู้เรื่องนี้?”
เยว่หลิงหลงตกใจ นางมาที่อาณาจักรหลิงเจี้ยนเพราะเรื่องนี้จริงๆ เพราะเยว่หลิงหลงรู้ดีว่าหลี่เจี้ยนซินไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ ดังนั้นนางจึงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?
ใครจะรู้ว่าก่อนที่นางจะได้ตรวจสอบ นางกลับต้องมาซวยที่เมืองหวังข่ง?
“แน่นอนว่าข้ารู้” ซูจี้เหนียนยิ้มเล็กน้อย จากนั้นกล่าวว่า “ไม่ต้องตรวจสอบแล้ว รอให้ถึงวันที่ข้าอารมณ์ดี ข้าจะบอกเจ้า แต่ตอนนี้เจ้าต้องอยู่เฉยๆ และตั้งใจสอนเวทมนตร์ให้หลิงเอ๋อร์ อย่าคิดเล่นตุกติก มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกดีกว่าการถูกกองทัพราชองครักษ์จับกุม!”
เมื่อเห็นรอยยิ้มของซูจี้เหนียน เยว่หลิงหลงก็ไม่รู้ว่าทำไม นางถึงได้รู้สึกหนาวสั่น? ความหนาวสั่นนี้มาจากจิตวิญญาณของนาง
ราวกับว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านางผู้นี้เป็นคนที่น่ากลัวที่สุดในโลก เขาน่ากลัวกว่าหลี่เจี้ยนซินที่เพิ่งจะจากไป ทำให้นางรู้สึกไม่มั่นคง นางพอจะรู้จักหลี่เจี้ยนซินบ้าง แต่สำหรับซูจี้เหนียน นางไม่รู้จักเขาเลย
“เอาล่ะ เจ้าไปสอนหลิงเอ๋อร์เถอะ”
ซูจี้เหนียนพูดอย่างใจเย็น
“อือ”
ในเวลานี้เยว่หลิงหลงไม่อยากจะอยู่ใกล้ซูจี้เหนียน นางรีบไปหาหลินหลิงเอ๋อร์ และสอนเวทมนตร์ให้หลินหลิงเอ๋อร์ทันที
…
เมื่อเห็นเยว่หลิงหลงจากไปแล้ว ซูจี้เหนียนก็รู้สึกสบายใจ หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เยว่หลิงหลงคงจะไม่กล้าทำอะไรอีก เช่นนั้นซูจี้เหนียนก็ต้องคิดถึงเรื่องของตนเองแล้ว
โลกของแปดเทพอสูรมังกรฟ้า!
ถึงเวลาที่เขาจะต้องไปที่นั่นเสียที เวลาก็ใกล้จะหมด และซูจี้เหนียนเตรียมตัวพร้อมแล้ว
ซูจี้เหนียนไปบอกซูเยว่และคนอื่นๆ ว่า เขาต้องการปิดด่านบ่มเพาะเป็นระยะเวลาหนึ่ง ห้ามใครมารบกวนเขา
ซูเยว่ได้ยินว่าซูจี้เหนียนจะปิดด่านบ่มเพาะ นางคาดเดาว่าซูจี้เหนียนเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่ ดังนั้นขอบเขตบ่มเพาะของเขาจึงไม่เสถียร นางไม่ได้คิดมาก นางพยักหน้าตกลง และนางยังคงบอกให้ซูจี้เหนียนวางใจ
ซูจี้เหนียนกลับไปที่ห้อง และล็อคประตู จากนั้นร่างกายของเขาก็กลายเป็นแสง และหายไปจากห้อง
ซูจี้เหนียนเข้าไปในเจดีย์มิติทันที