- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 83 ซูจี้เหนียนเสียเงินจำนวนมาก
บทที่ 83 ซูจี้เหนียนเสียเงินจำนวนมาก
บทที่ 83 ซูจี้เหนียนเสียเงินจำนวนมาก
บทที่ 83 ซูจี้เหนียนเสียเงินจำนวนมาก
เพียงแค่นาฬิกาเรือนเดียว เยี่ยเฉียนหลี่กลับศึกษามันทั้งบ่าย บางครั้งนางก็ครุ่นคิด บางครั้งนางก็ดีใจ บางครั้งนางก็รู้สึกสับสน
ซูจี้เหนียนอยู่เป็นเพื่อนข้างๆ นาง ซูจี้เหนียนไม่กังวลว่าเยี่ยเฉียนหลี่จะไม่ตกลง เขากลัวว่าเยี่ยเฉียนหลี่จะไม่สนใจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเยี่ยเฉียนหลี่จะเป็นคนของเมืองหวังข่งไปแล้ว
“เฮ้อ…”
เยี่ยเฉียนหลี่ปิดฝานาฬิกา จากนั้นมองไปที่ซูจี้เหนียนที่อยู่ข้างๆ ถามว่า “เจ้าหามาจากที่ไหน?”
“เจ้าไม่ต้องสนใจว่าข้าหามาจากที่ไหน? เอาเป็นว่า หากเจ้ายินดีทำงานให้ข้า ข้าจะมอบสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถมอบให้เจ้าได้!” ซูจี้เหนียนพูดด้วยรอยยิ้ม “ที่ตัวข้ามีของมากมาย ของแปลกๆ ที่เจ้าคาดไม่ถึงให้เจ้าวิจัย ให้เจ้าสร้าง นาฬิกาเรือนนี้เป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นเล็กๆ เท่านั้น!”
“เจ้าสนใจหรือไม่?”
ซูจี้เหนียนยังคงพูดหว่านล้อม
“สนใจ”
เยี่ยเฉียนหลี่ไม่ได้ปิดบังความปรารถนาในแววตาของนาง
“เช่นนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าก็คือคนของเมืองหวังข่งแล้ว!” ซูจี้เหนียนพูดอย่างจริงจัง จากนั้นกล่าวว่า “คืนนี้ข้าจะจัดที่พักให้เจ้า แต่ก่อนอื่น ข้าต้องการให้เจ้าสร้างอาวุธให้เมืองหวังข่ง เพราะอาวุธในมือของทหารองครักษ์ของข้านั้นธรรมดามาก!”
ซูจี้เหนียนเคยศึกษาวิธีการตีเหล็กของโลกใบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบี่สายฟ้าของหลี่เจี้ยนซินที่เขาเคยเห็น ฝีมือการตีเหล็กนั้นแย่มาก มันช่างสิ้นเปลือง ดังนั้นซูจี้เหนียนจึงต้องการสอนวิธีการตีเหล็กสมัยใหม่ให้เยี่ยเฉียนหลี่ และให้เยี่ยเฉียนหลี่สร้างอาวุธให้เขา
“อาวุธ? อาวุธไม่ใช่ว่าตีแบบนั้นหรอกหรือ? จะตีแบบไหนได้อีก?”
เยี่ยเฉียนหลี่รู้สึกสงสัย
ซูจี้เหนียนไม่พูดมาก รีบหยิบหนังสือสองสามเล่มออกมา ยื่นให้เยี่ยเฉียนหลี่
เยี่ยเฉียนหลี่มองดูตัวหนังสือบนหนังสือด้วยความสงสัย พึมพำว่า “《เหล็กกล้าถลุงด้วยวิธีใด》?”
(หนังสือเล่มนี้ชื่อ 钢铁是怎样炼成的 แปลตรงตัวเหล็กกล้าถลุงด้วยวิธีใด ชื่อภาษาไทย วีรชนบนเส้นทางปฏิวัติ หรือ เบ้าหลอมวีรชน เป็นนวนิยายแนวสัจนิยมสังคมนิยม ประพันธ์โดย นีโคไล ออร์ตรอฟสกี ไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับวิธีการถลุงเหล็กจริงๆ)
“แค่กแค่ก ไม่ใช่เล่มนี้ ข้าหยิบผิด”
ซูจี้เหนียนรู้สึกเขินอายเล็กน้อย รีบเก็บหนังสือเล่มนี้กลับมา ส่วนหนังสือที่เหลือ ล้วนเป็นหนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีการตีเหล็ก และยังมีวิธีการตีเหล็กของโลกเดิม เยี่ยเฉียนหลี่เพิ่งจะอ่านไปสองสามหน้า ในแววตาของนางก็มีความประหลาดใจ
“ยังมีวิธีแบบนี้อีก?”
“โอ้สวรรค์ วิธีการแบบนี้ ทำไมข้าถึงคิดไม่ได้นะ? ใช่แล้ว หากทำแบบนี้ คุณภาพของอาวุธต้องเพิ่มขึ้นหลายเท่า!”
ซูจี้เหนียนปล่อยให้เยี่ยเฉียนหลี่อ่านหนังสืออยู่ในห้อง ส่วนตัวเขาเองก็ออกไปจัดการเรื่องห้องวิจัยและโรงตีเหล็ก
ส่วนของพวกนี้หามาจากที่ไหนงั้นหรือ? แน่นอนว่าซูจี้เหนียนซื้อมาจากเจดีย์มิติ ห้องวิจัยหนึ่งห้อง โรงตีเหล็กหนึ่งโรง ของพวกนี้สามารถซื้อได้โดยตรงจากโลกเดิม แต่เมื่อซูจี้เหนียนเห็นราคา เขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น ของพวกนี้แพงมาก!
ห้องวิจัยหนึ่งห้อง ราคาหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทอง
โรงตีเหล็กหนึ่งโรง ราคาหนึ่งหมื่นเหรียญทอง!
ซูจี้เหนียนแทบจะอยากจะดึงทึ้งเส้นผมตัวเอง เขาเสี่ยงชีวิตสังหารราชันย์อสูรสองตัว ได้มาแค่สามหมื่นห้าพันเหรียญทอง ผลก็คือ ตอนนี้ใช้ไปสองหมื่นห้าพันเหรียญทองแล้ว?
เดิมทีเขาคิดจะเก็บเงินเพื่อเปิดเจดีย์มิติชั้นที่สาม แต่หลังจากซื้อของสองอย่างนี้แล้ว เกรงว่าคงจะเป็นไปไม่ได้แล้วสินะ?
แต่หากไม่ซื้อของพวกนี้ ก็ไม่สามารถยกระดับเมืองหวังข่งได้ รอให้หยวนเหอกลับมา อาวุธก็ยังคงไม่เพียงพอ ซูจี้เหนียนไม่สามารถซื้อทุกอย่างจากเจดีย์มิติได้ เงินของเขาไม่พอจริงๆ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซูจี้เหนียนจึงกัดฟัน ซื้อมัน!
พูดจบ เหรียญทองสองหมื่นห้าพันเหรียญก็ถูกดูดเข้าไปในเจดีย์มิติ
จากนั้น ห้องวิจัยหนึ่งห้อง โรงตีเหล็กหนึ่งโรง ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าซูจี้เหนียน ยังไงเมืองหวังข่งก็กว้างขวาง มีพื้นที่ว่างมากมาย มันจึงปรากฏขึ้นในสถานที่ที่ซูจี้เหนียนเลือก
การปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ นี้ ทำให้ชาวเมืองหวังข่งจำนวนมากที่เห็นห้องวิจัยและโรงตีเหล็กต่างก็ตกตะลึง พวกเขาไม่รู้ว่าของพวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
…
ตกกลางคืน เมื่อซูจี้เหนียนพาเยี่ยเฉียนหลี่มาที่โรงตีเหล็กและห้องวิจัย เยี่ยเฉียนหลี่ก็ตกตะลึง
อุปกรณ์ที่นี่น่าทึ่งมาก ของหลายอย่างดูสะดวกสบาย ที่นี่เป็นเหมือนกับสวรรค์สำหรับเยี่ยเฉียนหลี่ ในหนังสือนั้นมีของมากมายที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ที่นี่กลับมีครบทุกอย่าง
“พอใจหรือไม่?”
ซูจี้เหนียนถามทั้งน้ำตา
“ไม่เลว”
เยี่ยเฉียนหลี่มองดูอย่างตั้งใจ จากนั้นกล่าวว่า “สถานที่ใหญ่ขนาดนี้ ข้าคนเดียวคงทำไม่ไหว ข้าต้องการให้เจ้าหาคนมาช่วยข้า แม้แต่ช่างตีเหล็ก ก็ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้”
“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล ในเมืองหวังข่งของพวกเรามีคนที่เคยเป็นช่างตีเหล็ก เพียงแต่เพราะหาเงินไม่ได้ พวกเขาจึงเลิกทำ การหาพวกเขามา มันไม่ยาก”
ซูจี้เหนียนกล่าว
“อีกอย่าง แม้ว่าที่นี่จะมีอุปกรณ์มากมาย แต่ขาดวัสดุ ข้าไม่มีวัตถุดิบ เจ้าให้ข้าสร้างอาวุธ อย่างน้อยเจ้าก็ต้องให้แร่เหล็กกับข้าสิ” เยี่ยเฉียนหลี่มองดูซูจี้เหนียนอย่างงุนงง ที่นี่ไม่มีอะไรเลย แม้แต่แม่ครัวที่เก่งกาจ ก็ยังคงทำอาหารไม่ได้ หากไม่มีวัตถุดิบ
“เอ่อ…”
ซูจี้เหนียนลืมเรื่องนี้ไป การตีเหล็กต้องใช้แร่เหล็ก ซูจี้เหนียนจึงรีบไปดูในเจดีย์มิติว่ามีแร่เหล็กขายหรือไม่? ผลก็คือ เมื่อซูจี้เหนียนเห็นราคา เขาก็ตกใจมาก มันแพงมากจริงๆ!
แม้ว่าแร่จะแพงมาก แต่ถ่านหินกลับราคาถูก
“เรื่องแร่เหล็กเดี๋ยวข้าจะหาวิธี พรุ่งนี้ข้าจะนำมาให้เจ้า ส่วนถ่านหินนั้น พรุ่งนี้ข้าจะส่งมาให้เจ้า”
ซูจี้เหนียนรับปาก
ซูจี้เหนียนรู้สึกว่าควรจะไปหาเหมืองแร่เหล็ก มิเช่นนั้นต่อไปคงจะยุ่งยาก แต่ตอนนี้ซูจี้เหนียนก็คิดหาวิธีแก้ไขได้แล้ว เหล็กดิบจำนวนมาก เขามี! สมบัติในประตูแห่งหลัว ของที่ไร้ประโยชน์พวกนั้น และยังมีเหรียญพวกนั้นอีก ไม่ใช่ว่าพวกมันทำจากเหล็กดิบหรอกหรือ? นำพวกมันมาหลอมรวมก็ได้แล้วนี่ ใช่ไหม?
ดังนั้นซูจี้เหนียนจึงคิดจะให้ร่างแยกไร้ขอบเขตกลับมาจากเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้
…
ตกกลางคืน ซูจี้เหนียนก็ให้หลินฝูไปติดประกาศรับสมัครช่างตีเหล็ก เงินเดือนเดือนละสิบเหรียญเงิน
เงินเดือนที่สูงเช่นนี้ ทำให้ช่างตีเหล็กที่เคยเลิกทำต่างก็ตื่นเต้นมาก ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขาเป็นช่างตีเหล็ก เดือนหนึ่งได้แค่สามเหรียญเงินก็ไม่เลวแล้ว แต่ที่นี่ท่านเจ้าเมืองกลับให้เงินเดือนเดือนละสิบเหรียญเงิน?
ดังนั้น จึงมีช่างตีเหล็กยี่สิบกว่าคนมารายงานตัวทันที
ซูจี้เหนียนส่งพวกเขาไปที่โรงตีเหล็กโดยตรง และมอบหมายให้เยี่ยเฉียนหลี่จัดการ
ส่วนคนอื่นๆ ก็ทำได้เพียงมองดูช่างตีเหล็กเหล่านี้ด้วยความอิจฉา พวกเขาได้รับเงินเดือนเดือนละสิบเหรียญเงินเชียว!
“พี่สาวซุน พี่เขยของท่านนี่มันสุดยอดจริงๆ ต่อไปครอบครัวของพวกท่านคงจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เงินเดือนตั้งเดือนละสิบเหรียญเงินเชียวนะ!”
สตรีผู้หนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความอิจฉา เพราะสามีของนางเคยเป็นช่างตีเหล็ก เพียงแต่เพราะการเป็นช่างตีเหล็กนั้นหาเงินไม่ได้ ต่อมาเขาจึงเลิกทำ ใครจะรู้ว่าตอนนี้เขากลับมีงานทำแล้ว