- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 82 นักวิทยาศาสตร์ผู้บ้าคลั่ง
บทที่ 82 นักวิทยาศาสตร์ผู้บ้าคลั่ง
บทที่ 82 นักวิทยาศาสตร์ผู้บ้าคลั่ง
บทที่ 82 นักวิทยาศาสตร์ผู้บ้าคลั่ง
เยี่ยเฉียนหลี่ถูกมัดไว้ ของที่ใช้มัดนางไม่ใช่เชือก แต่เป็นโซ่เหล็ก ดังนั้นแม้ว่าเยี่ยเฉียนหลี่จะมีปราณยุทธ์ปกป้องร่างกาย แต่นางก็ยังคงไม่สามารถหลุดพ้นได้
เพียงแต่เยี่ยเฉียนหลี่ดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง รู้ว่าตนเองไม่สามารถหลุดพ้นได้ นางจึงล้มเลิก เยี่ยเฉียนหลี่มองดูห้องนี้อย่างตั้งใจ ในแววตาของนางมีความประหลาดใจ เพราะการตกแต่งของห้องนี้เป็นสิ่งที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ของหลายอย่างในห้องนี้ เยี่ยเฉียนหลี่ก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน
อย่างเช่นนาฬิกาแขวนที่วางอยู่บนตู้ในห้องของซูจี้เหนียน เยี่ยเฉียนหลี่จ้องมองมันอยู่นาน จึงพอจะเดาได้ว่าของสิ่งนี้น่าจะเอาไว้ดูเวลา
“ของที่ประณีตเช่นนี้ มันสามารถคำนวณเวลาได้?”
เยี่ยเฉียนหลี่พบว่าของสิ่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่า!
และเฟอร์นิเจอร์มากมายในห้องนี้ ก็ยังคงประณีตมาก นางไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ใช้เงินก็ยังหาซื้อไม่ได้
ในใจของเยี่ยเฉียนหลี่รู้สึกประหลาดใจ ซูจี้เหนียนหามาจากที่ไหน?
ของมากมายในห้องนี้ ล้วนเป็นของที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ในสายตาของเยี่ยเฉียนหลี่ ของที่เหล่านี้ไม่ด้อยไปกว่าของที่นางสร้างขึ้นมาเลย
เรื่องนี้ทำให้เยี่ยเฉียนหลี่รู้สึกกังวล
“หรือว่า…”
“ซูจี้เหนียนผู้นี้รู้จักคนของหัตถ์เทวะตระกูลเย่งั้นหรือ?” เมื่อคิดได้เช่นนี้ เยี่ยเฉียนหลี่ก็ส่ายหน้า พึมพำกับตัวเองว่า “เป็นไปไม่ได้ หัตถ์เทวะตระกูลเย่ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรหลิงเจี้ยน พวกเขาจะไม่มาอยู่ในสถานที่เล็กๆ เช่นนี้ พวกเขาจะไม่ปรากฏตัวที่นี่”
ในขณะที่เยี่ยเฉียนหลี่กำลังคิดมากอยู่นั้น ประตูก็เปิดออก
ซูจี้เหนียนเดินเข้ามาจากด้านนอก เมื่อเห็นเยี่ยเฉียนหลี่ถูกมัดอยู่ที่นั่น เขาก็ตกตะลึง โซ่เหล็กบนร่างกาย บวกกับผิวขาวๆ หญิงงามที่ถูกมัดเช่นนี้ ทำให้ซูจี้เหนียนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนังบางเรื่องของบางประเทศในโลกเดิน (AV ญี่ปุ่นสินะ คิกคิกคิก)
“ว่าไง ข้าคือซูจี้เหนียน”
ซูจี้เหนียนเดินเข้าไปใกล้ พูดกับเยี่ยเฉียนหลี่อย่างสุภาพ
เยี่ยเฉียนหลี่จ้องมองซูจี้เหนียน แววตาของนางสงบนิ่ง ในเวลานี้นางไม่ได้รู้สึกกังวลมากนัก นางยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “ได้ยินมาว่าซูจี้เหนียนแห่งเมืองหวังข่งเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ไม่คิดว่าจะเป็นคนที่ซ่อนเร้นเช่นนี้ น่าสนใจมาก เพียงแต่การต่อกรกับกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายนะ”
“กลุ่มโจรหมาป่าทมิฬไม่นับว่าเป็นอะไร ข้าไม่ได้สนใจพวกเขา”
ซูจี้เหนียนส่ายหน้า ตอนนี้กลุ่มโจรหมาป่าทมิฬไม่ได้อยู่ในสายตาของซูจี้เหนียนจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงพลังของเมืองหวังข่งในตอนนี้ หากราวกับนิกายเทียนซิง พวกเขาย่อมสามารถรับมือกับกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬได้ แค่ยันต์เจวี๋ยแผ่นเดียว เขาก็สามารถกำจัดกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬได้อย่างสิ้นเชิง!
เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่า ซูจี้เหนียนจะยอมใช้มันหรือไม่?
เมื่อเห็นแววตาที่มั่นใจของซูจี้เหนียน แม้แต่เยี่ยเฉียนหลี่ก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อ หรือว่าเขาไม่กลัวจริงๆ? หรือว่าเขามีความสามารถในการรับมือกับกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬจริงๆ?
แม้ว่าวันนี้นางจะเห็นคนของนิกายเทียนซิง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงผู้เชี่ยวชาญของนิกายเทียนซิง มีเพียงแค่เหล่าศิษย์เท่านั้น พลังของเสวี่ยหลาง หัวหน้าใหญ่กลุ่มโจรหมาป่าทมิฬนั้นแข็งแกร่งมาก อีกอย่าง ลูกน้องหลายร้อยคนของเขาก็ไม่ธรรมดา หากต่อสู้กันจริงๆ เมืองหวังข่งย่อมไม่ใช่คู่มือ
แต่ในเวลานี้เยี่ยเฉียนหลี่ก็นึกถึงลูกศรที่ยิงทะลุปีกของนางเมื่อครู่ จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่รู้ว่านักธนูผู้นั้นซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?
หรือว่านั่นคืออาวุธลับของเขา?
“เช่นนั้นทำไมท่านเจ้าเมืองซูถึงไม่สังหารข้าล่ะ? หรือว่าท่านเจ้าเมืองต้องการใช้ข้าเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองกับเสวี่ยหลาง?”
เยี่ยเฉียนหลี่ยิ้มเยาะ นางรู้จักเสวี่ยหลางดี คนผู้นี้เป็นคนเลือดเย็น ในใจของเขามีเพียงแค่ผลประโยชน์ พวกเขาทุกคนต่างก็เหมือนกัน จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พวกเขาแค่ใช้ประโยชน์จากกันและกันเท่านั้น
“ข้าหมายตาเจ้าน่ะ”
ซูจี้เหนียนพูดประโยคนี้โดยไม่ทันตั้งตัว
สิ้นเสียงพูด เยี่ยเฉียนหลี่ก็ตกตะลึง จากนั้นก็ยิ้ม “น้องชาย พี่สาวแก่กว่าเจ้านะ อีกอย่าง ข้ายังเป็นโจรอีกด้วย เจ้าหมายตาข้า? เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเชือดเจ้าทิ้งหรือ?”
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”
ซูจี้เหนียนส่ายหน้า “ข้าหมายตาความสามารถของเจ้า ปีกของเจ้าถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตมาก น่าจะเป็นเจ้าที่สร้างมันขึ้นมาเองสินะ?”
“เจ้าต้องการให้ข้าทำงานให้เมืองหวังข่ง?”
เยี่ยเฉียนหลี่ขมวดคิ้ว
“ถูกต้อง ที่นี่ขาดช่างตีเหล็ก” ซูจี้เหนียนนั่งลง มองดูเยี่ยเฉียนหลี่อย่างสนใจ
“พูดจาเหลวไหล!”
เยี่ยเฉียนหลี่ได้ยินเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะด่าทอ “ในสายตาของเจ้า ข้าเป็นเพียงแค่ช่างตีเหล็กงั้นหรือ? ข้าเยี่ยเฉียนหลี่สามารถสร้างกลไกและอาวุธลับต่างๆ ได้มากมาย ช่างตีเหล็กมันนับเป็นตัวอะไร? ของที่พวกเขาสร้างขึ้นมา เป็นเพียงแค่ของเล่นสำหรับเด็กเท่านั้น! หากเจ้าต้องการให้ข้ามาเป็นช่างตีเหล็ก เช่นนั้นข้าแนะนำให้เจ้าเลิกคิดเสียเถอะ!”
“อย่าเพิ่งมีโทสะ พวกเรายังสามารถพูดคุยกันได้”
ซูจี้เหนียนเห็นปฏิกิริยาของเยี่ยเฉียนหลี่ เขาก็รู้ว่าเยี่ยเฉียนหลี่เป็นคนหยิ่งยโส คนที่หยิ่งยโสเช่นนี้ ความสามารถย่อมไม่ธรรมดา ซูจี้เหนียนยิ้ม กล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าจะอธิบายความสามารถของเจ้าอย่างไร? ข้าทำได้เพียงมองเจ้าเป็นช่างตีเหล็ก หากเจ้ายินดีอยู่ที่นี่ เงื่อนไขอะไรก็ยังไงก็ได้ เพราะตอนนี้เมืองหวังข่งของข้ากำลังพัฒนา ขาดสิ่งของมากมาย ข้าต้องการความสามารถของเจ้าจริงๆ หากเจ้ายินดีอยู่ที่นี่ ข้าจะสร้างห้องวิจัยให้เจ้า ต่อไปเจ้าอยากจะวิจัยอะไรก็ได้!”
“ห้องวิจัย?”
เยี่ยเฉียนหลี่ไม่เข้าใจคำนี้ แต่นางก็พอจะเข้าใจความหมายของซูจี้เหนียน
“เจ้าสามารถให้ข้าดูของสิ่งนั้นได้หรือไม่?”
ในเวลานี้เยี่ยเฉียนหลี่ก็มองดูนาฬิกาแขวนบนตู้
“อันนี้หรือ?”
ซูจี้เหนียนหยิบนาฬิกาแขวนส่งให้เยี่ยเฉียนหลี่
“ปล่อยข้า”
“ได้”
ซูจี้เหนียนปลดโซ่เหล็กให้เยี่ยเฉียนหลี่ เยี่ยเฉียนหลี่หยิบนาฬิกาแขวนขึ้นมาดูอย่างตั้งใจ ดวงตาของนางก็เป็นประกาย ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ของสิ่งนี้สามารถคำนวณเวลาได้จริงๆ
ตามที่บันทึกไว้บนนี้ ช่องใหญ่ๆ นี้มีสิบสองช่อง ส่วนตรงกลางมีหกสิบช่อง และช่องที่เล็กที่สุดก็มีหกสิบช่อง!
“ช่องที่ใหญ่ที่สุดเรียกว่าชั่วโมง ส่วนตรงกลางเรียกว่านาที และช่องที่เล็กที่สุดเรียกว่าวินาที หนึ่งวันมีทั้งหมดยี่สิบสี่ชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงมีหกสิบนาที หนึ่งนาทีมีหกสิบวินาที รวมกันแล้วก็คือหนึ่งวัน” ซูจี้เหนียนแนะนำให้เยี่ยเฉียนหลี่ฟัง
“น่าทึ่ง!”
ดวงตาของเยี่ยเฉียนหลี่ยิ่งเปล่งประกายมากขึ้น
นางอยากจะแกะมันออกมาดูว่าข้างในเป็นอย่างไร? แต่มองยังไงก็แกะมันไม่ออก
“หืม?”
เมื่อนางเห็นสกรูที่อยู่ด้านหลัง นางก็ครุ่นคิด นางรู้สึกว่านี่คือกุญแจสำคัญในการเปิดมัน
“นี่”
ซูจี้เหนียนส่งไขควงให้เยี่ยเฉียนหลี่
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง นี่คือกุญแจสำคัญในการเปิดนาฬิกาเรือนนี้”
เยี่ยเฉียนหลี่รับไขควงมา แกะฝานาฬิกาออกอย่างง่ายดาย เมื่อเห็นเฟืองที่ประณีตมากมายข้างใน เยี่ยเฉียนหลี่ก็หลงใหลในมันทันที
“ที่แท้ นางก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้บ้าคลั่งสินะ?”
ซูจี้เหนียนยิ้มและส่ายหน้า