- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 69 ในที่สุดผลไม้ก็สุกแล้ว
บทที่ 69 ในที่สุดผลไม้ก็สุกแล้ว
บทที่ 69 ในที่สุดผลไม้ก็สุกแล้ว
บทที่ 69 ในที่สุดผลไม้ก็สุกแล้ว
เดิมทีเสวี่ยหลานกงเจวี๋ยต้องการให้ซูจี้เหนียนรักษาเสวี่ยหนิงหนิงในวันนี้ แต่ซูจี้เหนียนทำไม่ได้ เพราะเขาไม่มีเข็มเงินที่ใช้ฝังเข็ม จึงทำได้เพียงบอกว่าไว้ครั้งหน้า
เขาต้องซื้อเข็มเงินจากร้านค้าในเจดีย์มิติก่อน
…
วันรุ่งขึ้น ซูจี้เหนียนก็จากไป เขามาดูร้านค้าของตนเอง ร้านค้านี้ใหญ่มาก มีทั้งหมดสองชั้น ตามที่ซูจี้เหนียนออกแบบไว้ ชั้นหนึ่งเอาไว้ขายของ ส่วนชั้นสองเอาไว้นอน
ซูจี้เหนียนใช้เวลาทั้งวันในการออกแบบ จึงตัดสินใจได้ว่าจะตกแต่งร้านค้านี้อย่างไร?
จากนั้นเขาก็ออกจากเมืองหลวง กลับไปที่เมืองหวังข่ง เจดีย์มิติอยู่ในร่างจริงของเขา ดังนั้นมีเพียงแค่ร่างจริงเท่านั้นที่สามารถซื้อของจากร้านค้าได้ จากนั้นร่างแยกถึงจะสามารถนำกลับไปได้
แม้ว่าด้วยความเร็วของร่างแยก การบินไปยังเมืองหวังข่งจะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็ยังคงรู้สึกยุ่งยาก ซูจี้เหนียนจึงลองค้นหาในเจดีย์มิติ ดูว่ามีของที่สามารถช่วยเหลือเขาได้หรือไม่? แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ
สุดท้ายไม่มีทางเลือก ซูจี้เหนียนจึงทำได้เพียงถามผู้พิทักษ์เจดีย์มิติ
“การที่เจ้าต้องการให้เจดีย์มิติมอบของให้กับร่างแยกของเจ้าโดยตรงนั้นเป็นไปไม่ได้” ผู้พิทักษ์เจดีย์มิติครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวว่า “แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธี มีสมบัติอย่างหนึ่งเรียกว่าแหวนแม่ลูก มันคล้ายกับแหวนมิติ เพียงแต่พื้นที่ข้างในเชื่อมต่อกัน เจ้าสามารถซื้อของจากร้านค้า และเก็บไว้ในแหวนแม่ จากนั้นแหวนลูกก็สามารถหยิบของออกมาได้ เช่นนี้ก็ใช้ได้แล้ว”
“ดี ข้าต้องการแหวนแม่ลูก!”
ดวงตาของซูจี้เหนียนเป็นประกาย หากมีแหวนแม่ลูกนี้ ร่างแยกไร้ขอบเขตของเขาต้องการซื้ออะไร ก็ไม่ต้องกลับมาที่เมืองหวังข่งเพื่อเอาของ!
“ทำไมหาไม่เจอ?”
ซูจี้เหนียนหาเท่าไหร่ก็ไม่พบแหวนแม่ลูก
“ตอนนี้เจ้ายังซื้อมันไม่ได้ รอให้เจ้าเปิดเจดีย์มิติชั้นที่สามก่อน ถึงจะสามารถซื้อได้” ผู้พิทักษ์เจดีย์มิติพูดด้วยรอยยิ้ม “พยายามเข้านะ เจ้าหนุ่ม!”
ซูจี้เหนียนอยากจะมองบนใส่เขาจริงๆ!
เฮ้อ… ชั้นที่สาม
ตอนนี้ซูจี้เหนียนมีเหรียญทองสามหมื่นหกพันกว่าเหรียญ ยังคงห่างไกลจากห้าหมื่นเหรียญทอง
อีกไม่นานลุงหยวนเหอก็จะพาคนจำนวนมากกลับมา เขาต้องสร้างค่ายทหาร ถึงตอนนั้นต้องใช้เงินอีกมาก ซูจี้เหนียนรู้สึกอีกครั้งว่า ตนเองเป็นเพียงแค่คนจนที่มีเหรียญทองสามหมื่นหกพันกว่าเหรียญ
จะหาเงินยังไงดี?
ซูจี้เหนียนกำลังคิดหนักอยู่ในห้องหนังสือ ส่วนทหารผู้พิทักษ์ของเมืองหวังข่ง รวมถึงกองกำลังสิบสองนักษัตร และกองพลธนู ต่างก็รู้สึกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาฝึกฝนอย่างหนัก เพราะอีกไม่ถึงสิบวัน คนของกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬก็จะมาถึง!
ถึงตอนนั้นต้องมีการต่อสู้ครั้งใหญ่!
แม้แต่หลินเค่อก็ยังเพิ่งรู้ว่า อีกไม่นานจะมีการต่อสู้ครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ หลินเค่อไม่ได้รู้สึกกังวลเลย กลับกัน เขารู้สึกตื่นเต้นมากกว่า จะมีศัตรูมาสินะ?
เช่นนั้นก็หมายความว่า ในที่สุดธนูคอมพาวด์ของเขาก็มีโอกาสได้ใช้งานแล้วนะสิ!
มีธนูคอมพาวด์อยู่ บวกกับลูกศรเหล็กกล้า ในระยะสองร้อยเมตร เขาก็สามารถยิงลูกศรสังหารเป้าหมายได้!
ส่วนคนอื่นๆ ในกองพลธนูก็กำลังฝึกฝนเช่นกัน พวกเขาสามารถยิงโดนเป้าหมายในระยะร้อยเมตรได้แล้ว
ตอนนี้สิ่งที่ทำให้หลินเค่อรู้สึกกังวลก็คือ ลูกศรเหล็กกล้านั้นมีน้อยเกินไป มีเพียงแค่สิบดอก แม้ว่าจะสามารถเก็บกลับมาได้ แต่เวลาต่อสู้จริงๆ ในระยะไกล สิบดอกสามารถสังหารศัตรูได้แค่สิบคน ส่วนลูกศรไม้นั้น หากเกินหกสิบเมตร ก็ไม่มีพลังทำลายล้างแล้ว
ดังนั้นหลินเค่อจึงคิดว่า จะหาลูกศรอื่นมาใช้แทนได้หรือไม่?
แน่นอน ช่วงนี้ซูเยว่ก็ฝึกฝนอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความก้าวหน้าของ 《คัมภีร์เก้าอิม》 ซูเยว่มีความสามารถพิเศษมาก พลังยุทธ์ในร่างกายของนางตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นพลังภายใน ความแข็งแกร่งของคัมภีร์เก้าอิมนั้นไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้ซูเยว่สามารถใช้กรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิมได้แล้ว!
เพียงแค่ใช้กรงเล็บนี้ พลังทำลายล้างนั้นน่าตกใจ แม้แต่โลหะก็ยังถูกทำลาย!
พลังทำลายล้างเช่นนี้ แม้แต่ตัวซูเยว่เองก็ยังตกใจ
ในที่สุดวันที่สาม คนที่ดูแลสวนผลไม้ก็รีบมาหาซูจี้เหนียนอย่างตื่นเต้น บอกซูจี้เหนียนว่าผลไม้สุกแล้ว ซูจี้เหนียนจึงรีบไปดู
แอปเปิ้ลสีแดงฉ่ำ
เมลอนฮามี่กัวสีเขียวอ่อน
(เมลอนฮามี่กัวหรือแตงธิเบต เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจีน มีรสชาติหอมหวาน ระดับความหวานประมาณ 16 บริกซ์ ความหวานใกล้เคียงกับน้อยหน่าและลิ้นจี่)
และเชอร์รี่บนต้นเชอร์รี่ แต่ละผลล้วนอวบอิ่มมาก ขนาดก็ใหญ่โต ซูจี้เหนียนเด็ดมาหนึ่งผลและลองชิมดู รสชาติหวานอมเปรี้ยว มันมีน้ำเยอะมาก เวลาเคี้ยวทำให้น้ำเกือบจะไหลออกมาจากมุมปาก เนื้อสีแดงเข้มนั้นทำให้รู้สึกสดชื่น
ซูจี้เหนียนเด็ดมาสองสามผล จากนั้นก็นำกลับไปที่จวนเจ้าเมือง ให้ซูเยว่ หลินหลิงเอ๋อร์ และลุงฝู ลองชิมดู ผลก็คือ ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล เมลอนฮามี่กัว หรือเชอร์รี่ ล้วนทำให้พวกเขารู้สึกทึ่ง!
พวกเขาเคยกินแอปเปิ้ลมาก่อน
แต่ความหวานของเมลอนฮามี่กัว รสชาติและรสสัมผัสของเชอร์รี่ ทำให้พวกเขาสงสัยว่าของพวกนี้ไม่ใช่ของโลกใบนี้
ในเมื่อคนในโลกนี้ชอบรสชาติแบบนี้ ซูจี้เหนียนก็โล่งใจ
ในขณะเดียวกัน ซูจี้เหนียนก็หั่นเมลอนฮามี่กัวครึ่งลูก และหยิบเชอร์รี่กำหนึ่ง ให้คนนำไปมอบให้หยาหลี่ และให้คนไปบอกหยาหลี่ว่าช่วยตั้งราคาให้หน่อย
เมื่อหยาหลี่รู้ว่าซูจี้เหนียนให้ของพวกนี้กับนาง เพียงแค่ต้องการให้นางตั้งราคา นางก็รู้สึกโกรธมาก แต่เมื่อเห็นของที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และดูเหมือนจะอร่อยมากเช่นนี้ หยาหลี่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบเมลอนฮามี่กัวชิ้นหนึ่งมากิน
กัดคำหนึ่ง หยาหลี่ก็ตกตะลึง!
รสชาติที่ยากจะบรรยายนี้ ทำให้หยาหลี่อยากจะพาคนไปที่จวนเจ้าเมือง และจับซูจี้เหนียนมาเป็นของตนเอง
ส่วนรสชาติของเชอร์รี่นั้น ทำให้หยาหลี่อดไม่ได้ที่จะไปที่จวนเจ้าเมืองอีกครั้ง เพื่อเจรจากับซูจี้เหนียน แต่น่าเสียดายที่ซูจี้เหนียนไม่คิดจะร่วมมือกับหอการค้าเฉียนอวิ๋นในเรื่องผลไม้
…
ร่างแยกไร้ขอบเขตของซูจี้เหนียนซื้อของสมัยใหม่มากมายจากร้านค้าในเจดีย์มิติ จากนั้นก็กลับไปที่เมืองหลวง เริ่มตกแต่งร้านค้า การตกแต่งร้านค้านี้ล้วนเป็นซูจี้เหนียนที่ลงมือเอง ซูจี้เหนียนเป็นเพียงแค่คนธรรมดา เขาเกือบจะเหนื่อยตาย แต่หลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน ร้านค้านี้ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ของใช้ต่างๆ ล้วนเป็นของชั้นยอด และเป็นของดีที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกใบนี้
ในเมื่อร้านค้าตกแต่งเสร็จแล้ว ซูจี้เหนียนก็เตรียมจะเปิดร้าน ในเวลานี้ซูจี้เหนียนก็มาที่ตระกูลเสวี่ยอีกครั้ง การฝังเข็มครั้งแรกของเสวี่ยหนิงหนิงก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ซูจี้เหนียนซื้อตำราฝังเข็มเล่มหนึ่งจากร้านค้าในเจดีย์มิติ ตำราแบบนี้ซูจี้เหนียนไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ แค่หลอมรวมตำราเล่มนี้ เหมือนกับ 《ลมปราณภูติอุดร》 และ 《วิชามือหักกิ่งเหมยเทียนซาน》 เขาก็สามารถใช้มันได้โดยตรง ดังนั้นหลังจากหลอมรวมตำราเล่มนี้แล้ว ซูจี้เหนียนก็สามารถใช้วิธีการฝังเข็มได้