- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 100 จับกุม
บทที่ 100 จับกุม
บทที่ 100 จับกุม
ถนนฉางเจียง
ในรถแลนด์โรเวอร์สีขาว หลัวซิงหัวนั่งสูบบุหรี่อยู่ฝั่งคนขับ ท่าทางกระวนกระวายใจ มือซ้ายพาดออกไปนอกหน้าต่าง เคาะขี้บุหรี่เป็นระยะ สายตาสอดส่องไปรอบ ๆ
คืนนี้ เขานัดแลกเปลี่ยนของกับเซียไจ่ที่นี่
พอนึกถึงไอ้ตัวซวยนั่น หลัวซิงหัวก็โกรธจนควันแทบออกหู เพราะเขาโดนถังอวี๋กับเซี่ยงหงปัวแบล็กเมล์ ถึงได้ไปจ้างไอ้ตัวซวยนั่นให้ช่วยขโมยมือถือคืนมา
ใครจะไปรู้ว่าไอ้บ้านี่ นอกจากจะไม่ได้เรื่องแล้ว ยังหาเรื่องใส่ตัว ดันเลียนแบบไอ้สวะสองคนนั้นมาแบล็กเมล์เขาอีก
หลัวซิงหัวรู้สึกอัดอั้นตันใจ ชาติที่แล้วไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้มาเจอไอ้สามตัวนี้ ไม่มีความจริงใจ ไม่มีสัจจะ ไอ้พวกคนเลว
หลัวซิงหัวตั้งใจไว้แล้วว่า ถ้าเรื่องนี้จบเมื่อไหร่ จะต้องสั่งสอนพวกมันทั้งสามคนให้เข็ดหลาบ ให้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะมารังแกกันได้ง่าย ๆ
เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่
“โครม!”
ตัวรถสั่นไหว หลัวซิงหัวสะดุ้งโหยง รีบมองไปรอบรถ
มองผ่านกระจกมองหลังเห็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันหนึ่งชนท้ายรถแลนด์โรเวอร์ของเขา ชายคนขี่ทำหน้าตื่นตระหนก
“เชี่ยเอ้ย คนมันจะซวย กินน้ำเปล่ายังติดคอ” หลัวซิงหัวสบถพึมพำพลางลงจากรถ
บนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามีคนนั่งมาสองคน นอกจากคนขี่ผู้ชายด้านหน้า ด้านหลังยังมีผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายมาด้วย
“คุณจอดรถภาษาอะไร ตรงนี้มันที่จอดรถเหรอ?” ชายคนขี่ตะโกนถาม
ได้ยินดังนั้น หลัวซิงหัวก็โกรธจนหัวเราะ “ไอ้บ้า พูดจาให้มันรู้เรื่องหน่อย มึงชนรถกูนะ”
“ถนนนี้บ้านคุณสร้างเหรอ อยากจอดตรงไหนก็จอด ถ้าคุณไม่จอดมั่วซั่ว ผมจะชนไหมล่ะ?” ชายคนขี่สวนกลับ
“มึงก็รู้ว่านี่ถนน มอไซค์ไฟฟ้ากระจอก ๆ ยังกล้าขี่ออกมาบนถนนใหญ่ มึงรนหาที่ตายเองชัด ๆ”
“คุณพูดจาแบบนี้ได้ยังไง พวกเราขี่มอไซค์ไฟฟ้าแล้วมันทำไม หนักหัวคุณหรือไง ขับแลนด์โรเวอร์แล้ววิเศษนักเหรอ” ผู้หญิงที่ซ้อนท้ายเดินเข้ามาด้วยความโมโห
หลัวซิงหัวชำเลืองดูรถ รอยชนไม่ได้เสียหายมากนัก “วันนี้กูมีธุระ ไม่มีเวลามาเถียงกับพวกมึง รีบไปให้พ้น”
ชายคนขี่ชี้หน้าหลัวซิงหัว ตะโกนว่า “ว่าใครพูดมากนะ พูดอีกทีซิ”
“ได้ใจแล้วใช่ไหม มึงรอเดี๋ยว” หลัวซิงหัวทิ้งคำขู่ แล้วหันหลังเดินกลับไปที่ฝั่งคนขับ
ทว่า หลัวซิงหัวเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ผู้หญิงที่ซ้อนท้ายก็วิ่งตามมา เตะเข้าที่ข้อพับขาของหลัวซิงหัว
“ตุ้บ!” หลัวซิงหัวเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
จากนั้น แขนซ้ายก็ถูกบิดไพล่หลังอย่างแรง ร่างทั้งร่างถูกกดลงกับพื้น ขยับไม่ได้
“สัส พวกมึงกล้าลอบกัดกู ไอ้@#%¥&...” หลัวซิงหัวด่าทอด้วยความโกรธแค้น
“ตำรวจ หยุด!” เสียงตวาดดังขึ้น
หลัวซิงหัวตัวสั่นสะท้าน เงียบเสียงลงทันทีเหมือนไก่โดนบีบคอ จากนั้นข้อมือทั้งสองก็ถูกล็อกด้วยกุญแจมือเย็นเฉียบ
“พวกคุณจับผมทำไม?” หลัวซิงหัวยังหวังลึก ๆ ว่าจะรอด
“รู้จักเซียไจ่ไหม?” เถียนลี่ถาม
“ไม่รู้จัก” หลัวซิงหัวปฏิเสธ
“แล้วเหอซือรุ่ยล่ะ?” หลี่ฮุยแค่นเสียง
“เหอซือรุ่ยจมน้ำตายเอง ไม่เกี่ยวกับผม” หลัวซิงหัวตะโกน
หลี่ฮุยดึงตัวเขาขึ้นมา พูดเสียงเย็น “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่ถึงทางตันไม่ยอมจำนนสินะ”
“ผมถูกใส่ร้ายจริง ๆ นะ”
“ได้ กลับไปคุยกันที่กรมฯ เรามีเวลาอีกเยอะ”
...
หาดทรายทอง โรงแรมเฉียนเหา
เซี่ยงหงปัวนั่งสูบบุหรี่อยู่บนเตียงด้วยความกลัดกลุ้ม ถังอวี๋สวมชุดนอนสายเดี่ยวกำลังเก็บข้าวของ
“แค่ก ๆ...”
ถังอวี๋สำลักควันบุหรี่ เอามือปัดควัน “เพลา ๆ หน่อยเถอะ จะรมควันฉันตายอยู่แล้ว”
“ฉันก็เครียดจะตายอยู่แล้ว อย่ายุ่งน่า” เซี่ยงหงปัวตวาด
“เครียดเป็นคนเดียวหรือไง ฉันไม่เครียดเหรอ” ถังอวี๋เดินมาแย่งบุหรี่จากมือเซี่ยงหงปัว ทิ้งลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้ “มาช่วยกันเก็บของ พรุ่งนี้เราจะไปแล้ว”
“เรื่องที่ไอ้หลัวซิงหัวมันหลอกเรา จะปล่อยไปเฉย ๆ เหรอ?”
“แล้วจะให้ทำยังไง? ไปกระทืบมันเหรอ?”
“ไอ้@#¥%&...”
เซี่ยงหงปัวด่ากราดด้วยความโมโห หลัวซิงหัวไม่รับโทรศัพท์แล้ว เขาไม่คุ้นเคยกับเมืองชิงเต่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายพักอยู่ที่ไหน
“ด่าไปก็ไม่มีประโยชน์ หลัวซิงหัวมันรู้ว่าเราไม่กล้าแจ้งความ” ถังอวี๋ถอนหายใจ ลึก ๆ แล้วเธอผิดหวังยิ่งกว่าเซี่ยงหงปัวเสียอีก
“รู้งี้ไม่น่าช่วยมันให้การเท็จเลย” เซี่ยงหงปัวบ่นอย่างหัวเสีย
ถังอวี๋เตือนเสียงเบา “อย่าลืมสิ เราเอาเงินมันมาห้าแสน ต่อให้ไม่ให้การเท็จ ข้อหากรรโชกทรัพย์ก็โดนอยู่ดี”
“รู้งี้แจ้งความไปซะก็สิ้นเรื่อง ให้ไอ้ระยำนั่นไปนอนคุก”
“ตอนแรกใครล่ะที่บอกว่าหลัวซิงหัวเป็นเพื่อนรัก เป็นคนรักเพื่อนพ้อง ขอแค่เราช่วยครั้งนี้ ภายหน้ามันไม่ทิ้งเราแน่” ถังอวี๋แค่นเสียง
“พูดไปจะมีประโยชน์อะไร? เธอก็อยากให้มันเอาเงินมาดันเธอไม่ใช่เหรอ? ถ้าเธอไม่โลภ มันคงไม่กล้าเสี่ยงขนาดนี้หรอก”
“ติ๊ด...”
ขณะที่ทั้งสองกำลังทะเลาะกัน เสียงรูดคีย์การ์ดก็ดังขึ้นที่หน้าประตู จากนั้นประตูก็ถูกผลักออก
คนกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านนอก
“ตำรวจ ห้ามขยับ!”
“อยู่นิ่ง ๆ อย่าขัดขืน”
พวกถังอวี๋ทั้งสองยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกชายฉกรรจ์ที่บุกเข้ามาคุมตัวไว้ได้
“พวกคุณทำอะไร? จับฉันทำไม?” ถังอวี๋ถามเสียงแข็ง
“เราสงสัยว่าพวกคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเจตนาฆ่า เชิญไปให้ปากคำที่โรงพักครับ” หานปินกล่าว
ถังอวี๋และเซี่ยงหงปัวสบตากัน สีหน้าดูไม่ได้
“หงปัว ฉันรักคุณนะ”
“ผมก็รักคุณ”
“แหม ๆ เวลาขนาดนี้แล้ว ยังจะมาสวีทกันอีก” จ้าวหมิงเบ้ปาก
“เขาสองคนกำลังเตี๊ยมกัน กลัวใครคนใดคนหนึ่งจะปากโป้งไปก่อน” หานปินบอก
...
กรมตำรวจสาขาอวี้หัว
หลัวซิงหัว เซี่ยงหงปัว ถังอวี๋ ทั้งสามคนถูกพาตัวมาคุมขังแยกกัน
เจิ้งข่ายเสวียนเดินเข้ามาในห้องทำงานทีม 2 ชมเชยทุกคนว่า “ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้รวดเร็วเด็ดขาด ทำได้ดีมาก”
“หัวหน้าเจิ้ง หลักฐานรวบรวมได้พอสมควรแล้ว ผมว่าเริ่มสอบสวนได้เลยครับ” เจิงเผิงเสนอ
“จะสอบสวนยังไง?”
“ถึงสามคนนี้จะแตกคอกันแล้ว แต่ผมเชื่อว่าในเวลาสำคัญพวกเขายังต้องปกป้องซึ่งกันและกัน วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้คนหนึ่งยอมรับสารภาพ แล้วซัดทอดอีกสองคน” เจิงเผิงกล่าว
เจิ้งข่ายเสวียนเปิดกระติกน้ำร้อน จิบน้ำคำหนึ่ง “นายจะเริ่มเจาะจากใคร?”
“หลัวซิงหัวโดนข้อหาฆ่าคนตาย เขาไม่ยอมรับง่าย ๆ แน่ ส่วนเซี่ยงหงปัวหลักฐานมัดตัวน้อย จะให้เขายอมรับก็ยาก ผมว่าควรเริ่มจากถังอวี๋ครับ” เจิงเผิงเสนอ
“พวกนายคิดว่าไง?” เจิ้งข่ายเสวียนกวาดสายตามองทุกคน
“ผมเห็นด้วยกับหัวหน้าเจิงครับ” หลี่ฮุยตอบ
“ผู้หญิงมักจะตื่นเต้นในเวลาสำคัญ ผมก็คิดว่าสอบถังอวี๋ก่อนน่าจะเหมาะครับ” จ้าวหมิงเสริม
“พวกนายอย่าดูถูกผู้หญิงนะ ตอนฉันสอบปากคำถังอวี๋ ฉันไม่เห็นว่าเธอจะตื่นเต้นตรงไหนเลย” เถียนลี่แย้ง
หานปินขมวดคิ้ว ไม่พูดไม่จา
เจิ้งข่ายเสวียนเชิดหน้าถาม “หานปิน นายว่าไง?”
หานปินส่ายหน้า “ถังอวี๋คนนี้เสแสร้งเก่ง จะงัดปากเธอคงไม่ง่าย ตอนจับกุมเธอกับเซี่ยงหงปัวมีพฤติกรรมเตี๊ยมกันด้วย”
“พี่ปินพูดถูก ตอนจับกุมสองคนนั้นยังสวีทกันอยู่เลย คงไม่ซัดทอดกันง่าย ๆ แน่” จ้าวหมิงเห็นด้วย
ฟังความเห็นของทุกคนจบ เจิ้งข่ายเสวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสรุป
“งั้นเราใช้วิธีเลี่ยงหนักเป็นเบา ตอนสอบถังอวี๋ พยายามอย่าพาดพิงถึงเซี่ยงหงปัว ตอนสอบเซี่ยงหงปัว ก็พยายามอย่าพาดพิงถึงถังอวี๋ ให้สองคนนี้ซัดทอดหลัวซิงหัว พอจัดการหลัวซิงหัวได้แล้ว ค่อยให้หลัวซิงหัวซัดทอดสองคนนี้กลับ”