- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 70 จับกุม
บทที่ 70 จับกุม
บทที่ 70 จับกุม
เถียนลี่ถือน้ำแร่มาสองขวด ยื่นให้หานปินกับหลี่ฮุย
หลี่ฮุยเปิดขวด แล้วกระดกไปกว่าครึ่งค่อนขวด
“พี่ฮุย ดื่มน้อย ๆ หน่อยสิครับ ดื่มรวดเดียวเยอะขนาดนี้ เป็นภาระต่อไตนะ” จ้าวหมิงเตือน
“แฟนก็ไม่มี จะเป็นภาระอะไร” หลี่ฮุยแค่นเสียง
“ฮ่า ๆ ๆ” เรียกเสียงหัวเราะครืนจากทุกคน
หานปินดื่มน้ำไปสองสามอึก พอให้ชุ่มคอ “พวกนายสองคนตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว?”
“ไม่ถึงไหนเลย”
จ้าวหมิงส่ายหน้า “กล้องวงจรปิดในหมู่บ้านมีน้อยเกินไป แถวบ้านเฮ่อเยี่ยนไม่มีกล้องเลย ยากที่จะบอกได้ว่าเธอเดินทางออกไปด้วยยานพาหนะอะไร”
“เจ้าหนูอย่างนายอย่ามาลักไก่นะ ถ้าหัวหน้าเจิ้งรู้นายโดนเล่นแน่” หลี่ฮุยเตือน
“จะเป็นงั้นได้ไงล่ะครับ?” จ้าวหมิงร้องโอดโอย
“ถ้าจะตรวจสอบจริง ๆ งานช้างเลยนะครับ ต้องตรวจสอบรถทุกคันที่ผ่านไปมาในช่วงเวลานั้น ผมคนเดียวไม่ไหวแน่ คนในทีมเราก็ไม่พอ พี่จะให้ทำยังไงล่ะ?”
“เถียนลี่ ทางฝั่งเธอล่ะเป็นยังไงบ้าง?”
“ฉันไปที่บริษัทเครือข่ายมือถือในพื้นที่มาแล้ว นอกจากข้อความเรียกค่าไถ่พวกนั้น ก็ไม่มีเบอร์โทรหรือข้อความที่น่าสงสัยเลย” เถียนลี่กล่าว
“แล้ววีแชตกับคิวคิวล่ะ?”
“ตรวจสอบประวัติการแชตแล้ว ช่วงนี้ไม่มีคนติดต่อที่ผิดปกติเลย” เถียนลี่ตอบ
“ดูเหมือนผู้ต้องสงสัยจะเตรียมการมาดี ติดต่อกับผู้เสียหายผ่านเป่าเป้าตลอด แอปแชตแบบนี้ไม่ค่อยมีคนใช้ ตำรวจจะตรวจสอบก็ลำบาก” หานปินวิเคราะห์
“แอ๊ด...” เสียงประตูเปิดดังขึ้น ประตูรถบ้านเปิดออก เจิ้งข่ายเสวียนเดินขึ้นมา
“หัวหน้าเจิ้ง เบื้องบนว่ายังไงบ้างครับ?”
“กำลังติดต่อ รอฟังข่าวเถอะ” เจิ้งข่ายเสวียนรับคำ ชี้ไปที่หานปินที่อยู่ข้าง ๆ “ฉันให้เบอร์นายไปแล้ว ตำรวจเมืองเผิงเฉิงอาจจะติดต่อนายมา”
“ครับ”
“ตอนลงรถ หลู่เหวินโทรมาหาฉัน ระบุพิกัดที่ผู้ต้องสงสัยส่งข้อความมาได้แล้ว”
“ที่ไหนครับ?” ทุกคนกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
ขอแค่รู้ตำแหน่งคร่าว ๆ ของผู้ต้องสงสัย ก็จะสามารถวางกำลังและเข้าจับกุมได้
“เสาสัญญาณระบุตำแหน่งอยู่แถวสถานีรถไฟ”
“แม่งเอ๊ย!” หลี่ฮุยตบโต๊ะ
ชิงเต่าเป็นเมืองท่องเที่ยว ปริมาณคนแถวสถานีรถไฟเยอะขนาดไหนคงพอจะจินตนาการได้
“ผู้ต้องสงสัยจะนั่งรถไฟหนีออกจากเมืองชิงเต่าไปแล้วหรือเปล่าคะ?” เถียนลี่คาดเดา
“ผู้ต้องสงสัยคนนี้มีไหวพริบในการต่อต้านการสืบสวนพอตัว ต่อให้พวกเรารู้ว่าอยู่ที่สถานีรถไฟ ก็ยากที่จะตรวจสอบ ต้องใช้กำลังตำรวจเยอะมาก แล้วก็ไม่แน่ว่าจะเจอตัวเขาด้วย” หานปินวิเคราะห์
“หานปินพูดถูก แทนที่จะไปตรวจสอบแถวสถานีรถไฟ สู้ไปสืบสวนเบาะแสอื่นดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาทองในการไขคดี” เจิ้งข่ายเสวียนลูบคาง แสดงความเห็นด้วย
ในตอนนั้นเอง อาหารเดลิเวอรีก็มาส่ง
จ้าวหมิงลงจากรถไปรับอาหาร
หลายคนเริ่มหิวกันแล้ว ช่วยกันแกะห่ออาหารอย่างรวดเร็ว
ได้ซุปเนื้อแพะใส่แผ่นแป้งคนละถ้วย กับโรตีไส้เนื้อคนละชิ้น
มีเนื้อ มีซุปร้อน ๆ ปริมาณเยอะจุใจ
หานปินซดซุปร้อน ๆ เข้าไปหนึ่งคำ “รสชาติไม่เลว”
หลี่ฮุยกัดโรตีไส้เนื้อคำโต “หอม!”
“โรตีไส้เนื้อ มีแบบใส่พริกกับไม่ใส่พริก ดูกันดี ๆ ล่ะ” เจิ้งข่ายเสวียนเตือน
“ช่างหัวมันเถอะครับ กินให้อิ่มก็พอ” จ้าวหมิงเองก็หิวจัด พูดเสียงอู้อี้ “รอคดีนี้ปิดได้ ผมจะเลี้ยงของดีทุกคนเอง”
“นายน่ะหลบไปก่อน ฉันยังรอทานเซี่ยงจี้พี่ปินอยู่นะ” หลี่ฮุยขยิบตา
“ไม่มีปัญหา รอคดีปิดได้ เนื้อดีเหล้าดีไม่อั้น” หานปินยิ้ม ตอนนี้เขาเป็นโสด มีเงินเก็บอยู่บ้าง
ฐานะทางบ้านหานปินถือว่าใช้ได้ พ่อทำงานที่สถานีตำรวจ แม่มีเงินบำนาญ ปู่ก็มีเงินบำนาญ ปกติเขาก็งานยุ่ง แทบจะไม่ได้ใช้เงินอะไรเลย
“ก๊อก ๆ...” เสียงเคาะประตูดังมาจากนอกรถ จากนั้นเจิงเผิงก็เปิดประตูเดินเข้ามา
“หัวหน้าเจิง” ทุกคนทักทาย
“โห กินกันอยู่เหรอ หอมเชียวนะ” เจิงเผิงทำจมูกฟุดฟิด
“ซื้อมาเผื่อนายด้วย” เจิ้งข่ายเสวียนบอก
“เดี๋ยวผมค่อยกิน รายงานสถานการณ์ก่อนดีกว่า” เจิงเผิงกลืนน้ำลาย เขาเองก็หิว
เจิ้งข่ายเสวียนซดซุปแพะไปหนึ่งคำ “ทางธนาคารตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว?”
“วุ่นวายอยู่ทั้งบ่าย วิ่งเรื่องเอกสารตั้งหลายที่ ในที่สุดก็เจอข้อมูลเจ้าของบัญชีแล้ว” เจิงเผิงถอนหายใจ
“ประสิทธิภาพนี่นะ จุ๊ ๆ...”
เจิ้งข่ายเสวียนหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดปาก “ก็ต้องทำตามกฎระเบียบแหละน่า เข้าใจหน่อย ว่ามาสิว่าเป็นยังไง”
“หัวหน้าเจิ้ง ทำไมคุณกินเร็วกว่าผมอีกล่ะครับ?” หลี่ฮุยไม่ค่อยพอใจ
“พูดมากน่า ฉันฝึกมาตั้งกี่ปีแล้ว” เจิ้งข่ายเสวียนด่าปนหัวเราะ
เจิงเผิงหยิบเอกสารชุดหนึ่งออกมา อ่านว่า
ชื่อ: หลิวจิ่งเสียง
เพศ: ชาย
อายุ: 45 ปี
เบอร์ติดต่อ: 134552XXXXX
ที่อยู่: เมืองชิงเต่า เขตชิงเต่า ถนนกวงหมิง ชุมชนหลิ่วอัน ตึก 1 ห้อง 602
“ใครอิ่มแล้วบ้าง?” เจิ้งข่ายเสวียนถาม
“ผมครับ” หลี่ฮุยเช็ดปาก
“ไปขับรถ”
“ครับ”
เจิ้งข่ายเสวียนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แจ้งทีมเทคนิคให้ไปที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งประสานงานขอความช่วยเหลือจากสถานีตำรวจท้องที่ในการจับกุม
ส่วนเจิงเผิง หานปิน เถียนลี่ และจ้าวหมิงสี่คน ก็กินข้าวกันต่อ
ในรถบัญชาการมีโต๊ะ เหมือนกับรถอาหารเคลื่อนที่ ทั้งสี่คนกินกันอย่างสบายอารมณ์
คดีมีทุกวัน ยุ่งจนหัวปั่น ยังไงก็ต้องมีวันที่ชิน
หลังจากรถบัญชาการมาถึงชุมชนหลิ่วอัน ตำรวจจากสถานีตำรวจท้องที่ก็ตามมาสมทบ
เจิ้งข่ายเสวียนเริ่มวางกำลัง ตรวจสอบว่าผู้ต้องสงสัยอยู่บ้านหรือไม่ จัดเตรียมแผนการจับกุม
ทีมเทคนิคมาช้ากว่าเล็กน้อย พร้อมทั้งนำหมายเรียกและหมายค้นมาด้วย
ปฏิบัติการจับกุมเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
...
ชุมชนหลิ่วอัน ตึก 1 ห้อง 602
ในห้องนั่งเล่นมีชายอายุสี่สิบกว่าปีคนหนึ่งนั่งอยู่ เปลือยท่อนบน นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา บนโต๊ะน้ำชาตรงหน้าวางกับแกล้มไว้หลายอย่าง
แตงกวา เป็ดพะโล้ กั้ง ซี่โครงหมูตุ๋นถั่วแขก
ชายคนนั้นรินเหล้ามาแก้วหนึ่ง ดื่มอย่างมีความสุข
ชายคนนี้ชื่อหลิวจิ่งเสียง เป็นเจ้าบ้าน
“ตึก ตึก ตึก...”
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา ในมือถือผัดกุยช่ายใส่ไข่มาจานหนึ่ง “จิ่งเสียง จะต้มบะหมี่เลยไหม หรือจะรอเดี๋ยวก่อน?”
“เดี๋ยวค่อยต้ม คุณก็นั่งลงกินด้วยกันสิ” หลิวจิ่งเสียงกวักมือเรียก
หญิงวัยกลางคนชื่อชุยเสี่ยวฟาง เป็นภรรยาของหลิวจิ่งเสียง
ชุยเสี่ยวฟางก้มตัวลง วางจานไว้ตรงหน้าสามี
หลิวจิ่งเสียงยื่นมือไปตบก้นชุยเสี่ยวฟางดัง “เพี๊ยะ!”
“คุณทำอะไรเนี่ย?”
หลิวจิ่งเสียงหัวเราะคิกคัก “คนสวย คืนนี้จัดสักดอกไหมจ๊ะ?”
“พูดบ้าอะไรเนี่ย แก่ ๆ กันแล้ว” ชุยเสี่ยวฟางถ่มน้ำลาย
“แก่ที่ไหน พี่ชายยังหนุ่มฟ้ออยู่นะจ๊ะ” หลิวจิ่งเสียงแกว่งแขน โชว์กล้ามเนื้อที่แขน
“ไม่คุยไร้สาระด้วยแล้ว”
“ถือว่าคุณตกลงแล้วนะ” หลิวจิ่งเสียงยิ้ม กินผัดกุยช่ายใส่ไข่เข้าไปคำหนึ่ง บำรุงกำลังหน่อย
“ก๊อก ๆ...” เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ใคร?”
“ตรวจแก๊สครับ”
“รอเดี๋ยวค่ะ” ชุยเสี่ยวฟางรับคำ เดินไปทางประตูพลางพูดว่า “คุณหาบัตรเติมแก๊สหน่อยสิ”
“อยู่ไหนล่ะ?”
“ในลิ้นชักใต้โต๊ะน้ำชาไง”
“แอ๊ด...” ชุยเสี่ยวฟางเพิ่งจะเปิดประตู กลุ่มคนก็พุ่งเข้ามา
“ตำรวจ ห้ามขยับ!”
ไม่ทันให้สองผัวเมียได้ตั้งตัว ก็ถูกควบคุมตัวไว้เรียบร้อยแล้ว
“พวกคุณจับผมทำไม?” หลิวจิ่งเสียงตะโกนถาม
“ยังจะมาถามอีกเหรอ? ทำอะไรไว้รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือไง?” เจิ้งข่ายเสวียนตวาดกลับ
หลิวจิ่งเสียงสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย น้ำเสียงสั่นเครือ “ผมก็แค่... ไม่ถึงขั้นนั้นมั้งครับ!”
“พาตัวไป!”