- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 54 เวลาที่ใช้ในการก่อเหตุ
บทที่ 54 เวลาที่ใช้ในการก่อเหตุ
บทที่ 54 เวลาที่ใช้ในการก่อเหตุ
“ฉันจำได้ว่าผู้ต้องสงสัยคนนั้น รูปร่างผอมบาง สมรรถภาพร่างกายดีมาก ปีนไปตามท่อระบายน้ำฝนที่อยู่นอกชุมชน ปีนขึ้นไปบนระเบียงบ้านเหยื่อหรือผนังด้านนอกของคอมเพรสเซอร์แอร์ แล้วก็เปิดหน้าต่างเข้าไปในบ้านที่อยู่ชั้นสูง ๆ” จ้าวอิงนึกย้อน
“ใช่แล้ว เทคนิคของสองคดีนี้ มันคล้ายคลึงกันมากจริง ๆ” เจิ้งข่ายเสวียนพยักหน้าเล็กน้อย “แล้วผู้ต้องสงสัยคนนั้น ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
“ฉันจำได้ว่า น่าจะถูกตัดสินจำคุกไปสามปีกว่า ถ้าหากทำตัวดี ๆ ไม่แน่ว่าอาจจะออกจากคุกมาแล้วก็ได้ค่ะ”
“เธอส่งคนไปที่กรมตำรวจสาขา ไปตรวจสอบประวัติของเขาหน่อย”
“ค่ะ”
เบาะแสที่จ้าวอิงให้มาสำคัญมาก คนที่สามารถก่อเหตุในที่สูงได้มีไม่มากนัก ถ้าสืบสวนไปตามเบาะแสนี้ ความเป็นไปได้ที่จะเจอตัวผู้ต้องสงสัยก็มีสูงมาก
“หลู่เหวิน ทางฝั่งทีมเทคนิคเจออะไรบ้างไหม?”
หลู่เหวินซดน้ำซุปบะหมี่ไปอึกหนึ่ง
“ทีมเทคนิคตรวจสอบที่เกิดเหตุทั้งหลายเสร็จหมดแล้วครับ ถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้แล้วด้วย แต่ก็ไม่พบหลักฐานอะไรที่มีประสิทธิภาพเลย”
“แล้วเรื่องลายนิ้วมือล่ะ?”
“เก็บมาหมดแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็เปรียบเทียบดูแล้ว ล้วนเป็นลายนิ้วมือของสมาชิกในครอบครัว ไม่พบลายนิ้วมือที่น่าสงสัยเลย ส่วนที่เหลือกำลังเปรียบเทียบอยู่ครับ”
“รีบเปรียบเทียบให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ถ้าหากพบลายนิ้วมือที่คาดว่าจะเป็นของผู้ต้องสงสัย ให้รีบแจ้งฉันทันที”
“ครับ”
เจิ้งข่ายเสวียนหันไปมองหานปินกับหลี่ฮุยอีกครั้ง “ทีม 2 มีอะไรคืบหน้าบ้าง?”
“หัวหน้าเจิ้งครับ ผู้ต้องสงสัยคนนี้ก่อเหตุต่อเนื่องถึงเก้าคดีภายในเวลาอันสั้น ผมคิดว่าน่าจะเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์ กล้าได้กล้าเสีย แถมยังรอบคอบด้วยครับ” หลี่ฮุยกล่าว
“อืม” เจิ้งข่ายเสวียนขานรับ นี่ก็ตรงกับการประเมินของเขาเหมือนกัน
“แล้วก็ คนคนนี้น่าจะค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานการณ์ในชุมชนเป็นอย่างดี ไม่ก็มาดูลาดเลาไว้ก่อน หรือไม่ก็พักอาศัยอยู่แถวนี้”
“นายมีข้อเสนอแนะอะไรไหม?”
“ตรวจสอบคนที่มีประวัติเคยก่อคดีลักทรัพย์ที่อยู่แถวนี้ ดูว่ามีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกไหมครับ”
“ถือเป็นอีกหนึ่งทิศทางในการสืบสวนได้” เจิ้งข่ายเสวียนพยักหน้า หันไปถามหานปินที่อยู่ข้าง ๆ “นายล่ะ เจออะไรบ้างไหม?”
หานปินรูดเนื้อแกะย่างเสียบไม้ที่เหลืออยู่ครึ่งไม้เข้าปากจนหมดคำ “หัวหน้าเจิ้งครับ ผมคิดว่าน่าจะระบุเวลาที่ใช้ในการก่อเหตุให้แม่นยำขึ้นอีกหน่อย น่าจะช่วยในการตรวจสอบกล้องวงจรปิด การตามหาผู้ต้องสงสัย แล้วก็การสอบสวนได้มากเลยครับ”
“ไม่เลว ประเด็นนี้จำเป็นมาก” เจิ้งข่ายเสวียนเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“เจ้าของห้องทั้งเก้าคดี เมื่อคืนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลย เจ้าของห้องคนสุดท้ายที่ออกจากบ้าน คือเมื่อวานตอนสิบโมงเช้า พูดอีกอย่างก็คือ ก่อนสิบโมงเช้าเมื่อวานนี้ ผู้ต้องสงสัยยังไม่ได้มาแปะเทปใส”
“ถ้าผมเป็นผู้ต้องสงสัย ผมจะแปะเทปใสก่อนเที่ยงครับ” หานปินกล่าว
“มีหลักฐานอะไรอ้างอิง?” จ้าวอิงซักต่อ
“จุดประสงค์ที่ผู้ต้องสงสัยแปะเทปใส ก็เพื่อตรวจสอบว่าในบ้านมีคนอาศัยอยู่หรือเปล่า ถ้าแปะเทปใสช้าเกินไป ช่วงเวลาที่ทิ้งไว้มันก็จะสั้นเกินไป ก็จะสูญเสียประโยชน์ในการใช้แยกแยะไปครับ” หานปินวิเคราะห์
“ตอนเที่ยงกับตอนเย็นเป็นช่วงเวลาที่มีคนเข้าออกบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการออกไปซื้อกับข้าว หรือเรียกเดลิเวอรีมากินมื้อเที่ยง ก็ล้วนต้องเปิดประตู ส่วนตอนเย็นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เป็นเวลาเลิกงานปกติของทุกคน การแปะเทปใสไว้ที่ประตูก่อนเที่ยง จะช่วยให้คัดกรองได้แม่นยำมากขึ้น”
“นี่เป็นแค่เวลาที่ใช้แปะเทปใส แล้วเวลาที่ลงมือก่อเหตุล่ะ?” หลี่ฮุยถาม
“ผมไปสอบถามผู้อยู่อาศัยบางส่วนที่ไม่ได้ถูกขโมยขึ้นบ้านมา มีบ้านหนึ่งที่เจ้าของห้องออกจากบ้านไปตอนเก้าโมงเช้า แล้วกลับมาอีกทีตอนห้าทุ่ม แต่บ้านเขาก็ไม่ได้ถูกขโมยขึ้นบ้าน แล้วก็ไม่มีร่องรอยการบุกรุกด้วย พูดอีกอย่างก็คือ ตอนนั้นผู้ต้องสงสัยยังไม่ได้มาตรวจสอบเทปใส ถ้าหากนับรวมเวลาที่ต้องใช้ในการตรวจสอบเทปใสด้วย เวลาที่ใช้ในการก่อเหตุก็น่าจะอยู่หลังเที่ยงคืนไปแล้วครับ” หานปินคาดเดา
“แปะ ๆ ๆ” จ้าวอิงตบมือ “เจ้าหนูอย่างนายไม่เลวเลย วิเคราะห์ได้มีเหตุมีผลมาก สนใจจะย้ายมาอยู่ทีม 1 กับพวกเราไหม”
หานปินยิ้ม แต่ไม่พูดอะไร
“เฮ้ ๆ เกรงใจกันหน่อยสิ ต่อหน้าฉันยังกล้ามาดึงตัวคนกันขนาดนี้ แถมเหล่าเจิงก็ไม่ได้อยู่นี่ด้วย ถ้าเจ้าหนุ่มนี่ถูกเธอหลอกไปอยู่ทีม 1 ได้จริง ๆ เหล่าเจิงไม่มาสู้ตายกับฉันเลยเหรอ” เจิ้งข่ายเสวียนพูดหยอก
จ้าวอิงยักไหล่ แล้ววิเคราะห์ต่อ
“ตามการคาดเดาของหานปิน ผู้ต้องสงสัยเริ่มลงมือตั้งแต่เที่ยงคืน ต้องปีนตึกสามสิบชั้น ขโมยของเก้าบ้าน ปริมาณงานมันเยอะมากนะคะ ถ้าประเมินจากประสบการณ์ของฉัน อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามสี่ชั่วโมง แต่พอถึงประมาณตีห้าฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว ถ้ายังปีนป่ายอยู่ข้างนอกตึกก็มีโอกาสที่จะถูกพบเห็นได้ง่ายมาก ดังนั้น เวลาที่ผู้ต้องสงสัยใช้ในการก่อเหตุ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นช่วงเที่ยงคืนถึงตีสี่ค่ะ”
“แปะ ๆ ๆ” สมาชิกทีม 1 สองสามคนที่อยู่ข้าง ๆ พาตบมือ
“เจ๊จ้าวสุดยอด”
“หัวหน้าจ้าววิเคราะห์ได้ดีจริง ๆ”
“เจ๊จ้าวเก่งกาจที่สุด”
เจิ้งข่ายเสวียนเหลือบมองแวบหนึ่ง หัวเราะพลางด่า “ไอ้พวกขี้ประจบ!”
“อะแฮ่ม...”
จ้าวอิงกระแอมเบา ๆ รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“แปะ ๆ” หลี่ฮุยก็ตบมือตามไปด้วย
“หัวหน้าเจิ้งสุดยอดเลยครับ มองแวบเดียวก็มองทะลุธาตุแท้ของไอ้พวกนี้ออกหมดเลย”
“หลี่ฮุย เจ้าหนูอย่างนายยังมีหน้ามาว่าพวกเราอีก ไม่ใช่ว่านายก็เป็นไอ้ขี้ประจบเหมือนกันหรือไง” สมาชิกทีม 1 โต้กลับ
“ฮ่า ๆ ๆ” ทุกคนต่างก็พากันหัวเราะครืน
ทุกคนหัวเราะหยอกล้อกันอยู่พักหนึ่ง ก็กลับมาคุยเรื่องคดีกันต่อ
เจิ้งข่ายเสวียนกินอิ่มแล้ว หยิบบุหรี่ฮาเต๋อเหมินออกมามวนหนึ่ง “ถ้าหากว่าเวลาที่ผู้ต้องสงสัยใช้ในการก่อเหตุคือช่วงเที่ยงคืนถึงตีสี่ ถ้างั้น ช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าถึงห้าทุ่ม ก็คือช่วงเวลาในการเตรียมการ”
“ถ้าเป็นเวลาที่ใช้แปะเทปใส ก็น่าจะใช้เวลาสักหนึ่งชั่วโมง เวลาที่ใช้ตรวจสอบเทปใสแค่ครึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว งั้นเวลาที่เหลือผู้ต้องสงสัยไปอยู่ที่ไหนล่ะ?” หลี่ฮุยแบมือ
“อาจจะออกจากชุมชนไปแล้ว หรือไม่ก็ซ่อนตัวอยู่ในชุมชน” จ้าวอิงคาดเดา
“ถ้าหากออกจากชุมชนไปแล้ว ถ้างั้นกล้องวงจรปิดที่หน้าประตู หรือกล้องวงจรปิดในลานจอดรถใต้ดิน ก็อาจจะพบร่องรอยของผู้ต้องสงสัยก็ได้” หลี่ฮุยคาดเดา
“งั้นถ้าผู้ต้องสงสัยไม่ได้ออกจากชุมชนไปล่ะ จะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?”
“นี่เป็นชุมชนที่ชาวบ้านในหมู่บ้านหลินฟางสร้างกันเอง ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ต่างก็รู้จักกันดี ถ้าหากผู้ต้องสงสัยใช้เวลาอยู่นอกตึกในชุมชนนานเกินไป ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกคนจับตามอง ดังนั้น ถ้าผมเป็นผู้ต้องสงสัย ก็อาจจะไปซ่อนตัวอยู่ในโถงบันได” หานปินวิเคราะห์
“ถ้าผู้ต้องสงสัยใช้วิธีปีนป่ายเพื่อเข้าไปในห้อง ก็ต้องรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาสิบเอ็ดชั่วโมง ก็ต้องมีกิน มีดื่ม มีเข้าห้องน้ำ ที่โถงบันไดก็อาจจะทิ้งขยะของเขาไว้ก็ได้” จ้าวอิงกล่าว
“ทิศทางการสืบสวนในตอนนี้ หลัก ๆ แล้วมีอยู่สองด้าน ด้านแรกคือการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ด้านที่สองคือการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยที่มีประวัติเคยก่อคดีลักทรัพย์ ส่วนภารกิจโดยละเอียดค่อยมาจัดการกันในวันพรุ่งนี้เช้า วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมามากแล้ว กลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ” เจิ้งข่ายเสวียนสั่งการ
“หัวหน้าเจิ้งครับ เจ้าของห้อง 2704 มะรืนนี้เขาต้องจ่ายค่าผ่าตัดแล้วนะครับ” หลี่ฮุยเตือน
“นายน่ะหันไปดูสภาพของทุกคนบ้างสิ ต่อให้คืนนี้จะทนไหว แล้วพรุ่งนี้ล่ะ? จะมีแรงกันเหรอ?” เจิ้งข่ายเสวียนย้อนถาม
“หัวหน้าเจิ้งคะ ฉันเสนอให้แบ่งเป็นกะกลางวันกับกะกลางคืน ส่งลูกทีมสักสองคนไปรวบรวมข้อมูลของคนที่มีประวัติเคยก่อคดีลักทรัพย์ตลอดทั้งคืน พรุ่งนี้พอเริ่มงาน พวกเราก็จะได้ข้อมูลที่แน่ชัด เอามาตรวจสอบได้เลยทันที” จ้าวอิงเสนอ
เจิ้งข่ายเสวียนพยักหน้า “ความคิดนี้ไม่เลวเลย เธอเป็นคนจัดการแล้วกัน”
“ค่ะ”