เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 ปิดคดีภายในเวลาที่กำหนด

บทที่ 48 ปิดคดีภายในเวลาที่กำหนด

บทที่ 48 ปิดคดีภายในเวลาที่กำหนด


“ขอแสดงความยินดี เจ้าหน้าที่ตำรวจหมายเลข 577533 สามารถคลี่คลายคดีกรรโชกทรัพย์คดีแรกได้สำเร็จ” เสียงแจ้งเตือนจากตราตำรวจอนาคตดังขึ้น

“การวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า: ค่าความชำนาญ +3”

“มอบรางวัลเป็นค่าคุณงามความดี 7 คะแนน”

เมื่อเดือนที่แล้ว หานปินใช้ค่าคุณงามความดีที่เหลืออยู่ทั้งหมด แลกเปลี่ยนเป็นความรู้ในคลังข้อมูลการสืบสวนอาชญากรรม ซึ่งมีประโยชน์ในการคลี่คลายคดีอย่างมาก

เดือนนี้การวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า ค่าความชำนาญ +3 บวกกับค่าคุณงามความดีอีก 7 คะแนน ก็เพียงพอที่จะจ่ายบิลค่าผ่อนชำระทักษะการวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้าได้พอดี

พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าเดือนนี้คลี่คลายคดีได้อีก หานปินก็จะสามารถใช้ค่าคุณงามความดีได้อย่างอิสระแล้ว

สำหรับการวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า หานปินก็พอจะมีความเข้าใจในระบบของมันแล้ว

การวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า: คือการตัดสินความรู้สึกและอารมณ์ที่แท้จริงของคน ผ่านทางการแสดงออกทางสีหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ และท่าทางของร่างกาย

ตอนนี้หานปินเพิ่งจะได้รับการวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้าในระดับเริ่มต้นเท่านั้น ยังคงหยุดอยู่ในขั้นของท่าทางร่างกาย

แต่แก่นแท้ของการแสดงออกทางสีหน้า ความจริงแล้วคือการอ่านความรู้สึกและอารมณ์ที่แท้จริงของคน ผ่านทางการแสดงออกทางสีหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ

“การแสดงออกทางสีหน้า” ที่สั้นที่สุดจะคงอยู่แค่ 1/25 วินาที เป็นการแสดงออกตามสัญชาตญาณ ไม่ได้ถูกควบคุมโดยความคิดของคน การที่จะจับสังเกตให้ได้อย่างแม่นยำนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงนาน ๆ ครั้งเท่านั้น

ต้องรอให้ระดับถึง ‘ระดับสูง’ ถึงจะสามารถควบคุมมันได้ดียิ่งขึ้น

น่าเสียดาย ตอนนี้หานปินยังไม่มีค่าคุณงามความดีเพียงพอที่จะไปเรียนรู้ทักษะที่มากขึ้น และมีระดับที่สูงขึ้น

...

หลายวันต่อมา ยังไม่มีคดีอะไรเข้ามา

หานปินก็เลยไม่มีโอกาสที่จะได้รับค่าคุณงามความดีเพิ่ม

คนในทีม 2 ก็เลยได้ผ่อนคลายกันอยู่หลายวัน คอยประทับตรา วิ่งเต้นเรื่องเอกสาร จัดการแฟ้มคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ

วันเสาร์เถียนลี่เข้าเวร วันอาทิตย์หลี่ฮุยเข้าเวร

ส่วนคนอื่น ๆ ก็ได้หยุดเสาร์อาทิตย์

วันเสาร์หานปินไม่ได้ทำอะไรเลย นอนตื่นสายได้เองตามธรรมชาติ แถมยังนอนอืดอยู่บนเตียงต่ออีกหนึ่งชั่วโมง

สิบเอ็ดโมงกว่า ค่อยย่องลงไปกินข้าวข้างล่าง

ตอนบ่ายไม่มีอะไรทำ เล่นหมากรุกจีนเป็นเพื่อนพ่อไปพลาง ดูรายการ If You Are the One(1) เป็นเพื่อนแม่ไปพลาง

หานปินสามารถทำสองอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างสบาย ๆ ทั้งเล่นหมากรุกจีนกับพ่อได้โดยไม่ตกเป็นรอง แถมยังคุยกับแม่เรื่องลักษณะเฉพาะของผู้ร่วมรายการชายหญิงได้อีกด้วย

หวังฮุ่ยฟางใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มแอปเปิลกินไปพลาง “แม่ว่าผู้ร่วมรายการชายคนนี้นี่พูดจาไม่เข้าหูเลยจริง ๆ อะไรคือชอบผู้หญิงที่มีประสบการณ์ความรัก ขอแบบ 3 ถึง 5 ครั้งยิ่งดี แล้วผู้ร่วมรายการหญิงคนอื่นที่ยังไม่เคยมีความรักจะไปคิดยังไง?”

“คนที่มาออกรายการนี้ จะมีสักกี่คนที่ตั้งใจมาหาคู่จริง ๆ ทน ๆ ดูไปเถอะน่า” หานเว่ยตงพ่นเสียง

“ฉันคุยกับลูกอยู่ ไม่ได้คุยกับคุณสักหน่อย จะมาพูดแทรกทำไม” หวังฮุ่ยฟางเบ้ปาก

“ผู้ร่วมรายการชายคนนี้ก็แอบน่าหมั่นไส้จริง ๆ แหละครับ” หานปินกล่าวสมทบ

“แม่จะบอกให้นะ เขาไม่มีทางจูงมือผู้ร่วมรายการหญิงกลับไปได้หรอก ไม่มีหวัง” หวังฮุ่ยฟางดูไปได้แค่ครึ่งเดียว ก็ฟันธงแล้ว

“ลูกเอ๊ย อย่าเอาแต่แลกหมากสิ วางแผนระยะยาวหน่อย ใช้กลยุทธ์บ้างสิ” หานเว่ยตงไม่ค่อยพอใจ

“ที่ผมทำนี่เขาเรียกว่ากลยุทธ์แลกหมากครับ มันก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งเหมือนกัน”

“กลยุทธ์บ้าบออะไร เรือหนึ่ง ม้าสองตัว โดนแกแลกไปหมดแล้ว เล่นอีกไม่กี่ทีก็จบเกมแล้ว”

“คุณเบาเสียงหน่อยสิ รบกวนฉันดูทีวีหมดแล้ว” หวังฮุ่ยฟางถือรีโมต เร่งเสียงให้ดังขึ้น

“คุณวัน ๆ เอาแต่ดูไอ้รายการ If You Are the One นี่ ส่วนใหญ่ก็รีรันทั้งนั้น มันสนุกตรงไหนกัน?” หานเว่ยตงย้อนถาม

“สนุกสิคะ ต่อไปถ้าลูกชายหาภรรยา ฉันจะได้เป็นกุนซือให้เขาได้”

“ถ้าเธอมีเวลาว่างขนาดนั้น ก็ไปหาคนรู้จักให้แนะนำผู้หญิงให้ลูกชายยังจะเข้าท่ากว่าอีก”

หานปินถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก อยู่ดี ๆ ทำไมถึงวนมาที่เรื่องของตัวเองได้ล่ะเนี่ย

สามคนพ่อแม่ลูกทะเลาะกันไปมา วันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว...

วันอาทิตย์

หานปินไปอาบแดดที่ริมทะเล

เขาไปคนเดียว ไม่ได้นัดเพื่อนคนอื่นไปด้วย

ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะลักษณะงาน ถ้าเผื่อมีคดีขึ้นมา หานปินก็ต้องรีบไปที่เกิดเหตุในทันที

ผิดนัดเพื่อน ครั้งสองครั้งก็ยังพอไหว แต่ถ้าทำให้เสียบรรยากาศบ่อย ๆ ใครเขาจะอยากไปเที่ยวเล่นกับนายอีกล่ะ

ดังนั้น หานปินก็เลยมาที่ริมทะเลคนเดียว ดื่มเบียร์ไปพลาง อาบแดดไปพลาง อ่านหนังสือสัพเพเหระไปพลาง ชื่นชมสาวสวยในชุดว่ายน้ำขาวจั๊วะไปพลาง

ดีจริง ๆ

ลมทะเลในฤดูร้อนช่างสบายจริง ๆ ไกลออกไปนั่นยังมีคนเล่นโต้คลื่นอยู่ด้วย

โต้ลมทะเล เหยียบไปบนเกลียวคลื่น ดูเท่มาก

ดึงดูดสายตาและเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ ได้ไม่น้อยเลย

ตอนที่หานปินยังเรียนหนังสือก็เคยคิดอยากจะเรียนโต้คลื่นเหมือนกัน แต่ไอ้ของแบบนี้มันต้องใช้พรสวรรค์ พอตกบอร์ดไปหลายครั้ง สำลักน้ำไปหลายที หานปินก็เลยเจียมตัวแล้ว

วันนี้ทั้งวัน นอกจากว่ายน้ำแล้ว หานปินก็ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่อยู่เฉย ๆ แบบนี้...

สำหรับเขาแล้ว ความสงบสุข การพักผ่อนหย่อนใจแบบนี้ ถือเป็นการเสพสุขที่หาได้ยากยิ่ง

...

วันอาทิตย์ ไม่มีคดีเร่งด่วนอะไรเกิดขึ้น หานปินก็ได้หยุดพักผ่อนเสาร์อาทิตย์อย่างเต็มอิ่ม

พอได้หยุดพักมาสองวัน ก็เหมือนกับได้ชาร์จแบตจนเต็ม หานปินรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีกำลังใจในการทำงานเต็มเปี่ยม

สำหรับคำว่าการทำงานและการพักผ่อนที่สมดุล เขาก็ได้สัมผัสกับมันด้วยตัวเองแล้ว

พอมาถึงกรมตำรวจ หานปินก็ทำความสะอาดเล็กน้อย พอมีสภาพแวดล้อมที่ดี การทำงานก็จะยิ่งราบรื่น

จ้าวหมิงเป็นคนนิสัยร่าเริง นั่งอยู่บนโต๊ะ พูดอย่างเบื่อหน่าย “พวกพี่ว่าไหม ตอนที่มีคดีก็คิดอยากจะพักผ่อน พอไม่มีคดีก็ดันว่างจนรู้สึกว้าวุ่นใจ ทำไมกันนะ?”

หลี่ฮุยชูขึ้นมาสองนิ้ว “สองพยางค์”

“อะไรเหรอ?”

“กวน***”

จ้าวหมิงหน้ากระตุก “ผมมันปากเสียเอง ไม่น่าไปถามพี่เลย”

“เฮ้ พวกนายสองคนอย่ามัวแต่เล่นกันสิ วันนี้ก็เก้าโมงกว่าแล้ว ทำไมหัวหน้าเจิงยังไม่มาอีก?” เถียนลี่ถาม

“ไม่รู้สิ” หลี่ฮุยยักไหล่ “พวกนายมีใครรู้บ้างไหม?”

“หรือว่าจะไปประชุมครับ?” จ้าวหมิงคาดเดา

“เมื่อกี้ฉันไปซักผ้าขี้ริ้ว หัวหน้าเจิ้งก็ยืนคุยกับคนอยู่ข้างนอก หัวหน้าเจิงจะไปประชุมที่ไหนได้?” หานปินย้อนถาม

“แล้วไปไหนล่ะ?” หลี่ฮุยหยิบมือถือออกมา “หรือว่า ให้ฉันลองโทรหาเขาดู”

“จะโทรอะไรกัน ในเวลางานหัดโทรศัพท์ส่วนตัวให้น้อย ๆ หน่อย” เจิ้งข่ายเสวียนถือกระบอกน้ำเก็บความร้อนเดินเข้ามาในห้องทำงานทีม 2

“หัวหน้าเจิ้งครับ คุณเข้าใจผิดแล้วครับ ผมจะโทรหาหัวหน้าเจิงต่างหาก” หลี่ฮุยรีบอธิบาย กลัวว่าจะถูกผู้บังคับบัญชาเพ่งเล็ง

“ไม่ต้องโทรแล้ว เขามีธุระ มาขอลาหยุดกับฉันแล้ว”

“หัวหน้าเจิงจะมีธุระอะไรได้คะ เขาไม่เคยลาหยุดเลยนะ” เถียนลี่ประหลาดใจเล็กน้อย

“ปัญหาเรื่องส่วนตัวน่ะ ฉันก็บอกพวกนายได้ไม่สะดวกเท่าไหร่ รอเขามาแล้วก็ไปถามกันเองแล้วกัน” เจิ้งข่ายเสวียนบิดฝาแก้ว รินน้ำใส่แก้ว “ช่วงที่เขาไม่อยู่ ฉันจะเป็นคนคุมทีมพวกนายทำคดีเอง”

“หัวหน้าเจิ้งครับ มีคดีเข้ามาเหรอครับ?” หลี่ฮุยถาม

“ใช่แล้ว” เจิ้งข่ายเสวียนโบกมือ “เดินไปพลาง คุยกันไปพลาง”

เจิ้งข่ายเสวียนเดินนำออกไปนอกห้องทำงาน

สมาชิกทีม 2 สามสี่คนต่างก็มองหน้ากันไปมา เมื่อก่อนมีแต่เจิงเผิงที่เป็นคนคุมทีม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเจิ้งข่ายเสวียน พวกเขาก็เลยยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่

“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ รีบ ๆ หน่อย!” เจิ้งข่ายเสวียนเร่ง

“หัวหน้าเจิ้งครับ คดีอะไรทำไมถึงได้รีบขนาดนี้เหรอครับ?” หานปินซักต่อ

เมื่อก่อนเจิ้งข่ายเสวียนไม่เคยรีบร้อนอะไรขนาดนี้ แต่วันนี้กลับดูผิดปกติไป

“นั่นสิครับ คุณช่วยบอกใบ้พวกเราหน่อยเถอะครับ”

เจิ้งข่ายเสวียนหยุดฝีเท้า “คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน”

“คุณเคยผ่านคดีใหญ่ ๆ มาตั้งเยอะแยะแล้ว แค่คดีลักทรัพย์คดีเดียว ถึงกับต้องทำขนาดนี้เลยเหรอครับ?” หลี่ฮุยมาอยู่หน่วยสืบสวนอาชญากรรมนานที่สุด ก็เลยรู้จักเจิ้งข่ายเสวียนดีที่สุด

“พ่อของผู้เสียหายป่วยเป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง ต้องรีบผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เงินที่ถูกขโมยไปคือเงินต่อชีวิต ถ้าหากปิดคดีได้ไม่ทันเวลา ก็จะไม่มีเงินผ่าตัด คนอาจจะตายได้” สีหน้าของเจิ้งข่ายเสวียนเคร่งขรึม

“ต้องผ่าตัดเมื่อไหร่ครับ?”

“มะรืนนี้”

“เวลามันกระชั้นชิดเกินไปแล้วนะครับ!”

ทุกคนต่างก็รู้สึกกดดันอย่างหนักในทันที

……….……….……….……….……….

(1) รายการ If You Are the One (非诚勿扰) เป็นรายการเรียลลิตี้หาคู่ที่มีรูปแบบคล้ายกับรายการเทคมีเอาท์ (Take Me Out)

จบบทที่ บทที่ 48 ปิดคดีภายในเวลาที่กำหนด

คัดลอกลิงก์แล้ว