- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 48 ปิดคดีภายในเวลาที่กำหนด
บทที่ 48 ปิดคดีภายในเวลาที่กำหนด
บทที่ 48 ปิดคดีภายในเวลาที่กำหนด
“ขอแสดงความยินดี เจ้าหน้าที่ตำรวจหมายเลข 577533 สามารถคลี่คลายคดีกรรโชกทรัพย์คดีแรกได้สำเร็จ” เสียงแจ้งเตือนจากตราตำรวจอนาคตดังขึ้น
“การวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า: ค่าความชำนาญ +3”
“มอบรางวัลเป็นค่าคุณงามความดี 7 คะแนน”
เมื่อเดือนที่แล้ว หานปินใช้ค่าคุณงามความดีที่เหลืออยู่ทั้งหมด แลกเปลี่ยนเป็นความรู้ในคลังข้อมูลการสืบสวนอาชญากรรม ซึ่งมีประโยชน์ในการคลี่คลายคดีอย่างมาก
เดือนนี้การวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า ค่าความชำนาญ +3 บวกกับค่าคุณงามความดีอีก 7 คะแนน ก็เพียงพอที่จะจ่ายบิลค่าผ่อนชำระทักษะการวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้าได้พอดี
พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าเดือนนี้คลี่คลายคดีได้อีก หานปินก็จะสามารถใช้ค่าคุณงามความดีได้อย่างอิสระแล้ว
สำหรับการวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า หานปินก็พอจะมีความเข้าใจในระบบของมันแล้ว
การวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้า: คือการตัดสินความรู้สึกและอารมณ์ที่แท้จริงของคน ผ่านทางการแสดงออกทางสีหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ และท่าทางของร่างกาย
ตอนนี้หานปินเพิ่งจะได้รับการวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้าในระดับเริ่มต้นเท่านั้น ยังคงหยุดอยู่ในขั้นของท่าทางร่างกาย
แต่แก่นแท้ของการแสดงออกทางสีหน้า ความจริงแล้วคือการอ่านความรู้สึกและอารมณ์ที่แท้จริงของคน ผ่านทางการแสดงออกทางสีหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ
“การแสดงออกทางสีหน้า” ที่สั้นที่สุดจะคงอยู่แค่ 1/25 วินาที เป็นการแสดงออกตามสัญชาตญาณ ไม่ได้ถูกควบคุมโดยความคิดของคน การที่จะจับสังเกตให้ได้อย่างแม่นยำนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงนาน ๆ ครั้งเท่านั้น
ต้องรอให้ระดับถึง ‘ระดับสูง’ ถึงจะสามารถควบคุมมันได้ดียิ่งขึ้น
น่าเสียดาย ตอนนี้หานปินยังไม่มีค่าคุณงามความดีเพียงพอที่จะไปเรียนรู้ทักษะที่มากขึ้น และมีระดับที่สูงขึ้น
...
หลายวันต่อมา ยังไม่มีคดีอะไรเข้ามา
หานปินก็เลยไม่มีโอกาสที่จะได้รับค่าคุณงามความดีเพิ่ม
คนในทีม 2 ก็เลยได้ผ่อนคลายกันอยู่หลายวัน คอยประทับตรา วิ่งเต้นเรื่องเอกสาร จัดการแฟ้มคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ
วันเสาร์เถียนลี่เข้าเวร วันอาทิตย์หลี่ฮุยเข้าเวร
ส่วนคนอื่น ๆ ก็ได้หยุดเสาร์อาทิตย์
วันเสาร์หานปินไม่ได้ทำอะไรเลย นอนตื่นสายได้เองตามธรรมชาติ แถมยังนอนอืดอยู่บนเตียงต่ออีกหนึ่งชั่วโมง
สิบเอ็ดโมงกว่า ค่อยย่องลงไปกินข้าวข้างล่าง
ตอนบ่ายไม่มีอะไรทำ เล่นหมากรุกจีนเป็นเพื่อนพ่อไปพลาง ดูรายการ If You Are the One(1) เป็นเพื่อนแม่ไปพลาง
หานปินสามารถทำสองอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างสบาย ๆ ทั้งเล่นหมากรุกจีนกับพ่อได้โดยไม่ตกเป็นรอง แถมยังคุยกับแม่เรื่องลักษณะเฉพาะของผู้ร่วมรายการชายหญิงได้อีกด้วย
หวังฮุ่ยฟางใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มแอปเปิลกินไปพลาง “แม่ว่าผู้ร่วมรายการชายคนนี้นี่พูดจาไม่เข้าหูเลยจริง ๆ อะไรคือชอบผู้หญิงที่มีประสบการณ์ความรัก ขอแบบ 3 ถึง 5 ครั้งยิ่งดี แล้วผู้ร่วมรายการหญิงคนอื่นที่ยังไม่เคยมีความรักจะไปคิดยังไง?”
“คนที่มาออกรายการนี้ จะมีสักกี่คนที่ตั้งใจมาหาคู่จริง ๆ ทน ๆ ดูไปเถอะน่า” หานเว่ยตงพ่นเสียง
“ฉันคุยกับลูกอยู่ ไม่ได้คุยกับคุณสักหน่อย จะมาพูดแทรกทำไม” หวังฮุ่ยฟางเบ้ปาก
“ผู้ร่วมรายการชายคนนี้ก็แอบน่าหมั่นไส้จริง ๆ แหละครับ” หานปินกล่าวสมทบ
“แม่จะบอกให้นะ เขาไม่มีทางจูงมือผู้ร่วมรายการหญิงกลับไปได้หรอก ไม่มีหวัง” หวังฮุ่ยฟางดูไปได้แค่ครึ่งเดียว ก็ฟันธงแล้ว
“ลูกเอ๊ย อย่าเอาแต่แลกหมากสิ วางแผนระยะยาวหน่อย ใช้กลยุทธ์บ้างสิ” หานเว่ยตงไม่ค่อยพอใจ
“ที่ผมทำนี่เขาเรียกว่ากลยุทธ์แลกหมากครับ มันก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งเหมือนกัน”
“กลยุทธ์บ้าบออะไร เรือหนึ่ง ม้าสองตัว โดนแกแลกไปหมดแล้ว เล่นอีกไม่กี่ทีก็จบเกมแล้ว”
“คุณเบาเสียงหน่อยสิ รบกวนฉันดูทีวีหมดแล้ว” หวังฮุ่ยฟางถือรีโมต เร่งเสียงให้ดังขึ้น
“คุณวัน ๆ เอาแต่ดูไอ้รายการ If You Are the One นี่ ส่วนใหญ่ก็รีรันทั้งนั้น มันสนุกตรงไหนกัน?” หานเว่ยตงย้อนถาม
“สนุกสิคะ ต่อไปถ้าลูกชายหาภรรยา ฉันจะได้เป็นกุนซือให้เขาได้”
“ถ้าเธอมีเวลาว่างขนาดนั้น ก็ไปหาคนรู้จักให้แนะนำผู้หญิงให้ลูกชายยังจะเข้าท่ากว่าอีก”
หานปินถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก อยู่ดี ๆ ทำไมถึงวนมาที่เรื่องของตัวเองได้ล่ะเนี่ย
สามคนพ่อแม่ลูกทะเลาะกันไปมา วันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว...
วันอาทิตย์
หานปินไปอาบแดดที่ริมทะเล
เขาไปคนเดียว ไม่ได้นัดเพื่อนคนอื่นไปด้วย
ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะลักษณะงาน ถ้าเผื่อมีคดีขึ้นมา หานปินก็ต้องรีบไปที่เกิดเหตุในทันที
ผิดนัดเพื่อน ครั้งสองครั้งก็ยังพอไหว แต่ถ้าทำให้เสียบรรยากาศบ่อย ๆ ใครเขาจะอยากไปเที่ยวเล่นกับนายอีกล่ะ
ดังนั้น หานปินก็เลยมาที่ริมทะเลคนเดียว ดื่มเบียร์ไปพลาง อาบแดดไปพลาง อ่านหนังสือสัพเพเหระไปพลาง ชื่นชมสาวสวยในชุดว่ายน้ำขาวจั๊วะไปพลาง
ดีจริง ๆ
ลมทะเลในฤดูร้อนช่างสบายจริง ๆ ไกลออกไปนั่นยังมีคนเล่นโต้คลื่นอยู่ด้วย
โต้ลมทะเล เหยียบไปบนเกลียวคลื่น ดูเท่มาก
ดึงดูดสายตาและเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ ได้ไม่น้อยเลย
ตอนที่หานปินยังเรียนหนังสือก็เคยคิดอยากจะเรียนโต้คลื่นเหมือนกัน แต่ไอ้ของแบบนี้มันต้องใช้พรสวรรค์ พอตกบอร์ดไปหลายครั้ง สำลักน้ำไปหลายที หานปินก็เลยเจียมตัวแล้ว
วันนี้ทั้งวัน นอกจากว่ายน้ำแล้ว หานปินก็ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่อยู่เฉย ๆ แบบนี้...
สำหรับเขาแล้ว ความสงบสุข การพักผ่อนหย่อนใจแบบนี้ ถือเป็นการเสพสุขที่หาได้ยากยิ่ง
...
วันอาทิตย์ ไม่มีคดีเร่งด่วนอะไรเกิดขึ้น หานปินก็ได้หยุดพักผ่อนเสาร์อาทิตย์อย่างเต็มอิ่ม
พอได้หยุดพักมาสองวัน ก็เหมือนกับได้ชาร์จแบตจนเต็ม หานปินรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีกำลังใจในการทำงานเต็มเปี่ยม
สำหรับคำว่าการทำงานและการพักผ่อนที่สมดุล เขาก็ได้สัมผัสกับมันด้วยตัวเองแล้ว
พอมาถึงกรมตำรวจ หานปินก็ทำความสะอาดเล็กน้อย พอมีสภาพแวดล้อมที่ดี การทำงานก็จะยิ่งราบรื่น
จ้าวหมิงเป็นคนนิสัยร่าเริง นั่งอยู่บนโต๊ะ พูดอย่างเบื่อหน่าย “พวกพี่ว่าไหม ตอนที่มีคดีก็คิดอยากจะพักผ่อน พอไม่มีคดีก็ดันว่างจนรู้สึกว้าวุ่นใจ ทำไมกันนะ?”
หลี่ฮุยชูขึ้นมาสองนิ้ว “สองพยางค์”
“อะไรเหรอ?”
“กวน***”
จ้าวหมิงหน้ากระตุก “ผมมันปากเสียเอง ไม่น่าไปถามพี่เลย”
“เฮ้ พวกนายสองคนอย่ามัวแต่เล่นกันสิ วันนี้ก็เก้าโมงกว่าแล้ว ทำไมหัวหน้าเจิงยังไม่มาอีก?” เถียนลี่ถาม
“ไม่รู้สิ” หลี่ฮุยยักไหล่ “พวกนายมีใครรู้บ้างไหม?”
“หรือว่าจะไปประชุมครับ?” จ้าวหมิงคาดเดา
“เมื่อกี้ฉันไปซักผ้าขี้ริ้ว หัวหน้าเจิ้งก็ยืนคุยกับคนอยู่ข้างนอก หัวหน้าเจิงจะไปประชุมที่ไหนได้?” หานปินย้อนถาม
“แล้วไปไหนล่ะ?” หลี่ฮุยหยิบมือถือออกมา “หรือว่า ให้ฉันลองโทรหาเขาดู”
“จะโทรอะไรกัน ในเวลางานหัดโทรศัพท์ส่วนตัวให้น้อย ๆ หน่อย” เจิ้งข่ายเสวียนถือกระบอกน้ำเก็บความร้อนเดินเข้ามาในห้องทำงานทีม 2
“หัวหน้าเจิ้งครับ คุณเข้าใจผิดแล้วครับ ผมจะโทรหาหัวหน้าเจิงต่างหาก” หลี่ฮุยรีบอธิบาย กลัวว่าจะถูกผู้บังคับบัญชาเพ่งเล็ง
“ไม่ต้องโทรแล้ว เขามีธุระ มาขอลาหยุดกับฉันแล้ว”
“หัวหน้าเจิงจะมีธุระอะไรได้คะ เขาไม่เคยลาหยุดเลยนะ” เถียนลี่ประหลาดใจเล็กน้อย
“ปัญหาเรื่องส่วนตัวน่ะ ฉันก็บอกพวกนายได้ไม่สะดวกเท่าไหร่ รอเขามาแล้วก็ไปถามกันเองแล้วกัน” เจิ้งข่ายเสวียนบิดฝาแก้ว รินน้ำใส่แก้ว “ช่วงที่เขาไม่อยู่ ฉันจะเป็นคนคุมทีมพวกนายทำคดีเอง”
“หัวหน้าเจิ้งครับ มีคดีเข้ามาเหรอครับ?” หลี่ฮุยถาม
“ใช่แล้ว” เจิ้งข่ายเสวียนโบกมือ “เดินไปพลาง คุยกันไปพลาง”
เจิ้งข่ายเสวียนเดินนำออกไปนอกห้องทำงาน
สมาชิกทีม 2 สามสี่คนต่างก็มองหน้ากันไปมา เมื่อก่อนมีแต่เจิงเผิงที่เป็นคนคุมทีม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเจิ้งข่ายเสวียน พวกเขาก็เลยยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่
“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ รีบ ๆ หน่อย!” เจิ้งข่ายเสวียนเร่ง
“หัวหน้าเจิ้งครับ คดีอะไรทำไมถึงได้รีบขนาดนี้เหรอครับ?” หานปินซักต่อ
เมื่อก่อนเจิ้งข่ายเสวียนไม่เคยรีบร้อนอะไรขนาดนี้ แต่วันนี้กลับดูผิดปกติไป
“นั่นสิครับ คุณช่วยบอกใบ้พวกเราหน่อยเถอะครับ”
เจิ้งข่ายเสวียนหยุดฝีเท้า “คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน”
“คุณเคยผ่านคดีใหญ่ ๆ มาตั้งเยอะแยะแล้ว แค่คดีลักทรัพย์คดีเดียว ถึงกับต้องทำขนาดนี้เลยเหรอครับ?” หลี่ฮุยมาอยู่หน่วยสืบสวนอาชญากรรมนานที่สุด ก็เลยรู้จักเจิ้งข่ายเสวียนดีที่สุด
“พ่อของผู้เสียหายป่วยเป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง ต้องรีบผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เงินที่ถูกขโมยไปคือเงินต่อชีวิต ถ้าหากปิดคดีได้ไม่ทันเวลา ก็จะไม่มีเงินผ่าตัด คนอาจจะตายได้” สีหน้าของเจิ้งข่ายเสวียนเคร่งขรึม
“ต้องผ่าตัดเมื่อไหร่ครับ?”
“มะรืนนี้”
“เวลามันกระชั้นชิดเกินไปแล้วนะครับ!”
ทุกคนต่างก็รู้สึกกดดันอย่างหนักในทันที
……….……….……….……….……….
(1) รายการ If You Are the One (非诚勿扰) เป็นรายการเรียลลิตี้หาคู่ที่มีรูปแบบคล้ายกับรายการเทคมีเอาท์ (Take Me Out)