- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 44 ล็อกเป้า
บทที่ 44 ล็อกเป้า
บทที่ 44 ล็อกเป้า
เนื่องจากลักษณะของคดี และความพิเศษของหลักฐาน การตรวจค้นจึงใช้เวลาไม่นานนัก พอเก็บคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และยูเอสบีที่ผู้ต้องสงสัยใช้เป็นประจำแล้ว ก็เดินทางกลับกรมตำรวจสาขา
พอถึงกรมตำรวจ ก็เก็บลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ แล้วส่งไปให้ทีมเทคนิคพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และยูเอสบี
ส่วนผู้ต้องสงสัยก็ถูกพาตัวไปที่ห้องสอบสวนโดยตรง
คนสอบสวนหลักคือหานปิน หลี่ฮุยรับหน้าที่จดบันทึก
“ชื่อ เพศ อายุ ภูมิลำเนา...”
“เฉินฮุ่ยเจี๋ย เพศชาย อายุ 34 ปี...”
“คุณรู้จักกับอวี๋เหอเฟิงได้ยังไง?” หานปินเอ่ยถาม
“เมื่อก่อนหน้านี้ เขามาซ่อมคอมพิวเตอร์ที่ร้านผมครับ”
“หลังจากนั้น พวกคุณยังได้ติดต่อกันอีกไหม?”
“ไม่ครับ”
หานปินลองหยั่งเชิง “ในคอมพิวเตอร์ของเขา คุณได้เจอวิดีโอแอบถ่ายบ้างไหม?”
“ผมซ่อมคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับของของลูกค้าหรอกครับ”
“คุณคิดให้ดี ๆ ก่อนค่อยพูดนะ การปกปิดข้อมูลคดีกับตำรวจ มันมีแต่จะทำให้โทษหนักขึ้น”
“ที่ผมพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลยครับ ผมไม่เคยดูวิดีโอแอบถ่ายอะไรนั่นเลย ยิ่งไม่เคยไปกรรโชกทรัพย์ใครด้วย”
หานปินเปลี่ยนคำถาม “เมื่อวานซืนตอนกลางคืนคุณอยู่ที่ไหน?”
“อยู่บ้านครับ”
“ใครพิสูจน์ได้บ้าง?”
เฉินฮุ่ยเจี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ภรรยากับลูกชายผมครับ”
“แล้วเมื่อสามวันก่อนตอนกลางคืนล่ะ?”
“ก็อยู่บ้านครับ”
“มีหลักฐานอื่นอีกไหม?”
“ไม่มีครับ”
“เคยไปอันหยางอพาร์ตเมนต์ไหม?”
“ผมยังไม่รู้เลยครับว่ามันอยู่ที่ไหน”
...
การสอบสวนดำเนินต่อไปนานกว่าหนึ่งชั่วโมง
หลังจากเสร็จสิ้น หานปินกับหลี่ฮุยก็กลับมาที่ห้องทำงาน
เจิงเผิงอยู่ในห้องสังเกตการณ์ เห็นสถานการณ์การสอบสวนแล้ว “เจ้าหมอนี่ปากแข็งไม่ใช่เล่นเลย”
“หัวหน้าเจิงครับ ผมว่าเฉินฮุ่ยเจี๋ยดูเหมือนจะไม่ได้โกหกนะครับ” หานปินกล่าว
“ปินจื่อ นายอย่าลืมเรื่องของพี่กวานซี(1)สิ” หลี่ฮุยขยิบตา
“คนที่ซ่อมคอมพิวเตอร์ให้พี่กวานซี เอาวิดีโอไปขายให้นักข่าวสายบันเทิง แต่คนร้ายในคดีนี้กลับกรรโชกทรัพย์ผู้ต้องสงสัยโดยตรง เฉินฮุ่ยเจี๋ยจะไปรู้ได้ยังไงว่าผู้เสียหายพักอยู่ที่อันหยางอพาร์ตเมนต์?” หานปินย้อนถาม
“หรือว่าจะเป็นอวี๋เหอเฟิงที่เผลอหลุดปากพูดออกไปคะ” เถียนลี่คาดเดา
“หรือว่าจะลองสอบสวนอวี๋เหอเฟิงอีกครั้งดีครับ?” จ้าวหมิงกล่าว
“ก๊อก ๆ” หลู่เหวินเคาะประตูตามมารยาท แล้วเดินเข้ามา “หัวหน้าเจิงครับ ผลการเปรียบเทียบลายนิ้วมือบนคอมพิวเตอร์กับลายนิ้วมือของเฉินฮุ่ยเจี๋ยออกมาแล้วครับ”
“ตรงกันไหม?”
“ไม่ตรงกันเลยครับ”
“ในคอมพิวเตอร์กับมือถือของเขา มีวิดีโอกับรูปถ่ายของผู้เสียหายบ้างไหม?” หานปินถาม
“ไม่มีครับ”
“จะเป็นไปได้ไหมว่าถูกลบไปแล้ว?” เจิงเผิงวิเคราะห์
“ผมกำลังพยายามกู้คืนอยู่ครับ ถ้ามีเมื่อไหร่จะรีบมาแจ้งให้ทราบ” หลู่เหวินพูดจบก็เดินจากไป
ห้องทำงานทีม 2 ตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ
ครู่ต่อมา หานปินก็ทำลายความเงียบขึ้น “หัวหน้าเจิงครับ ดูท่าทางแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมากว่าพวกเราจะจับคนผิด”
“แล้วตกลงมันจะเป็นใครกันแน่?” ตอนนี้หลี่ฮุยไม่มีเบาะแสอะไรในหัวเลย
“เมื่อเช้านี้หลังจากที่ผมวิเคราะห์รูปถ่ายกับวิดีโอเสร็จ ก็ลองเรียบเรียงสถานการณ์คดีใหม่อีกรอบ รู้สึกว่ามีบางจุดที่น่าขบคิดอยู่ครับ” หานปินกล่าว
“ว่ามาสิ”
“ผู้ต้องสงสัยส่งจดหมายขู่กรรโชกมาเห็น ๆ แต่ทำไมเมื่อวานถึงไม่ปรากฏตัว?” หานปินกล่าว
หลี่ฮุยลูบคาง “จะเป็นไปได้ไหมว่าเขารู้ตัวเรื่องการวางกำลังของพวกเรา?”
“ผมลองนึกทบทวนดูอย่างละเอียดแล้ว การวางกำลังของหัวหน้าเจิ้งกับหัวหน้าเจิง ไม่น่าจะมีจุดไหนที่ผิดพลาดนะครับ”
“หานปิน ถ้างั้นนายคิดว่า ทำไมผู้ต้องสงสัยถึงไม่ปรากฏตัว?” เจิงเผิงย้อนถาม
“ถ้าหากผู้ต้องสงสัยรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้เสียหายแจ้งตำรวจ พวกเราก็ต้องไปวางกำลังที่นั่นแน่นอน เขาก็คงไม่โง่วิ่งไปให้จับง่าย ๆ หรอกครับ”
“พี่ปินครับ นี่มันไม่ย้อนแย้งกันเองเหรอครับ ถ้ารู้ว่าผู้เสียหายแจ้งตำรวจแล้ว จะไปเสี่ยงโดนจับ ส่งจดหมายขู่กรรโชกไปเป็นครั้งที่สองอีกทำไม” จ้าวหมิงไม่ค่อยเข้าใจ
“ไม่ย้อนแย้งเลยสักนิด การมีอยู่ของมันคือความสมเหตุสมผล ที่เขาทำแบบนี้มันมีจุดประสงค์”
“หรือว่า เขาต้องการจะช่วยอวี๋เหอเฟิงให้พ้นจากข้อสงสัย?” เจิงเผิงคาดเดา
“ยังไงก็เป็นหัวหน้าเจิงที่ไหวพริบยอดเยี่ยม คิดไปถึงประเด็นสำคัญได้ในทันทีเลย” หานปินยิ้ม
“นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังจะมาประจบอีก” เจิงเผิงหัวเราะพลางด่า
“พูดอีกอย่างก็คือ อวี๋เหอเฟิงมีผู้สมรู้ร่วมคิด แล้วเขาก็มีส่วนร่วมในคดีกรรโชกทรัพย์ด้วย” หลี่ฮุยกล่าว
“นี่เป็นแค่ความเป็นไปได้หนึ่งเท่านั้น”
“แล้วความเป็นไปได้อีกอย่างล่ะคะ?” เถียนลี่สงสัย
“คนคนนี้ ไม่ต้องการให้อวี๋เหอเฟิงติดคุกแทนตัวเอง ก็เลยคิดจะใช้วิธีนี้เพื่อช่วยเขา” หานปินพูดข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมา
เจิงเผิงหยิบบุหรี่มวนหนึ่งขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก “ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ไหน ความสัมพันธ์ของคนสองคนนี้ ก็ต้องสนิทสนมกันมาก”
“ผมเสนอให้ตรวจสอบความสัมพันธ์รอบข้างของอวี๋เหอเฟิง ดูว่าเขาสนิทสนมกับใครเป็นพิเศษบ้างครับ” หานปินกล่าว
“ในตอนนี้ ภรรยากับลูกสาวของอวี๋เหอเฟิงก็สนิทกับเขาทั้งคู่ หานปินกับหลี่ฮุยหนึ่งทีม เถียนลี่กับจ้าวหมิงอีกหนึ่งทีม แยกย้ายกันไปเก็บลายนิ้วมือของพวกเธอ เอามาเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือบนคอมพิวเตอร์” เจิงเผิงกล่าว
“ครับ/ค่ะ”
...
หานปินกับหลี่ฮุยสองคน รับหน้าที่สะกดรอยตามอวี๋เวยลูกสาวของอวี๋เหอเฟิง
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนก็ไปรออยู่ที่หน้าบ้านของอวี๋เหอเฟิง
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อวี๋เวยจำได้ ทั้งสองคนยังอุตส่าห์ปลอมตัวกันมาเป็นพิเศษ
หานปินสวมแว่นกันแดด สวมหมวกแก๊ป อยู่ในชุดลำลอง ส่วนหลี่ฮุยก็ติดหนวดปลอม สวมกางเกงขาสั้น ทั้งสองคนดูแตกต่างจากภาพลักษณ์ปกติไปไกลเลยทีเดียว
พออวี๋เวยออกจากบ้าน ทั้งสองคนก็ตามไปทันที
อวี๋เวยเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ในเมืองนี้ แต่ว่าเช้าวันนี้เธอกลับไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย
อวี๋เวยเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง ระหว่างทางก็รับผู้ชายหนุ่มคนหนึ่งขึ้นรถมาด้วย แล้วมุ่งหน้าไปที่จัตุรัสไท่เล่อโดยตรง
พอลงจากรถ ทั้งสองคนก็ควงแขนกันเดินเข้าไปในตึก
“โห พ่อตัวเองถูกจับไปทั้งคน อวี๋เวยคนนี้ยังมีอารมณ์มาเดินเที่ยวห้างอีก ดูท่าทางแล้วความสัมพันธ์กับอวี๋เหอเฟิงคงจะไม่สนิทกันเท่าไหร่” หลี่ฮุยพ่นเสียง
“ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ” การกระทำแบบนี้ของอวี๋เวย ทำให้หานปินยิ่งรู้สึกว่าเธอน่าสงสัยมากขึ้น
“หมายความว่ายังไง?”
“เธอก็ช่วยพ่อตัวเองให้พ้นจากข้อสงสัยเรื่องกรรโชกทรัพย์ไปแล้วนี่ ก็ไม่เห็นจะต้องมีอะไรให้กังวล”
หลี่ฮุยพยักหน้า รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง “รีบไปเร็ว สองคนนั้นไปเดินดูเสื้อผ้าผู้ชายแล้ว”
“โชคดีนะที่เป็นเสื้อผ้าผู้ชาย ถ้าเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงล่ะก็ คงเข้าไปไม่ได้แน่” หานปินยิ้ม
หลี่ฮุยเดินเข้าไปในร้าน เหลือบมองราคาเสื้อผ้าแวบหนึ่ง ก็ทำปากจิ๊จ๊ะ “โห ราคาเสื้อผ้านี่ก็แพงเอาเรื่องเหมือนกันนะ”
“เด็กสมัยนี้กล้าใช้เงินกันทั้งนั้น พอนึกถึงตอนที่พวกเรายังเรียนหนังสืออยู่แล้ว...” หานปินรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมา
“จะว่าไป แฟนของอวี๋เวยคนนี้ก็หน้าตาหล่อเหลาเอาการอยู่นะ พอจะสู้กับฉันได้เลย” หลี่ฮุยพูดด้วยท่าทีจริงจัง
หานปินยิ้ม แต่ไม่พูดอะไร
ทั้งสองคนแกล้งทำเป็นเดินดูเสื้อผ้า แต่จริง ๆ แล้วกำลังจับตามองอวี๋เวยอยู่
ครู่ต่อมา อวี๋เวยกับแฟนหนุ่มก็เลือกเสื้อผ้าเสร็จ ทั้งสองคนเดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน
สิ่งที่ทำให้หานปินประหลาดใจเล็กน้อยก็คือ คนที่จ่ายเงินกลับเป็นอวี๋เวย
หลังจากที่ทั้งสองคนเดินจากไป หานปินก็เดินไปที่ข้างเคาน์เตอร์ เมื่อกี้ตอนที่อวี๋เวยจ่ายเงิน เธอใช้มือยันไว้บนเคาน์เตอร์หินอ่อน ทิ้งรอยนิ้วมือที่ชัดเจนไว้
หานปินแสดงบัตรตำรวจ แล้วเก็บลายนิ้วมือมาได้อย่างราบรื่น
หลี่ฮุยหยิบเครื่องเก็บและเปรียบเทียบลายนิ้วมือแบบพกพาของตำรวจออกมาจากกระเป๋า ลายนิ้วมือบนคอมพิวเตอร์ถูกป้อนเข้าไปในเครื่องแล้ว อีกไม่นานผลการเปรียบเทียบก็คงจะออกมา
“ติ๊ง เก็บข้อมูลลายนิ้วมือแล้ว”
“กำลังเปรียบเทียบ...”
หานปินกับหลี่ฮุยสองคนต่างก็ยืนรออย่างร้อนรน
“ติ๊ง ผลการเปรียบเทียบลายนิ้วมือ ตรงกันทุกประการ!”
……….……….……….……….
(1) กวานซี ในที่นี้หมายถึง เอดิสัน เฉิน (เฉินกวานซี) ดาราฮ่องกงที่มีข่าวฉาวเรื่องรูปหลุดจากคอมพิวเตอร์ที่ส่งซ่อม