- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 9 ทักษะชีวิต
บทที่ 9 ทักษะชีวิต
บทที่ 9 ทักษะชีวิต
เจิงผิงเชิดคาง “หานปิน ทางนายเจออะไรบ้าง?”
หานปินไม่ได้ตอบโดยตรง แต่หันไปมองหลี่เฟยฝาน “ชุดชั้นในที่ระเบียงนั่น ของใคร?”
“ของผมครับ”
หานปินยิ้ม “นายใส่ของผู้หญิงด้วยเหรอ?”
“ของแฟนผมครับ” สีหน้าของหลี่เฟยฝานเริ่มดูไม่ดีเล็กน้อย
“ในห้องของนาย นอกจากชุดชั้นในผู้หญิงตัวนี้แล้ว ก็ไม่เจอของใช้ผู้หญิงอย่างอื่นเลยสักชิ้น นายจะมาหลอกใคร”
เถียนลี่ถ่ายรูป แล้วส่งไปให้เหยื่อดูเพื่อยืนยัน
ครู่ต่อมา เถียนลี่ก็ได้รับคำตอบกลับมา
“หัวหน้าเจิงคะ ชุดชั้นในตัวนี้เป็นรุ่นเดียวกับที่เหยื่อใส่ในวันนั้นเลยค่ะ”
“นี่มันจะพิสูจน์อะไรได้ ชุดชั้นในรุ่นเดียวกัน มันก็ไม่ได้มีแค่ตัวเดียวนี่” หลี่เฟยฝานตะโกน
หลี่ฮุยเดินเข้าไป สวมถุงมือแล้วหยิบมันลงมา ดม ๆ ดู “กลิ่นดั้งเดิมเลย ยังไม่ได้ซักก็เอามาตากไว้”
“นายมีรสนิยมแบบนี้ด้วยเหรอ?” หานปินพูดสองแง่สองง่าม หยอกล้อ
“จับกลับไป” เจิงผิงโบกมือ ขอแค่บนชุดชั้นในมีตัวอย่างทางชีวภาพของเหยื่อ ห่วงโซ่หลักฐานก็แน่นหนาแล้ว
...
กรมตำรวจสาขาเมืองชิงเต่า ภายในห้องสอบสวน
หลี่เฟยฝานนั่งอยู่บนเก้าอี้สอบสวน มองไปรอบ ๆ อย่างกระสับกระส่าย
หานปินและเจิงผิงรับหน้าที่สอบสวน ข้าง ๆ มีกล้องวิดีโอตั้งอยู่
“ชื่อ อายุ ภูมิลำเนา...”
“หลี่เฟยฝาน อายุ 25 ปี คนเมืองชิงเต่า...”
“หลี่เฟยฝาน คืนวันที่ 18 มิถุนายน นายอยู่ที่ไหน?”
“ผมกินข้าวเสร็จ ก็ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกลางเมืองครับ” หลี่เฟยฝานกล่าว
“นายได้เจอเหยื่อบ้างไหม?”
“ไม่ครับ”
“ได้ไปที่เกิดเหตุหรือเปล่า?”
“ไม่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้น ในที่เกิดเหตุ ทำไมถึงทิ้งสารพันธุกรรมสีขาวของนายไว้” หานปินกล่าว
หลี่เฟยฝานมีสีหน้าแน่วแน่ “เป็นไปไม่ได้ สารพันธุกรรมสีขาวนั่น ไม่ใช่ของผม”
“ทำไมนายถึงมั่นใจขนาดนั้น?”
“เพราะว่าผมไม่ได้ทำ”
“แล้วชุดชั้นในที่เจอในบ้านนายล่ะ จะอธิบายยังไง?” หานปินซักต่อ
“ผมเก็บมาครับ”
“นายไม่ได่บอกเหรอว่าตัวเองไม่ได้ไปที่เกิดเหตุ?”
หลี่เฟยฝานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ผมเก็บได้แถว ๆ ประตูสวนสาธารณะ อาจจะเป็นคนร้ายทิ้งไว้ตรงนั้น”
“หลี่เฟยฝาน นายมั่นใจในตัวเองเกินไปแล้ว เราเจอตัวอย่างทางชีวภาพของนายในที่เกิดเหตุจริง ๆ มันพิสูจน์ได้ว่า นายเคยไปที่เกิดเหตุ”
“คุณไม่ต้องมาหลอกผมหรอก ผมไม่ได้ไปที่เกิดเหตุ ที่นั่นไม่มีทางมีสารพันธุกรรมสีขาวของผม”
“ตัวอย่างทางชีวภาพ มันไม่ได้หมายถึงแค่สารพันธุกรรมสีขาวอย่างเดียวนี่” หานปินกล่าว
“คุณหมายความว่ายังไง?”
“เราเจอขนเพชรของนายในที่เกิดเหตุ”
“ผม...” สีหน้าของหลี่เฟยฝาน พลันซีดขาวในบัดดล
“ห่วงโซ่หลักฐานของเราแน่นหนามาก นายแก้ตัวไปก็ไม่มีประโยชน์” หานปินลุกขึ้น หยิบรูปถ่ายสองสามใบมาวางไว้ตรงหน้าหลี่เฟยฝาน
“ตีห้าของวันที่ 18 มิถุนายน นายไปที่ร้านนวดเท้าอิ๋นตู ไปเก็บสารพันธุกรรมสีขาวของไอ้โชคร้ายคนหนึ่งมา”
“ประมาณสองทุ่ม นายไปที่สวนสาธารณะใจกลางเมือง ที่ประตูมีภาพจากวิดีโอของนาย”
“หลังจากก่อเหตุเสร็จ นายก็เอาสารพันธุกรรมสีขาวที่เก็บมาไปวางไว้บนตัวเหยื่อ พยายามจะโยนความผิดให้คนอื่น แต่น่าเสียดายที่ฟ้ามืดเกินไป นายเลยไม่ทันสังเกตว่า ขนของตัวเองก็ร่วงอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย”
หลี่เฟยฝานจ้องมองรูปถ่ายเหล่านั้น กำหมัดแน่น
หานปินพูดเสียงเข้ม “หลี่เฟยฝาน สารภาพลดโทษ ต่อต้านเพิ่มโทษ นายมีแค่ทางเดียวคือรับสารภาพตามตรง ถึงจะมีโอกาสได้รับการลดหย่อนโทษ”
การสอบสวนดำเนินต่อไปอีกสองชั่วโมง ในที่สุดหลี่เฟยฝานก็ทนแรงกดดันไม่ไหว ยอมรับสารภาพความผิดทั้งหมด
พร้อมกันนั้น ก็บอกที่ซ่อนเครื่องมือที่ใช้ก่อเหตุ และความจริงที่ไปเก็บสารพันธุกรรมสีขาวมาจากร้านนวดเท้าเพื่อโยนความผิดให้เฉินจวิน
เมื่อทราบว่าคดีคลี่คลายและจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว
เหยื่อเจิ้งเหวิน ก็เดินทางมาที่กรมตำรวจเป็นพิเศษ เพื่อกล่าวขอบคุณหานปินและสมาชิกทีม 2
...
หน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3 สำนักงานทีม 2
“หานปิน ไอ้น้อง ไม่เลวเลยนี่ ไขคดียาก ๆ ได้อีกคดีแล้ว” เจิงผิงยื่นมือไปตบไหล่หานปินเบา ๆ
“เป็นผลงานของทุกคนครับ”
“ไม่ต้องถ่อมตัวแล้ว ถือเป็นรางวัล พรุ่งนี้ให้หยุดหนึ่งวัน กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่”
“จริงเหรอครับ?” หานปินกล่าว
“ฉันเคยผิดคำพูดของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่?” เจิงผิงทำหน้าเข้มกล่าว
สมาชิกทีมคนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าอิจฉา
ตำรวจสืบสวนอาชญากรรมงานยุ่งมาก เวลาที่มีคดี ก็จะยุ่งอยู่กับการไขคดีตลอด
พอคดีจบ ก็ไม่ได้ว่างเหมือนกัน
ต้องไปหาหัวหน้าที่กรมเพื่อเซ็นชื่อ ประทับตรา ตรากอง ตรากรม ตราสารพัด กองพิสูจน์หลักฐานอาชญากรรม ฝ่ายกฎหมาย ต่างก็เร่งรัดมา...
พิมพ์รายงานประจำเดือนกรอกข้อมูล ไปเอาสำนวนที่อัยการตีกลับหรือสำนวนสั่งจับกุม (หรือไม่จับกุม) ที่สำนักงานอัยการ ไปทำเรื่องขอเปลี่ยนใบควบคุมตัว...
ไปศาลเพื่อรับคำตัดสิน...
หานปินได้หยุดพัก งานเหล่านี้ก็เลยตกเป็นหน้าที่ของสมาชิกทีมคนอื่น ๆ
ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้เขามีความสามารถในการไขคดีเก่งล่ะ
...
พอกลับถึงบ้านตอนกลางคืน หานปินก็เปิดทีวี ฉายหนังขึ้นจอ บนโต๊ะมีถั่วลิสงจานหนึ่ง หูหมูจานหนึ่ง แตงกวาจานหนึ่ง แล้วก็มีเบียร์อีกสองขวด
หานปินเพลิดเพลินกับช่วงเวลาสบาย ๆ แบบนี้มาก
พรุ่งนี้ไม่ต้องทำงาน คืนนี้ดื่มสักหน่อย แล้วนอนหลับให้เต็มอิ่ม
“ติ๊ง ยินดีด้วย ตำรวจหมายเลข 577533 ไขคดีได้สำเร็จ” ในหัวของหานปิน มีเสียงแจ้งเตือนจากตราตำรวจดังขึ้น
“ความชำนาญทักษะ +2 ค่าคุณงามความดี +7”
“ได้รับการขอบคุณจากเหยื่อ ได้รับแพ็กเกจของขวัญพิเศษหนึ่งชุด”
“แพ็กเกจของขวัญอะไร?”
ทักษะชีวิต: ศิลปะการทำอาหาร
ประเภท: อาหารหลู่ (ซานตง)
ระดับ: กลาง
ในหัวของหานปินมีเสียงดังหึ่ง ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับศิลปะการทำอาหารจำนวนมหาศาลถูกส่งเข้ามาในสมอง
“ให้ตายสิ ฉันกลายเป็นเชฟใหญ่ไปแล้ว” หานปินประหลาดใจ
ระดับของเชฟแบ่งออกเป็นห้าระดับ: ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง ระดับช่างเทคนิค ระดับช่างเทคนิคอาวุโส โดยทั่วไปนักเรียนที่จบจากโรงเรียนสอนทำอาหารควรจะมีฝีมืออยู่ประมาณระดับกลางและมีใบรับรองระดับกลาง
การมีฝีมือทำอาหารระดับเชฟระดับกลาง หานปินก็ดีใจมากแล้ว ต่อไป ถ้ามีเวลาก็จะได้ทำอาหารให้คนที่บ้านกิน ถ้ามีแขกมา ก็จะได้แสดงฝีมือเสียหน่อย
...
เช้าวันรุ่งขึ้น หานปินออกไปจ่ายตลาดแต่เช้า เตรียมทำอาหารมื้อใหญ่ให้พ่อกับแม่ในตอนกลางวัน
หานปินทำงานยุ่งมาตลอด ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับพ่อแม่เท่าไหร่ พอดีวันนี้ได้หยุดพัก แถมยังได้เรียนรู้ศิลปะการทำอาหารมา เลยจะขอกตัญญูต่อพ่อแม่สักหน่อย
อาหารหลู่เป็นหนึ่งในแปดสุดยอดกลุ่มอาหารของจีน เป็นกลุ่มอาหารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุด มีเทคนิคหลากหลาย และแสดงถึงฝีมือได้มากที่สุด
อาหารหลู่มีเมนูคลาสสิกอยู่มากมาย ที่พบบ่อย ๆ ก็คือ หมูผัดไข่ ปลาหลีฮื้อเปรี้ยวหวาน ปลิงทะเลผัดต้นหอม ผักกาดขาวผัดเปรี้ยว วันนี้หานปินเลยเลือกทำสี่เมนูนี้
หานปินถือผักที่ซื้อมา ตรงไปที่บ้านพ่อแม่ทันที
หวังฮุ่ยฟางแม่ของหานปินทำหน้าประหลาดใจ “ลูกชาย ซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้จะทำอะไร?”
“วันนี้ผมหยุดครับ พอมีเวลา เลยจะทำของอร่อย ๆ ให้พ่อกับแม่กิน”
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ หานเว่ยตงก็หยุดอยู่บ้านเหมือนกัน เขาถามอย่างสงสัย “ไปเรียนทำอาหารมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ตอนสมัยเรียนน่ะครับ ที่เช่าบ้านอยู่ข้างนอก ก็ทำอาหารกินเองบ่อย ๆ”
“ทำให้แฟนเก่าคนนั้นของแกกินล่ะสิ” หานเว่ยตงพูดหยอก
หานปินทำหน้าบึ้ง “พ่อครับ จะรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม”
“นั่นสิ ลูกชายเราหล่อขนาดนี้ อนาคตต้องหาได้ดีกว่านี้แน่นอน” หวังฮุ่ยฟางค้อนให้วงหนึ่ง
“ผมไปทำกับข้าวล่ะครับ” หานปินผูกผ้ากันเปื้อน
“ลูกชาย ให้แม่ช่วยไหม?”
“ไม่เป็นไรครับ” หานปินเดินตรงเข้าครัวไปเลย
“เยี่ยมเลย วันนี้ก็แค่รอกินอย่างเดียวเลยสินะ” หวังฮุ่ยฟางอารมณ์ดี
สำหรับฝีมือทำอาหารของลูกชาย หานเว่ยตงยังคงไม่ค่อยไว้ใจ เขาส่งสายตาให้ภรรยา ‘คุณจะไม่เข้าไปดูจริง ๆ เหรอ?’