- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 83 - โครงการปั้นดาวของซิงลั่ง
บทที่ 83 - โครงการปั้นดาวของซิงลั่ง
บทที่ 83 - โครงการปั้นดาวของซิงลั่ง
บทที่ 83 - โครงการปั้นดาวของซิงลั่ง
☆☆☆☆☆
ต้นฉบับครึ่งแรกจำนวนห้าหมื่นตัวอักษรได้ส่งถึงมือลู่เจ๋อเทาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรคงต้องให้ลู่ซือเหวินเป็นคนประสานงานกับไจ๋ต๋า
ไจ๋ต๋าดูออกว่าที่ลู่เจ๋อเทาปล่อยให้ลูกสาวรับหน้าเสื่อจัดการเรื่องจุกจิกพวกนี้ ก็เพื่อฝึกฝนความสามารถของลู่ซือเหวิน
ไจ๋ต๋าไม่เคยเป็นพ่อคน ยิ่งไม่เคยเป็นพ่อคนรวย เลยไม่อาจเข้าใจความรู้สึกนี้ได้อย่างลึกซึ้ง
ถ้าเป็นลูกสาวเขาต้องไปคอยรับใช้ผู้ชายอื่นแบบนี้ เขาคงอยากจะทุบโต๊ะระบายอารมณ์มากกว่า
หลังจากแยกกับลู่ซือเหวินที่หน้าห้องเรียน ชีวิตในโรงเรียนก็กลับมาสู่ความจำเจที่มีแต่ฝุ่นช็อกและละอองน้ำลาย โชคดีที่ไจ๋ต๋านั่งอยู่แถวสาม การโจมตีส่วนใหญ่เลยไปตกอยู่ที่หน้าของหลิวเหมิงแถวสอง
ส่วนแถวแรกน่ะเหรอ?
หมอกลงจัด มองไม่เห็นอะไรเลย
วิชาชีวะและเคมีถอนตัวจากเวทีประวัติศาสตร์ไปแล้วหลังจบการสอบวัดระดับ ตอนนี้ตารางเรียนเหลือแค่ ภาษาจีน คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และฟิสิกส์ แบ่งเค้กกันสี่วิชา
สำหรับไจ๋ต๋า ภาษาจีนกับภาษาอังกฤษ เขาเตรียมตัวมาพร้อมสรรพแล้ว [ปากกาสาวน้อยนักเขียน] ช่วยแก้ปัญหาได้ 80% ส่วนอีก 20% ที่เหลือก็ปะผุจนเกือบสมบูรณ์
พื้นที่ให้พัฒนาคะแนนแทบไม่เหลือแล้ว
เป้าหมายต่อไปคือ "คณิตศาสตร์" ในฐานะเด็กสายวิทย์วิชานี้มีคะแนนเต็มถึง 200 คะแนน ถ้าคำนวณจาก 132 คะแนนครั้งก่อน อัตราการทำคะแนนของเขาเพิ่งจะแตะ 66% เท่านั้น
ถ้าอยากจะก้าวกระโดดครั้งใหญ่ คณิตศาสตร์คือทางเลือกเดียวและเป็นทางเลือกที่สำคัญที่สุด
ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่เขาจึงทุ่มเทไปกับการอ่าน [คัมภีร์คณิตศาสตร์มัธยมปลาย (ฉบับลู่เวย)]
อุปกรณ์ระดับสีเขียวชิ้นนี้ช่วยเพิ่มความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ให้เขาได้อย่างมาก พัฒนาการเรียกได้ว่าก้าวกระโดดวันต่อวัน
แถมภารกิจปลดผนึกเอฟเฟกต์พิเศษ "ปัญญาที่หลงเหลือ" ก็ทำสำเร็จแล้ว
"ภารกิจปลดผนึก: แก้โจทย์คณิตศาสตร์ระดับโอลิมปิกด้วยตนเอง 10 ข้อ (ห้ามซ้ำ)"
ข้อสอบคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนแจกมามักจะมีข้อสอบเพิ่มเติม ซึ่งหลายข้อเป็นระดับโอลิมปิก ระบบยอมรับข้อสอบพวกนี้ ไจ๋ต๋าทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ด้วยความที่ทำทุกวัน อาศัยลูกขยันเก็บเล็กผสมน้อย สิบแต้มก็ไม่ใช่เรื่องยาก
เพียงแต่เอฟเฟกต์พิเศษ "ปัญญาที่หลงเหลือ" จะมีผลก็ต่อเมื่อเคยทริกเกอร์ "การเชื่อมต่อจิตวิญญาณ" มาก่อน สำหรับไจ๋ต๋าที่ยังไม่เคยเชื่อมต่อได้เลยสักครั้ง มันจึงยังไม่เห็นผล
ทำไมกันนะ? สายสัมพันธ์กับลู่เวยยังลึกซึ้งไม่พอเหรอ?
คืนนี้กลับไปต้องกระชับความสัมพันธ์หน่อยไหม?
ช่วงพักเที่ยง ไจ๋ต๋าขี้เกียจไปเบียดเสียดที่โรงอาหาร เลยฝากฟ่านจวิ้นเหว่ยซื้อขนมมาให้กินรองท้อง งานนี้เมื่อก่อนเป็นหน้าที่อู๋เยว่ แต่เจ้านั่นตอนนี้หายหัวไปเลย
ซองขนมที่ถูกแกะแล้วซองหนึ่งยื่นมาตรงหน้า... ชื่อขนมอะไรจำไม่ได้ แต่เป็นแป้งทอดกรอบรูปเกลียวๆ
ไจ๋ต๋าเงยหน้ามอง หลินซูเหยาทำท่าเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ยื่นมือมาทางนี้ ตามองไปข้างหน้า "กินไหม?"
ไจ๋ต๋า: "ไม่กิน"
ฉันกับเธอสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ? ถามคำเดียวเนี่ยนะ!
ขืนกินเข้าไป เดี๋ยวก็มีข่าวลือแปลกๆ อีก
ฉู่เสียงที่อยู่ข้างหลังคอยจับตาทุกความเคลื่อนไหวของทั้งคู่ พอเห็นไจ๋ต๋าปฏิเสธขนมของหลินซูเหยา ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
นับว่าแกยังรู้กาละเทศะ!
"คุณไจ๋ต๋า? คุณไจ๋ต๋า~"
ถูกขัดจังหวะเป็นครั้งที่สอง ไจ๋ต๋าขมวดคิ้วเงยหน้ามอง ลู่ซือเหวินยืนกวักมือหยอยๆ เหมือนแมวกวักอยู่ที่หน้าประตูห้อง
พอแม่นางคนนี้มา ทั้งห้องก็เงียบลงไปถนัดตา
เสี่ยวลู่คนดังประจำรุ่นปี 08 เชียวนะ
ไจ๋ต๋าจำใจลุกเดินไปหา "มีอะไร"
ลู่ซือเหวินประคองกล่องข้าวสวยหรู "เมื่อกี้เราเจอเพื่อนของนาย คนตัวสูงๆ น่ะ เขาบอกว่านายไม่ได้กินข้าว เลยฝากนี่มาให้"
"ข้างในคืออะไร?"
"พานีนี่"
ถ้าเป็นพวกข้าวกล่อง ไจ๋ต๋าคงไม่อยากกินเพราะยุ่งยาก แต่ถ้าเป็นอาหารฝรั่งสไตล์นี้... ก็พอไหว
ไม่รู้ทำไมมีพ่อเป็นนักเขียน แต่ที่บ้านดันนิยมกินอาหารฝรั่งจัง
อ้อ ขอโทษที ดูเหมือนพวกนักเขียนจะเห่อของนอกกันเป็นปกตินี่นะ...
"ขอบใจนะ... แล้วเธอจะกินอะไร?"
ลู่ซือเหวินยืดคอระหงส่ายหน้า "มีตั้งสามชิ้น เรากินไปชิ้นหนึ่งแล้ว แล้วก็มีขนมด้วย"
ไจ๋ต๋าชี้ไปที่สุดทางเดิน กินตรงที่นั่งเดี๋ยวเศษขนมร่วงเลอะเทอะ
หลังจากทั้งคู่เดินออกไป หลินซูเหยาในห้องเรียนก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เธอไม่ได้ยินว่าไจ๋ต๋าคุยอะไรกับเสี่ยวลู่ แต่เธอจำกล่องข้าวนั่นได้
ฉู่เสียงข้างหลังยิ่งปวดใจ: ทำไม! ทำไมถึงไม่กินลั่งเว่ยเซียน (ขนมมันฝรั่งเกลียว) ของซูเหยา!
นายทำแบบนี้ซูเหยาเสียใจแย่!
ลู่ซือเหวินมองไจ๋ต๋ากินข้าวกลางวันของเธอ พลางหยิบทิชชูเปียกซองเล็กส่งให้อย่างรู้ใจ
"เมื่อกี้คุณพ่อส่งข้อความมาบอกว่า [การเดินทางอันยาวนาน] ของคุณไจ๋ต๋าเขียนดีมาก! ท่านติดต่อบรรณาธิการสำนักพิมพ์ที่คุ้นเคยไว้แล้ว ทางนั้นรับปากว่าจะพิจารณาอย่างจริงจังแน่นอน!"
ไจ๋ต๋าพยักหน้าเรียบๆ ฟังดูเหมือนจะไม่ได้เงินเยอะเท่าไหร่ แต่ไหนๆ ก็เขียนแล้ว ได้เงินมาบ้างก็ยังดี
ถ้าไม่ใช่เพราะนิยายเน็ตมันยาวเกินไป ช่วงเวลานี้ "นิยายออนไลน์" ทำเงินได้ดีกว่า "หนังสือเล่ม" เสียอีก เขาจำได้ว่าช่วงนี้เขากำลังติดงอมแงมกับเรื่อง [ย้อนเวลาไปเป็นอ๋อง] และ [บ่าวรับใช้ยอดอัจฉริยะ]
แถมกฎระเบียบยังหลวมโพรก เรียกว่าแทรกฉาก 18+ เข้าไปในเนื้อเรื่องได้สบายๆ
นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าทำธุรกิจอะไรต้องรีบเข้าตลาดให้เร็ว รุ่นบุกเบิกอีคอมเมิร์ซ รุ่นบุกเบิกนิยายเน็ต รุ่นบุกเบิกติ๊กต็อก... โตแบบป่าเถื่อน แต่กวาดเงินจนกระเป๋าตุง
มือถือสั่น ไจ๋ต๋าหยิบมาดู เป็นเบอร์ที่มีเมมชื่อไว้
"นักข่าวซิงลั่ง"
ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว เคยติดต่อกันแค่ครั้งเดียว ไม่รู้ทำไมถึงโทรมาหาเขา
ไจ๋ต๋าโชว์หน้าจอมือถือให้ลู่ซือเหวินดู แล้วกดรับสาย
คุยกันประมาณห้านาที ส่วนใหญ่ไจ๋ต๋าแค่ตอบรับ "อืมๆ" "อ้อๆ"
ลู่ซือเหวินคันไม้คันมืออยากรู้ใจจะขาด "คุณไจ๋ต๋า ทางนั้นว่าไงบ้าง?"
วางสายแล้ว ไจ๋ต๋าลูบคางครุ่นคิด
"นักข่าวคนนั้นตอนนี้ย้ายไปอยู่แผนกบล็อกแล้ว บอกว่ามีโครงการ 'ดาวจรัสฟ้าของซิงลั่ง' อะไรสักอย่าง พวกเราก็อยู่ในรายชื่อด้วย ประมาณว่าจะช่วยโปรโมต เพิ่มยอดการมองเห็นให้ ไม่ใช่แค่ใน 'บล็อก' นะ แต่รวมถึงหน้าอื่นของเว็บซิงลั่งด้วย นานๆ ทีจะมีข่าวเล็กๆ น้อยๆ แปะหน้าเว็บให้"
ลู่ซือเหวิน: "เรื่องดีนี่นา!"
ไจ๋ต๋าพยักหน้า "ก็ดีแหละ แต่ไปโผล่หน้าอื่นเราก็ได้แค่ชื่อเสียงไม่ได้เงิน รายได้เดียวคือยอดวิวบล็อก"
"เพดานของบล็อกก็มีแค่นี้แหละ แถมอายุไขก็สั้น... แต่เขาเปรยๆ ว่า อนาคตอาจจะมีแพลตฟอร์มใหม่เปิดตัว คนใน 'โครงการดาว' จะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษในแพลตฟอร์มนั้นด้วย... จะได้เป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรก นี่เป็นเงื่อนไขผูกมัด"
"ฉันสนใจอันหลังมากกว่า"
ตัวโครงการ "ดาวจรัสฟ้า" ไม่ได้ช่วยอะไรไจ๋ต๋ามากนัก เขารู้ดีว่าแพลตฟอร์มบล็อกกำลังนับถอยหลังสู่วันดับสูญ
ถ้าไม่ใช่เพราะโชคดีได้สัญญา "คืนเงินตามยอดวิว" มา ก็คงหาเงินไม่ได้สักแดง
ดังแต่ไม่มีตังค์ ก็เหมือนล้างเท้าแต่ไม่นวด ไม่น่าสนใจสักนิด
ที่บ้านไม่มีน้ำร้อนให้อาบรึไง?
แต่ "แพลตฟอร์มใหม่" ที่หลี่เถียนเถียนพูดถึงนั่นต่างหากที่น่าสนใจ
ถ้ามองภาพรวมอินเทอร์เน็ตทั้งหมดเขาอาจจะเดาไม่ถูก แต่ถ้าจำกัดวงแค่ซิงลั่ง แพลตฟอร์มใหม่ที่ว่าต้องเป็น "เวยป๋อ" (Weibo) แน่นอน
อย่างที่บอก ทุกแพลตฟอร์มคนที่เข้าไปลุยกลุ่มแรกจะรวยเละ ในฐานะราชาแห่งทราฟฟิกยุคต่อไป จนกว่าติ๊กต็อกจะมา เวยป๋อคือสนามรบหลักของอินเทอร์เน็ต
ผู้นำทางความคิด ดารา นักร้อง บุคคลสาธารณะ... มีระบบนิเวศขนาดมหึมาของตัวเอง
ถึงแม้หลังๆ มันจะเหม็นเน่าจนทนไม่ไหว
แต่มันทำเงินได้จริง!
เขาจำได้ว่าคนดังในเวยปั๋อรุ่นแรก แค่กระดิกนิ้วกดรีทวีตก็ได้ค่าโฆษณาเป็นหมื่นเป็นแสน
นี่แค่ระดับกลางๆ นะ ระดับท็อปจะขนาดไหน...
ใช้คำพูดชาวเน็ตก็คือ: คนธรรมดาอย่างเราจะไปจินตนาการถูกได้ยังไง?
ด้วย [ไพ่ตลกจอมลวงโลก] และโครงการ "ดาวจรัสฟ้า" เขาคิดว่าตัวเองสามารถเป็น "คนดัง" รุ่นแรกของเวยป๋อได้สบายๆ
เผลอๆ ก่อนที่พวกดาราจะยกโขยงกันเข้ามา และก่อนที่ระบบแฟนคลับจะปั่นยอดวิวกันจนเฟ้อ เขาอาจจะกลายเป็น "บิ๊ก V" (ผู้ทรงอิทธิพล) ระดับท็อปก็ได้
จิ้มนิ้วก๊อกแก๊ก เก็บเงินเข้ากระเป๋า ของฟรีใครจะไม่เอา...
[จบแล้ว]