- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 20 - พี่ต๋าสุดหล่อ
บทที่ 20 - พี่ต๋าสุดหล่อ
บทที่ 20 - พี่ต๋าสุดหล่อ
บทที่ 20 - พี่ต๋าสุดหล่อ
☆☆☆☆☆
ลูเบิ่นชิงสูบบุหรี่จนก้นกรองไหม้ ดูดนิโคตินเข้าไปพร้อมสารเคมีจากฟองน้ำ เหลือบตามองคนกลุ่มใหม่
คนญี่ปุ่นสามคน
มีคนติดตามหรือล่ามคอยล้อมหน้าล้อมหลัง ปากก็พ่นภาษาต่างด้าวไม่หยุด
เขาฟังไม่รู้เรื่อง แต่สมองแปลให้อัตโนมัติว่า "ไท่จวิน! (ใต้เท้า) เชิญข้างในครับ~"
ลูเบิ่นชิงสนิทกับเจ้ามือที่นี่ หรือพูดให้ถูกคือเอาเงินมาทิ้งที่นี่เยอะ วันนี้ก็ได้รับแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีชาวต่างชาติมา
การบอกล่วงหน้าความหมายชัดเจน คือจะจัดฉากเชือดหมูตู้ ถ้าชาวต่างชาติสนใจโต๊ะไหน อย่าปฏิเสธ ช่วยกันรุมทึ้ง
ลูเบิ่นชิงนึกว่าเป็นฝรั่ง ที่ไหนได้เป็นพวกยุ่น...
เห็นท่าทางพินอบพิเทาของคนพามาแล้วหงุดหงิดชะมัด...
แต่เขาเป็นแค่ผีพนัน ผลาญเงินเก็บเกลี้ยง ยืมญาติจนหมด แล้วยังมาขูดเลือดขูดเนื้อลูกสาว ดังนั้นไม่มีอุดมการณ์รักชาติอะไรหรอก แค่คิดว่าจะทำยังไงถึงจะชนะกินเงินพวกยุ่นได้บ้าง
ส่วนที่นี่จะเชือดพวกยุ่น หรือเคยเชือดเขามาก่อนไหม พูดตามตรง ผีพนันไม่คิดเรื่องพวกนี้หรอก
พวกเขาไม่ได้แพ้ให้เจ้ามือ แต่แพ้ให้กับกิเลสในใจและภาพลวงตาว่าจะถอนทุนคืน
"เหล่าลู รูนี้ยังมีต่างชาติมาเล่นด้วยเหรอ?"
ลูเบิ่นชิงขยี้ก้นบุหรี่ใต้เท้า "ไม่คุ้นที่ คันมือเลยโดนพามามั้ง? คนมันหิวขี้ก็กินได้"
คนถามหดคอ คิดในใจว่านั่นมันเอ็ง พวกข้าไม่ใจเด็ดขนาดนั้น...
คนญี่ปุ่นถูกพาเข้าห้องด้านใน เห็นชัดว่าแยกวงเล่นต่างหาก ลูเบิ่นชิงที่พกเงินมาไม่กี่ร้อยอย่างเขา พูดตรงๆ ในบ่อนนี้ก็เป็นแค่หน้าม้าสร้างบรรยากาศ
เหมือนสาวเชียร์เบียร์ในผับนั่นแหละ
"อย่าไปสน แจกไพ่ๆ! วันนี้มือป๋ากำลังขึ้น!"
สถานที่อโคจรแห่งนี้ กลับมาคึกคักเหมือนเดิม
คนกลุ่มหนึ่งหลงทางอยู่ในนั้น หาทางออกไม่เจอ
จนกระทั่งแสงแห่งธรรม ถือกระบองแห่งความยุติธรรม บุกเข้ามา
"หยุด! เอามือกุมหัวแล้วนั่งลง!"
"นั่งลง! นั่งลง!"
ตำรวจคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มีบางคนคิดจะหนี โดนเตะร่วงไปกองกับพื้น
คนญี่ปุ่นสามคนตกใจจนฉี่แทบราด ปากพ่นภาษาญี่ปุ่นรัวๆ สุดท้ายโดนกดลงกับพื้น
จริงๆ ไจ๋ต๋าประเมินความเข้มข้นในการกวาดล้างของมณฑลซ่านจวงปี 08 ต่ำไปหน่อย
จริงอยู่ที่ตอนนี้ไม่ใช่ปี 24 เขามักจะรู้สึกว่าสังคมยังไม่ค่อยดี
แต่ถ้าไม่มีเหตุของปี 08 จะมีผลของปี 24 ได้ยังไง?
อย่างน้อยที่ซ่านจวง เรื่องบางเรื่องเขาก็เอาจริง
————
ไจ๋ต๋ารออีกแค่สิบกว่านาที ก็เห็นคนถูกคุมตัวออกมาเป็นแถว
หยิบมือถือก๊อปเกรดเอขึ้นมา ถ่ายรูปเบลอๆ ไว้เป็นหลักฐาน ภารกิจวันนี้ถือว่าจบสิ้น
เหตุผลที่ต้องมาดูด้วยตาตัวเอง ก็เพื่อกันพวก "คาบข่าว" หรือ "ฮั้วกัน" แบบในละคร ถ้าคืนนี้เงียบกริบ หรือตำรวจมาแล้วคว้าน้ำเหลว เขาจะไม่มีทางให้อู๋เยว่ไปรับรางวัลที่โรงพักเด็ดขาด
ชีวิตอู๋เยว่ก็มีค่านะ
ลู่เวยมองเห็นพ่อตัวเอง ลูเบิ่นชิง อยู่ในกลุ่มคนที่ถูกจับ ดวงตาโตที่ไร้อารมณ์คู่นั้น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
รอจนทุกอย่างสงบลง ถนนกลับมาเงียบเชียบ ไจ๋ต๋ากับลู่เวยถึงเดินออกมาจากความมืด
ไจ๋ต๋าตบมือ "เรียบร้อย ต่อไปก็รอรับรางวัล ฉันจะจัดการเอง ส่วนส่วนแบ่งของเธอ เดี๋ยวฉันหาทางเอาไปให้"
ลู่เวยยังคงยืนกราน "ฉันไม่เอาเงิน นายเอาไปเถอะ"
"ไม่ได้ เธอต้องเอา"
ลู่เวยไม่รับเงิน เขาไม่สบายใจ
ก็ส่งพ่อเขาเข้าคุกไปแล้วนี่นา
ถ้าได้กินเนื้อพระถังซัมจั๋ง ทางที่ดีควรนั่งกินโต๊ะเดียวกับหงอคง
สาวร่างสูงไม่พูดอะไร แต่ดูเหมือนจะไม่ยอมรับง่ายๆ
ไจ๋ต๋ามองซ้ายมองขวา ที่กันดารแบบนี้สิบนาทียังไม่มีรถผ่านมาสักคัน จะเรียกรถต้องเดินไปอีกหน่อย เลยพาลู่เวยเดินไปทางประตูข้างชุมชนซานเหมา
สองคนเดินตามกันมา คนหนึ่งเร็วคนหนึ่งช้า
ไจ๋ต๋าคิดวางแผนเรื่องต่อไปเงียบๆ ส่วนลู่เวยมองเงาตัวเองที่พื้น
ไฟถนนทอดแสงสลัว เงาใต้เท้าถูกฝีเท้าไล่ตาม แล้วก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ไฟถนนก็แบบนี้แหละ ไล่ความมืดไม่ได้ แค่สร้างแสงเงาสลับกันให้คนหลงคิดว่าไม่ได้อยู่ในความมืด
ในโลกนี้มีถนนสายกลางคืนที่ทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด แต่ไม่มีใครที่จะร่วมทางไปตลอดกาล ที่ทางแยกหนึ่ง ไจ๋ต๋าหยุดเดิน
รอแท็กซี่ผ่านมา จะได้ส่งลู่เวยกลับบ้าน
เวลาเกือบห้าทุ่ม จะให้เดินกลับคงไม่ได้
จะให้ไปส่งก็เป็นไปไม่ได้ คุณนายอวี๋รออยู่ที่บ้าน
ลู่เวยมองไจ๋ต๋าที่ชะเง้อมองหาแท็กซี่อย่างร้อนรน จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "เดินไปอีกสักสองแยกไหม"
ไจ๋ต๋าส่ายหน้า "ตรงนี้แหละ รถเยอะ"
ลู่เวยเงียบ
เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า หลังคืนนี้ สายใยบางอย่างที่เชื่อมโยงเธอกับไจ๋ต๋าไว้อย่างแน่นหนา ก็จะจบลง
เหมือนเมื่อสองปีก่อน...
แล้วหลังจากนั้นล่ะ? แบ่งเงิน? เจอหน้ากันทักทาย?
มือเรียวของลู่เวยไขว้หลัง ลูบคลำสนิกเกอร์แท่งนั้น ผ่านไปทั้งคืน มันอุ่นจน...
ละลายไปนิดหน่อยแล้ว
"เอี๊ยด~"
แท็กซี่คันหนึ่งมาจอดตรงหน้า
แต่ไจ๋ต๋าไม่ได้ให้ลู่เวยขึ้นรถทันที เขาชะโงกหน้าผ่านหน้าต่างฝั่งคนนั่ง พยายามต่อราคา
เมืองเล็กๆ นั่งรถตอนดึกต้องเหมา ไม่กดมิเตอร์ อีกอย่างลู่เวยกลับคนเดียว ต้องดูโหงวเฮ้งคนขับด้วย
ต้องหาพวกหน้าโหดแต่ดูจริงจัง
รับประกันว่าเป็นพวกกลัวเมีย+รักลูกรักแมว ถ้าหัวล้านด้วยยิ่งบวกคะแนนความปลอดภัย
สุดท้ายตกลงที่ 20 หยวน ไจ๋ต๋าไม่ได้สกิลเทพเท่าคุณนายอวี๋ และไม่คุ้นทาง จ่ายเงินล่วงหน้า ถ่ายรูปทะเบียนรถ แล้วไล่ลู่เวยขึ้นรถ เขาเองก็รีบกลับบ้าน
ลู่เวยเงียบไปครู่หนึ่ง ก้มหน้าพูดว่า "ขอบคุณนะ ค่ารถเดี๋ยวฉันเอามาคืนให้"
ไจ๋ต๋าโบกมือ "ไม่ต้อง"
ลู่เวยนั่งเบาะหลัง ปิดประตู แล้วเริ่มเหม่อ
ความพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์เล็กๆ ดูเหมือนจะล้มเหลว...
สองครั้งแล้ว
จนกระทั่ง กระจกรถถูกเคาะ
ลดกระจกลง ไจ๋ต๋ายื่นมือถือเก่าๆ เครื่องหนึ่งให้ พร้อมสายชาร์จที่พันกันอยู่
"เกือบลืมเจ้านี่ไปเลย ฉันเมมเบอร์ฉันไว้แล้ว ซิมนี้ไม่มีรายเดือน ค่าโทรจะแพงหน่อย ไว้เธอหาเวลาไปเปลี่ยนโปรที่ศูนย์นะ"
ลู่เวยรับโนเกีย 3310 มาอย่างงงๆ
ไจ๋ต๋าทำท่าคุยโทรศัพท์ "ถึงบ้านปลอดภัยแล้ว ส่งข้อความมารายงานด้วย ต่อไปมีอะไรก็โทรมา"
ตบท้ายด้วยประโยคหนึ่ง: "กินข้าวเยอะๆ ล่ะ วันนี้กอดเธอแล้วเหมือนกอดกระดูก!"
พูดจบไม่รอลู่เวยตอบ ไจ๋ต๋าตบประตูรถบอกให้คนขับออกรถ
แท็กซี่ที่รำคาญเต็มทนรีบออกตัว ส่วนเด็กหนุ่มก็วิ่งแน่บไปทางตรงข้าม
ขืนช้ากว่านี้ คุณนายอวี๋องค์ลงแน่!
ลู่เวยนั่งในรถ มือหนึ่งกำสนิกเกอร์ อีกมือถือโนเกีย
ลองเปิดเครื่องดู เปิดรายชื่อผู้ติดต่อ...
เธอไม่ใช่ไม่เคยใช้มือถือ แค่เพราะเหตุผลบางอย่าง... เลยไม่ได้ใช้
ในสมุดโทรศัพท์ มีแค่รายชื่อเดียว
บันทึกชื่อว่า:
ไจ๋ต๋าสุดหล่อ
"ไจ๋ต๋า... ไจ๋ต๋าสุดหล่อ"
มุมปากสวยได้รูปอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ขำกับมุกตลกของใครบางคน ชั่วขณะนั้น ในรถแท็กซี่ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายฤดูใบไม้ผลิ
คนขับมองผ่านกระจกหลัง คิดในใจว่าเด็กคนนี้สวยจัง...
เสียดาย ที่ใครบางคนไม่ได้เห็นใบหน้านี้
————
ไจ๋ต๋ากลับถึงบ้านด้วยความตื่นเต้น คุณนายอวี๋กำลังแปะแตงกวาพอกหน้า ไม่สะดวกพูด เลยไม่ได้บ่นเรื่องเขากลับดึก
อาบน้ำเสร็จ ล้มตัวลงนอน มือถือไจ๋ต๋าก็ดังขึ้น
ข้อความเข้า ผู้ส่งคือ: "ขาดสารอาหาร"
"ถึงบ้านแล้ว"
"รับทราบ รีบนอนซะ"
"ฝันดี พี่ต๋าสุดหล่อ"
"ฝันดี ยัยหนูตาถึง"
[จบแล้ว]