- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 19 - เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์
บทที่ 19 - เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์
บทที่ 19 - เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์
บทที่ 19 - เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์
☆☆☆☆☆
"สวัสดีครับ โรงพักฉางจิ่งใช่ไหมครับ ผมอยากถามหน่อยว่าแจ้งเบาะแสบ่อนพนันมีรางวัลนำจับใช่ไหมครับ?"
"ใช่ครับ มีเบาะแสอะไรหรือเปล่า?"
ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะฝั่งตรงข้ามชุมชนต้าเหมา
ไจ๋ต๋าโทรแจ้งตำรวจเรียบร้อยแล้ว
"เบาะแสผมขออุบไว้ก่อน ช่วยบอกกฎการให้รางวัลหน่อยได้ไหมครับ แล้วจะจ่ายยังไง รับประกันความปลอดภัยผู้แจ้งไหม? หักภาษีหรือเปล่า?"
ปลายสายได้ยินเสียงหนุ่มๆ ของไจ๋ต๋า แถมไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ตำรวจแก่เลยเริ่มเทศนา "พ่อหนุ่ม การแจ้งเบาะแสการพนันทำเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม เธอยังเป็นนักเรียนอยู่ใช่ไหม? อย่าเห็นแก่เงินนักสิ"
"อ้อ งั้นผมโทรไปโรงพักอื่นละกัน"
ไจ๋ต๋าทำท่าจะวางหู ตำรวจแก่รีบห้าม "เดี๋ยวๆๆ รอเดี๋ยวนะ ฉันหาเอกสารแป๊บ อย่าเพิ่งวางนะ ฉันขอเปลี่ยนไปใช้เครื่องพ่วง เครื่องนี้คุยนานไม่ได้"
เสียงโทรศัพท์เปลี่ยนเป็นเสียงรอสาย ตู๊ดๆๆ ประมาณสามนาทีถึงมีการรับสายอีกครั้ง
"ตาม 'ระเบียบชั่วคราวว่าด้วยรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการพนัน' ฉบับล่าสุด ยึดเงินของกลางต่ำกว่าหนึ่งหมื่นหยวน รางวัล 100-500 หยวน"
"ยึดได้ 1-10 หมื่นหยวน รางวัล 3% ของเงินของกลาง"
"ยึดได้ 10-50 หมื่นหยวน รางวัล 5% ของเงินของกลาง"
"ยึดได้ 50 หมื่นหยวนขึ้นไป รางวัล 6% ของเงินของกลาง"
"รางวัลต่อคดีสูงสุดไม่เกิน 6 หมื่นหยวน"
จริงๆ ไจ๋ต๋าค้นเน็ตมาแล้ว ที่ถามซ้ำเพื่อให้ทางโรงพักรู้ว่าเขาเอาจริง เรื่องรางวัลเขาซีเรียส อย่ามาไก่กา
ตามกฎนี้ ถ้าวงเงินพนันเกินเจ็ดหมื่น เงินสองพันที่เขาขาดอยู่ก็จะได้ครบพอดี
"รับประกันความปลอดภัยผู้แจ้งยังไงครับ?"
"เธอต้องเชื่อใจตำรวจสิ"
ปลายสาย ตำรวจแก่ยังคงไม่ค่อยใส่ใจ คิดว่าคงเป็นเด็กนักเรียนที่มีปัญหากับที่บ้าน พ่อแม่เล่นไพ่เลยโทรมาแจ้งจับสั่งสอน
ส่งสายตรวจไปเคาะประตูเตือนหน่อยก็พอ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่จับจริงหรอก
แต่เสียงปลายสายตอบกลับมาว่า "ผมเชื่อในกฎระเบียบ แต่ไม่ค่อยเชื่อคนปฏิบัติกฎเท่าไหร่"
นี่ปี 08 แถมเป็นอำเภอเล็กๆ กันไว้ดีกว่าแก้
จริงๆ เขามีแผนสำรอง เตรียมจะโทรเข้า "สายด่วนท่านนายก" ไว้ด้วย อำเภอตงหยางขึ้นกับ "เมืองเชียน" และตามกฎแล้ว ทุกเรื่องร้องเรียนที่นั่นต้อง "มีการตอบรับ มีการติดตามผล"
ตำรวจแก่ถอนหายใจ พูดว่า:
"เธอแจ้งแบบไม่ระบุตัวตนก็ได้ เราจะให้ 'รหัสผู้แจ้งเบาะแส' ไว้ เหมือนรหัสยืนยันนั่นแหละ หลังจบเรื่องก็เอารหัสนี้มาที่โรงพัก เล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ก็รับรางวัลได้เลย ไม่ต้องมาเอง ไม่ต้องใช้บัตรประชาชน"
ไจ๋ต๋าพยักหน้า วิธีนี้เข้าท่า
หาใครไปรับแทนก็ได้ อย่างเจ้าทึ่มอู๋เยว่นี่เหมาะเลย
"แล้วปกติกี่วันได้เงินครับ?"
"ก็ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี ถ้าของกลางเป็นเงินสด คืนเดียวก็เคลียร์เสร็จ เดินเรื่องอีกหน่อย... ประมาณสามวันมั้ง"
คุยกันอยู่นานสิบกว่านาที จนสุดท้ายไจ๋ต๋าถึงยอมบอกเบาะแส และได้ "รหัสผู้แจ้งเบาะแส" มา
แถมไจ๋ต๋ายังกำชับด้วยว่า วงใหญ่ไหมไม่รู้ แต่คนเยอะ ทั้งคนเล่นคนคุมน่าจะยี่สิบคน ตอนนี้กำลังเล่นกันมันส์หยด ต้องรีบจับให้ทันควัน
พอได้ยินสเกลงาน ปลายสายก็ดูจะกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
วางหูแล้ว ไจ๋ต๋าเดินออกจากตู้โทรศัพท์ ไปที่เครื่องออกกำลังกายริมถนน ลู่เวยนั่งรอเงียบๆ อยู่บนเครื่องอะไรสักอย่างที่เรียกชื่อไม่ถูก
ไจ๋ต๋านั่งลงข้างๆ "โทรเสร็จแล้ว ตอนนี้ไม่มียาแก้เสียใจให้กินแล้วนะ"
ตรงนี้ไม่มีไฟถนน ลู่เวยอ่านหนังสือไม่ได้ สองมือประคองสนิกเกอร์ของไจ๋ต๋าไว้ พูดเสียงเบา "ไม่เสียใจ"
ไจ๋ต๋า "คงไม่กระทบชีวิตเธอใช่ไหม?"
พูดจบก็รู้สึกว่าเป็นคำถามที่โง่มาก
พ่อแบบนี้ จับเข้าไปขังน่าจะเป็นผลดีกับชีวิตมากกว่า
นั่นไง ลู่เวยส่ายหน้า "ไม่หรอก เขาไม่ค่อยกลับบ้าน"
ทั้งสองคนซ่อนตัวอยู่ในความมืด รอคอยให้บางสิ่งบางอย่างปะทุ
ไจ๋ต๋าโทรบอกอวี๋เสี่ยวลี่แล้ว โกหกคำโตว่าไปกินข้าวบ้านอู๋เยว่ ตอนนี้เรื่องเรียนเขาโดนปล่อยจอยแล้ว คุณนายอวี๋เลยไม่ค่อยจี้
เพื่อไม่ให้สะดุดตาในตอนกลางคืน ไจ๋ต๋าถอดเสื้อคลุมชุดนักเรียนสีขาวฟ้ามาผูกเอวไว้ แต่อบมาทั้งวัน เสื้อยืดข้างในเลยมีกลิ่นเหงื่อหน่อยๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไจ๋ต๋ารู้สึกว่าตัวเองพยายามเลี่ยงที่จะคุยลึกซึ้งกับลู่เวย ไม่เคยถามความรู้สึกจริงๆ ของเธอเรื่องแจ้งจับพ่อ และไม่พยายามจะเป็นที่ปรึกษาชีวิต
แม่สาวไร้อารมณ์คนนี้ ก็แค่โดนเขาลากเข้ามาใน "กิจกรรม" ประหลาดๆ นี้
เหมือนหุ่นเชิดที่ถูกดันหลังให้เดิน
รู้สึกผิดนิดหน่อย ไจ๋ต๋าเลยชวนคุย "แผลที่มือ ยังไม่หายอีกเหรอ?"
คราวก่อนเห็นพลาสเตอร์ยาบนมือลู่เวย วันนี้ดูเหมือนจะยังอยู่ที่เดิม
ลู่เวย "หายแล้ว แต่มีแผลใหม่"
"เจ็บไหม? เข็มตำ?"
"อืม เจ็บแต่ทนได้"
"งานโรงงานเหนื่อยไหม?"
"เหนื่อยแต่ทนได้"
ไจ๋ต๋าถอนหายใจ นี่เธอเป็นนินจาเต่าเหรอไง
"ทำงานน่ะ นอกจากใช้ฝีมือแล้ว ต้องใช้เทคนิคด้วย อู้งานบ้าง ทำผลงานบ้าง... ความปลอดภัยสำคัญที่สุด"
"ครั้งนี้เธอช่วยฉันไว้เยอะ ไว้กลับไปฉันจะเป่าหูแม่ให้ช่วยดูแลเธอเป็นพิเศษ"
เมื่อก่อนเขาอยากใช้เส้นสาย คราวนี้ได้เป็นเส้นสายให้คนอื่นบ้างแล้ว
เส้นสายในโรงงานก็ถือเป็นเส้นสายนะ! วันหนึ่งเย็บเสื้อน้อยลงสองตัว ก็สบายขึ้นตั้งเยอะ!
สำหรับลู่เวย เขาคือ "ทายาทผู้บริหารรุ่นสอง (แบบลิมิเต็ด)"
ทันใดนั้น ประตูข้างชุมชนต้าเหมาฝั่งตรงข้ามก็มีคนเดินออกมาสองคน เป็นคนคุมบ่อนที่เจอวันนั้น
ไจ๋ต๋าหูตาไว รีบดึงลู่เวยถอยหลังไปซ่อนในความมืดมิดทันที
ลู่เวยร้องอึมเบาๆ แต่ไม่ขัดขืน
คนคุมบ่อนสองคนมองซ้ายมองขวา แต่สนใจแค่บนถนน ไม่ทันสังเกตเห็นสองคนที่อยู่ห่างไปหลายสิบเมตร
ทำเลที่ไจ๋ต๋าเลือกดีมาก ถอยหลังก้าวเดียวก็มืดตึ๊ดตื๋อ แถมไม่มีกล้องวงจรปิด
ไม่นาน รถเก๋งสีดำสองคันก็มาจอด มีคนลงมาหลายคน
คนคุมบ่อนรีบเข้าไปต้อนรับ
ไกลเกินไปเลยได้ยินไม่ชัด แต่เสียง "เชิญครับ! เชิญครับ!" "ไฮ่! โคจิโคจิ! (ทางนี้ครับ)" ภาษาญี่ปุ่นสำเนียงปลาสติก ลอยข้ามถนนมาเข้าหูชัดแจ๋ว
ไจ๋ต๋าครุ่นคิด บ่อนกระจอกนี่ธุรกิจกว้างขวางขนาดนี้เลยเหรอ? มีชาวต่างชาติด้วย?
เจ้ามือส่งคนมารับขนาดนี้ น่าจะเป็นขาใหญ่หรือหมูตู้
งานนี้มีฮาแน่
เขาไม่สนหรอก... ขอแค่ตำรวจไม่เห็นแก่หน้าชาวต่างชาติแล้วละเว้นโทษก็พอ
อีกอย่าง พ่อลู่เวยอาจจะได้เข้าไปนอนกินข้าวแดงนานขึ้นอีกหน่อย
รอจนพวกเขาเข้าไปหมด ไจ๋ต๋าถึงผ่อนคลายลง
กลิ่นผงซักฟอกจางๆ บนตัวลู่เวยหอมสะอาด
ตอนนี้ทั้งสองคนแนบชิดกันมาก เพื่อไม่ให้เงาโผล่ออกไป ไจ๋ต๋าแทบจะโอบลู่เวยไว้ทั้งตัว
ผู้หญิงคนนี้ ผอมจริงๆ เหมือนลมพัดก็ปลิว เขาว่าแขนเดียวก็โอบรอบเอวเธอได้
พูดตามตรง ไม่ได้รู้สึกวาบหวามอะไร
แค่ทำให้ไจ๋ต๋ารู้สึกว่า การแจ้งจับพ่อลู่เวยเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว
ลู่เวยไม่ได้ก้มหน้าเขินอาย และไม่ได้ดิ้นรน สีหน้าเรียบเฉย
แค่สัมผัสแผงอกที่มีกลิ่นเหงื่อจางๆ... รู้สึกแปลกใหม่
ยุงตัวหนึ่งบินผ่านหน้าลู่เวย ไปเกาะที่อกไจ๋ต๋า หรือพูดง่ายๆ คืออยู่ตรงหน้าลู่เวยพอดี
ลู่เวยจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง... ไม่มีมือจะไปปัดหรือตบ
ผีผลักหรือไงไม่รู้ เธอใช้หน้าผากโขกเข้าไป
"โอ๊ย~!"
ไจ๋ต๋ามองลู่เวยอย่างตกตะลึง ยัยนี่เป็นเต่าจริงๆ เหรอเนี่ย?
"ทำอะไรของเธอ?"
"มียุง"
ไจ๋ต๋าลูบหน้าอก โดนซี่โครงพอดีเด๊ะ
"ยุงแล้วเอาหัวโขกเนี่ยนะ? แล้วมันตายไหม?"
"ไม่... บินหนีไปแล้ว..."
"งั้นฉันก็เจ็บตัวฟรีดิ? เธอแค่เป่าลมมันก็ไปแล้วไหม!"
บรรยากาศแปลกๆ ถูกลูกโหม่งทำลายจนหมดสิ้น
พอกลับมายืนห่างกัน ก็ไม่มีใครพูดถึงอ้อมกอดเมื่อกี้อีก
ผ่านไปอีกสิบกว่านาที ที่ทางแยกก็มีรถวิ่งมาอีกหลายคัน
รถเก๋งสี่คัน รถตู้ตำรวจอีกหนึ่งคัน
คนลงจากรถเก๋งดูท่าทางไม่ใช่คนธรรมดา มองซ้ายมองขวาแล้วเริ่มจัดแจงกระบองกับกุญแจมือ
คนบนรถตู้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง อาวุธครบมือ มีโล่ด้วย
ไจ๋ต๋าจิ๊ปาก
รู้สึกว่าคืนนี้จะเล่นใหญ่กว่าที่คิดแฮะ...
[จบแล้ว]