- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ผมมีระบบสร้างไอเทมจากของเก่า
- บทที่ 8 - เธอคิดว่าตัวเองตลกมากสินะ?
บทที่ 8 - เธอคิดว่าตัวเองตลกมากสินะ?
บทที่ 8 - เธอคิดว่าตัวเองตลกมากสินะ?
บทที่ 8 - เธอคิดว่าตัวเองตลกมากสินะ?
☆☆☆☆☆
ตั้งแต่ไจ๋ต๋าเดินเข้ามา ความสนใจของหลินซูเหยาก็พุ่งไปที่เขาตลอด ถึงจะไม่ได้จ้องตรงๆ แต่เหลียงผีในชามถูกเขี่ยจนเละเป็นโจ๊กแล้วก็ยังไม่ได้ตักเข้าปากสักคำ
ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้แหละ โดยเฉพาะสาวสวยวัยแรกแย้ม ต่อให้เป็นคนที่ตัวเองไม่ได้ชอบ แต่ถ้าอีกฝ่ายมาชอบตัวเอง มันจะเกิดสายใยบางอย่างที่มองไม่เห็นขึ้น
ราวกับว่าวิญญาณส่วนหนึ่งของอีกฝ่าย ตกเป็นสมบัติของเธอไปแล้ว
สายใยชนิดนี้ ชื่อทางวิชาการเรียกว่า "คิดไปเอง" ชื่อชาวบ้านเรียกว่า "สำคัญตัวผิด"
จดหมายรักฉบับนั้นบังเอิญถูกเวียนอ่านไปทั่ว ตอนนี้ทั้งห้อง... ไม่สิ พิจารณาจากวีรกรรมเป็นลมกลางห้องสอบระดับตำนาน คงรู้กันทั้งโรงเรียนแล้วว่าไจ๋ต๋าตามจีบเธออยู่ จะบอกว่าไม่ใส่ใจก็คงโกหก
เมื่อกี้ตอนไจ๋ต๋าเดินดุ่มๆ เข้ามา หลินซูเหยาคิดแผนไว้แล้วว่าจะไม่ยอมให้เขามานั่งข้างๆ เด็ดขาด ไม่งั้นคนจะเข้าใจผิด แล้วก็กะว่าถ้าไจ๋ต๋าตื๊อไม่เลิก เธอจะได้ถือโอกาสปฏิเสธรอบสองต่อหน้าทุกคน
ได้ทั้งแสดงความบริสุทธิ์ใจ แถมยังได้สนองความขี้อวดของเด็กสาวไปในตัว...
น่าเสียดาย ไจ๋ต๋าไม่ได้พูดกับเธอสักคำแม้แต่คำเดียว สบตายังไม่ทำด้วยซ้ำ
ในใจเด็กสาวกำลังว้าวุ่น เพื่อนผู้หญิงข้างๆ ก็กระซิบว่า "ทำไมไจ๋ต๋าไปนั่งโต๊ะนู้นล่ะ? เขาไปจีบสาวเหรอ?"
อู๋เยว่แอบเหล่ตามอง มุมนั้นมีสาวสวยนั่งอยู่จริงๆ พวกผู้ชายวัยกลัดมันที่มี "เรดาร์สาวสวย" ติดตัวมีหรือจะไม่สังเกตเห็น แอบมองกันไปหลายรอบแล้ว!
ถึงจะผอมไปหน่อย... แต่ผู้ชายวัยนี้ดูแต่หน้าจริงๆ แถมชอบแบบผอมๆ ด้วย
ส่วนพวกอวบอั๋นมักจะโดนตั้งฉายาเหยียดๆ ว่า "แม่วัวนม" แทน
"ไจ๋ต๋า... จะโดนด่าเปิงไหมเนี่ย?"
หลินซูเหยาแกล้งทำเป็นหยิบทิชชู แต่แอบชำเลืองมองไปทางนั้น ผู้หญิงในมุมมืดคนนั้น... ต่อให้เป็นเธอก็ต้องยอมรับว่า สวยกว่าเธอ... นิดนึง
ก่อนหน้านี้เธอยังคอยสังเกตอยู่เลยว่าเพื่อนผู้ชายคนไหนแอบมองบ้าง
แต่หุ่นสู้เธอไม่ได้แน่นอน ผอมแห้งเกินไป
เหมือนกับที่ผู้ชายวัยกลัดมันมี "เรดาร์สาวสวย" ผู้หญิงสวยวัยนี้ก็มี "เรดาร์ศัตรู" เหมือนกัน ทั้งที่ไม่รู้จักกัน แต่พออยู่ห้องเดียวกันก็จะเริ่มเขม่นกันเงียบๆ
ตอนไจ๋ต๋านั่งลง หลินซูเหยาคาดหวังมากว่าผู้หญิงคนนั้นจะชักสีหน้าใส่ ให้ไจ๋ต๋าหน้าแตกจนต้องรีบถอยออกมา
ผิดคาด ไจ๋ต๋านั่งลงอย่างมั่นคง ไม่โดนไล่ แถมยังนั่งดูเมนูหน้าตาเฉย
หลินซูเหยาแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ "ผู้หญิงเขาคงขี้เกรงใจมั้ง ไจ๋ต๋านี่ก็จริงๆ เลย ไม่มีมารยาท"
เพื่อนข้างๆ ยุ "เขาเพิ่งสารภาพรักกับเธอนะ เธอไม่จัดการหน่อยเหรอ?"
ใช่แล้ว เดิมทีก็แค่เป็นลมในห้องสอบ จนจดหมายรักที่ยังไม่ทันส่งถูกรื้อออกมา
ผ่านไปแค่ 24 ชั่วโมง ข่าวลือกลายพันธุ์เป็น "ไจ๋ต๋าสารภาพรักหลินซูเหยากลางห้องสอบแล้วโดนปฏิเสธ จนตรอมใจเป็นลมล้มพับ" ไปซะแล้ว
เบื้องบนถึงได้ย้ำนักย้ำหนาว่า เพิ่มความกดดันเรื่องเรียนให้นักเรียนอีกนิดก็ได้
ไม่งั้นวันๆ พวกมันไม่ทำเรื่องสร้างสรรค์กันเลย!
หลินซูเหยารู้สึกฟินในใจ มีคนถามเรื่องนี้มาหลายคนแล้วรวมถึงใน QQ แต่เธอไม่เคยตอบรับหรือปฏิเสธตรงๆ
ถ้าข่าวลือมันส่งผลดีกับเธอ จะไปแก้ข่าวทำไม?
ปากก็พูดว่า:
"ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกันนะ พวกเธอเลิกพูดมั่วได้แล้ว เดี๋ยวฉันโกรธนะ"
เพื่อนข้างๆ แอบกลอกตามองบน
งั้นก็โกรธซะสิยะ! มีใครโกรธไปยิ้มไปบ้าง?
เช่นเดียวกับที่สาวสวยวัยนี้มี "เรดาร์ศัตรู" สาวๆ ที่ไม่สวยและต้องรับบทตัวประกอบมานับครั้งไม่ถ้วน ก็จะมี "เรดาร์จับตอแหล"...
แค่พวกเธอไม่พูดออกมาเท่านั้นเอง
ร้านเหลียงผีเล็กๆ กลายเป็นสถานีเรดาร์แห่งตงหยาง คลื่นสัญญาณต่างๆ ส่งกันให้ว่อน
หลินซูเหยาขยับท่านั่งโดยไม่รู้ตัว อยากดึงดูดความสนใจของไจ๋ต๋า วันนี้เธอใส่กระโปรงสั้น ซึ่งในยุคนี้และวัยนี้ถือว่าใจกล้ามาก
ตอน ม.5 งานเลี้ยงครั้งหนึ่ง เธอเคยใส่ถุงน่องสีดำซึ่งถือเป็นของต้องห้ามในหมู่เพื่อนรุ่นเดียวกัน จนกลายเป็นตำนาน สร้างความประทับใจให้เด็กผู้ชายตราตรึงใจ หลังจากนั้นจดหมายรักก็ไหลมาเทมา ในลิ้นชักมีขนมและน้ำที่มีหนุ่มนิรนามเอามาหย่อนไว้ไม่เคยขาด
ประเด็นสำคัญคือหลินซูเหยาสวยจริง ผิวขาว ตัวสูง นิ้วเรียวยาวกว่าผู้หญิงทั่วไป ริมฝีปากอิ่มระเรื่อ ปลายคิ้วเชิดขึ้นนิดๆ ให้ความรู้สึกดื้อรั้นขี้เล่น
ในโรงเรียนอาจมีคนสวยกว่าเธอ แต่คนที่รู้จักแต่งหน้าอ่อนๆ เป็น รู้จักจุดอ่อนของผู้ชาย และบริหารเสน่ห์เป็นท่ามกลางเด็ก ม.ปลาย ด้วยกัน
เธอกินเรียบจ้ะ!
น่าเสียดายที่ไจ๋ต๋าไม่ได้มองมาทางนี้เลย เขาแค่กำลังคิดจริงจังว่าจะกินชามใหญ่ชามเดียว หรือจะกินชามเล็กสองชามคนละรสชาติดี...
สุดท้ายเมื่อนึกได้ว่ายังมีเวลาอีกเยอะ เขาเกิดใหม่กลับมานะไม่ใช่แค่มาดูงาน จะรีบไปไหน? เลยสั่งเหลียงผีชามใหญ่รสต้นตำรับไปหนึ่งที่
ระหว่างรออาหาร เขาถึงหันไปคุยกับสาวโต๊ะเดียวกัน "เธอวิ่งจากโรงงานมาไกลขนาดนี้เพื่อมากินมื้อเที่ยงเนี่ยนะ?"
ลู่เวยตอบสนองช้าไปจังหวะหนึ่ง เหมือนทุกครั้งที่ไจ๋ต๋าคุยด้วย เธอต้องประมวลผลก่อนว่าจะตอบดีไหม
พักใหญ่ถึงตอบเสียงเบาว่า "ก็โอเค ไม่ถือว่าไกลมาก"
เสียงเธอเบามาก เป็นเนื้อเสียงพิเศษที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง "หวาดกลัว" กับ "ไร้อารมณ์"
แต่ ฟังแล้วไม่ขัดหู
กลับทำให้ไจ๋ต๋ารู้สึกว่า... สะอาด
"โรงอาหารโรงงานมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"กินได้... แต่ไม่คุ้ม"
เหลียงผีต้นทุนต่ำอยู่แล้ว ยิ่งร้านบ้านๆ แบบนี้ ชามเล็กแค่สองหยวนห้าสิบ
ส่วนโรงอาหารโรงงาน มื้อเที่ยงถูกสุดก็สี่หยวน แถมรสชาติหมาไม่แดก แม่คนนี้เลยยอมเสียเวลาพักเที่ยงอันมีค่า เดินมาตั้งยี่สิบนาทีเพื่อกินเหลียงผี
หรือบางที เธออาจจะไม่กินเลยก็ได้ เหมือนการกินข้าวเป็นแค่การดำรงชีพขั้นต่ำสุด
ไจ๋ต๋ามองชามน้ำใสแจ๋วตรงหน้าอีกฝ่าย น่าจะสั่งแบบไม่เผ็ด เหลียงผีไม่ใส่พริกมันจะต่างอะไรกับไปอาบอบนวดแล้วแค่อาบน้ำเฉยๆ?
ของที่เดิมทีก็ไม่มีสารอาหารอยู่แล้ว ตอนนี้แม้แต่น้ำมันพริกก็ยังไม่มี... แม่คุณกะจะตายคาจักรเย็บผ้าจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?
"ขอถามด้วยความอยากรู้ เงินเดือนเธอเท่าไหร่?"
"1,300"
"ก็พอยาไส้นะ"
สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของที่นี่แค่นิดเดียว...
"ช่วงทดลองงานได้ 80% ไม่รวมกินอยู่"
"..."
"วันแรกฉันทำแพทเทิร์นเสียไปอันหนึ่ง โดนหักไป 200"
สมควรแล้วที่โรงงานนี้จะเจ๊ง!
ไจ๋ต๋าถอนหายใจ "เธอผอมขนาดนี้ คงไม่ใช่เพราะไม่มีเงินกินข้าวหรอกนะ?"
ลู่เวยส่ายหน้า
นึกว่าจะตอบว่า: ผอมตั้งแต่เด็ก
ที่ไหนได้ ลู่เวยตอบว่า:
"หิวตั้งแต่เด็ก"
"แต่ฉันทนได้..."
ไจ๋ต๋าเงียบไปครู่ใหญ่ แล้วยกนิ้วโป้งให้
"เธอมันแน่"
ทั้งสองคุยกันสัพเพเหระ ทำเอาอีกโต๊ะยิ่งตะลึง
"คุณพระ! นอกจากไม่โดนไล่แล้ว ยังคุยกันถูกคออีก!"
"ไจ๋ต๋านี่มันวิวัฒนาการร่างสุดยอดแล้วเหรอ? บรรลุธรรมจนกลายเป็นเซียนจีบสาว?"
"สงสัยจะเจ็บหนักจริง... คนเราเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไปขนาดนี้ในชั่วข้ามคืน ฉันหมายถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้... ยกเว้นว่าหัวใจเขาจะตายไปแล้วครั้งหนึ่ง..."
หลินซูเหยาเขี่ยเหลียงผีในชามอย่างหงุดหงิด ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์สุดๆ พูดเหมือนเธอเป็นนางมารร้ายเลย
เธอก็แค่เด็กที่อยากตั้งใจเรียน ไม่อยากมีความรัก ผิดตรงไหนที่ปฏิเสธ ทำไมสุดท้ายกลายเป็นตัวร้ายซะงั้น
ไจ๋ต๋า! นายมันเกินไปแล้วนะ! ทำฉันกลายเป็นเด็กนิสัยไม่ดี!
แต่ไจ๋ต๋าไม่ยอมหันมาคุยด้วย เธอเลยหาช่องระบายไม่ได้ อย่าว่าแต่แผนที่จะปฏิเสธรอบสองต่อหน้าเพื่อนเลย
จะให้หาเรื่องลุกเดินไปคุยเองก็ใช่ที่
คิดถึงตรงนี้ เธอก็ปิ๊งไอเดีย มองเหลียงผีตรงหน้า แล้วนึกวิธีดีๆ ออก
ทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ยืดตัวขึ้นแล้วหันไปพูดกับไจ๋ต๋าข้างหลังด้วยน้ำเสียงชวนคิดลึกว่า "ไจ๋ต๋า ชามนี้ฉันกินไม่หมดแล้ว นายช่วยกินหน่อยสิ ฉันไม่อยากกินทิ้งกินขว้าง"
เธอรู้สึกว่าตัวเองบรรลุวิชาแล้ว ให้ผู้ชายกินของเหลือต่อจากตัวเอง นี่มัน...
จูบทางอ้อม!
คนบางคนเกิดมาเพื่อเป็นศิลปิน แต่คนบางคนเกิดมาเพื่อเป็นนางมารยา...
พรสวรรค์ฟ้าประทาน ช่วยไม่ได้จริงๆ!
ไม่ต้องพูดถึงเจตนา แค่ถามว่ามารยานี้เนียนไหมล่ะ!
หลินซูเหยาเชิดคางขึ้น หันหน้าด้านซ้ายที่สวยที่สุด ยิ้มด้วยองศาที่เพอร์เฟกต์ที่สุด
รอคอยปฏิกิริยาของไจ๋ต๋า
ไจ๋ต๋าเงยหน้าขึ้น ทำหน้างงอยู่พักใหญ่
แล้วโพล่งออกมาประโยคหนึ่งว่า:
"เธอคิดว่าตัวเองตลกมากสินะ?"
[จบแล้ว]