เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ของเก่าแท้แน่นอน!

บทที่ 6 - ของเก่าแท้แน่นอน!

บทที่ 6 - ของเก่าแท้แน่นอน!


บทที่ 6 - ของเก่าแท้แน่นอน!

☆☆☆☆☆

ไอ้เรื่องเลี้ยวขวาเพราะเจอคนสวย ตอนแรกอวี๋เสี่ยวลี่ไม่เชื่อหรอก

ลูกคนนี้เป็นลมทีเดียว สกิลความฮาก็อัปเกรดขึ้นเป็นกอง

แต่พอปั่นมาได้ไม่กี่ร้อยเมตร ก็ดันเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยจริงๆ กำลังเดินฝ่าฝุ่นอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม ในมือถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง

ผมหางม้ายาวถึงเอวหวีเรียบแปล้ มีแค่ปลายผมที่แตกปลายนิดหน่อย กางเกงยีนส์ทรงดินสอสีซีดจนขาวขับเน้นขาที่เรียวเล็ก หญิงสาวคนนี้ดูผอมบางไปทั้งตัว ทั้งที่สูงน่าจะถึง 172 ยิ่งทำให้ดูเหมือนขาดสารอาหาร

แบบที่ต่อยทีเดียวคงร้องไห้ไปสามวัน

อวี๋เสี่ยวลี่ตะโกนเรียก "ลู... ลู่เวยใช่ไหม? เดินไปโรงงานเหรอ? บ้านหนูอยู่ไหนเนี่ย?"

ลู่เวยหันกลับมา โค้งคำนับอย่างมีมารยาท "ครูอวี๋ บ้านหนูอยู่ซุนหม่าจวงค่ะ"

อวี๋เสี่ยวลี่มึนตึ้บ "ซุนหม่าจวง? นั่นมันห่างไปตั้งหลายกิโลเลยนะ? หนูเดินมาเนี่ยนะ?"

ในเขตการปกครองตรงนั้นถือเป็น "ตำบล" ถึงช่วงสิบปีหลังจะเชื่อมต่อกับอำเภอตงหยางแล้ว แต่ก็ยังไกลอยู่ดี

นี่โกรธเคืองอะไรกับพื้นรองเท้าหรือเปล่า?

ลู่เวยเม้มปาก ซ่อนหนังสือไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ ตอบเสียงเบา "มีรถเมล์อยู่ช่วงหนึ่งค่ะ ออกเช้าหน่อย เดินไปอ่านหนังสือไปก็ได้อยู่"

อวี๋เสี่ยวลี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับ "ลูกศิษย์" คนนี้มากนัก ถามด้วยความสงสัย "ทำไมไม่อยู่หอพักล่ะ?"

โรงงานทอผ้าถึงจะตกอับ แต่หอพักคนงานก็ยังมี ถึงสภาพจะเหมือนสมัยก่อนปลดแอก ห้องหนึ่งยัดกันอยู่เป็นกองร้อย

แต่อย่างน้อยก็มีที่ซุกหัวนอน ไม่งั้นใครจะมาทำงาน?

ลู่เวยส่ายหน้า "ที่บ้านหนูมีเหตุจำเป็นนิดหน่อยค่ะ..."

พอเป็นเรื่องครอบครัว อวี๋เสี่ยวลี่ก็ไม่ซักไซ้ต่อ เด็กคนนี้มาเป็นลูกมือเธอได้ไม่กี่วัน ไม่ได้สนิทอะไรกันมาก

แถมเธอก็ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะทำได้นาน

เพราะสวยเกินไป

ในฐานะคนโรงงานรุ่นเก๋า อวี๋เสี่ยวลี่รู้ดีว่าสาวโรงงานสวยๆ มีเยอะแยะ การเรียนไม่เก่งไม่ได้แปลว่าจะขี้เหร่ เผลอๆ ในอำเภอบ้านนอกกันดารแบบนี้จะแปรผกผันกันด้วยซ้ำ เด็กจบอาชีวะหรือพาณิชย์สวยๆ จบมาก็โดนแพ็คส่งเข้าโรงงานกันเป็นแถว

เพียงแต่เด็กสวยๆ มักอยู่ได้ไม่นาน ไม่ว่าจะเพราะมีลู่ทางอื่น หรือแค่ทนลำบากไม่ไหว คนสวยมักมีทางถอยมากกว่าคนอื่นเสมอ

เมื่อคุณต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าสายพานการผลิตวันละสิบหกชั่วโมง คุณจะพบว่าการไปนั่งสวยๆ ในร้านคาราโอเกะในเมืองใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องที่รับไม่ได้

ทรมานทั้งกายและใจเหมือนกัน แต่อย่างหลังอย่างน้อยก็ซื้อโนเกียรุ่นล่าสุดได้

แน่นอนว่าพวกวาสนาดีกว่านั้นก็มี หาผัวรวยไม่ดีกว่าเหรอ?

ไจ๋ต๋าชะลอรถ แกล้งทำเป็นคนขับรถส่งแม่ แต่ในหัวกลับเริ่มขบคิดคำถามเมื่อวานอีกครั้ง

ทำไมสาวโรงงานเกรดพรีเมียมคนนี้ เขาถึงรู้สึกคุ้นหน้านัก...

เคยเจอที่ไหนนะ? คงไม่ใช่ตอนทำงานในชาติที่แล้วหรอกมั้ง?

ชื่อลู่เวยนี่ก็ไม่คุ้นหูเลย

เมื่อวานเหมือนจะใส่เสื้อผ้าหนาเลยดูไม่ออก วันนี้ใส่เสื้อยืดแขนสั้น ไจ๋ต๋ารู้สึกว่าแม่สาวร้อยเจ็ดสิบกว่าคนนี้น้ำหนักน่าจะไม่ถึง 45 กิโลด้วยซ้ำ

ยุคนี้คนจนมีเกลื่อนเมือง

แต่คนขาดสารอาหารนี่มีไม่เยอะจริงๆ...

เขาหยิบอาหารเช้าชุดของตัวเองที่ห้อยอยู่แฮนด์รถขึ้นมา กำหมัดยื่นออกไป

ซาลาเปาไส้หมูลูกขาวยังอุ่นๆ ไอน้ำเกาะอยู่ในถุง แกว่งไปแกว่งมาตรงหน้าลู่เวย

กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยเข้าจมูกลู่เวย

เธอเงยหน้ามอง แต่เท้ากลับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดวงตากลมโตฉายแววสงสัยและระแวดระวัง

เหมือนกลัวไจ๋ต๋าจะต่อยสักหมัด

ไจ๋ต๋า: "กินหน่อยเถอะ"

ลู่เวยไม่พูดอะไร เห็นชัดว่าไม่ชินกับการได้รับความหวังดีแบบงงๆ

"ฉันกลัวเธอเป็นลมใส่เครื่องจักรแล้วโดนเข็มทิ่ม เดี๋ยวแม่ฉันต้องรับผิดชอบ"

ลู่เวย: ...

อวี๋เสี่ยวลี่หยิกเอวลูกชายไปทีหนึ่ง "ไอ้ลูกบ้าพูดจาเลอะเทอะ! ไปได้แล้วลูก อีกไม่กี่ร้อยเมตร แม่เดินไปกับเสี่ยวลู่เอง"

แต่เธอก็คว้าอาหารเช้าชุดนั้นของไจ๋ต๋ามาด้วย ไม่สนว่าลู่เวยจะปฏิเสธ ยัดใส่มือเด็กสาวดื้อๆ

ก่อนหน้านี้ไม่สนิท แต่สองวันที่ผ่านมา อวี๋เสี่ยวลี่รู้สึกว่าเด็กคนนี้นิสัยใช้ได้ แถมอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชาย ก็เลยเอ็นดูขึ้นมาหน่อย

แน่นอน ไม่แน่ว่าอาจจะเพราะเอาคำพูดของไจ๋ต๋ามาคิดจริงจัง เลยตัดสินใจขุนแม่สาวขาดสารอาหารคนนี้สักหน่อย

"ขี่รถระวังๆ นะลูก!"

ไจ๋ต๋าโบกมือ แล้วปั่นออกไป

พอลับสายตาแม่ ก็ยืนปั่นยิกๆ!

เขาเชื่อฟังแม่

แค่บางทีหูตึงไม่ได้ยิน

แต่กฎจราจรเขารักษานะ เขาเคยเห็นสภาพศพจากอุบัติเหตุรถชนแล้วจำฝังใจไปตลอดชีวิต

เวลาคนกลายเป็นก้อนเนื้อ มันไร้ค่าจริงๆ

ดังนั้นขับขี่ไม่ระวัง ญาติมิตรพังพินาศ

อวี๋เสี่ยวลี่เดินเคียงไหล่ไปกับลู่เวย เด็กสาวเอาแต่ก้มหน้า มองเห็นปลายเท้าตัวเองชัดแจ๋ว

อวี๋เสี่ยวลี่พูดขึ้น "เสี่ยวลู่หนูอย่าไปถือสามันเลย ลูกชายครูมัน... เป็นคนตลกน่ะ"

โดยเฉพาะสองวันนี้ ตลกจนล้น

ลู่เวยสัมผัสความอุ่นของซาลาเปาและน้ำเต้าหู้ในมือ "ไม่เป็นไรค่ะครูอวี๋ ขอบคุณสำหรับมื้อเช้านะคะ"

"ไม่ต้องขอบคุณครูหรอก ไว้ขอบคุณลูกชายครูเถอะ"

ลู่เวยพยักหน้า จดจำไว้ในใจ

เพียงแต่เขาดูเหมือนจะจำเธอไม่ได้

————

ไจ๋ต๋าขี่ [จักรยานคานคู่รุ่นปู่อมตะ] กลับเข้าตัวอำเภออย่างรวดเร็ว

ไอเทมนี้เพิ่มแค่ความปลอดภัย ไม่ได้เพิ่มความเร็ว ยืนปั่นนี่เหนื่อยใช่ย่อย

เขาคลำกระเป๋าเสื้อที่มีจดหมายรักตัวตลกอยู่ เมื่อวานเขาหาถุงเครื่องรางเก่าๆ มาพับใส่ไว้จะได้พกติดตัวง่ายๆ

วันนี้เขามีภารกิจชัดเจน

หา [ไอเทม]

ข้อมูลที่ระบบบอกมีน้อยนิด กฎเกณฑ์ต่างๆ ต้องเรียนรู้เอาเอง อย่างเช่นเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า "สิ่งมีชีวิต" อย่างต้นเอล์มแก่จะกลายเป็นไอเทมได้ แถมยังมีแต่เอฟเฟกต์ด้านลบล้วนๆ!

วันนี้เขาตั้งใจจะไปตลาดของเก่าประจำอำเภอตงหยาง หรือเรียกให้ถูกคือ ห้างสรรพสินค้าธงแดงเก่า ซึ่งเมื่อสามสิบปีก่อนเคยเป็นที่ที่เจริญที่สุดในตงหยาง แต่ตอนนี้มีแค่ร้านซ่อมรถกับร้านตกแต่งภายใน

มีอยู่ซอกหนึ่งที่มี "ร้านขายของเก่า" หรือจะเรียกว่า "ร้านขายของเก่าสัพเพเหระ" น่าจะเหมาะกว่า อยู่ประมาณสามถึงห้าร้าน

ตั้งแต่เครื่องลายครามราชวงศ์หมิงยันแสตมป์เก่า คูปองอาหารเก่า หรือแม้แต่หนังสือเก่า มีหมด

ที่นั่นคือที่ที่เขาคิดว่าน่าจะเจอ "วัตถุพิเศษ" ได้มากที่สุด วันนี้ต้องไปให้ได้

ไม่งั้นพรุ่งนี้กลับไปเรียน ด้วยความหนักหนาสาหัสของเด็ก ม.6 คงไม่มีเวลามาเดินทอดน่องแบบนี้อีกแล้ว

ถึงการค้นพบ "วัตถุพิเศษ" จะควบคุมไม่ได้ แต่เขาก็หวังว่าจะเจอของที่ช่วยเรื่องการเรียนบ้าง

เพราะผลการเรียนชาติที่แล้วก็ว่าแย่แล้ว ตอนนี้เกิดใหม่ผ่านไปตั้งหลายปี น่าจะไหลลงส้วมไปหมดแล้ว

เมื่อคืนเขาลองเปิดตำราดู อนาคตมืดมนสุดๆ

ไซน์ คอสไซน์ยังจำสลับกัน กฎมือขวาก็ลืมเกลี้ยง ภาษาอังกฤษน่าจะได้แค่ บานาน่า กับ เอเลเฟ่น

ภาษาอังกฤษเป็นจุดอ่อนเขามาตลอด เรียนจบมาหลายปียังสะกดคำว่า "Beach" (ชายหาด) ไม่ถูกเลย (ชอบสลับกับ Bitch)

วิชาเดียวที่พอกู้ชีพได้คือภาษาจีน ชาติที่แล้วทำงานเขียนก๊อปปี้โฆษณาก็พอมีพื้นฐานบ้าง แต่ก็กินเวลา เพราะต้องท่องบทเรียนใหม่เยอะมาก

ดังนั้นวิธีที่สมเหตุสมผลที่สุด ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาขยัน แต่ต้องรีบหาทางเปิดโปรเรื่องเรียนด่วน!

ห้างธงแดงอยู่ห่างจากโรงงานทอผ้าประมาณหนึ่งกิโล ปั่นแป๊บเดียวก็ถึง ไจ๋ต๋าปั่นผ่านร้านขายอุปกรณ์เซฟตี้ ร้านยางมิชลิน ร้านนวดฝ่าเท้าหยางโจวที่กลางวันไม่เคยเปิด เข้าไปจนถึงส่วนที่ลึกที่สุดและเงียบเหงาที่สุด

ร้านขายของเก่าสัพเพเหระสามร้านตั้งอยู่ที่นั่น ทำเลโคตรอินดี้ ถ้าไม่ใช่เพราะตอนประถมเคยใช้ทางลัดผ่าห้างธงแดงไปโรงเรียนซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้สิบนาที คนท้องถิ่นอย่างเขาคงไม่มีทางโผล่มาที่นี่ชั่วชีวิต

จริงๆ เขาแอบคิดว่าเถ้าแก่แถวนี้ไม่ได้ทำธุรกิจหรอก เรียกว่า "ใช้ชีวิต" มากกว่า กินนอนอยู่ที่นั่น ตั้งหม้อทำกับข้าวหน้าประตู มีลูกค้าก็ฟันหัวแบะ ไม่มีลูกค้าก็นั่งดูทีวี

ร้านแรกชื่อ "ตำหนักซ่อนสมบัติ" ชื่อดูยิ่งใหญ่ แต่ในตู้โชว์ดันมีตุ๊กตาคิตตี้สีซีดวางอยู่ ดูขัดตาพิกล

ไจ๋ต๋าไม่เรื่องมาก เดินเข้าไปมองซ้ายมองขวา

ไม่ว่าจะของจริงหรือของปลอม แต่ฟีลลิ่งมันใช่

ขยะล้วนๆ เก่าแท้แน่นอน!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - ของเก่าแท้แน่นอน!

คัดลอกลิงก์แล้ว