เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ลงมือเงียบเชียบ ไม่ทิ้งนาม

บทที่ 16 ลงมือเงียบเชียบ ไม่ทิ้งนาม

บทที่ 16 ลงมือเงียบเชียบ ไม่ทิ้งนาม


"เธอทำได้น่า"

จางเฟิงปรือตามองเล็กน้อย สีหน้าเกียจคร้านจนแทบจะหลับแหล่มิหลับแหล่

ซูมู่เอ๋อร์: "...ขอบใจสำหรับกำลังใจนะ"

คนคนนี้นี่มันขี้เกียจตัวเป็นขนจริงๆ แม้แต่จะพูดให้ยาวกว่านี้อีกสักหน่อยก็ยังขี้เกียจ

โชคดีที่เธอรู้นิสัยของจางเฟิงดีจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ก่อนจะรีบเดินขึ้นไปยังเวทีฮ่าวเทียน

คู่ต่อสู้ของเธอเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมเกร็ง ใบหน้าแฝงแววเจ้าเล่ห์เพทุบาย

"นึกไม่ถึงว่าคู่ต่อสู้จะเป็นเธอ สองปีก่อน... ฉันเคยจีบเธอด้วยนี่นะ"

มุมปากของฟางงงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย วันนี้แหละเหมาะเหม็งที่สุดที่จะสะสางความแค้นเมื่อสองปีก่อน

"ฉันไม่อยากรีบมีแฟน"

ซูมู่เอ๋อร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะเธอรู้นิสัยสันดานของฟางงงดี เขาคือสวะตัวพ่อที่คอยหลอกลวงความรู้สึกของผู้หญิงมานักต่อนัก

"เอาล่ะ เลิกพล่ามได้แล้ว คนข้างล่างรอกันเยอะ รีบๆ จบเกมกันดีกว่า"

ฟางงงแทบอดใจรอที่จะสั่งสอนซูมู่เอ๋อร์ไม่ไหว ในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยตามจีบ มีเพียงเธอคนเดียวที่ปฏิเสธเขาอย่างไม่ไยดี ความอัดอั้นนี้ต้องได้รับการระบาย

"เชิญลงมือ"

แววตาของซูมู่เอ๋อร์สงบนิ่ง ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น

แม้ทั้งคู่จะเป็นนักยุทธ์ระดับสองเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของเธอนั้นอยู่เหนือฟางงงอย่างเทียบไม่ติด

"รับมือ!"

สิ้นเสียง ขวานศึกเล่มโตก็ปรากฏขึ้นในมือของฟางงง เขาพุ่งตัวเข้าใส่ พลิกข้อมือขวาเล็กน้อย คมขวานพุ่งตรงไปยังหน้าอกของซูมู่เอ๋อร์หมายจะฟาดฟัน

ซูมู่เอ๋อร์ขยับกายแผ่วเบา หลบคมขวานนั้นได้อย่างง่ายดาย

"หือ? ฝีมือไม่เลวนี่"

ฟางงงแปลกใจเล็กน้อย ซูมู่เอ๋อร์แข็งแกร่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

"อีกที!"

เขาเหวี่ยงขวานซ้ำอีกครั้ง คราวนี้คมขวานระเบิดพลังปราณสีแดงเพลิงพุ่งเป็นลำแสงใส่ช่วงขาของซูมู่เอ๋อร์

หากขาบาดเจ็บเมื่อไหร่ เธอก็จะเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือเขาไม่ใช่หรือ?

เมื่อเห็นดังนั้น ร่างระหงของซูมู่เอ๋อร์ก็วูบไหว หลบฉากออกไปด้านข้างทันควัน พลังปราณสีแดงเพลิงจึงพลาดเป้า พุ่งไปกระแทกพื้นเวทีฮ่าวเทียนแทน

"ความเร็วของนาย... ยังไม่พอ"

ซูมู่เอ๋อร์เอ่ยเสียงเรียบ

ผ่านไปเพียงไม่กี่กระบวนท่า เหล่านักเรียนด้านล่างเวทีก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

"ศิษย์พี่หญิงซูเร็วมาก!"

"ด้วยสไตล์การต่อสู้ของฟางงง คงเหนื่อยตายก่อนจะได้แตะชายเสื้อศิษย์พี่หญิงซูแน่ๆ"

"ไอ้เจ้าฟางงงนี่มันมั่วผู้หญิงมาตั้งแต่ม.4 แล้ว ให้ศิษย์พี่หญิงซูสั่งสอนมันหนักๆ เลย"

"..."

เสียงส่วนใหญ่เทไปทางซูมู่เอ๋อร์ ประการแรกเพราะเธอวางตัวดีเป็นที่รักของเพื่อนฝูง และประการที่สองคือความสารเลวของฟางงงที่เป็นที่รังเกียจไปทั่ว

...

"มู่เอ๋อร์เจอกับหมอนี่ ชนะใสๆ เลยไม่ใช่เหรอ?"

ชางหานเหยามองดูการประลองบนเวทีด้วยรอยยิ้มกว้าง

เธอมั่นใจในฝีมือลูกศิษย์คนโปรด ฟางงง... ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องพ่ายแพ้

ส่วนจางเฟิงนั้นไม่ได้สนใจดูการแข่งของซูมู่เอ๋อร์อย่างจริงจัง เพราะเขาขี้เกียจเกินกว่าจะเพ่งมอง

เขาหาม้านั่งยาวแถวนั้น แล้วล้มตัวลงนอนอย่างสบายอารมณ์ แถมยังหน้าด้านไปขอแบ่งมันฝรั่งทอดจากคนข้างๆ มานอนกินอีกต่างหาก

บนเวทีฮ่าวเทียน

"ถ้าแน่จริงก็อย่ามัวแต่หลบสิ มาสู้กันซึ่งๆ หน้าดีกว่า"

ฟางงงรู้ตัวดีว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาไม่มีทางชนะแน่ จึงเลือกใช้วิธีพูดจายั่วยุ

"ไม่มีปัญหา"

ซูมู่เอ๋อร์รู้ทันความคิดของฟางงง แต่เธอหาได้ใส่ใจไม่

เพราะเธอไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว ในแง่พลังการต่อสู้ เธอก็ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของนักยุทธ์ระดับสองเช่นกัน

และในเมื่อฟางงงรีบอยากจะลงเวทีนัก เธอก็จะสนองให้

ฟึ่บ!

ซูมู่เอ๋อร์ผายมือออก ดาบยาวที่แผ่ไอเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นในมือทันที

"เหมันต์ผนึกร่าง!"

เธอตวัดดาบ ปราณดาบอันหนาวเหน็บพวยพุ่งออกมา อุณหภูมิบนเวทีฮ่าวเทียนที่เคยร้อนระอุลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เกล็ดหิมะเริ่มโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย

ทุกที่ที่เกล็ดหิมะสัมผัส ก่อให้เกิดคลื่นน้ำแข็งลุกลามไปทั่ว

เวทีฮ่าวเทียนอันกว้างใหญ่ กลายสภาพเป็นดินแดนน้ำแข็งในพริบตา

ใบหน้าของฟางงงซีดเผือด ไอเย็นแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะภายใน ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ไม่นานเขาคงกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งแน่

"หยุด... หยุดก่อน ฉันยอมแพ้!"

ฟางงงทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงรีบตะโกนขอยอมแพ้

เมื่อได้ยินดังนั้น ซูมู่เอ๋อร์จึงสลายพลังน้ำแข็ง ในเมื่อคู่ต่อสู้ยอมจำนน เธอก็ไม่คิดจะรังแกใครเกินเหตุ

ทว่าจังหวะที่เธอหันหลังกลับเพื่อรอฟังคำตัดสิน ฟางงงที่เพิ่งประกาศยอมแพ้กลับฉวยโอกาสลอบกัด!

เขาขว้างขวานศึกในมือสุดแรงเกิด พุ่งตรงไปยังแผ่นหลังของซูมู่เอ๋อร์ด้วยความเร็วสูง พลังทำลายของมันรุนแรงพอที่จะสังหารนักยุทธ์ระดับสองได้ในพริบตา!

"ศิษย์พี่หญิงซู ระวัง!"

"ระวังข้างหลัง!"

"อ๊ากกก! ฟางงง ไอ้คนระยำ!"

"..."

ฝูงชนด้านล่างโกรธแค้นจนเลือดขึ้นหน้า ยอมแพ้ไปแล้วแท้ๆ ยังกล้าเล่นสกปรก!

"มู่เอ๋อร์!"

หัวใจของชางหานเหยาแทบหยุดเต้น นั่นคือลูกศิษย์ที่เธอภาคภูมิใจที่สุด จะต้องมาจบชีวิตลงตรงนี้งั้นหรือ?

บนตึกสูง

"แย่แล้ว!"

ซือถูอ้าวเทียนตกใจสุดขีด แต่ระยะห่างขนาดนี้ ต่อให้เขาอยากจะลงไปช่วยก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว

ในขณะที่ทุกคนคิดว่าซูมู่เอ๋อร์ไม่รอดแน่ ทันใดนั้น พลังจิตอันน่าสะพรึงกลัวก็กวาดผ่านเข้ามา!

ขวานศึกที่จวนเจียนจะถึงตัวซูมู่เอ๋อร์พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และในวินาทีถัดมา... มันก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ!

"เป็นเขานั่นเอง!"

ซือถูอ้าวเทียนลิงโลดใจ ยอดอัจฉริยะผู้นั้นลงมือแล้ว!

พลังจิตระดับนี้ นอกจากคนผู้นั้น... ไม่มีใครอื่นอีกที่ทำได้!

จุดพลิกผันนี้ทำให้ลานวรยุทธ์เดือดพล่านขึ้นมาทันที

"ยอดฝีมือในสถาบันลงมือแล้ว!"

"ท่านอัจฉริยะคงทนดูไม่ได้ การกระทำของฟางงงมันต่ำช้าเกินไปจริงๆ!"

"อยากรู้จังว่าอัจฉริยะผู้นั้นเป็นใคร? เขาอยู่ในลานวรยุทธ์ด้วยใช่ไหม?"

"เป็นไปได้สูงมาก! รีบช่วยกันหาเร็ว ใครที่มีบุคลิกเข้าข่ายบ้าง!"

"..."

"มู่เอ๋อร์ปลอดภัยแล้ว..."

ชางหานเหยาที่สิ้นหวังไปแล้ว กลับมามีความหวังอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือของยอดฝีมือลึกลับ

ณ ม้านั่งยาว

จางเฟิงนอนเคี้ยวคลิปมันฝรั่งอย่างเอร็ดอร่อย สีหน้ายังคงเกียจคร้านไม่เปลี่ยน

พลังจิตเมื่อครู่ย่อมเป็นฝีมือของเขา ซูมู่เอ๋อร์ดีกับเขาไม่น้อย เขาจะปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปได้อย่างไร

[ติ๊ง!]

[โฮสต์นอนอู้อยู่บนม้านั่ง พลังเคลื่อนย้ายพริบตา +80]

...

บนเวทีฮ่าวเทียน

เมื่อขวานศึกแตกละเอียด ซูมู่เอ๋อร์เพิ่งจะรู้ตัวว่าฟางงงคิดจะลอบสังหารเธอ!

โชคดีที่มีคนช่วยไว้ได้ทัน

"นายช่วยฉันไว้อีกแล้วสินะ"

สายตาของซูมู่เอ๋อร์ทอดมองไปยังจางเฟิงที่นอนอยู่บนม้านั่ง แววตาเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ

จากนั้น...

เธอหันขวับกลับมาจ้องเขม็งที่ฟางงง พร้อมเอ่ยเสียงเย็น "ดูเหมือนฉันจะใจดีเกินไปสินะ"

สิ้นคำ ดาบยาวในมือก็ตวัดวูบ พลังไอเย็นปะทุท่วมท้น ท่ามกลางความหวาดกลัวสุดขีดของฟางงง ร่างของเขาถูกแช่แข็งกลายเป็นก้อนน้ำแข็งโดยสมบูรณ์

การประลองครั้งนี้... จบลงอย่างแท้จริง

ทันใดนั้น ซือถูอ้าวเทียนก็เหาะลงมาจากยอดตึก ลอยตัวอยู่กลางอากาศ พร้อมกับประสานมือคารวะ

"ขอบคุณท่านผู้สูงส่งที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผดุงความยุติธรรม หากท่านอยู่ในลานวรยุทธ์แห่งนี้ ได้โปรดแสดงตัวด้วยเถิด เพื่อให้ผู้เฒ่าคนนี้ได้แสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการ"

สิ้นคำประกาศของผู้อำนวยการ ทั่วทั้งสถาบันตู๋ปี้ก็ตกอยู่ในความโกลาหลทันที!

ผู้อำนวยการผู้ยิ่งใหญ่ ถึงกับแสดงท่าทีนอบน้อมต่อสถานะนักเรียนในสถาบันถึงเพียงนี้เชียวหรือ!

จบบทที่ บทที่ 16 ลงมือเงียบเชียบ ไม่ทิ้งนาม

คัดลอกลิงก์แล้ว