เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ปลุกพลังพิเศษ! พลังจิต

บทที่ 2 ปลุกพลังพิเศษ! พลังจิต

บทที่ 2 ปลุกพลังพิเศษ! พลังจิต


"ตรวจพบสภาพการณ์ปัจจุบันของโฮสต์ ท่านสามารถปลุก 'พลังพิเศษ: พลังจิต' ได้!"

"ท่านจะปลุกพลังพิเศษรูปแบบใหม่ได้ก็ต่อเมื่ออัปเกรดพลังนี้จนถึง 'ระดับเพชร' เท่านั้น!"

"โฮสต์ เข้าใจหรือไม่?"

ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงัน...

เพราะเจียงเฟิง... ชิงหลับไปเรียบร้อยแล้ว

ระบบ: "...อย่างน้อยก็ช่วยฟังให้จบก่อนแล้วค่อยหลับไม่ได้รึไง!"

"เนื่องจากโฮสต์ไม่ตอบสนอง ระบบจะถือว่าตกลงโดยปริยาย กำลังดำเนินการปลุกพลังจิต..."

"ปลุกพลังจิตเสร็จสมบูรณ์"

"โฮสต์กำลังนอนหลับ พลังจิต +10"

"โฮสต์กำลังนอนหลับ พลังจิต +20"

"โฮสต์กำลังนอนหลับ พลังจิต +30"

"..."

ดูเหมือนเจียงเฟิงจะรู้สึกรำคาญเสียงอิเล็กทรอนิกส์ข้างหูอยู่บ้าง เขาจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมาแวบหนึ่ง เกาหัวแกรกๆ แล้วก็นอนต่อ

เวลาล่วงเลยอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ถึงช่วงค่ำ

เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น เจียงเฟิงจึงลืมตาตื่น สภาพเสื้อผ้าของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อแนบไปกับลำตัว แต่ด้วยความขี้เกียจ เขาจึงไม่คิดจะจัดการตัวเองให้เรียบร้อย

เขาลากสังขารอันขี้เกียจก้าวเดินอย่างเชื่องช้า เตรียมตัวกลับหอพัก

"ติ๊ง!"

"เนื่องจากโฮสต์นอนต่อเนื่อง 11 ชั่วโมงโดยไม่ขยับตัว ค่าความชำนาญพลังจิตเต็มพิกัด ระดับพลังเลื่อนขั้นสู่ 'ระดับทองคำ' ทันที!"

เจียงเฟิงที่กำลังงัวเงียถึงกับชะงัก

อะไรนะ?

ไก่ทองคำ?

กินได้ไหม?

"...ระดับทองคำต่างหาก! โฮสต์อย่ามัวแต่คิดเรื่องกินไก่สิ!"

อ้อ...

หูฝาดสินะ

ช่างมันเถอะ...

ถึงเจียงเฟิงจะเป็นคนขี้เกียจตัวเป็นขน แต่เขาก็ยังอดสงสัยในพลังภายในกายไม่ได้

เขาอยากรู้เหมือนกันว่าไก่ทองคำ... ไม่สิ พลังจิตระดับทองคำที่ระบบว่า มันจะแน่สักแค่ไหน

เขาค่อยๆ ยื่นนิ้วชี้ออกไป เล็งไปที่กระดานดำซึ่งอยู่ห่างออกไปสามเมตร

วินาทีถัดมา

คลื่นพลังงานน่าสะพรึงกลัวพุ่งออกจากปลายนิ้ว ไม่เพียงทะลุกระดานดำ แต่ยังเจาะผนังจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่

เมื่อมองลอดผ่านรูนั้นไป จะเห็นอาจารย์ชางฮันเหยาในห้องพักครูข้างๆ กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าพอดี

ชุดที่เธอใส่สอนหนังสือมันคับไปหน่อย การเปลี่ยนมาใส่ชุดที่หลวมขึ้นน่าจะสบายตัวกว่า

ทว่า

เสียงลมแหวกอากาศทำเอาชางฮันเหยาที่กำลังเปลี่ยนชุดสะดุ้งโหยง เธอหันขวับไปมองด้านข้าง ก็พบรูโหว่ขนาดใหญ่บนผนัง และหลังรูนั้นคือใบหน้าเนือยๆ ของเจียงเฟิง

เธอรีบคว้าเสื้อผ้ามาปิดบังเรือนร่างอรชรพลางสบถเบาๆ "เจ้าเด็กบ้า มองอะไรของเธอ!"

เจียงเฟิงเห็นดังนั้นก็เกาหัวแกรกๆ เขาไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย

ใครจะไปรู้ว่าพลังจิตจะรุนแรงขนาดนี้?

แต่... หุ่นอาจารย์ชางนี่เด็ดจริง

จากนั้น

เจียงเฟิงก็เดินออกจากห้องเรียนมุ่งหน้ากลับหอพัก

หลังจากชางฮันเหยาแต่งตัวเสร็จ เธอก็รีบมาดูที่ห้องเรียนข้างๆ จ้องมองรูโหว่ขนาดใหญ่บนกำแพงพลางครุ่นคิด

แม้เมื่อครู่จะมีแค่เจียงเฟิงอยู่ในห้อง แต่เธอไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเป็นฝีมือเขา

เจียงเฟิงไม่มีพลังพิเศษ แถมยังอ่อนแอขนาดนั้น จะเอาแรงที่ไหนมาเจาะกำแพงใหญ่โตขนาดนี้

ยิ่งไปกว่านั้น คนขี้เกียจอย่างเขาคงไม่มีกะจิตกะใจมาลงทุนเจาะรูถ้ำมองหรอก

แล้ว... ใครเป็นคนทำ?

เมื่อกลับถึงหอพัก เจียงเฟิงนอนเอนกายสบายอารมณ์บนโซฟาสั่งทำพิเศษ เปิดหนังดูในคอมพิวเตอร์ ใช้พลังจิตแกะถุงมันฝรั่งแล้วบังคับให้ลอยเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

"นี่แหละชีวิตมนุษย์ที่แท้ทรู"

พอดูหนังจบเรื่องหนึ่ง เจียงเฟิงก็ใช้พลังจิตกดเปลี่ยนเรื่องถัดไป

"โฮสต์พักผ่อนตามอัธยาศัย พลังจิต +10"

"โฮสต์พักผ่อนตามอัธยาศัย พลังจิต +20"

"โฮสต์พักผ่อนตามอัธยาศัย พลังจิต +30"

"..."

ยิ่งอู้งาน ยิ่งมีความสุข แถมยังเก่งขึ้นอีกต่างหาก...

...

ภายในห้องเรียน

ชางฮันเหยาเรียกเพื่อนร่วมงานมาสองสามคนเพื่อปรึกษาเรื่องรูบนกำแพง

"การจะทำลายกำแพงได้ขนาดนี้ ไม่ใช่ฝีมือนักเรียนธรรมดาแน่นอน"

"จริงด้วย ผู้ฝึกยุทธระดับหนึ่งยังไม่มีพลังทำลายล้างขนาดนี้เลย"

อาจารย์ชายสองคนพิจารณารอยแผลบนกำแพงอยู่นาน ส่ายหน้าด้วยความเหลือเชื่อ

"ถ้าไม่ใช่นักเรียน หรือจะเป็นอาจารย์?"

ชางฮันเหยาขมวดคิ้ว

ถ้าเป็นอาจารย์จริงๆ เรื่องนี้อาจไม่ใช่เหตุบังเอิญ เพราะเมื่อกี้เธอกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่...

ไม่นานนัก

สายตาของชางฮันเหยาก็พุ่งเป้าไปที่อาจารย์ชายทั้งสอง

"อาจารย์... อาจารย์ชาง มองพวกผมแบบนั้นหมายความว่ายังไงครับ?"

"ใช่ครับอาจารย์ชาง คุณคงไม่ได้สงสัยพวกเราใช่ไหม?"

อาจารย์หนุ่มทั้งสองเริ่มรู้สึกขนลุกซู่เมื่อถูกจ้องมอง

ยังไงเสีย ชางฮันเหยาก็มีฝีมือเหนือกว่าพวกเขา หากเธอคิดจะสั่งสอนพวกเขาขึ้นมา คงไม่ใช่เรื่องยาก

"ตอนนี้ฉันมีเหตุผลให้สงสัยพวกคุณ"

ชางฮันเหยาจ้องเขม็งพร้อมเอ่ยเสียงเย็น

"เข้าใจผิดแล้วอาจารย์ชาง พวกผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยซ้ำ"

"เมื่อกี้คุณก็บอกเองว่ามีแค่นักเรียนเจียงอยู่ในห้องไม่ใช่เหรอ?"

สองอาจารย์หนุ่มร้องโอดครวญ

อุตส่าห์มาช่วยไขคดีแท้ๆ ไหงกลายเป็นผู้ต้องหาไปได้?

แบบนี้มันน่าเจ็บใจยิ่งกว่าแพะรับบาปเสียอีก!

"ไม่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้นี่คะ"

"พวกคุณต้องใช้วิชาลับเจาะกำแพงจากระยะไกลเพื่อสร้างหลักฐานที่อยู่แน่ๆ แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้นักเรียนเจียง"

"แต่พวกคุณลืมไปเรื่องหนึ่ง นักเรียนเจียงไม่มีพลังพิเศษ แถมขี้เกียจตัวเป็นขน เป็นไปได้หรือที่เขาจะทำเรื่องพรรค์นี้?"

"พวกคุณอย่ามาใส่ร้ายลูกศิษย์ฉันนะ"

"แผนตื้นๆ ของพวกคุณ ฉันมองออกหมดแล้ว รีบสารภาพมาซะดีๆ ไม่งั้น... ฉันจะลากตัวไปหาผู้อำนวยการ"

ชางฮันเหยาภูมิใจในสติปัญญาของตัวเองมาก

แค่พูดไม่กี่ประโยคก็จับ "คนร้าย" ได้แล้ว เธอรู้สึกว่าตัวเองฉลาดไม่แพ้เชอร์ล็อก โฮล์มส์เลยทีเดียว

"อาจารย์ชาง คุณ... คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ"

"ใช่ครับ อาจารย์ชาง พวกผมบริสุทธิ์ใจจริงๆ"

สองอาจารย์หนุ่มพยายามแก้ต่างสุดชีวิต

"บริสุทธิ์ใจเหรอ? คิดว่าฉันจะกล่าวหาใครมั่วซั่วหรือไง?"

"รับมือ!"

สิ้นเสียง ชางฮันเหยาก็ลงมือทันที ในฐานะผู้ฝึกยุทธระดับสาม พละกำลังของเธอเหนือกว่าอาจารย์ชายที่เป็นเพียงระดับสองหลายเท่านัก

"อาจารย์ชาง อย่าครับ!"

"ไม่นะ อาจารย์ชาง ไว้ชีวิตด้วย!"

สองหนุ่มสู้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกชางฮันเหยาจัดการจนอยู่หมัด

"จะขอโทษหรือไม่ขอโทษ?"

ชางฮันเหยาถามเสียงเข้ม มือทั้งสองข้างบีบคออาจารย์หนุ่มไว้คนละคน

"ขอโทษ... ผมขอโทษครับอาจารย์ชาง ผมผิดไปแล้ว"

"อาจารย์ชาง ผมสำนึกผิดแล้วครับ ปล่อยผมไปเถอะ"

สุดท้ายสองอาจารย์หนุ่มก็ต้องถูก "ซ้อมจนยอมจำนน"

แต่ในใจพวกเขานั้นเดือดปุดๆ... ไม่รู้ไอ้บ้าที่ไหนมาเจาะรูเบ้อเริ่มทิ้งไว้ จนพวกเขาต้องมาซวยโดนกล่าวหาแบบนี้!

จบบทที่ บทที่ 2 ปลุกพลังพิเศษ! พลังจิต

คัดลอกลิงก์แล้ว