เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 172 Uncorrectable Battling Heaven Divine Carriage

Chapter 172 Uncorrectable Battling Heaven Divine Carriage

Chapter 172 Uncorrectable Battling Heaven Divine Carriage


不能修复的战天神车(三更)

ฉีอ้าวซือยังคงจ้องมองไปบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า,เพ่งพิศทิศทางที่ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเพิ่งจากไป.

อาจารย์ของนักบุญปิศาจ,ควรจะรู้จักกันดีกับปู่ของเขา,แล้วยังเรียกปู่เขาว่าเสี่ยวฉีด้วย?

“เส้าจู่,เป็นอะไรหรือไม่?”บรรพชนชราตระกูลฉีที่เวลานี้พยุงร่างก้าวเข้ามาหาฉีอ้าวซือ,เห็นอีกฝ่ายนิ่งชงัก,จึงเอ่ยถาม.

“ข้าไม่เป็นไร.”ฉีอ้าวซือที่ได้สติ ส่ายหน้าไปมา,เขาตรวจสอบร่างกายแม้ว่าจะเจ็บไปทั่วร่าง,ทว่าชีพจรก็ไม่ได้แตกสลายพังทลาย,เขารู้ดีว่าวัวกระทิงมังกรเขาทองคำนั้นได้ไว้ชีวิตเขา,ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่อีกรึ?

“พวกเรากลับก่อน.”ฉีอ้าวซือถอนหายใจ,เอ่ยออกมาว่า“ปู่ข้าเอ่ยถูก,ข้าควรจะพยายามมากกว่านี้,ด้านนอกยังมีคนที่ร้ายกาจมากมาย,สายโลหิตหนึ่งในสิบยุคโบราณ ก็แค่นั้น.”

บรรพชนชราตระกูลฉีเอ่ยออกมาว่า“เส้าจู่,อย่าได้ดูแคลนตัวเอง.”

“วางใจได้,ข้ารู้ตัวดี,สักวันหนึ่ง,ข้าจะเหนือกว่าลู่อี้ผิง,ข้าจะเอาชนะทั้งสองให้ได้ในสักวัน!”แววตาของฉีอ้าวซือเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น.

เจตจำนงนักรบสวรรค์ที่พวยพุ่ง,แผ่รัศมีกระจายเต็มท้องฟ้า.

ฉีอ้าวซือและคนตระกูลซือเวลานี้ได้จดจ้องมองไปยังราชรถเทวะจ้านเทียนที่ถูกทุบจนแบนบี้!

ล้อทั้งสี่ที่แตกหักเสียหายอย่างหนัก.

ฉีอ้าวซือถึงกับร้องไห้แต่ไร้น้ำตา.

มารดาเถอะ,แล้วจะขี่อย่างไร?

นี่คือราชรถเทวะจ้านเทียนของปู่เขา,เป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะสืบทอดต่อกันมา,บิดาของเขาที่เช็ดทำความสะอาดมันทุกวี่วัน,ไม่ให้ฝุ่นจับเลยแม้แต่น้อย,กลับไปด้วยสภาพนี้,บิดาของเขาต้องบ้าคลั่งแน่.

เหล่ายอดฝีมือเมืองจ้านเทียนที่จ้องมองราชรถที่พังทลาย,ล้อทั้งสี่แตกหัก,ก็ยืนงงเป็นไก่ไม้เช่นกัน.

ราชรถเทวะจ้านเทียน,แม้นว่าจะพอนั่งได้,ทว่ากับไม่อาจวิ่งไปใหนมาใหนได้อีกแล้ว.

แม้นว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะ,แต่ในเมื่อมันเสียหาย,ก็ไม่อาจกระตุ้นเปิดการใช้งาน,ดังนั้นจึงทำได้แค่เก็บมันกลับไป.

เหล่าผู้ฝึกตนที่เห็นคนของตระกูลฉีนำราชรถเทวะจ้านเทียนที่พังทำลายกลับไป,ก็เผยใบหน้าแปลกประหลาด.

“ราชรถเทวะจ้านเทียนจะซ่อมได้ใหม?”ผู้ก่อตั้งนิกายผู้หนึ่งเอ่ย.

อย่างไรก็ตามไม่มีใครตอบได้.

เทพสงครามจ้านเทียน,ฉีจ้านเทียนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง,ประกอบขึ้นจากวัตถุดิบหายาก,ล้ำค่ามากมาย,แน่นอนว่าไม่ง่ายที่จะฟื้นฟูกลับมา.

“เจ้าคิดว่า,ท่านฉีหยวนจะแก้แค้นลู่อี้ผิงใหม?”บางคนที่เงียบและเอ่ยปากออกมา.

ฉีหยวนก็คือประมุขตระกูลฉี,เป็นบิดาของฉีจ้านเทียนนั่นเอง.

ท้ายที่สุด,คนของตระกูลฉีก็นำราชรถเทวะจ้านเทียนกลับถึงเมืองจ้านเทียน.

พวกเขาที่หอบราชรถเทวะจ้านเทียนที่ยับเยินกลับตำหนักของฉีหยวน.

หลังจากนั้น,เสียงโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงก็ดังกังวานไปทั้งเมืองจ้านเทียน.

แววตาของฉีหยวนที่แดงซ่าน,โกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นสภาพของราชรถเทวะจ้านเทียน“อาจารย์ของนักบุญปิศาจ,ลู่อีผิ้ง! เมืองจ้านเทียนและพวกเจ้าต้องตายไปข้างหนึ่ง!”

ฉีอ้าวซือก้าวไปด้านหน้า,เอ่ยอย่างระมัดระวัง,“ท่านพ่อ,เรื่องนี้ จะว่าไปก็แปลก,ข้าไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกมา.”

“เจ้าจะพูดอะไร”ฉีหยวนที่จ้องมองตาขวางไปยังฉีอ้าวซือ.

ฉีอ้าวซือที่หวาดกลัว,ก้มหน้าเอ่ยออกมาว่า“ผู้ใต้บังคับบัญชาของลู่อี้ผิงรู้จักสภาวะแปลงร่างของท่านปู่ด้วย.”

“เจ้าบอกจะบอกว่าอีกฝ่ายรับรู้สภาวะเทพสวรรค์ของปู่เจ้าอย่างงั้นรึ?”ฉีหยวนที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโต.

ท้ายที่สุดฉีอ้าวซือก็พยักหน้ารับ.

“ใช่,นอกจากนี้ลู่อี้ผิงราวกับว่ารู้จักกับท่านปู่”ฉีอ้าวซือเอ่ยออกมาว่า“เขาเรียกท่านปู่ว่าเสี่ยวฉี.”

“เสี่ยวฉีอย่างงั้นรึ?”ฉีหยวนที่ใบหน้าสั่นส่ายไปมา.

......

ดินแดนบรรพชนสำนักอู๋เซิ่ง.

“อะไรนะ,ลู่อี้ผิงมายังโหยวหมิงอย่างงั้นรึ?”ถ่านอี,หม่าปิง,สี่ไท่จูสำนักอู๋เซิ่งใบหน้าเปลี่ยนสี.

“ท่านไท่จู่ทั้งสี่!”เจ้าสำนักอู๋เซิ่งที่ก้มหน้าก้มตาเอ่ยออกมาว่า“ที่เทือกเขาเทียนเซี่ย,ลู่อี้ผิงได้ใช้ทัณฑ์สายฟ้า,สังหารเผ่าวิญญาณรัตติกาลและคนของตระกูลหม่าหลายร้อยคน,แม้แต่เย่จื่อโม่และหม่าซียังตกตายไปพร้อมกัน.”

“ตอนนี้จักรศักดิ์สิทธิ์เองก็อยู่ในมือของลู่อี้ผิง.”

เจ้าสำนักอู๋เซิ่งที่เอ่ยอย่างระมัดระวัง“ไท่จู่ทั้งสี่,ลู่อี้ผิง เดินทางมายังโหยวหมิงครั้งนี้,เกรงว่าสถานการณ์พวกเราจะไม่ดีนัก,พวกเราควรที่จะไปพบกับท่านหลงกังวังมังกรปิศาจหรือไม่?”

หลงกังก็คือไท่จู่วังมังกรปิศาจนั่นเอง.

ถ่านอี้,หม่าปิงและพวกทั้งสี่ใบหน้ามืดครึ้ม.

ก่อนหน้านี้สองปิศาจซีจุนำจ้าวพิภพมากมายไปยังนิกายเทวะคุนเผิงเพื่อล้อมสังหารลู่อี้ผิง,เรื่องครั้งนี้,เป็นไปได้ว่าลู่อี้ผิงจะปล่อยพวกเขาไป.

ด้วยนิสัยของลู่อี้ผิง,ในเมื่อมาโหยวหมิง,จะต้องมาเยือนสำนักอู๋เซิ่งแน่ ๆ.

......

ดินแดนบรรพชนขุนเขาอู๋เซี่ย,เวลานี้เหล่าบรรพชนชราที่ชุมนุมกัน,ปรึกษาหารือเรื่องที่เกิดขึ้นในเทือกเขาเทียนเซี่ย.

ลู่อีผิ้งได้สังหารเผ่าวิญญาณรัตติกาลและยอดฝีมือนิกายจินกังหลายร้อยคน,ตอนนี้เหล่ากลุ่มอิทธิพลทั่งโหยวหมิงต่างก็รับรู้ข่าวนี้แล้ว.

“ท่านลู่อี้ผิงลงมือสังหารเผ่าวิญญาณรัตติกาล,และคนของนิกายจินกังหลายร้อยคน,นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริง ๆ.”บรรพชนชราคนหนึ่งที่ปรบมือด้วยรอยยิ้ม.

เผ่ามนุษย์ถูกเผ่าปิศาจกดดัน,ตอนนี้ลู่อี้ผิงสังหารเผ่าวิญญาณรัตติกาลและคนของนิกายจินกัง,เผ่ามนุษย์มากมายได้ยิน,ย่อมอดไม่ได้ที่จะปรบมือด้วยความยินดี.

“หากข้าได้รับใช้ถวายชีวิตให้กับท่านลู่อี้ผิง,ต่อให้เป็นช้างม้าวัวควาย ข้าก็ยินดี.”เจียงไห่ตงที่เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกฮึกเหิม.

เจียงไห่ตง,ก็คือบรรพชนชราที่แข็งแกร่งที่สุดของขุนเขาอู๋เซี่ย.

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น,เจ้านิกายขุนเขาอู๋เซี่ย เถาอี้เฟิงที่เงียบตลอดไม่เอ่ยกล่างอะไรออกมา.

หลังจากนั้นไม่นานการประชุมก็จบลง,เถาอี้เฟิงกลับตำหนักที่พักตัวเอง,ขณะเขาก้าวเดินออกไป,ไม่เห็นเหลียงหงจีมารายงานเขานานแล้ว,เวลานี้ทำให้เขาร้อนรน.

เรื่องเรื่องที่เขาเป็นสายลับเผ่าวิญญาณรัตติกาลหากเผยออกมาล่ะก็,ไม่เพียงแค่ขุนเขาอู๋เซี่ยเท่านั้น,แม้แต่เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่มีที่ซุกหัวนอนให้กับเขาแน่.

เขาที่ครุ่นคิดอย่างนักเวลาต่อมาก็ได้เรียกเจ้าโถงคุมกฎมาหา.

ในเวลาเดียวกันนี้,ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็เดินทางมาถึงเมืองเฟิงไห่,พบกับอี้หว่านที่นัดหมายกันเอาไว้.

เหยาเฟิงนั้นได้จากไปแล้ว,เพราะต้องกลับไปรายงานระกูลเหยา.

ลู่อี้ผิง,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำและอี้หว่านทั้งสามเดินทางต่อไปยังขุนเขาอู๋เซี่ย.

“ได้ยินมาว่า,ที่เทือกเขาเทียนเซี่ย,เผ่าวิญญาณรัตติกาลและตระกูลหม่ากว่าร้อยคนถูกท่านลู่อี้ผิงสังหารล่ะ!”ระหว่างทาง,อี้หว่านกล่าวต่อลู่อีผิ้งและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำด้วยความตื่นเต้น.

อี้หว่านรู้เพียงลู่อี้ผิงแซ่ลู่,ดังนั้นจึงไม่รู้สถานะที่แท้จริงของลู่อี้ผิง.

เรื่องที่เกิดขึ้นที่เทือกเขาเทียนเซี่ย,นางได้ยินเพียงข่าวลือ,ไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดแต่อย่างใด.

ลู่อี้ผิงได้ยินก็เผยยิ้มเล็กน้อย.

ขณะที่ทั้งสามออกจากเมืองเฟิงไห่,เมื่อใกล้ถึงขุนเขาอู๋เซี่ย,ได้พบกับเหล่าผู้คุมกฏของหออู๋เซี่ยบินตัดอากาศ,มาขวางพวกเขาเอาไว้.

เจ้าโถงคุมกฎลู่ชิงที่นำคนออกมา,อี้หว่านเห็นเข้าก็ประหลาดใจ“เจ้าโถงลู่,เป็นท่านรึ?”

ลู่ชิงเอ่ยปากออกมาทันที“อี้หว่าน,เจ้าเป็นสายลับของเผ่าวิญญาณรัตติกาล,โปรดตามพวกเราไปยังตำหนักคุมกฏด้วย.”

อี้หว่านได้ยิน,ก็เอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ“ไม่ใช่ข้าสักหน่อย! เป็นอาจารย์ข้าที่เป็นสายลับเผ่าวิญญาณรัตติกาล เขากลับถูกเป็นผิด!”

ลู่ชิงขมวดคิ้ว,เอ่ยออกมาว่า“พวกเราจะพิสูจน์เอง,หากเจ้าไม่ใช่,พวกเราจะให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าเอง,”จากนั้นเขาก็โบกมือให้คนของเขาออกไปจับกุมอีกฝ่าย.

คนของโถงคุมกฎสองคนที่ถือโซ่โลหะก้าวเข้าไป.

ใบหน้าของอี้หว่านที่เปลี่ยนสี,เห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายนั้นสรุปว่านางเป็นสายลับของเผ่าวิญญาณรัตติกาลตั้งแต่แรกแล้ว,เพียงแค่นำไปสืบสวน,ไม่มีความจำเป็นต้องคล้องโซ่กุญแจมือแต่อย่างใด,ไม่ใช่รึ?

จบบทที่ Chapter 172 Uncorrectable Battling Heaven Divine Carriage

คัดลอกลิงก์แล้ว