เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 150 Painting Saint Liu Rusheng

Chapter 150 Painting Saint Liu Rusheng

Chapter 150 Painting Saint Liu Rusheng


画圣柳如生(二更)

เช่อตงหยางและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาจ้องมองอีกฝ่ายที่หายไปลับตา,ไม่อาจมองเห็นได้อีก.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,เช่อตงหยางที่ดึงสติกลับมา,โค้งคำนับให้กับลู่อี้ผิง“ตงหยาง,ขอบคุณลู่ต้าเหรินที่ช่วยเหลือ.”แววตาที่เผยความหวั่นเกรงออกมา.

ก่อนหน้านี้,แม้นว่า เขาจะได้ยินเรื่องราว เมืองเทียนเป่ยแล้ว,ทว่าก็ไม่ได้เห็นด้วยตา,ตอนนี้เห็นทัณฑ์สายฟ้าของลู่อี้ผิงสังหารผานหงปิงและคนอื่น ๆ แล้ว,ในใจยากจะปกปิดความหวาดกลัวเอาไว้ได้.

“เรื่องเล็กน้อย.”ลู่อี้ผิงเอ่ย“นำแผนที่มาให้ข้าดู.”

เช่อตงหยางเร่งรีบนำแผนที่วังนักบุญกู่ฉิน,ส่งมอบให้กับลู่อี้ผิง.

ลู่อี้ผิงรับแผนที่ดังกล่าวมา,แผนที่สมบัติไม่รู้ว่าสร้างมาจากหนังสัตว์เทวะชนิดใด,มีขนาดไม่ใหญ่นัก,มีขนาดเท่ากับสองฝ่ามือ,ทว่าแผนที่สมบัติดังกล่าว,นั้นกับมีเพียงภาพวาดกู่ฉิน!

ไม่มีสิ่งใดนอกจากนั้น.

นอกจากนี้ยังเป็นกู่ฉินไร้สายอีกด้วย.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ตกใจ,หวงจิวที่จ้องมองด้วยความงงงวย.

มีเพียงแค่รูปวาดกู่ฉินอย่างคาดไม่ถึง,นอกจากนี้ยังเป็นกู่ฉินไร้สาย,นอกจากนั้นดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว?

“เป็นไปได้ว่าจะต้องต่อสายกู่ฉินก่อนถึงจะพบความลับหรือไม่?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย.

เช่อตงหยางเอ่ย”ข้าได้หายอดฝีมือกู่ฉินมากมาย,ทว่าไม่มีใครสามารถต่อสายบนนั้นได้เลย.

“ไม่อาจต่อสายได้อย่างงั้นรึ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำขมวดคิ้วไปมา.

ลู่อี้ผิงที่ดูไม่แยแสเอ่ยออกมาว่า“แน่นอนว่าสายของมัน,ไม่จำเป็นต้องใช้พู่กันลากเชื่อมแต่อย่างใด.”

“ไม่จำเป็นต้องใช้พู่กันรึ?”หวงจิวส่ายหน้าไปมา“แล้วจะต่อสายอย่างใด.”

ในเวลานั้น,ลู่อี้ผิงที่ยกมือคว้าไปบนอากาศที่ว่างเปล่า,ก่อนที่จะปรากฏเสียงเพลงขึ้น,เป็นเสียงเพลงที่ดูมีชีวิตชีวา,ท้ายที่สุดก็ก่อรูปเป็นสายกู่ฉินทั้งห้า.

สายทั้งห้านั้น,มีสีที่แตกต่างกันห้าสี.

วารี,เพลิง,ไม้,โลหะ,ดิน,พลังทั้งห้าที่กำลังสั่นเคลื่อนไหวไปมา,ขยายเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

สายกู่ฉินทั้งห้าที่รวมตัวกันอย่างสมบูรณ์,ลู่อี้ผิงที่ได้ใส่สายทั้งห้าลงไปบนกู่ฉินไร้สายในแผนที่สมบัติ

เมื่อกู่ฉินไร้สายถูกวาดทับด้วยสายทั้งห้า,แผนที่ก็ส่องแสงสว่างออกมาทันที.

กลิ่นอายของของอสูรยักษ์ยุคปฐมกาลก็ปรากฏขึ้นบนสวรรค์และปฐพี.

เช่อตงหยาง,หวงจิวและคนอื่น ๆ ต่างก็ตกใจไปตาม ๆ กัน.

เห็นชัดเจนว่าแผนที่สมบัตินี้,สร้างมาจากอสูรกายยักษ์ยุคปฐมกาล.

อย่างไรก็ตาม,เพียงไม่นาน,กลิ่นอายก็ถูกระงับ,กู่ฉินที่ส่องสว่าง,สายทั้งห้า แดง ,เหลือง,ขาว,น้ำเงินเขียวที่ส่องสว่าง.

แสงทั้งห้าที่สว่างมากขึ้นและก็มากขึ้น,กู่ฉินเริ่มบรรเลงเพลง

สายทั้งห้าที่ส่งเสียงที่แตกต่างกันห้าเสียง.

บทเพลงที่ก่อรูปขึ้นบนอากาศ,กลายเป็นแผนผังขึ้น.

ความลึกล้ำนี้,ทำให้คนที่เห็นต่างก็รู้สึกชื่นชม.

“นี่คือจิวเทียน.”เช่อตงหยางที่จ้องมองแผนผังที่ก่อรูปจากธาตุทั้งห้า.

ผู้คนที่จับจ้องมองไปยังใจกลาง,ที่ใจกลางของแผนผังนั้นมีธาตุทั้งห้ามารวมตัวกัน.

“นี่คือดินแดนกู่ฉิน!”

“สมบัติวังนักบุญกู่ฉิน อยู่ที่ดินแดนกู่ฉิน,ในหุบเขาเทพซ่อนอย่างงั้นรึ?”เช่อตงหยางเอ่ยออกมาทันที.

หลังจากผ่านไปไม่นาน,ภาพทั้งหมดก็หายไป.

สายทั้งห้าบนแผนที่เองก็ค่อย ๆ สลายหายไปช้า ๆ เช่นเดียวกัน.

เช่อตงหยางเอ่ยต่อลู่อี้ผิง“วิถีกู่ฉินของต้าเหรินช่างเหนือล้ำเกินจินตนาการ,วันนี้เช่อตงหยางได้พบเห็น,ช่างเป็นวาสนาต่อชีวิตอย่างแท้จริง!”

ลู่อี้ผิงที่สร้างสายทั้งห้าขึ้น,ผนวกเข้าไปในแผนที่,ดูเหมือนว่าง่าย,แต่แท้จริงแล้วมันยากราวกับไต่บันไดสวรรค์,หากไม่มีวิถีกู่ฉินที่เลิศล้ำ,ไม่มีทางทำได้.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม“ศิลปะทั้งสี่,ทักษะการแพทย์,ควบคุมอสูร,ต้าเหรินของข้าล้วนแต่ศึกษาเป็นงานอดิเรกยามว่าง,ไม่ได้พิเศษอะไร,ที่จริงแล้วต้าเหรินของข้าเชี่ยวชาญชำนาญที่สุด,คือทักษะปรุงยาเซียนและค่ายกลต่างหากเล่า.”

เช่อตงหยางและคนอื่น ๆ ที่ตกใจ,ไม่ใช่ศาสตร์ที่เชี่ยวชาญอย่างงั้นรึ?

ทักษะปรุงเม็ดยาเซียนและวิถีค่ายกลเหนือกว่าวิถีกู่ฉินอย่างงั้นรึ?

“ในเมื่อรู้ตำแหน่งขุมสมบัติแล้ว,พวกเราเตรียมเดินทางไปยังดินแดนกู่ฉินเถอะ.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

ที่จริงไม่มีอะไรต้องเตรียมตัว,เพียงไม่นาน,ลู่อี้ผิงและคนอื่น ๆ ก็ออกเดินทางไปยังดินแดนกู่ฉิน.

เช่อตงหยางไม่ได้นำคนไปมากนัก,นำผู้คุ้มกันไปเพียงสองคน,คนทั้งสองนับเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อเขามาก,ความแข็งแกร่งไม่ได้อ่อนแอนัก,มีระดับเทพสวรรค์ขั้นปลายท้าย.

เขตแดนกู่ฉิน,แม้นว่าจะไม่ใหญ่เท่ากับเขตแดนไท่สวี,ทว่าก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ขนาดใหญ่ในจิวเทียนเหมือนกัน.

เขตแดนกู่ฉินในจิวเทียนนั้นมีพื้นที่ลับหลายแห่งที่ค่อนข้างพิเศษ.

เพราะว่ามีนิกายฉินหัวอยู่ที่นี่,จึงเรียกที่นี่ว่า เขตแดนกู่ฉินนั่นเอง.

และเพราะอิทธิพลของนิกายฉินหัว,ทำให้ผู้คนมากมายในดินแดนกู่ฉิน,ไม่ว่าจะเป็นนิกายใหญ่หรือเล็กต่างก็ศึกษาวิถีกู่ฉินกันเป็นหลัก.

ดังนั้น,หลังจากเข้ามาในดินแดนฉินกู่,เมืองหลายแห่ง,จึงได้ยินเสียงกู่ฉินดังก้องกังวานไปทั่ว.

ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหน,เหล่าผู้ฝึกตนต่างก็ฝึกฝนและประลองกู่ฉินกัน.

ระหว่างทาง,มีเสียงหวีดหวิวที่ดังผ่านเข้ามา.

“ที่ด้านหน้า,ก็คือหุบเขาเทพซ่อน.”ซานเทียนผู้ใต้บังคับบัญชาของเช่อตงหยางชี้ไปด้านหน้า.

ในเวลานั้น,เขาที่หยุดลง,เผยแววตาประหลาดใจออกมา,ไม่ไกลออกไปนั้น,ไม่รู้ว่าปรากฏคนผู้หนึ่งขึ้น.

ฝ่ายตรงข้ามนั้นสวมชุดนิกายฉินหัว,ยืนมือขัดหลัง,หันหลังให้กับ ลู่อี้ผิง,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำและคนอื่น ๆ.

เท่าที่เห็นคนที่มาขวางนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นชายวัยกลางคนที่มีอายุ 40-50 ปี.

เห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายนั้นมารอคอยพวกเขาโดยเฉพาะ.

ชายวัยกลางคนที่สวมชุดเหมือนกับนักวิชาการ,หัวกลับมา,สายตาของเขาจ้องมองลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาว่า“ผู้น้อยหลิวหรูเซิ่ง,นิกายฉินหัว,มาคอยทักทายคุณชายลู่และทุกคนนานแล้ว.”

เช่อตงหยางได้ยิน,ก็เผยท่าทางตื่นตะหนก“ท่านคือนักบุญจิตรกรรมหลิวหรูเซิ่ง!”

นักบุญจิตรการ,หลิวหรูเซิ่ง!

นี่คืออาจารย์ของเทพกู่ฉินฟู่เฉาและกู่ฉินโม่จิวนั่นเอง.

กล่าวได้ว่านี่คือผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานยุคจ้านเทียนเช่นกัน.

ผู้ปลุกปั้นเทพกู่ฉินฟู่เฉาให้ยิ่งใหญ่ก็คือหลิวหรูเซิ่งอาจารย์ของเขาผู้นี้นะเอง,กล่าวได้ว่าวิถีกู่ฉินของเขานั้นเหนือกว่าฟู่เฉาหลายเท่า,ทว่าวิถีกู่ฉินกับไม่ใช่เส้นทางที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด,แต่เป็นวิถีจิตรกรรมต่างหาก!

หลิวหรูเซิ่งที่ได้รับการขนามนามว่านักบุญจิตรกรรม,วิถีจิตรกรรมของเขาจึงสูงล้ำ,กล่าวกันว่าเขาคืออันดับหนึ่งวิถีจิตรกรรมในโลกนี้.

หวงจิวได้ยินเช่อตงหยางเอ่ยว่านักบุญจิตรกรรมหลิวหรูเซิ่ง,ก็ตื่นตะลึง,ในอดีต นิกายเทวะฟินิกซ์,เหล่าบรรพชนชราหลายคนต่างก็เอ่ยถึงนักบุญจิตรกรรมหลิวหรูเซิ่งว่าเป็นตัวตนในตำนาน.

หลิวหรูเซิ่งจ้องมองเช่อตงหยาง,หวงจิว,เอ่ยต่อลู่อี้ผิง“ใช่แล้ว,ข้าคือนักบุญจิตรกรรมหลิวหรูเซิ่ง,เป็นอาจารย์ของฟู่เฉาและฉินโม่จิว.”

ลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ“เจ้ามาครั้งนี้,เพื่อแก้แค้นให้กับฟู่เฉาและฉินโม่จิวอย่างงั้นรึ?”

หลิวหรูเซิ่งที่ส่ายหน้าไปมา“ใช่และไม่ใช่.”ดวงตาของเขาเป็นประกายเอ่ยออกมาว่า“ได้ยินจากศิษย์ของข้าเอ่ยว่าวิถีกู่ฉิน,เหนือเซียนกู่ฉินยังมีจักรพรรดิกู่ฉิน,บรรพชนกู่ฉินอีก,ดังนั้นจึงต้องการมาประลองวิถีกู่ฉินกับคุณชายลู่.”

ลู่อี้ผิงเอ่ย“ไม่จำเป็นต้องเป็นวิถีกู่ฉิน.”ลู่อีผิ้งที่เอ่ยปฏิเสธและเอ่ยออกมาว่า“เจ้าถูกเรียกว่านักบุญจิตรกรรม,วิถีจิตรกรรมคงสูงล้ำ,พวกเรามาประลองวิถีจิตรกรรมกัน.”

“ประลองวิถีจิตรกรรมรึ? นี่เจ้ามั่นใจอย่างงั้นรึ?”หลิวหรูเซิ่งจ้องมองลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาว่า“วิถีกู่ฉินของข้านั้นไม่สูงเท่าวิถีจิตรกรรม,นอกจากนี้ข้านั้นไม่เคยแพ้ใครในวิถีจิตรกรรม.”

เขาที่เอ่ยออกมาเล็กน้อย,ทว่ากับเผยความมั่นใจที่เลิศล้ำ.

ไม่เคยแพ้ใคร! กล่าวได้ว่าในจิวเทียนนั้นไม่มีใครที่มีวิถีจิตรกรรมเหนือกว่าเขานั่นเอง.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม,“ไม่เคยแพ้ใคร,เพราะไม่เคยพบกับคนที่มีฝีมือนะสิ.”

“ลงมือ.”ลู่อีผิ้งเอ่ยอย่างไม่แยแส.

หลิวหรูเซิ่งจ้องมองลู่อี้ผิง,เผยยิ้ม“ในเมื่อคุณชายลู่มั่นใจ,เช่นนั้นข้าคงต้องขอคำชี้แนะวิถีจิตรกรรมกับคุณชายลู่แล้ว.”เอ่ยจบเขาก็นำพู่กันด้ามหนึ่งออกมา.

พู่กันดังกล่าว,มีขนาดเท่ากับแขนของคน,ด้ามของมันที่ดูใสสะอาดหมดจด,สร้างจากหยกอุ่นชั้นยอด.

สิ่งนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะยุคโบราณ,พู่กันหยินหยาง.

จบบทที่ Chapter 150 Painting Saint Liu Rusheng

คัดลอกลิงก์แล้ว