- หน้าแรก
- ระบบไลฟ์สดพารวย: ภารกิจปั้นสามีทหารให้เป็นท่านนายพล
- บทที่ 25 - คืนเข้าหอ
บทที่ 25 - คืนเข้าหอ
บทที่ 25 - คืนเข้าหอ
บทที่ 25 - คืนเข้าหอ
พอกู้เอ๋อร์หรงเก็บล้างชามเสร็จกลับเข้ามา กวนโย่วซวงยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ขยับ
หลายครั้งที่เธออยากจะปีนขึ้นเตียงไปนอนให้รู้แล้วรู้รอด
แต่คืนนี้...
มันทั้งกลัว ทั้งแปลกใหม่ แล้วก็แอบคาดหวังอยู่ลึก ๆ
"ทำไมยังไม่ขึ้นเตียงอีกล่ะ พื้นมันเย็นนะ"
กู้เอ๋อร์หรงวางอ่างเคลือบใบน้อยทรงดอกไม้ลงบนพื้น
กวนโย่วซวงหน้าแดงซ่าน รีบตะกายขึ้นเตียงทั้งชุด มุดเข้าผ้าห่มฝั่งติดหน้าต่าง คลุมโปงเงียบกริบ
กู้เอ๋อร์หรงส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะขึ้นมานอนบ้าง
กวนโย่วซวงได้ยินเสียงเขาถอดเสื้อผ้ากุกกัก หัวใจก็เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ไม่กล้าหายใจแรง
เขาล้มตัวลงนอน แล้วดึงผ้าห่มเธอลงมานิดหนึ่ง ให้พ้นจมูก
จะ... จะเริ่มแล้วเหรอ?
กวนโย่วซวงรู้สึกคอแห้งผาก เหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ
แต่รออยู่นาน สองนาน ข้างกายก็ยังเงียบฉี่
เธอแอบชำเลืองมอง เขาหนอนหงาย ลมหายใจสม่ำเสมอ เหมือนหลับไปแล้ว
แสงจันทร์ลอดผ่านรอยแตกหน้าต่างเข้ามา ทาบทับบนผนังเกิดเป็นเงาสลัวชวนฝัน
เสี้ยวหน้าของเขาคมสันราวกับรูปสลัก
กวนโย่วซวงรู้สึกหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกอ่อนไหวบางอย่างเอ่อล้น
เธอรีบหันหน้าหนี
พระจันทร์สวยขนาดนี้ ไม่ทำอะไรสักหน่อยคงเสียชื่อ 'คืนเข้าหอ' แย่
เธอค่อย ๆ ยื่นมือไปโบกตรงหน้าเขา
ดีมาก นิ่งสนิท หลับจริงด้วย
เธอสูดลมหายใจลึก ย่องเข้าไปจุ๊บแก้มเขาหนึ่งที
กลิ่นอายบุรุษเพศเข้มข้นปะทะจมูก เล่นเอาเกือบเคลิ้ม
เธอกลับเข้าผ้าห่ม นอนฟังเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม
รูปปากสวยจัง น่าจะจูบมันนะ
พอได้คืบก็อยากจะเอาศอก เธอรวบรวมความกล้าอีกครั้ง ปีนออกจากผ้าห่ม เตรียมลงสนามจริง
เธอใช้แขนยันตัว ปรับลมหายใจ แล้วค่อย ๆ ประทับริมฝีปากลงบนปากของกู้เอ๋อร์หรง
เขาคงไม่ตื่นขึ้นมาหรอกนะ แล้วก็คงไม่เหมือนในนิยายรักประโลมโลกที่จู่ ๆ ก็พลิกตัวมากดเธอไว้
กวนโย่วซวงฟุ้งซ่านไปเรื่อย
เงียบกริบ เขาไม่ขยับเลย
สงสัยจะเหนื่อยจริง
ช่างเถอะ วันพระไม่ได้มีหนเดียว
กวนโย่วซวงถอนหายใจ มุดกลับเข้าผ้าห่มตัวเอง
"จูบดีไหม"
จู่ ๆ กู้เอ๋อร์หรงก็พูดขึ้น ทำเอากวนโย่วซวงสะดุ้งโหยงเกือบตกเตียง
เป็นไปไม่ได้ เมื่อกี้หลับอยู่ชัด ๆ
ตอนนี้ แกล้งหลับดีที่สุด
เธอไม่ตอบ แกล้งกรนเบา ๆ
กู้เอ๋อร์หรงพลิกตัวหันมาหาเธอ ดึงผ้าห่มเธอเล่น "หลับเร็วจังนะ?"
กวนโย่วซวงพลิกตัวหนี หันหลังให้เขาอย่างมีพิรุธ
กู้เอ๋อร์หรงดึงตัวเธอให้หันกลับมา ตลบผ้าห่มตัวเองออก แล้วมุดเข้ามาในผ้าห่มเธออย่างรวดเร็ว
หน้าเขาอยู่ใกล้แค่คืบ เห็นชัดแม้กระทั่งขนตา
ที่ทำให้กวนโย่วซวงใจเต้นแรงกว่าเดิมคือ... เขาเปลือย!
"คุณ... คุณจะทำอะไร" กวนโย่วซวงถามเสียงอ่อย
เพราะสถานการณ์แบบนี้ มันก็ต้องถามแบบนี้แหละ
"คุณว่าไงล่ะ" กู้เอ๋อร์หรงกระซิบพลางจูบปากเธอ มือไม้ก็ไม่ว่างเว้น เริ่มแกะกระดุมชุดเธอ
ชุดเจ้าสาวทรงกี่เพ้า มีกระดุมจีนเป็นสิบเม็ดไล่ตั้งแต่คอลงไปถึงขา
แถมยังแกะยากชะมัด
กู้เอ๋อร์หรงหายใจหอบ แกะอย่างทุลักทุเล จนกวนโย่วซวงนึกอยากจะช่วยแกะให้รู้แล้วรู้รอด
จูบของเขาเร่าร้อน บดขยี้ เดี๋ยวอ่อนโยนเดี๋ยวดุดัน กวนโย่วซวงหมดแรงขัดขืน ได้แต่อ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดเขา
เขาดันตัวเข้ามา เธอสะดุ้งเฮือก หดตัวหนีโดยสัญชาตญาณ
"จะเจ็บนิดนึงนะ ผมจะทำเบา ๆ" กู้เอ๋อร์หรงจูบซอกคอเธอ กระซิบปลอบโยนข้างหู
เขาเบามือและอ่อนโยนมากจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้น วินาทีนั้นกวนโย่วซวงก็ยังเจ็บจนต้องสูดปาก
เขาหยุดนิ่ง จูบซับรอให้เธอปรับตัว...
เขานำทางเธอ พาเธอไปแตะขอบฟ้าแห่งความสุข ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ต้องยอมรับเลยว่า ความฟิตของทหารนี่ของจริง
กวนโย่วซวงรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนปุยเมฆ เดี๋ยวก็ร่วงลงมาสู่พื้นดิน
คืนนี้แหละ เธอถึงได้เข้าใจถ่องแท้ว่าไอ้คำว่า "เจ็บปวดแต่งดงาม" มันเป็นยังไง!
อีกด้านหนึ่ง กวนเล่ยกำลังร้องไห้
คืนเข้าหอของเธอ เธอกำลังนอนร้องไห้
เพราะเรื่องที่เธอปฏิเสธไม่ยอมนั่งตักเพื่อนเขาเมื่อบ่าย จ้าวหยางโกรธจัด หาว่าเธอหักหน้าเขา เลยทำเย็นชาใส่
เธอเองก็เสียใจ คิดว่าตัวเองเรื่องมากไปหน่อย
ดังนั้นตอนไหว้ฟ้าดินเสร็จแล้วโดนแกล้งเข้าหอ เธอเลยพยายามอดทน คิดว่าแค่กอด ๆ จูบ ๆ หลับตาเดี๋ยวก็ผ่านไป
ชาติที่แล้วเธอก็เคยทนมาแล้วครั้งหนึ่ง
แต่ไม่นึกว่าผู้ชายหมู่บ้านนี้จะเถื่อนเหมือนสัตว์ป่า นอกจากจะเอาปากเหม็น ๆ มาไซ้ ยังรุมทึ้งเสื้อผ้าเธอ มีคนหนึ่งถึงขั้นล้วงมือเข้าไปใต้กระโปรง
เธอทนไม่ไหว ตบหน้ามันฉาดใหญ่ ด่าเปิง "กลับไปล้วงแม่แกไป!"
ไอ้คนนั้นโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ถีบประตูออกไปเลย
คนอื่นเห็นท่าไม่ดีก็ทยอยกลับหมด
เธอยังไม่ทันหายโมโห ป้าของจ้าวหยางก็เข้ามาด่าซ้ำว่าเธอไม่รู้ความ บอกว่าหากเข้าหอแล้วไม่มีการหยอกเย้าบ่าวสาวจะเรียกว่าเข้าหอได้อย่างไร ยิ่งแกล้งกันแรงก็ยิ่งเป็นมงคล!
"แต่ป้าไม่เห็นเหรอว่ามันทำเกินไป" เธอแย้งเสียงเครือ
"เกินไปตรงไหน ก็แค่จับนิดจับหน่อย เนื้อจะหลุดรึไง"
กวนเล่ยโกรธจนพูดไม่ออก
จ้าวหยางเดินหน้าดำเข้ามา
"ทำไมเธอเรื่องเยอะจังวะ ตอนนี้คนกลับหมดแล้ว พอใจรึยัง"
"ไม่ใช่แบบนั้น พวกเขา..." กวนเล่ยกระอักกระอ่วน
"พอได้แล้ว" จ้าวหยางตัดบท ถุยน้ำลายใส่มือ เริ่มนับเงินที่ใส่ถาด
"ถ้าเธอไม่ทำตัวเรื่องมาก เงินนี่คงได้เพิ่มอีกสักสิบหยวน" จ้าวหยางยัดเงินใส่กระเป๋ากางเกง ถอดรองเท้าขึ้นเตียงโดยไม่ล้างเท้า
"ฉัน... ฉันหิว"
วันนี้เธอไม่ได้กินข้าวดี ๆ สักมื้อ ป้าจ้าวหยางบอกให้ทน เป็นธรรมเนียม
"ในครัวมีกับข้าวเหลือ ไปหากินเอาเอง" จ้าวหยางเอนหลังพิงหัวเตียง จุดบุหรี่สูบอย่างไม่แยแส
กวนเล่ยกดริมฝีปากแน่น นึกเสียใจ
เพิ่งแต่งวันแรกก็ทำให้สามีโกรธซะแล้ว
ถ้าคืนนี้ง้อไม่สำเร็จ ชีวิตข้างหน้าคงลำบากแน่
เธอไปตักน้ำในครัวมา ล้างหน้าล้างตา แล้วพูดเสียงอ่อน "คุณเหนื่อยมาทั้งวัน มาค่ะ ฉันเช็ดเท้าให้"
จ้าวหยางปรายตามอง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้าน ตาโตฟันขาว ดูไปดูมาก็น่าเอาอยู่
ไฟตัณหาในตาเขาลุกโชน เขาอัดบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ ขยี้บุหรี่กับผนังแล้วโยนทิ้งพื้น
น้ำเสียงอ่อนลง "ไม่ต้องหรอก ขึ้นมาเถอะ เอาให้เสร็จ ๆ ก่อนค่อยว่ากัน"
กวนเล่ยใจเต้นแรง หน้าแดงระเรื่อ ปีนขึ้นเตียงอย่างเขินอาย
จ้าวหยางไม่ได้มีความอ่อนโยนแม้แต่น้อย เขากระชากเสื้อผ้าตัวเองออก เผยให้เห็นขนหน้าอกรุงรัง แล้วกระโจนเข้าใส่เหมือนหมาป่าหิวโซ ฉีกทึ้งชุดเจ้าสาวของเธอขาดกระจุย
ชุดของเธอเป็นกี่เพ้าเหมือนพี่สาว
กระดุมจีนถูกกระชากขาดกระเด็น สภาพดูไม่ได้!
[จบแล้ว]