เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - คำครหา

บทที่ 4 - คำครหา

บทที่ 4 - คำครหา


บทที่ 4 - คำครหา

"แม่ ดูนี่สิ ยังมีอีกอันนะ" กวนเล่ยหยิบถุงพลาสติกใบเล็กออกมาเปิดอวด "ผ้าคลุมหน้าสีแดงเข้าชุดกันเป๊ะเลย"

จางไฉ่เหอลูบพู่ไหมที่ห้อยระย้าตรงชายผ้าคลุมหน้าอย่างเบามือ พลางรำพึง "พวกแกนี่โชคดีกันจริง ๆ นึกถึงตอนแม่แต่งเข้ามาสิ ของพวกนี้อย่าหวังจะได้เห็น แค่มีผ้าขนหนูสีแดงโปะหัวก็เดินออกจากบ้านได้แล้ว"

กวนเล่ยเหลือบมองกวนโย่วซวงแวบหนึ่ง แสร้งทำสีหน้าเสียดาย "หนูกะว่าจะซื้อมาฝากพี่ชุดหนึ่งเหมือนกัน แต่ที่ร้านดันเหลือแค่ชุดเดียว"

"ไม่ต้องหรอก" กวนโย่วซวงยิ้มบาง "ฉันไม่ถือธรรมเนียมพวกนี้"

"อืม หุ่นแกก็พอ ๆ กับแม่ ใส่ชุดเก่าแม่ก็ได้ แม่ใส่ไปแค่ครั้งเดียวเอง เก็บไว้ก้นหีบอย่างดี ใหม่เอี่ยมอ่องเลยนะ" จางไฉ่เหอพูดโดยไม่หันมามอง

กวนโย่วซวงนึกภาพร่างเดิมในชุดเจ้าสาวเก่าคร่ำครึหลวมโครกก็อดขำไม่ได้

"ขำอะไร" จางไฉ่เหอตวาดแว้ด

"เปล่า ชุดเจ้าสาวสวยดี เชิญลองกันตามสบายนะ ฉันจะออกไปข้างนอกหน่อย"

"จะไปไหน" จางไฉ่เหอนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวเพิ่งจะโชว์แบงก์ร้อยหราเมื่อครู่ "ผ้านวมแม่เย็บให้เสร็จแล้ว ที่บ้านยังมีผ้าพับอยู่อีกสองผืนแกก็เอาไป กระติกน้ำกับกะละมังเดี๋ยวญาติ ๆ ก็คงซื้อมาให้ ไม่มีอะไรต้องเตรียมแล้วนะ อย่าไปใช้เงินซี้ซั้ว"

"แม่ ไหนบอกว่าผ้าสองผืนนั้นจะให้หนูไง" กวนเล่ยกระซิบถาม

"ของลูกเดี๋ยวแม่พาไปซื้อที่ห้าง ผ้าพวกนั้นสีมันจืดไป ไม่เหมาะกับลูกหรอก"

กวนโย่วซวงเดินพ้นประตูรั้วออกมาก็เจอกวนรุ่ยเจี๋ย

ภาพที่เห็นคือน้องชายเธอนอนดิ้นพราด ๆ อยู่กับพื้น มือสองข้างถูกมัดไพล่หลัง โดยมีไอ้อ้วนเฟิงเฟิงนั่งทับอยู่บนตัว โยกตัวไปมาอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเด็กคนอื่น ๆ

"ไม่ได้เรื่อง!" กวนโย่วซวงสบถในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหิ้วคอเสื้อเฟิงเฟิงขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกเจี๊ยบ แล้วเหวี่ยงไปที่กองทรายข้าง ๆ อย่างง่ายดาย

เด็กคนอื่นเห็นท่าไม่ดีก็วงแตกหนีไปคนละทิศละทาง

"พี่ใหญ่"

"จะ เจ็บนะ!" เฟิงเฟิงแหกปากร้องไห้จ้า วิ่งแจ้นกลับบ้านไปพลางหันมาตะโกนขู่ "คอยดูนะ ฉันจะฟ้องแม่!"

กวนโย่วซวงปัดฝุ่นตามตัวให้น้องชายแบบส่ง ๆ "ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าใครตีก็ให้สวนกลับ ทำไมไม่สู้"

"ผะ ผมสู้ไม่ไหว" กวนรุ่ยเจี๋ยตอบเสียงอ้อมแอ้ม

"นายไม่ได้สู้หรือสู้ไม่ไหวกันแน่ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปนายจะยิ่งโดนแกล้งหนักกว่าเดิม นาย..."

ยังไม่ทันขาดคำ หวังเย่ว์ถาวที่ยังผูกผ้ากันเปื้อนอยู่ก็จูงมือเฟิงเฟิงเดินอาด ๆ เข้ามา ถามเสียงดังลั่น "กวนโย่วซวง ฝีมือเธอจริง ๆ ด้วยเหรอ! ลูกฉันบอกฉันยังไม่อยากจะเชื่อ เห็นปกติเงียบ ๆ ติ๋ม ๆ ที่แท้จิตใจโหดเหี้ยมขนาดนี้เชียว"

"เก่งจริงนะ รังแกได้แม้กระทั่งเด็ก ดูสิ ขาเฟิงเฟิงแดงเถือกไปหมดแล้ว กางเกงก็ขาด วันนี้ถ้าไม่คุยกันให้รู้เรื่องก็ไปให้ผู้ใหญ่บ้านตัดสินกันเลย"

ว่าแล้วหล่อนก็ถลกขากางเกงลูกชายขึ้นมาโชว์

กวนโย่วซวงไม่แม้แต่จะปรายตามอง พูดเนิบ ๆ ว่า "น้า ก่อนจะมาโวยวายช่วยหัดแยกแยะผิดถูกก่อนดีไหม"

"แยกแยะอะไร ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเธอตีลูกฉัน!"

กวนโย่วซวงกระชากตัวกวนรุ่ยเจี๋ยมายืนข้างหน้า ชี้รอยเล็บขู่นบนหน้าให้ดู "งั้นถามลูกชายตัวดีของน้าก่อนไหมว่านี่ฝีมือใคร ลูกน้าเป็นคน น้องฉันไม่ใช่คนหรือไง ลูกน้าทำตัวเป็นนักเลงโตคับหมู่บ้านจนชิน น้าเป็นแม่ก็เลยแตะต้องไม่ได้เลยว่างั้น อยากไปหาผู้ใหญ่บ้านนักใช่ไหม ได้สิ ไปเลย ไปดูว่าใครมันจะเป็นฝ่ายผิด"

หวังเย่ว์ถาวชะงัก จ้องหน้ากวนโย่วซวงอย่างพินิจพิเคราะห์

ลูกสาวคนโตบ้านกวนไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ปากคอเราะร้ายขนาดนี้

"กะ ก็เด็กมันเล่นกัน จะเอาอะไรมาก"

"ใช่! แล้วน้าจะรีบแจ้นมาหาเรื่องทำไม"

"เออ ๆ ช่างมันเถอะ ฉันขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง ถือว่าฟาดเคราะห์ไป" หวังเย่ว์ถาวโบกมือปัดรำคาญ จูงมือลูกชายเดินหนี "ไปลูก ในหมู่บ้านมีเพื่อนเล่นเยอะแยะ วันหลังจะเล่นกับใครก็ดูตาม้าตาเรือหน่อย"

"เตือนไว้ก่อนนะ กลับไปอบรมลูกตัวเองให้ดี อย่าให้มีคราวหน้าอีก!" กวนโย่วซวงตะโกนไล่หลัง

"กลับบ้านไปซะ" กวนโย่วซวงหันมาสั่งน้องชาย

"พี่จะไปไหน"

"ไปเดินเล่นในเมือง"

หมู่บ้านของกวนโย่วซวงชื่อว่า 'กวนเสียกู่'

หมู่บ้านแห่งนี้มีทำเลพิเศษ ตั้งอยู่กึ่งกลาง ล้อมรอบด้วยภูเขาและแม่น้ำ ที่สำคัญคือการคมนาคมสะดวกสบาย

ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในละแวกสิบหมู่บ้านก็ตั้งอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง

สิบกว่านาทีต่อมา กวนโย่วซวงก็มาถึงตลาด

วันนี้ตรงกับวันนัดพบตลาดพอดี ผู้คนขวักไขว่คึกคัก

กวนโย่วซวงสะดุดตากับร้านขายเหลียงผีที่ลูกค้าแน่นขนัดทันที

ตามความทรงจำของร่างเดิม ร้านนี้ขึ้นชื่อลือชามาก พอแม่ค้าตั้งแผงปุ๊บ เหลียงผีหลายร้อยแผ่นก็ถูกกวาดเกลี้ยงภายในช่วงเช้า

ชาวบ้านไม่เพียงซื้อกินเอง แต่ยังห่อกลับไปฝากคนที่บ้านด้วย

เห็นได้จากโต๊ะไม้สิบตัวรอบร้านที่มีคนนั่งเต็มเอี้ยด แถมแถวที่ต่อคิวซื้อยังยาวเหยียด

กลิ่นหอมของน้ำปรุงเหลียงผีลอยมาเตะจมูก กวนโย่วซวงกลืนน้ำลายเอือกใหญ่โดยไม่รู้ตัว

เธอเดินไปต่อแถว

ถ้าเป็นชาติก่อนที่มีมือถือ ระหว่างรอคิวคงได้ไถฟีดดูซีรีส์แก้เซ็ง แต่ตอนนี้ทำได้แค่มองผู้คนเดินไปเดินมา

เบื่อหน่อย ๆ แต่ก็ได้บรรยากาศสโลว์ไลฟ์ไปอีกแบบ

"ใช่คนบ้านกู้เจียไถหรือเปล่า ฉันคุ้น ๆ เหมือนเคยเจอตอนไปส่งข้าวที่ยุ้งฉาง"

หญิงวัยกลางคนโพกผ้าลายดอกไม้ที่นั่งอยู่โต๊ะไม้ข้าง ๆ ดูดเส้นเหลียงผีเข้าปากพลางเอ่ยถาม

คนที่ถูกถามเป็นหญิงผมสั้นวัยเดียวกันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

สองคนนี้คงมาขอนั่งแจมโต๊ะกัน

"ใช่ ๆ แล้วเธออยู่หมู่บ้านไหนล่ะ"

"ฉันอยู่จ้าวจ้าวโกว" หญิงโพกผ้าคีบหมี่กึงเข้าปาก โน้มตัวกระซิบกระซาบ "หวงชุนย่านเป็นคนหมู่บ้านเธอใช่ไหม ที่แต่งกับกู้ยุ่นเหลียงน่ะ"

"อ้อ ใช่ เพื่อนบ้านฉันเอง"

"ลูกชายคนเล็กบ้านนั้นจะแต่งงานแล้วนี่"

"ใช่ ๆ ได้ฤกษ์วันที่หกเดือนนี้แหละ เห็นว่าจะจัดใหญ่โตเชียว เชิญคนทั้งหมู่บ้านแถมยังเชิญคนหมู่บ้านอื่นด้วย ลูกชายเขาทำงานหลวงนะ ลูกสาวตระกูลกวนแห่งกวนเสียกู่นี่วาสนาดีจริง ๆ"

หญิงโพกผ้ายกชามซดน้ำซุปจนเกลี้ยง ปาดปากอย่างอิ่มเอมแล้วป้องปากพูด "แล้วรู้ไหมว่าแต่งกับลูกสาวคนไหน"

"ก็คนเล็กน่ะสิ"

หญิงโพกผ้าหัวเราะหึ "ฉันได้ยินมาว่าเปลี่ยนตัวเป็นคนโตแล้ว"

"ฮะ? เปลี่ยนตัว?" หญิงผมสั้นอุทานเสียงหลง จนคนรอบข้างหันมามอง

"เพราะลูกสาวคนโตเดิมทีจะแต่งกับจ้าวหยางหมู่บ้านฉัน ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ ถึงสลับคู่ แม่จ้าวหยางบ่นอุบว่าสินสอดหายไปตั้งสองร้อยหยวน"

"จริงเหรอเนี่ย ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"

"ไม่รู้ก็ไม่แปลก เรื่องเพิ่งจะแดงเมื่อเช้านี้เอง เอาละ ฉันอิ่มแล้ว ไปก่อนนะ"

บ้านจ้าวสินสอดหายไปสองร้อย บ้านกู้สินสอดเพิ่มมาสองร้อย แม่บังเกิดเกล้าของเธอช่างเข้าใจคำว่า "ยุติธรรม" เสียจริง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - คำครหา

คัดลอกลิงก์แล้ว