เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - สินสอด

บทที่ 3 - สินสอด

บทที่ 3 - สินสอด


บทที่ 3 - สินสอด

กวนโย่วซวงจ้องมองตัวเลขยอดเงินแล้วคิดในใจว่า ถ้าสามารถถอนเงินออกมาได้เร็ว ๆ ต่อให้ต้องทะลุมิติกลับไปอีก เธอก็คงไม่ถึงขั้นยาจกจนต้องรอคนอื่นโยนหมั่นโถวแป้งสาลีให้กินหรอก

คิดได้ดังนั้นเธอก็กดปุ่มถอนเงิน เลือกถอนทั้งหมด และเลือกโอนเข้าบัญชีทันที

แต่กดไปกี่ครั้ง หน้าจอก็เด้งเตือนว่ายอดเงินเกินวงเงินที่กำหนด ทำรายการล้มเหลว

ขณะที่กำลังสงสัย เสียงเครื่องจักรในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง: [อ้างอิงจากค่าครองชีพในยุคสมัยที่โฮสต์อาศัยอยู่ สามารถถอนเงินได้สูงสุดครั้งละ 1,000 หยวน]

หมายความว่ายังไง

แสดงว่าจริง ๆ แล้วเธอแค่กลับมาได้ชั่วคราว เดี๋ยวก็ต้องทะลุมิติกลับไปงั้นเหรอ

นี่มันเล่นตลกกันชัด ๆ

ช่างเถอะ อย่ามัวรีรอ พันเดียวก็พันเดียว

ถือว่าไม่น้อยเลยนะ

เธอกรอกตัวเลข 1,000 แล้วกดถอนเงินทันที

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่หน้าจอขึ้นว่าทำรายการสำเร็จ ในมือเธอก็ปรากฏธนบัตรใบละ 100 หยวนรุ่นเก่าที่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนปึกหนึ่งจำนวนสิบใบ

เอ่อ เคยเห็นในเน็ตน่ะนะ

ยังไม่ทันจะได้พิสูจน์ว่าเป็นแบงก์จริงหรือแบงก์ปลอม ภาพตรงหน้าก็มืดดับไป พอรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองกลับมานั่งอยู่บนเก้าอี้ซอมซ่อตัวเดิมในบ้านตระกูลกวนอย่างงง ๆ ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายรอบข้าง

"นังตัวดี ฉันให้แกดูน้อง แกดันมานั่งหลับหัวโด่ตรงนี้เหรอ" จางไฉ่เหอเงื้อไม้กวาดฟาดใส่เธอไม่ยั้ง "ดูซิ น้องเล็กโดนตีจนน่วมขนาดนี้แกไม่เห็นหรือไง"

กวนโย่วซวงคว้าด้ามไม้กวาดที่ฟาดลงมาไว้ได้ทัน เอ่ยเสียงเรียบ "ใครทำ? อย่าบอกนะว่าไอ้เฟิงเฟิงข้างบ้านอีกแล้ว"

"นะ นี่แกรู้ แกรู้แล้วยังมีหน้ามาพูดอีก วันนี้ฉันจะตีให้ตายกันไปข้างหนึ่ง" จางไฉ่เหอออกแรงยื้อไม้กวาดสุดฤทธิ์ แต่แรงของกวนโย่วซวงมหาศาลเกินคาด เธอสะบัดทีเดียวไม้กวาดก็หลุดจากมือแม่ร่วงลงพื้น

จางไฉ่เหอโกรธจนแทบบ้า

เธอคงคาดไม่ถึงว่าลูกสาวหัวอ่อนขี้ขลาดคนนี้ วันหนึ่งจะกล้าลุกขึ้นมาต่อกรกับเธอ

เธอเริ่มถอดรองเท้าเตรียมจะใช้เป็นอาวุธ

"แม่เก็บแรงไว้เถอะ ลองตรองดูหน่อยไหม ทำไมเสี่ยวเจี๋ยถึงโดนเด็กสิบขวบตีจนร้องไห้ขี้มูกโป่งทั้งที่ตัวเองอายุตั้งสิบสองแล้ว" กวนโย่วซวงปรายตามองกวนรุ่ยเจี๋ยที่กำลังสะอึกสะอื้น เห็นแค่รอยถลอกนิดหน่อยบนหน้า

สำหรับเด็กผู้หญิงอย่างเธอ สมัยเด็ก ๆ แผลแค่นี้ไกลหัวใจนัก

แต่ในสายตาจางไฉ่เหอ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย

"แกจะพูดเรื่องนี้ทำไม มันสิบขวบก็จริงแต่ตัวอ้วนฉุ สูงก็พอ ๆ กับเสี่ยวเจี๋ย"

"ใช่" กวนโย่วซวงพยักหน้า จ้องตาจางไฉ่เหอเขม็ง "แม่พูดถูกเป๊ะ ลูกชายสุดที่รักของแม่ที่แม่ประคบประหงมราวกับไข่ในหิน อันนั้นก็ห้ามทำ อันนี้ก็ห้ามแตะ ตัวก็ไม่ยืด แรงก็ไม่มี แบบนี้มันต่างอะไรกับคนพิการบ้าง"

กวนโย่วซวงไม่ได้พูดมั่วซั่ว ในนิยายต้นฉบับ กวนรุ่ยเจี๋ยที่ถูกเลี้ยงมาแบบพ่อแม่รังแกฉัน เรียนไม่จบมัธยมด้วยซ้ำ โตมาก็ขี้เกียจสันหลังยาว ติดการพนันงอมแงม พอเกาะพ่อแม่กินไม่ได้ก็มาไถเงินพี่สาว เจ้าของร่างเดิมน้ำท่วมปาก ไม่รู้ต้องแอบจ้าวหยางเอาเครื่องประดับเสื้อผ้าไปขายเอาเงินมาประเคนให้น้องชายตั้งเท่าไหร่!

"แก แก..." จางไฉ่เหอโกรธจนปากสั่น

เธอไม่อยากจะเชื่อว่ากวนโย่วซวงที่เคยเชื่อฟังทุกคำสั่ง จะกล้าพูดจาสามหาวกับเธอขนาดนี้

"แม่ ฉันหวังดีกับน้องนะ เด็กผู้ชายแม่จะประคบประหงมเกินไปไม่ได้ ต้องปล่อยให้เขาไปผจญภัยบ้าง โตไปถึงจะได้ดิบได้ดี"

กวนโย่วซวงดึงทิชชูมาแผ่นหนึ่งยื่นให้กวนรุ่ยเจี๋ย สีหน้าเรียบเฉย "อย่าเอะอะก็ร้องไห้ นายจะหวังพึ่งผู้ใหญ่ไปตลอดไม่ได้ ต้องหัดแก้ปัญหาด้วยตัวเองบ้าง"

"ยะ ยังไง?"

"วันหลังถ้าไอ้เฟิงเฟิงมันตี นายก็สวนกลับไป ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ นายต้องสวนกลับไปสุดแรง เข้าใจไหม"

"ตะ แต่ถ้าเขาสวนกลับมาล่ะ"

"นายก็ซัดต่อสิ ใช้มือไม่ไหวก็หาไม้หาก้อนหิน ฟาดจนกว่ามันจะไม่กล้าหือ"

"นี่แกสอนอะไรน้อง! ถ้าพลั้งมือตีลูกชาวบ้านบาดเจ็บขึ้นมา แกจะรับผิดชอบไหวเรอะ" จางไฉ่เหอแทรกขึ้นมาอย่างโมโห

"ไหวสิ ฉันรับผิดชอบเอง" กวนโย่วซวงล้วงกระเป๋าเสื้อ หยิบแบงก์ร้อยออกมาหนึ่งใบแล้วโบกไปมา "ฉันมีเงิน"

จางไฉ่เหอตาโตเท่าไข่ห่าน

ต้องรู้ก่อนว่า นอกจากสินสอด 500 หยวนที่ได้จากบ้านจ้าวแล้ว เงินเก็บทั้งบ้านตอนนี้รวมกันยังไม่ถึง 100 หยวนเลย

"แก แกไปเอาเงินเยอะแยะขนาดนี้มาจากไหน"

"แม่ไม่ต้องรู้หรอก ฉันจะแต่งงานแล้วก็ต้องเตรียมสินเดิมให้ตัวเองบ้างสิ เดี๋ยวแต่งไปบ้านกู้จะโดนเขาดูถูกเอา"

กวนโย่วซวงเว้นจังหวะนิดหนึ่ง "ไม่รู้ว่าแม่จะเตรียมอะไรให้เล่ยเล่ยบ้าง ฉันไม่ค่อยรู้ธรรมเนียม เดี๋ยวแม่เตรียมอะไรให้เล่ยเล่ย ฉันก็เอาแบบนั้นแหละ"

หน้าของจางไฉ่เหอเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด ยัยลูกคนโต ปกติปากหนักเหมือนเอาพิกุลทองมาอมไว้ วันนี้ทำไมฝีปากกล้าคมกริบขนาดนี้

เธอรีบไล่ลูกชายออกไป แล้วปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง "โย่วซวง ทำไมพูดกับแม่แบบนี้ล่ะ ผ้าห่มแม่ก็เตรียมไว้ให้แล้วไง แกกับเล่ยเล่ยได้คนละสองผืนเท่ากัน"

กวนโย่วซวงไม่รับมุก เปลี่ยนเรื่องทันที "จริงสิ พ่อยังไม่กลับมาอีกเหรอ น้าเขาว่ายังไงบ้าง"

"จะว่ายังไงได้ล่ะ ทางกู้ทางจ้าวเขาก็ตกลงกันหมดแล้ว สรุปว่าแกก็แอบดีใจเงียบ ๆ ไปเถอะ แต่แม่กับพ่อปรึกษากันแล้วว่าจะขอสินสอดทางบ้านกู้เพิ่มอีก 200 หยวน"

กวนโย่วซวงจำได้ว่าในนิยาย เพื่อให้ลูกรักอย่างกวนเล่ยสุขสบาย จางไฉ่เหอเรียกสินสอดจากบ้านกู้แค่ 800 หยวน แถมยังเจียดเงินมาซื้อของติดตัวให้ลูกสาวไปอีกสองร้อยกว่า ยังไม่รวมเงินก้นถุงอีก 50 หยวน

ส่วนทางบ้านจ้าว เรียกสินสอดไปเต็ม ๆ 1,000 หยวน ทำให้เจ้าของร่างเดิมพอแต่งเข้าไปก็โดนแม่ผัวค่อนขอดถากถางไม่เว้นวัน

"ทำไมล่ะ จะแห่ขันหมากกันอยู่แล้ว อยู่ ๆ ไปขอเพิ่มสินสอด เขาจะยอมเหรอ"

จางไฉ่เหอค้อนขวับ "ยังไม่ทันแต่งก็เข้าข้างคนอื่นแล้วเหรอ แกแรงเยอะ ทำงานเก่ง เพิ่มอีก 200 จะเป็นไรไป บ้านกู้เขาไม่ขาดทุนหรอก"

"แล้วบ้านจ้าวล่ะ"

"บ้านจ้าว..." จางไฉ่เหออึกอัก "ก็เหมือนกันแหละ แกจะถามเซ้าซี้ทำไม จริงสิ บอกแม่มาว่าเงินร้อยหยวนนั่นแกได้มาจากไหน จะแต่งงานอยู่แล้ว ให้แม่เก็บรักษาไว้ให้ดีกว่าไหม"

"ไม่เป็นไร ฉันเก็บเองได้"

"แต่แกจะพกเงินสดติดตัวไปบ้านกู้เนี่ยนะ?" จางไฉ่เหอร้อนรนจนตาแดง

จังหวะนั้นเอง กวนเล่ยก็หิ้วถุงพะรุงพะรังเดินหน้าบานกลับมา

"แม่ แม่ขา" ยังไม่ทันเข้าบ้านเสียงก็มาก่อนตัว

"เออ แม่อยู่ห้องโถงนี่"

พอกวนเล่ยเข้ามาก็โยนถุงทั้งหมดลงบนเตียงเตา ข้าวของวางเรียงรายกินพื้นที่ไปค่อนเตียง

เธอแกะถุงไปพลางพูดเสียงตื่นเต้นไปพลาง "แม่ ชุดแต่งงานหนูซื้อมาแล้วนะ แบบใหม่ล่าสุดในห้างเลย ตั้ง 22 หยวนแน่ะ แม่ดูสิ"

เธอค่อย ๆ บรรจงหยิบชุดกระโปรงจีนสีแดงสดออกมา ตรงอกเสื้อด้านขวาปักลายเป็ดแมนดารินคู่ ดูทันสมัยจริง ๆ

แต่เดี๋ยวนะ ทำไมชุดนี้มันดูคุ้นตาพิกล

กวนโย่วซวงพยายามนึก แล้วก็นึกออก

ในนิยาย วันที่เจ้าของร่างเดิมแต่งงาน จางไฉ่เหอไม่ได้เตรียมชุดแต่งงานไว้ให้ เธอเลยจำใจต้องใส่เสื้อกั๊กสีแดงเก่า ๆ สมัยแม่แต่งงานแทน

จ้าวหยางผู้ห่วงหน้าตายิ่งชีพพอรู้ข่าวก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง สั่งให้ขบวนรับตัวเจ้าสาวแวะซื้อชุดที่แพงที่สุดในร้านมาให้เดี๋ยวนั้นเลย ทำให้ฤกษ์รับตัวล่าช้าไปสองชั่วโมง

ต่อมาพอกวนโย่วซวงคลอดลูกชายฝาแฝด จางไฉ่เหอก็เคลมว่าเป็นเพราะสิริมงคลจากชุดนั้น แล้วมานั่งคร่ำครวญเสียดายทีหลังว่าน่าจะซื้อชุดนี้ให้ลูกรักอย่างกวนเล่ยใส่

"ต๊าย! สวยอะไรอย่างนี้ เนื้อผ้าดูปุ๊บก็รู้ว่าของดี" จางไฉ่เหอลูบคลำชุดไม่วางมือ ปากก็ชมเปาะ "ไหนลองใส่ให้แม่ดูหน่อยซิลูก"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - สินสอด

คัดลอกลิงก์แล้ว