เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 115 Masters in pouring tree

Chapter 115 Masters in pouring tree

Chapter 115 Masters in pouring tree


主人在浇树(求首订)

ที่งานชุมนุมกระบี่,บรรพชนชราฉิวเยว่ที่เห็นฉู่ถงก็เร่งรีบโค้งคำนับ“คารวะผู้ก่อตั้ง!”

“คารวะท่านฉู่ถง!”เหล่าประมุขตระกูล,บรรพชนชรา,ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ต่างก็แสดงความเคารพ.

ฉู่ถงที่จ้องมองไปยังทุกคน เอ่ยออกมาว่า“ลุกขึ้น,ดำเนินงานชุมนุมกระบี่ต่อไป.”จากนั้นเขาก็บินตัดอากาศกลับไปยังดินแดนบรรพชน.

หลังจากฉู่ถงไปแล้ว,ฉิวเยว่และทุกคนต่างก็ลุกขึ้น.

ผู้คนต่างพูดคุยกันเสียงเบา.

“ท่านฉู่ถงและเจ้าคนแซ่ลู่นั้น ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกัน? ไม่ใช่ว่าเป็นศิษย์ที่เขารับจากภายนอกหรอกนะ?”

“ท่านฉู่ถงไม่เคยรับศิษย์มาก่อน,แต่ก็อาจจะไม่แน่!”

เห็นฉู่ถงกลับมา,ผู้คนต่างก็คาดเดาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของฉู่ถงและลู่อี้ผิงอีกครั้ง.

ที่จริงตั้งแต่เมื่อวาน,ผู้คนมากมายต่างก็คาดเดาความสัมพันธ์ของฉู่ถงและลู่อี้ผิงมาโดยตลอด.

หลังจากนั้นซุนหงหยวนลุกขึ้น,ก้าวไปหาฉิวเยว่,เอ่ยออกมาว่า“ท่านฉิวเยว่,ท่านอู๋จินกั๋วถูกสังหาร,นิกายของพวกเราให้ที่พักพิงต่อลู่อี้ผิง,ตอนนี้ทุกกลุ่มอิทธิพลต่างก็กล่าวตำหนินิกายกระบี่กุยหยวนพวกเรา.”

“ข้าได้ยินมาว่า,เจ้าสำนักกระบี่ไท่ชิงโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก,แม้แต่ให้บรรพชนชราเจิ้งซ่างชิงถึงกับออกมาจากการปิดด่าน!”

“พวกเราให้ที่คุ้มภัยลู่อี้ผิง,ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย.”

ฉิวเยว่ที่จ้องมองซุนหงหยวนคราหนึ่ง.

เมื่อวาน,ซุนหงหยวนถูกวัวกระทิงมังกรเขาทองคำตบจนกลายเป็นหัวหมู,แม้ว่าจะอาการดีขึ้นแล้ว,ทว่าเขาก็รู้ว่าซุนหงหยวนนั้นคลั่งแค้นเป็นอย่างมาก.

เขาที่เอ่ยปากออกมาทันที“ข้าเข้าใจความหมายของเจ้าดี,ข้าเองก็คิดว่าการล่วงเกินสำนักกระบี่ไท่ชิงและนิกายฉินหัวเพื่อลู่อี้ผิงนั้นไม่คุ้มค่า,ทว่าด้วยตำแหน่งของข้ามันไม่มีน้ำหนัก,พูดไปมันก็ไม่มีความหมายอะไร.”

ซุนหงหยวนที่ดูลังเลเอ่ยออกมาว่า“ท่านและท่านกงอี้ฟ่านและอีกหลายคนที่รู้จักกันดี,หากว่าเกลี้ยกล่อมชักจูงกลุ่มพรรคพวกท่านกงอี้ฟ่าน,ให้พูดกับบรรพชนชราเฟิงเหวิน.”

“หากบรรพชนชราเฟิงเหวินเห็นด้วย,กล่าวเตือนผู้ก่อตั้ง,ผู้ก่อตั้งก็จะรู้จักแยกแยะได้เอง.”

ฉิวเยว่ครุ่นคิด,ก่อนจะเอ่ยออกมว่า“คืนนี้,ข้าจะพูดคุยกับพวกท่านกงอี้ฟ่าน.”

ทว่าในเวลานั้น,ฉู่ถงที่เข้ามาในดินแดนบรรพชนแล้ว.

เฟิงเหวินและบรรพชนชราคนอื่น ๆ ที่เร่งรีบมาทักทายฉู่ถง.

“คนล่ะ?”ฉู่ถงเอ่ยถามเฟิงเหวิน,น้ำเสียงที่ยากจะระงับไม่ให้สั่นได้.

เฟิงเหวินและคนอื่น ๆ ที่เห็นฉู่ถงตื่นเต้นดีใจ,ก็ตะลึงไปเหมือนกัน.

“ตอนนี้เขาอยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์.”เฟิงเหวินที่เร่งรีบเอ่ยตอบทันที.

โถงศักดิ์สิทธิ์,คือตำหนักที่ดีที่สุดในดินแดนบรรพชน.

หลังจากฉู่ถงให้คนก่อสร้างสถานที่ดังกล่าวขึ้นมา,เฟิงเหวินและคนอื่น ๆ ต่างก็แนะนำเชื่อหลายอย่าง,ทว่าฉู่ถงกับตั้งชื่อว่าโถงศักดิ์สิทธิ์.

เฟิงเหวินเอ่ยว่า ลู่อี้ผิงอยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์,ฉู่ถงก็ตื่นเต้นดีใจ,เร่งรีบบินไปยังโถงศักดิ์สิทธิ์ทันที.

เฟิงเหวินและบรรพชนคนอื่น ๆ ต่างก็ก้าวตามไป.

ผ่านไปไม่นาน,ฉู่ถงและคนอื่น ๆ ก็มาถึงโถงศักดิ์สิทธิ์.

ฉู่ถงที่มาถึงโถงศักดิ์สิทธิ์,สูดหายใจลึก,เพื่อระงับความตื่นเต้น,จากนั้นก็ก้าวเข้าไป.

เฟิงเหวินและคนอื่น ๆ ที่ก้าวตาม,ฉู่ถงห้ามเอาไว้,เอ่ยออกมาว่า“เฟิงเหวินมากับข้าก็พอแล้ว,พวกเจ้ารอข้าอยู่ด้านนอก.”

หลังจากนั้น,เขาก็นำเฟิงเหวินเข้าไปด้านใน.

เหล่าบรรพชนชราคนอื่น ๆ ที่เห็นท่าทางของท่านฉู่ถง,ก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและกันด้วยความงงงวย.

หลังจากเข้ามาในโถงศักดิ์สิทธิ์,ฉู่ถงที่ก้าวด้วยเสียงเบาที่สุด,ราวกับว่ากลัวจะรบกวนคนด้านใน.

เฟิงเหวินที่ตามฉู่ถงมา,ถึงกับตะลึง.

โถงศักดิ์สิทธิ์,มีพื้นที่สามส่วน.

ที่ด้านหน้าเป็นลานสวนสองชั้น,ขณะเขาก้าวมาถึงชั้นแรก,เห็นบุรุษที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อผมสีทอง,ยืนเฝ้าประตูอยู่ลานด้านนอก,แน่นอนว่านี่คือวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ.

ฉู่ถงที่เห็นวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,แขนขาที่สั่นไปมา,ก้าวไปด้านหน้า,โค้งคำนับด้วยความเคารพอย่างที่สุด“เด็กน้อยฉู่ถง,คารวะท่านเสี่ยวจิน!”

เฟิงเหวินที่ชงักคาดไม่ถึงแม้แต่น้อย,เห็นท่าทางโค้งคำนับ,เคารพและตื่นเต้นของฉู่ถง,เขาก็งงไปนานเหมือนกัน.

เด็กน้อยฉู่ถง?

ท่านเสี่ยวจิน?!

สมองของเขาที่หมุนกลิ้งไปมาแทบจะหลุดลอยออกจากศีรษะไปแล้ว.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเห็นท่าทางตื่นเต้นดีใจของฉู่ถง,ก็เผยยิ้มพราย.“เด็กน้อยฉู่ถง,ไม่พบกันหลายปี,ตอนนี้ดูดีขึ้น.”

ฉู่ถงได้ยินคำพูดดังกล่าว,ก็เผยยิ้ม.

เฟิงเหวินกล่าวได้ว่า ไม่เคยเห็นผู้ก่อตั้งเผยยิ้มดีใจขนาดนี้มาก่อน.

“ในอดีตได้ท่านเสี่ยวจินสั่งสอนทำให้ก้าวมาถึงตอนนี้ได้.”ฉู่ถงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ยกมือขึ้นตบบ่า,เอ่ยด้วยยิ้ม“หลายปีมานี้,ร่างกายของเจ้าดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งขึ้นมาก,ใช้ได้,ทว่าความแข็งแกร่ง,ยังเป็นไก่อ่อนอยู่.”

ในอดีต,เขาที่ตบไหล่ฉู่ถง,ฉู่ถงแทบทนไม่ไหว,เกือบจะแบนบี้เสียทุกครั้งไป.

เมื่อครั้งอยู่ในป่าศักดิ์สิทธิ์,ฉู่ถงได้รับการดูแลจากวัวกระทิงมังกรเป็นอย่างมากชนิดที่เรียกได้ว่า“หฤโหดทารุณทรกรรม”

อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึงความทรมานถูกเคี่ยวเข็ญในเวลานั้นเขากับรู้สึกสุดยอดเช่นกัน.

เรื่องที่เกิดขึ้น,ทำให้เขาจดจำได้ไม่ลืม.

แม้แต่หลายปีมานี้,เขายังปรารถนาที่จะกลับไปให้วัวกระทิงมังกรเขาทองคำข่มเหงอีกด้วย.

ได้ยินวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยว่าความแข็งแกร่งของฉู่ถงเป็นแค่ไก่อ่อน,เฟิงเหวินได้แต่กลืนน้ำลายคำโต.

หากผู้ก่อตั้งเป็นแค่ไก่อ่อน,แล้วข้าล่ะ? เป็นลูกเจี๊ยบอ่อนอย่างงั้นรึ? หลินซินปินและคนอื่น ๆ,ก็อ่อนด้อยยิ่งกว่าลูกเจี๊ยบอ่อนอ่อนอย่างงั้นรึ?

ฉู่ถงเผยยิ้มให้กับวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ“เด็กน้อยฉู่ถงหลายปีมานี้ไม่เคยลืมเรื่องที่ท่านเสี่ยวจินคอยสั่งสอน,ทำให้ร่างกายของข้าแข็งแกร่งขึ้นเช่นนี้.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม,เอ่ยออกมาว่า“ไปสิ,จูเหรินกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่.”

รดน้ำต้นไม้?

ฉู่ถงและเฟิงเหวินที่เต็มไปด้วยความสงสัย.

เป็นความจริง,ลู่อี้ผิงกำลังรดน้ำต้นไม้จริง ๆ.

เขาใช้วารีดาราฮุ่นตุ้นและพรวนดินลมหายใจเก้าสวรรค์เพื่อบำรุงเจี้ยนมู่.

เหมือนเช่นเมื่อวาน,เมื่อใช้วารีดาราฮุ่นต้นหนึ่งชาม,เจี้ยนมู่ก็เติบโตขึ้นมาอีกเล็กน้อย.

รวมจากเมื่อวานนี้,ดูเหมือนว่ามันจะมีขนาดสูงขึ้นอีกเล็กน้อย.

เจี้ยนมู่ที่แผ่ลมปราณปฐมกาลฮุ่นตุ้นออกมารอบ ๆ.

นอกจากนี้เจี้ยนมู่ยังแผ่รัศมีแสงสีทอง,แม้นว่าจะเป็นตอนกลางวัน,ทว่าก็ยังดูงดงามเป็นอย่างมาก.

ฉู่ถงและเฟิงเหวินทั้งสองที่ก้าวเข้ามา,เห็นลู่อี้ผิงกำลังรดน้ำด้วยวารีดาราฮุ่นตุ้น.

วารีดาราฮุ่นตุ้นภายใต้แสงแดดที่สาดส่องมันหักเหแสง ดูงามตา,ราวกับแสงดาราที่อยู่ในแดนฝัน.

เฟิงเหวินที่ก้าวเข้ามา,เห็นแสงดาราที่นวลลออ,ดวงตาแทบหลุดจากเบ้า,เอ่ยอุทาน“นั่นมันวารีดาราฮุ่นตุ้น?!”

“เป็นวารีดาราฮุ่นตุ้น?!”

เขาแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่กลุ่มอิทธิพลยักษ์ใหญ่มากมายในจิวเทียน เพื่อวารีดาราฮุ่นตุ้นไม่กี่หยดแทบจะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินแย่งชิงกัน

กับกลายเป็นว่าเวลานี้เป็นน้ำรดต้นไม้ของลู่อี้ผิงไปแล้ว!

นอกจากนี้ยังไม่ได้รดเพียงไม่กี่หยกอีกด้วย!

ต้นไม้!

สายตาของเขาที่จ้องมองเจี้ยนมู่,เห็นลมปราณปฐมกาลฮุ่นตุ้นที่หมุนวนกระจายอยู่รอบ ๆ และแผ่แสงสีทองนวลตา

นี่มันต้นไม้อะไรกัน?

ในโลกนี้ หากว่าต้นไม้ต้นนี้เติบโตแล้วปล่อยปราณปฐมกาลฮุ่นตุ้นที่สมบูรณ์ออกมาได้เช่นนี้,เมื่อได้ดูดซับจะน่าตื่นตะลึงขนาดใหน,กล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งเมื่อบำเพ็ญใต้ต้นไม้ดังกล่าวจะต้องเติบโตโผทะยานราวกับโผบินอย่างแน่นอน.

จบบทที่ Chapter 115 Masters in pouring tree

คัดลอกลิงก์แล้ว