เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 114: Chu Tong hurries back

Chapter 114: Chu Tong hurries back

Chapter 114: Chu Tong hurries back


楚通赶回

***แก้ไขตอนที่ 95 ครับ ฉู่ถงเป็นศิษย์ หลังจากนักบุญปิศาจ.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่จ้องมองต้นอ่อนที่โผล่ออกมาจากท่อนไม้,ไม่อาจยืนยันได้จึงเอ่ยออกมาว่า“เป็นไปได้ว่านี่คือ?!”

“เจี้ยนมู่!”ลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาเล็กน้อย.

นับตั้งแต่กำเนิดสวรรค์และปฐพี,มีพฤกษาเทพเจ้าอยู่ด้วยกันสี่ต้น.

หนึ่งโหรวมู่ สองสวินมู่ สามฟู่ซ่างและสี่คือเจี้ยนมู่.

เจี้ยนมู่,คือหนึ่งในสี่ต้นไม้เทพเจ้าที่ลึกล้ำที่สุดในเทพเจ้าพฤกษาทั้งสี่.

ตามบันทึกโบราณ,กล่าวว่าเจี้ยนมู่คือสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างอาณาจักรสวรรค์และอาณาจักรมนุษย์.

เมื่อครั้งยุคปฐมกาล,เหล่าเทพเจ้าใช้เจี้ยนมู่ในเดินทางติดต่อกันระหว่างอาณาจักรสวรรค์และอาณาจักรต่าง ๆ.

อย่างไรก็ตามหลังจากมาถึงยุคปรัมปราแล้ว,เจี้ยนมู่ก็ถูกจักรพรรดิสวรรค์ตัดไป,ทำให้ช่องทางระหว่างอาณาจักรสวรรค์และอาณาจักรต่าง ๆ ถูกตัดขาด.

หลังจากนั้น,เหล่ายอดฝีมือต้องการขึ้นสู่อาณาจักรสวรรค์,จะต้องการเป็นเทพและต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์ก่อนด้วย

ทว่าคนของอาณาจักรสวรรค์นั้น,ไม่อาจลงสู่อาณาจักรมนุษย์ได้อีกต่อไป.

“ไม่คิดเลยว่าท่อนไม้แห้งนั้นจะเป็นเจี้ยนมู่!”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยความตื่นเต้นออกมา“หากเจี้ยนมู่เติบโต,หลังจากนี้พวกเราก็จะสามารถเดินทางไปยังทุกอาณาจักรได้เลยอย่างงั้นรึ?”

ตอนนี้เส้นทางไปยังอาณาจักรต่าง ๆ ถูกตัดขาด,การจะเดินทางไปยังอาณาจักรต่าง ๆจึงเป็นเรื่องยากมาก.

อย่างไรก็ตามหากว่ามีเจี้ยนมู่,พวกเขาต้องการไปยังอาณาจักรอสูร,ต้องการไปยังอาณาจักรอรหันต์,หรืออาณาจักรเซียน ก็จะสามารถเดินทางได้อย่างง่ายดาย.

ในจักรวาลนั้นมีดินแดนอาณาจักรมากมาย,พวกเขาต้องการไปใหนก็ได้.

ลู่อี้ผิงที่ส่ายหน้าไปมา“ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปี,เจี้ยนมู่ถึงจะเติบโต,ในอดีตเจี้ยนมู่ที่กำเนิดมาพร้อมกับสวรรค์และปฐพี,เชื่อมต่ออาณาจักรมนุษย์,และอาณาจักรเทพไม่รู้ว่าสูงเท่าไหร่,ทว่าตอนนี้เป็นเพียงแค่ต้นอ่อนเล็ก ๆ เท่านั้น!”

เวลานี้เจี้ยนมู่เป็นเพียงต้นอ่อน,มีขนาดสูงเท่าฝ่ามือเท่านั้น.

วัวกระทิงมังกรเอ่ย“ไม่รู้ว่าวารีดาราฮุ่นตุ้นจะทำให้เจี้ยนมู่โตเร็วหรือไม่?”

ลู่อี้ผิงที่นำวารีดาราฮุ่นตุ้น,พร้อมกับหยดลงบนต้นอ่อนสองสามหยด.

เจี้ยนมู่ที่แผ่แสง,แผ่ลมปราณฮุ่นตุ้นที่หนาแน่นออกมาทันที.

อย่างไรก็ตาม,ขนาดของมันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด.

ลู่อี้ผิงที่นำขวดหยก,พร้อมเทใส่ชามแล้วรดลงไปบนเจี้ยนมู่.

ท้ายที่สุด,เจี้ยนมู่ก็เติบโตขึ้นมาอีกเล็กน้อย.

“มารดาเถอะ,มันช่างล้างผลาญจริง ๆ.”วังกระทิงมังกรเขาทองคำที่เบ้ปาก.

ทรายดาราฮุ่นต้นหนึ่งเม็ดราคาหนึ่งล้านศิลาวิญญาณเกรดสวรรค์,ส่วนวารีดาราฮุ่นตุ้นเองก็มีมูลค่ามากกว่าทรายดาราสวรรค์ด้วยซ้ำ,หนึ่งหยดมีราคามหาศาล,ตอนนี้ได้ใช้รดเจี้ยนมู่หนึ่งชาม,กับโตขึ้นมาเพียงแค่นิดเดียว.

ลู่อี้ผิงที่พูดไม่ออกเช่นกัน,ไม่ค่อยยินดีเท่าใดนัก,แม้นว่าจะไม่เติบโตขึ้นอย่างเร็วไว,ทว่าก็ทำให้มันเติบโตขึ้นเล็กน้อย.

“แม้แต่จักรพรรดิสวรรค์จะกำเนิดขึ้นมาใหม่,ใช้ของสมบัติของศาลสวรรค์ทั้งหมด,ต้องการให้เจี้ยนมู่เติบโตใช้งานได้,เกรงว่าคงจะยาก.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย.

ลู่อี้ผิงเองที่รดน้ำด้วยวารีดาราฮุ่นตุ้นอีกชาม ทำให้มันเติบโตขึ้นมาอีกเล็กน้อย ทว่าหลังจากรดลงไปอีกชามก็ต้องหยุดลง.

ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด.

“ดูเหมือนว่า,เจี้ยนมู่จะดูดซับได้เพียงแค่สองชามวารีดาราฮุ่นตุ้น,หากมากกว่านี้ก็ไร้ประโยชน์.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

เขาที่เก็บมันลงไปในหม้อจักรวาล,ตัดสินใจที่จะลองอีกครั้งพรุ่งนี้.

แม้นว่าจะทำให้เจี้ยนมู่เติบโตนั้นยากเป็นอย่างมาก,ทว่าขอเพียงแค่รดมันด้วยวารีดาราฮุ่นตุ้น,ลู่อี้ผิงก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งเจี้ยนมุ่จะกลับมายิ่งใหญ่ตั้งต้นที่สง่างามเช่นในยุคปรัมปรา.

เจี้ยนมู่,ไม่ใช่แค่เป็นหนึ่งในพฤกษาเทพเจ้า,สามารถทำให้ผู้คนเดินทางไปยังอาณาจักรอื่น ๆ ได้ง่ายแล้ว,ใบและดอกของเจี้ยนมูเองก็ไม่ธรรมดา

ใบเจี้ยนมู่,สามารถนำมาหลอมเป็นเม็ดยาเทวะปฐมกาลฮุ่นตุ้นได้,และยังหลอมเม็ดยาเปิดสวรรค์ระดับเทวะได้ด้วย!

ส่วนดอกของเจี้ยนมู่ยังสามารถหลอมยาอายุวัฒนะได้หลายอย่าง.

แน่นอน,ที่ล้ำค่าที่สุดคงจะเป็นผลของเจี้ยนมู่.

ในตำนานกล่าวว่า,ผลของเจี้ยนมู่นั้น,มีประโยชน์มากมาย,สามารถที่จะบ่มเพาะเผ่าเทพได้,ซึ่งเมื่อมันเติบโตแล้วจะกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะระดับปฐมกาลฮุ่นตุ้น,นอกจากนี้ยังสามารถที่จะนำมาบ่มเพาะกายาเทวะฮุ่นตุ้นได้ด้วย.

กล่าวกันว่าหากนำมาใช่บ่มเพาะกายา,จะทำให้กายเทพนั้นยกระดับไปยังดินแดนที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก.

สวีเฉี่ยยหยินนิกายฉินหัว,หลังจากนางนำเหออี้ออกจากนิกายกระบี่กุยหยวนแล้ว,นางก็เอ่ยอย่างเคร่งขรึม”ไม่คาดคิดเลยว่าวิถีกู่ฉินของลู่อี้ผิงจะสูงขนาดนี้.

“ก่อนหน้านี้ข้าเป็นแค่กบที่แหงนมองท้องฟ้าในก้นบ่อเท่านั้น.”

เหออี้แค่นเสียง“ข้าคิดว่าเจ้าคนแซ่ลู่นั้น,วางท่าทำเป็นลึกลับต่างหาก,จักรพรรดิกู่ฉิน,บรรพชนกู่ฉินแค่เรื่องไร้สาระ,ช่างน่าหัวเราะจริง ๆ.”

“บางทีเสียงจากกู่ฉินมังกรทมิฬนั้น,เป็นฝีมือของจิตวิญญาณราชามังกรทมิฬ,ไม่ใช่ฝีมือของลู่อี้ผิง,ท่านไม่ได้แพ้ต่อลู่อี้ผิงสักหน่อย! ลู่อี้ผิงช่างหน้าด้านไร้ยางอาย,แย่งชิงจักรวาลบนผืนหิมะไป,ข้ารู้สึกโกรธเกรี้ยวแทบบ้า!”

สวีเฉี่ยวหยินที่ดูลังเลเอ่ยออกมาว่า“จักรวาลบนผืนหิมะ,แน่นอนว่าพวกเราจะต้องนำมันกลับ!”

หากเป็นกู่ฉินตัวอื่น,เมื่อพ่ายแพ้แล้วนางก็พอยอมทำใจได้,ทว่าจักรวาลบนผืนหิมะนั้นคือกู่ฉินของเจ้าวังกู่ฉินศักดิ์สิทธิ์,มันมีความพิเศษมากกว่ากู่ฉินเครื่องอื่น ๆ.

“ความหมายของศิษย์พี่คือ?”เหออี้เอ่ยถาม.

“พวกเราต้องกลับไปรายงานอาจารย์,ให้อาจารย์ขอให้บรรพชนเทพกู่ฉินออกมาจากการปิดด่าน!”สวีเฉี่ยวหยินเอ่ย“เมื่อบรรพชนเทพกู่ฉินออกมา,แม้แต่ฉู่ถงก็คงไม่กล้าคุ้มครองเขา.”

“ในเวลานั้น,เจ้าคนแซ่ลู่ยังจะไม่กล้าส่งกู่ฉินจักรวาลบนผืนหิมะคืนกลับมาอีกรึ?!”

สวีเฉี่ยวหยินที่คิดถึงทำนองเสียงของกู่ฉินมังกรทมิฬ,ใบหน้าของนางก็สั่นไปมาทันที,เสียงดังกล่าวนั้นมันเย็นยะเยือบน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก.

เหออี้ที่เผยยิ้มอย่างมีความสุข,“บรรพชนชราเทพกู่ฉิน,หากออกจากปิด่าน,จะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก!”

“ในเวลานั้น,เมื่อบรรพชนชราเทพกู่ฉินออกมา,ไม่เพียงแค่จักรวาลบนผืนหิมะที่ได้กลับคืนมา,พวกเรายังทำให้เจ้าคนแซ่อลู่ต้องคุกเข่าคำนับให้กับศิษย์พี่หญิงด้วย!”

เทพกู่ฉิน!

หนึ่งในตัวตนยุคโบราณที่สุดของจิวเทียน,ผู้ที่อาวุโสยิ่งกว่าฉู่ถง,ยอดฝีมือยุคเดียวกับนักบุญปิศาจ,ผู้ก้าวไปบนวิถีกู่ฉิน,ในยุคของนักบุญปิศาจเป็นอันดับหนึ่งในจิวเทียน,เขาก็ได้รับฉายาเทพกู่ฉินแล้ว.

ผ่านมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว,เกรงว่าวิถีกู่ฉินของเขาได้ก้าวสู่ระดับที่เกินจินตนาการแล้ว.

สวีเฉี่ยวหยินเอ่ย,พร้อมกับนำยันต์สื่อสารออกมา,พร้อมกับส่งข่าวเรื่องกู่ฉินจักรวาลในผืนหิมะให้กับอาจารย์ของนาง,ซึ่งอาจารย์ของนางก็คือเจ้านิกายกู่ฉิน เฉิงไป๋นั่นเอง.

เฉิงไป๋ที่ลังเลอยู่ชั่วครู่,จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในดินแดนบรรพชน,เมื่อมาถึงส่วนลึกสุดของดินแดนบรรพชน,สถานที่ปิดด่านของเทพกู่ฉิน.

“เฉิงไป่น้อมพบบรรพชนชราเทพกู่ฉิน.”เฉิงไป่คุกเข่า,พร้อมกับโขลกศีรษะคำนับด้วยความเคารพ.

“มีเรื่องอันใดถึงได้มารบกวนข้า?”เสียงที่แหบเครือดังขึ้น,ดูผันผวนสั่นส่ายไปมา เห็นเป็นภาพลวงตา.

เฉิงไป๋ไม่คิดที่จะปกปิด,เอ่ยออกมาว่า“หากเป็นเรื่องอื่น,เฉิงไป่ไม่กล้ารบกวนบรรพชนชราเทพกู่ฉิน,ทว่ากู่ฉินจักรวาลบนผืนหิมะถูกคนอื่นชิงไป,เฉิงไป๋ไม่มีทางเลือกอื่น,ต้องมารายงานท่าน.”

“อะไรนะ,จักรวาลบนผืนหิมะถูกคนช่วงชิงไป!”เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว,ดังกึกก้อง,ก่อนที่ประตูตำหนักจะเปิดออก,เฉิงไป๋ที่เห็นชายชราผู้หนึ่งก้าวออกมา,ชายชราที่ผอมแห้ง,จมูกเหมือนนกอินทรี,ดวงตาเคร่งขรึม.

ชายชราผู้นี้ก็คือฟู่เฉา,เทพกู่ฉินนั่นเอง!

“เป็นฝีมือใคร?”ฟู่เฉาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

“เขามีนามว่าลู่อี้ผิง.”เฉิงไป๋เอ่ย“คนผู้นี้ตอนนี้เข้าไปในดินแดนบรรพชนนิกายกระบี่กุยหยวน,ดูเหมือนว่าจะเป็นคนรู้จักของผู้ก่อตั้งนิกายกระบี่กุยหยวนฉู่ถง.”

ฟู่เฉาแค่นเสียง“เพียงแค่นิกายกุยหยวนอันกระจ้อยร่อย,ไปกินหัวใจหมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน,กล้าช่วงชิงกู่ฉินจักรวาลบนผืนหิมะของข้า!”จากนั้นเขาก็ก้าวออกไปร่างกายหายไปในทันที“ข้าจะไปยังนิกายกระบี่กุยหยวน,แล้วจะรีบกลับมา.”

ผ่านไปหนึ่งวัน.

เช้าวันถัดมา.

งามชุมนุมกระบี่ยังคงดำเนินไปตามแผนการ,บนยอดเขานิกายกระบี่กุยหยวน,ผู้คนมากมายยังคงเดินทางมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก.

ขณะที่งานชุมนุมนิกายกระบี่กำลังจะเริ่ม,ก็ปรากฏเงาร่างของใครบางคนที่บินมาด้วยความเร็วสูงตัดห้วงอากาศ ปรากฏขึ้นที่บนท้องฟ้าของนิกายกระบี่กุยหยวนในทันที.

ศิษย์นิกายกระบี่กุยหยวนที่เงยหน้าขึ้นมองต่างก็ตกใจไปตาม ๆ กัน,เมื่อได้สติก็เร่งรีบแสดงความเคารพ.

คนที่มานั้น,ก็คือบรรพชนผู้ก่อตั้งที่เร่งรีบเดินทางมาจากดินแดนไท่สวี,ฉู่ถงนั่นเอง.

จบบทที่ Chapter 114: Chu Tong hurries back

คัดลอกลิงก์แล้ว