- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 38 - ยอดนักชง
บทที่ 38 - ยอดนักชง
บทที่ 38 - ยอดนักชง
บทที่ 38 - ยอดนักชง
"ทำไมคุณต้องโกหกด้วย?"
เฉินหลินขมวดคิ้วมุ่น ถามสวนขึ้นมาทันที
เซียวคุนกับป้าจูเข้าใจผิดก็เรื่องหนึ่ง แต่ซูเยว่ที่เป็นคนนอก จู่ ๆ มาสวมรอยเป็นแฟนเขาแบบนี้ มันชักจะกันไปใหญ่
ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้ป้าจูฟัง ตั้งแต่เรื่องเจอกันที่ตลาดของเก่า การช่วยเลือกของ ไปจนถึงที่มาของเงินก้อนโตที่ได้มา
ซูเยว่นั่งบิดตัวไปมาด้วยความอึดอัด แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
อุตส่าห์หวังดีอยากช่วยเล่นละครตบตาให้ ที่ไหนได้ ดันโดนเขาหักหน้ากลางวงเสียอย่างนั้น นี่เขาไม่พอใจหรือรังเกียจเธอกันแน่นะ
หรือเธอแสดงไม่เนียน? หรือเธอไม่คู่ควรกับการเป็นแฟนปลอม ๆ ของเขา?
ป้าจูฟังความจริงจบก็ถึงบางอ้อ หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี "โธ่เอ๊ย แม่ก็หลงดีใจเก้อ"
"หนูซูเยว่นี่ช่างเป็นคนจิตใจดีจริง ๆ อุตส่าห์ยอมเสียเปรียบช่วยเจ้าลูกชายทึ่มของแม่ โกหกเพื่อช่วยรักษาน้ำใจคนอื่นแบบนี้ หายากนะสมัยนี้"
คำชมของป้าจูทำให้ซูเยว่ค่อยเงยหน้าขึ้นมาได้บ้าง หน้าที่แดงก่ำเริ่มจางลง
เฉินหลินเห็นเจตนาดีของหญิงสาว สีหน้าจึงผ่อนคลายลง "ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่คราวหลังไม่ต้องทำแบบนี้อีก"
"ว่าแต่คุณถ่อมาถึงนี่ มีธุระอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า"
ซูเยว่ได้ช่องจึงรีบเข้าประเด็น "คือว่า... ฉันอยากเชิญคุณไปร่วมงานวันเกิดคุณปู่ของฉันน่ะค่ะ"
"ฉันเตรียมของขวัญเป็นแท่นฝนหมึกที่คุณช่วยดูให้วันนั้น แต่ฉันไม่มีความรู้เรื่องของเก่าเลย กลัวว่าตอนมอบของขวัญ ถ้าคุณปู่หรือแขกในงานถามรายละเอียด ฉันจะตอบไม่ได้แล้วจะขายหน้าเขา"
"ในงานคนเยอะมาก ญาติพี่น้องเขี้ยวลากดินทั้งนั้น ฉันไม่อยากพลาด..."
"คุณเป็นคนเจอของชิ้นนี้ ไม่มีใครรู้ลึกรู้จริงเท่าคุณอีกแล้ว ฉันเลยอยากรบกวนให้คุณไปช่วยอธิบายให้หน่อย... ได้ไหมคะ"
เฉินหลินกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เพราะเขาไม่ชอบงานสังคมวุ่นวาย และไม่อยากไปยุ่งเรื่องภายในของครอบครัวคนอื่น
แต่ป้าจูชิงตัดหน้าตอบตกลงแทนเสร็จสรรพ
"โอ๊ย เรื่องแค่นี้เอง สบายมากจ้ะ แม่รับปากแทนให้เลย!"
"เสี่ยวหลิน หนูซูเยว่เขามีน้ำใจขับรถเอาโทรศัพท์มาคืน แถมยังอุตส่าห์หวังดีกับเราเมื่อกี้ อีกอย่างการกตัญญูกับผู้หลักผู้ใหญ่เป็นเรื่องดี เอ็งต้องไปช่วยเขานะ เข้าใจไหม!"
ป้าจูมองเกมขาด
ถึงสองคนนี้จะยังไม่ใช่แฟนกัน แต่เธอดูออกว่าแม่หนูคนนี้มีใจให้ลูกชายเธอแน่ ๆ ไม่งั้นสาวรวย ๆ ที่ไหนจะยอมถ่อมาถึงร้านของเก่าโทรม ๆ แถมยังยอมเปลืองตัวโกหกว่าเป็นแฟน
โอกาสทองลอยมาถึงหน้าประตูบ้านขนาดนี้ คนเป็นแม่ก็ต้องทำหน้าที่ "ป๋าดัน" ช่วยชงให้เข้ม ๆ หน่อย
ถ้ารอให้เฉินหลินตัดสินใจเอง ชาตินี้คงไม่ได้สะใภ้ เพราะลูกชายเธอเป็นประเภทไร้มนุษยสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า
"แต่แม่ครับ..."
"ไม่มีแต่! แม่รับปากน้องเขาไปแล้ว ลูกผู้ชายพูดแล้วคืนคำไม่ได้!" ป้าจูยื่นคำขาด
เฉินหลินถอนหายใจ คนในโลกนี้มีไม่กี่คนที่เขายอมลงให้ และป้าจูก็คือเบอร์หนึ่งในนั้น
"ก็ได้ครับ"
ซูเยว่ยิ้มกว้างจนตาหยี "ขอบคุณค่ะ! ขอบคุณคุณป้ามาก ๆ เลยนะคะ!"
"เดี๋ยวฉันส่งวันเวลาและสถานที่ให้นะคะ"
"วันงานฉันจะขับรถมารับคุณเองค่ะ"
"ไม่ต้อง" เฉินหลินตอบห้วน ๆ
ติ๊ง!
เสียงข้อความเข้าดังขึ้น เฉินหลินหยิบมือถือรุ่นคุณปู่ขึ้นมาดู เห็นชื่อซูเยว่เมมเบอร์ตัวเองลงเครื่องเขาเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
"ได้รับข้อความแล้ว"
"ไม่ต้องมารับ ผมรับปากแล้วว่าจะไป ก็ต้องไปเองได้"
"มีธุระอื่นอีกไหม ถ้าไม่มี พวกเราจะกินข้าวกันแล้ว"
น้ำเสียงตัดบทแบบไร้เยื่อใยทำเอาซูเยว่หน้าเจื่อน
"มะ... ไม่มีแล้วค่ะ แค่นี้แหละค่ะ"
"งั้นฉัน... ขอตัวกลับก่อนนะคะ"
"ลาก่อนค่ะคุณป้า ลาก่อนค่ะทุกคน"
หญิงสาวลุกขึ้นบอกลาด้วยความเกรงใจ รู้สึกเหมือนโดนไล่ทางอ้อม
เฉินหลินเดินไปส่งเธอที่หน้าประตู พอเดินกลับเข้ามาก็โดนป้าจูบ่นชุดใหญ่
"เจ้าลูกคนนี้นี่! ทำไมถึงไปไล่น้องเขาแบบนั้น เสียมารยาทจริง ๆ"
"แค่ข้าวเพิ่มอีกจาน บ้านเราจะล่มจมหรือไงฮะ ชวนเขากินด้วยกันสิ"
"เราไม่สนิทกัน กินไปก็อึดอัดเปล่า ๆ" เฉินหลินตอบหน้าตาย
"เฮ้อ... แกนี่มันทึ่มจริง ๆ เล้ย!"
"จำไว้นะ คราวหน้าถ้าเจอกันอีก ต้องพูดจาดี ๆ กับเขา เข้าใจไหม"
ป้าจูส่ายหน้าอย่างระอาใจ แต่มุมปากกลับอมยิ้ม "แม่ว่านะ แม่หนูคนนี้ใช้ได้เลย ถ้าลองคบกันดูจริง ๆ น่าจะเข้าท่า..."
"วันงานก็แต่งตัวให้มันหล่อ ๆ ดูแลเทคแคร์น้องเขาดี ๆ ล่ะ"
เฉินหลินถอนหายใจยาวเหยียด ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเรื่องนี้อีก
จังหวะนั้นเอง หลี่โย่วรูก็ถือถาดน้ำชาเดินเข้ามา "พี่หลิน... พี่สามให้มาตามไปหน้าร้านหน่อยจ้ะ"
"มีอะไร"
"มีลูกค้าคนแก่มาดูของ พี่สามแกกำลังต่อเศษกระเบื้องให้เขาดู แต่ไม่รู้จะตีราคายังไง"
"อืม เดี๋ยวไปดูให้"
เฉินหลินรับคำแล้วลุกเดินออกไป ทิ้งความวุ่นวายใจไว้เบื้องหลัง
หลี่โย่วรูมองตามหลังพี่ชาย แล้วหันกลับมาถามป้าจูเสียงอ่อย "ป้าจู... ผู้หญิงคนเมื่อกี้ กลับไปแล้วเหรอจ๊ะ"
"กลับไปแล้วล่ะ... เสียดายจริง ๆ เจ้าหลินนี่มันท่อนไม้ชัด ๆ ผู้หญิงเขาอุตส่าห์ทอดสะพานให้ขนาดนี้ยังมองไม่ออก"
"แต่ว่า... บางทีพี่หลินอาจจะไม่ได้ชอบสไตล์นี้ก็ได้นะจ๊ะ" หลี่โย่วรูแย้งเบา ๆ
ป้าจูหรี่ตามอง "แล้วพี่เอ็งเขาชอบสไตล์ไหนล่ะ หือ?"
"นะ... หนูจะไปรู้ได้ไงล่ะ"
หลี่โย่วรูหน้าแดง รีบเฉไฉ "กับข้าวเสร็จแล้ว เดี๋ยวหนูไปปลุกพี่หลี่กับคนอื่น ๆ มากินข้าวดีกว่า..."
พูดจบก็รีบวิ่งหนีเข้าครัวไป
...
หน้าร้านของเก่า
ชายชราคนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาพิจารณาเศษกระเบื้องแตก ๆ บนเคาน์เตอร์ โดยมีเซียวคุนยืนประกบอยู่ข้าง ๆ หัวชนกัน
"ดูตรงนี้สิ ลายมันต่อกันได้เป๊ะเลย เห็นไหม" ชายชราชี้ชวนให้ดู
เซียวคุนพยักหน้าหงึกหงัก "โห จริงด้วยคุณปู่ ตาถึงมากเลยครับ"
"ผมงมหาทั้งวันเจอแค่ไม่กี่ชิ้น ปู่มาแป๊บเดียวต่อได้เป็นรูปเป็นร่างเลย"
ชายชรายืดอกอย่างภาคภูมิใจ "ฮ่า ๆๆ แน่นอนสิไอ้หนู ข้ากินเกลือมามากกว่าที่เอ็งกินข้าวซะอีก ประสบการณ์มันต่างกัน"
"ว่าแต่เมื่อไหร่พี่ชายเอ็งจะออกมาซะที ข้ารอจนรากงอกแล้วเนี่ย"
"ใจเย็นสิปู่..." เซียวคุนตอบโดยไม่เงยหน้า "พี่ผมกำลังสวีทกับว่าที่ซ้ออยู่ ข้าวใหม่ปลามันก็เงี้ย คุยกันลืมวันลืมคืน"
"ปู่ถือว่ามานั่งเล่นตากแอร์ละกัน ผมคุยเป็นเพื่อนแก้เหงาเอง"
"ถ้าพี่ผมไม่ว่างจริง ๆ เดี๋ยวผมลงคิวจองให้ ปู่ค่อยมาใหม่พรุ่งนี้ก็ได้"
ด้วยวาทศิลป์ของพ่อค้า เซียวคุนตะล่อมคุยกับลูกค้าอย่างลื่นไหลไม่ให้เสียบรรยากาศ
ชายชราหัวเราะชอบใจ "ไอ้หนูนี่มันลิ้นสาริกาจริง ๆ มาซื้อของเก่าร้านกระจอก ๆ ยังต้องจองคิวอีกเรอะ"
"ร้านผมไม่กระจอกนะปู่!" เซียวคุนยืดอกคุยโว "นี่คือร้านแบบคมในฝัก ภายนอกดูโทรม ๆ แต่ข้างในซ่อนมังกรหมอบพยัคฆ์ซุ่มนะจะบอกให้!"
"รู้ไหมว่าร้านเรามีสมบัติระดับชาติซ่อนอยู่ด้วยนะ!"
ชายชราทำตาโตแกล้งตื่นเต้น "โอ้โฮ! โม้หรือเปล่า สมบัติชาติเชียวนะ"
"ของจริงสิปู่! สมบัตินั้นก็คือ..."
"อะแฮ่ม!"
เสียงกระแอมดังก้องขัดจังหวะการฝอยของเซียวคุน
เฉินหลินก้าวเข้ามายืนขวางบทสนทนา ขืนปล่อยให้เจ้าน้องชายปากโป้งพล่ามต่อ ความลับเรื่อง "สมบัติ" คงรั่วไหลไปถึงหูคนทั้งบางแน่
[จบแล้ว]