- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 37 - เราเพิ่งคบกันได้ไม่กี่วันเองค่ะ
บทที่ 37 - เราเพิ่งคบกันได้ไม่กี่วันเองค่ะ
บทที่ 37 - เราเพิ่งคบกันได้ไม่กี่วันเองค่ะ
บทที่ 37 - เราเพิ่งคบกันได้ไม่กี่วันเองค่ะ
เฉินหลินและน้อง ๆ เพิ่งจะพาป้าจูกลับมาถึงบ้าน จัดแจงที่หลับที่นอนให้เรียบร้อย
เมื่อได้ยินเซียวคุนตะโกนบอกว่าเจอโทรศัพท์แล้ว เฉินหลินก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย โทรศัพท์รุ่นพระเจ้าเหาแบบนั้นคนเก็บได้ส่วนใหญ่มักจะโยนทิ้ง ไม่คิดว่าจะยังมีคนเก็บไว้แล้วติดต่อกลับมา
"ใครโทรมา?"
"ไม่รู้อะ เป็นผู้หญิง ใช้นัมเบอร์เก่าของพี่โทรมา รู้ชื่อพี่ด้วย แถมยังถามว่าเป็นแฟนพี่รึเปล่า สงสัยจะเป็นกิ๊กพี่แหง ๆ"
เซียวคุนฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ได้ยินแค่ชื่อเฉินหลินกับคำว่าแฟน ก็ทึกทักเอาเองว่าเป็นสาวในสต็อกของพี่ชาย
ทางฝั่งซูเยว่ที่ถือสายอยู่ถึงกับอึ้งกิมกี่ อะไรกันเนี่ย อีตานี่พูดเองเออเอง เปลี่ยนสถานะเธอจากคนเก็บมือถือให้กลายเป็นกิ๊กเฉินหลินหน้าตาเฉย
กำลังจะอ้าปากแก้ตัว ปลายสายก็เปลี่ยนคนพูด เป็นเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคย
"นั่นใคร?"
เฉินหลินถามสั้น ๆ เพื่อความแน่ใจ
ในเมื่ออีกฝ่ายรู้ชื่อเขา ก็คงไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน ตั้งแต่ข้ามภพมา เขาก็เพิ่งทำมือถือหายไปเครื่องเดียว และก่อนหายก็ได้เจอกับผู้หญิงแค่คนเดียว... ซูเยว่
"อ๊ะ... สวัสดีค่ะคุณเฉิน ฉันซูเยว่เองค่ะ!"
"คนที่วานให้คุณช่วยเลือกของที่ตลาดของเก่าวันก่อน จำได้ไหมคะ"
"จำได้" เฉินหลินตอบเสียงเรียบ
เมื่อยืนยันตัวตนได้ เขาก็พอจะเดาออกแล้วว่ามือถือหายไปตอนไหน
"ขอโทษด้วยที่ทำมือถือตกไว้ในรถคุณ คุณอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมไปรับคืน"
ถึงจะเป็นมือถือเก่าคร่ำครึที่เขาไม่คิดจะใช้อีกแล้ว แต่เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะฝากขยะไว้ที่คนอื่น
อีกอย่าง เบอร์นี้ลงทะเบียนด้วยชื่อของเกาจื้อเฉิง เฉินหลินไม่อยากข้องเกี่ยวกับอดีตเพื่อนทรยศคนนี้อีก ตั้งใจว่าจะไปยกเลิกเบอร์ทิ้ง หรือไม่ก็หาโอกาสเอาไปคืนเจ้าตัวให้จบเรื่องจบราว
ซูเยว่รีบตอบกลับ "ไม่เป็นไรค่ะ วันนั้นเรื่องมันวุ่นวาย ลืมของกันได้เป็นเรื่องปกติ"
"คุณพักอยู่ที่ไหนคะ"
"เดี๋ยวฉันขับรถเอาไปให้เอง วันนี้ฉันว่างพอดี สะดวกมากค่ะ"
ยังไม่ทันที่เฉินหลินจะตอบรับหรือปฏิเสธ เซียวคุนจอมแสบที่แอบเอาหูแนบโทรศัพท์อยู่ข้าง ๆ ก็แหกปากตะโกนแทรกเข้ามา
"มาเลยครับเจ๊! พวกเราอยู่ถนนหวงไห่ เลขที่ 577 ร้านของเก่าเซียวเฉิน! มาถูกไหมครับ!"
เฉินหลินหันขวับไปถลึงตาใส่น้องชายตัวแสบ
แต่สายไปเสียแล้ว ซูเยว่ได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้ง เมื่อรู้ที่อยู่ของชายหนุ่ม เธอก็รู้สึกดีใจอย่างประหลาด "โอเคค่ะ เดี๋ยวฉันรีบไปเลย พอดีมีเรื่องจะรบกวนคุณด้วย เดี๋ยวไปคุยกันที่ร้านนะคะ!"
วางสายปุ๊บ เฉินหลินก็หันมาดุเซียวคุนเสียงเข้ม "ทีหลังเวลาพี่คุยโทรศัพท์ ห้ามสอดเข้ามายุ่งอีก เข้าใจไหม"
"โห่พี่ เรื่องอื่นผมไม่ยุ่งหรอก แต่พี่มีแฟนแล้วปิดเงียบ ไม่ยอมบอกน้องบอกนุ่ง มันน่าน้อยใจนะเนี่ย ผมก็แค่อยากเห็นหน้าซ้อไว ๆ" เซียวคุนหัวเราะแหะ ๆ แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ
"อย่าเพ้อเจ้อ ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน"
"อ้าว ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วทำไมเขาถามหาแฟนพี่ล่ะ" เซียวคุนย้อนถามหน้าตาย
เฉินหลินเองก็จนปัญญาจะอธิบาย เพราะเขาเองก็งงเหมือนกัน
"เขาถามแบบนั้นจริงดิ?"
"จริงสิพี่ สาบานได้"
"ประสาทกลับหรือไงนะ..." เฉินหลินพึมพำ
บทสนทนานี้เกิดขึ้นในห้องนอนของป้าจู แม้ป้าจูจะไม่ได้ยินเสียงปลายสาย แต่จากปฏิกิริยาของสองหนุ่มและน้ำเสียงของเซียวคุน เธอก็พอจะเดาออกว่าเป็นสาวๆ โทรมา
"เอาล่ะ ๆ อย่าไปดุเจ้าคุนมันเลย แม่เองก็อยากเห็นหน้าแม่หนูคนนั้นเหมือนกัน"
ป้าจูยิ้มละไม แซวลูกชายบุญธรรม "พ่อตัวดี ไหนบอกแม่ว่าไม่มีแฟนไง หืม?"
"ไม่ใช่แฟนจริง ๆ ครับแม่ แค่คนรู้จักบังเอิญเจอกันครั้งเดียว" เฉินหลินพยายามแก้ต่าง
ป้าจูไม่ฟังคำแก้ตัว ถามสวนทันที "แล้วเขาชื่ออะไรล่ะ"
"ซูเยว่ครับ"
"แหม... แค่คนรู้จักเจอกันครั้งเดียว แต่จำชื่อแม่นเชียวนะ"
ป้าจูยิ้มกรุ่มกริ่มสายตารู้ทัน "เราน่ะมันพวกปากแข็ง ขี้อาย..."
"เขาไม่ใช่..."
เฉินหลินถอนหายใจ เลิกพยายามอธิบาย
ป้าจูเห็นลูกชายจนแต้มก็หัวเราะชอบใจ หันไปสั่งการ "อาคุน อาโย่ว มาช่วยพยุงแม่ไปนั่งข้างนอกหน่อย แม่จะไปช่วยพี่ชายเอ็งคัดกรองว่าที่ลูกสะใภ้"
"จัดไปครับแม่!" เซียวคุนรับคำอย่างกระตือรือร้น
หลี่โย่วรูรีบเข้ามาช่วยพยุง อีกด้านก็ฝืนยิ้มตามน้ำ แต่แววตาวูบไหวด้วยความเศร้าหมองที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ไม่นานนัก รถหรูของซูเยว่ก็มาจอดเทียบหน้าร้าน
ซูเยว่เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ ได้รับการอบรมมาอย่างดี กิริยามารยาทเรียบร้อยน่ารัก เธอกังวลว่าภาพลักษณ์หรูหราจะทำให้เฉินหลินที่ดูสมถะรู้สึกอึดอัด วันนี้จึงจงใจเลือกชุดเดรสสีพื้นเรียบง่าย ให้ดูเหมือนเด็กสาวข้างบ้านธรรมดา ๆ
แต่คนสวยใส่อะไรก็สวย ออร่าความงามเปล่งประกายทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้าน
"เจอกันอีกแล้วนะคะคุณเฉิน!" ซูเยว่ทักทายเสียงใส
เฉินหลินตีหน้าขรึม ยื่นมือออกไป "โทรศัพท์ล่ะ"
"อ้อ... อยู่นี่ค่ะ..."
ซูเยว่รีบล้วงโทรศัพท์ส่งให้ มือไม้สั่นเล็กน้อย
"ขอบใจ ไม่ส่งนะ"
"อ้าว? คือ... ฉันมีธุระจะคุยด้วยนะคะ"
ซูเยว่หน้าเหวอ ไม่คิดว่าจะโดนไล่ตะเพิดตั้งแต่ยังไม่ทันก้นร้อน นึกน้อยใจว่าเขายังโกรธเคืองเรื่องพี่ชายเธออยู่
จังหวะนั้นเสียงสวรรค์ก็ดังมาจากด้านใน "เสี่ยวหลิน! ทำไมให้แขกยืนอยู่หน้าประตูแบบนั้น เสียมารยาทจริง เชิญแม่หนูเข้ามานั่งข้างในก่อนสิลูก!"
เฉินหลินถอนหายใจ จำใจต้องผายมือเชิญ "เชิญข้างในครับ"
"นี่ซูเยว่ รู้จักกันที่ตลาดของเก่า"
"นี่แม่ผม น้องชาย น้องสาว"
เฉินหลินแนะนำสั้น ๆ ห้วน ๆ ตามสไตล์
ซูเยว่ตาโต หญิงชราท่าทางใจดีคนนี้คือแม่ของเฉินหลินเหรอเนี่ย?
ด้วยความที่มีใจให้เฉินหลินเป็นทุนเดิม เธอจึงรู้สึกเคารพรักญาติผู้ใหญ่ของเขาไปด้วยทันที รีบก้มศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีทุกคนค่ะ"
"ไหว้พระเถอะลูก มา ๆ มานั่งใกล้ ๆ แม่สิ"
ป้าจูถูกชะตาซูเยว่ตั้งแต่แรกเห็น ยิ้มแก้มปริ "แม่หนูคนนี้หน้าตาสะสวย ผิวพรรณผู้ดีจริง ๆ"
เซียวคุนรีบเสริม "ใช่ครับ! ซ้อสวยระดับนางงามเลย!"
"ซ้อ?"
ซูเยว่หน้าแดงแปร๊ด หันไปมองหน้าเซียวคุนแล้วก็จำเสียงได้ทันทีว่าคือนาย "เสี่ยวซาน" คนนั้น
พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่า "เสี่ยวซาน" คือชื่อเล่นน้องชาย ไม่ใช่กิ๊ก และ "ซ้อ" คือสรรพนามที่เขาใช้เรียกเธอ ความเข้าใจผิดเรื่องคาสโนว่าก็มลายหายไป แต่ความเขินอายเข้ามาแทนที่
เฉินหลินเตะก้นเซียวคุนเบา ๆ "พูดมาก ไปเฝ้าหน้าร้านไป"
"ก็สวยจริง ๆ นี่นา ผิดตรงไหน..." เซียวคุนลูบก้นป้อย ๆ วิ่งหนีไป
ซูเยว่หน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวแรง
เฉินหลินบอกที่บ้านว่าเธอเป็นแฟนเหรอ?
หรือว่าเขาโดนทางบ้านกดดันเรื่องแต่งงาน เลยต้องอุปโลกน์แฟนขึ้นมา?
แล้วเธอควรจะทำยังไงดี? ควรจะเล่นตามน้ำไปไหม?
เธอเคยได้ยินมาว่าครอบครัวฐานะปานกลางมักจะรีบเร่งให้ลูกหลานเป็นฝั่งเป็นฝา เธอจึงทึกทักเอาเองว่าเฉินหลินกำลังลำบากใจ
แต่จะให้แกล้งเป็นแฟนหลอก ๆ เนี่ยนะ... เกิดมาไม่เคยทำซะด้วยสิ
ป้าจูมองสำรวจซูเยว่อย่างพึงพอใจ แล้วหันไปสั่งหลี่โย่วรู "อาโย่ว ยืนเหม่ออะไรอยู่ลูก ไปชงชามารับรองแขกหน่อยไป"
"ค่ะ..."
หลี่โย่วรูมองซูเยว่ด้วยความรู้สึกด้อยกว่า ยิ่งเห็นอีกฝ่ายสวยสง่าก็ยิ่งเจียมตัว ก้มหน้าก้มตาเดินถือถาดออกไปชงชาเงียบ ๆ
ป้าจูดึงมือซูเยว่ให้นั่งลงข้าง ๆ ถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู "คบกับเจ้าหลินมานานหรือยังลูก ทำไมไม่เห็นเขาเคยเล่าให้แม่ฟังเลย"
"เอ่อ... คือ... เรา... เราเพิ่งคบกันได้ไม่กี่วันเองค่ะ..."
ซูเยว่ตอบตะกุกตะกัก ก้มหน้างุดบิดชายเสื้อด้วยความประหม่า ตัดสินใจโกหกคำโตออกไปเพื่อช่วยกู้หน้าชายหนุ่ม
[จบแล้ว]