- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 22 - คฤหาสน์ชานเมืองตะวันออก
บทที่ 22 - คฤหาสน์ชานเมืองตะวันออก
บทที่ 22 - คฤหาสน์ชานเมืองตะวันออก
บทที่ 22 - คฤหาสน์ชานเมืองตะวันออก
ร้านของเก่าปิดตอนสี่ทุ่ม ทุกคนแยกย้ายกันไปนอน
ข้าวเฉินหลินกินจนเกลี้ยง
แต่กับข้าวเขาไม่แตะแม้แต่คำเดียว
เพราะมันเป็นของที่เกาจื้อเฉิงเอามา น่าสะอิดสะเอียน
เช้าวันรุ่งขึ้น
เฉินหลินตื่นแต่เช้าตรู่ ปลุกเซียวคุนที่ยังนอนน้ำลายยืดให้ลุกขึ้น
หยิบกระเป๋าเงินและบัตรธนาคารที่ได้จากซูเยว่ติดตัวไปด้วย ทั้งสองคนออกจากบ้าน
"พี่หลิน นี่ครั้งแรกเลยนะที่ผมได้ออกมาหาของกับพี่"
"พี่หลิน ยัยเสี่ยวหว่านจะเฝ้าร้านไหวเหรอ จะคิดเงินผิดไหมเนี่ย"
"พี่หลิน เมื่อวานผมอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง พระเอกมีตาเอ็กซเรย์ โคตรเจ๋งเลย! พี่ลองไปหาอ่านดูสิ"
"พี่หลิน..."
ตลอดทางปากของเซียวคุนทำงานหนักยิ่งกว่าขา พูดน้ำไหลไฟดับเหมือนปืนกล
เฉินหลินรู้ดีว่าห้ามตอบโต้ ยิ่งคุยด้วยมันยิ่งได้ใจ
เขาเลยเงียบตลอดทาง
นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ต่อด้วยรถเมล์ ข้ามจากฟากหนึ่งของเมืองไห่เฉิงไปอีกฟาก
"พี่หลิน มาผิดที่ป่าวเนี่ย แถวนี้มันร้านขายรถนะ"
คราวนี้เฉินหลินยอมตอบ "ก็มาซื้อรถไง"
"หา? เรามีเงินเหรอ"
เฉินหลินลากน้องชายเข้าไปในธนาคาร
เงินหนึ่งแสนหยวนถือว่าไม่น้อย เฉินหลินไม่ไปที่เคาน์เตอร์แต่กดเงินจากตู้เอทีเอ็มแล้วฝากเข้าบัญชีตัวเอง
หลังจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมผสานเข้ากับร่าง เฉินหลินก็ได้รู้จัก 'การจ่ายเงินผ่านมือถือ'
สมัยเขาแค่คิดยังไม่กล้าคิด
แค่ถือโทรศัพท์มือถือยืนกลางถนนเปิดเพลงหรือดูวิดีโอในสมัยราชวงศ์ชิง ผู้คนคงกราบไหว้ว่าเป็นเทพเจ้า
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเอามาใช้จ่ายแทนเงินสด
เทคโนโลยีสมัยนี้มันสะดวกสบายเกินไปแล้ว
เฉินหลินพาเซียวคุนไปร้านขายรถสามล้อไฟฟ้า เลือกรุ่นที่มีแรงบิดสูงและแบตเตอรี่อึด
ราคาหกหมื่นหยวน
แต่ตอนจะหยิบมือถือมาสแกนจ่าย เฉินหลินก็ต้องหน้าเหวอ
"มือถือหายไปไหน"
กระเป๋าหลัง กระเป๋าเสื้อ ล้วงจนพรุนก็ไม่เจอ
เซียวคุนพึมพำอยู่ข้างๆ "พี่ไม่พูดผมก็ลืมไปเลย เมื่อวานมีลุงมาหาเครื่องซักผ้า ผมจะโทรหาพี่ถามราคาเครื่องไฮเออร์ที่เพิ่งรับมา"
"โทรไปตั้งหลายสายไม่มีคนรับ พี่ทำหายป่ะเนี่ย"
เฉินหลินเขกหัวน้องชายไปทีหนึ่ง "จิ๊ ปากเสีย"
เขาขอยืมมือถือเซียวคุนโทรกลับไปที่บ้าน ให้โย่วรูช่วยหาให้ทั่ว
ผลคือ... ไม่มี
เซียวคุนเลยโดนเขกหัวอีกที
"ปากเสีย"
"โอย... ก็พี่ทำหายเองจะมาโทษผมทำไมเล่า..."
ช่วยไม่ได้ เฉินหลินต้องเดินกลับไปกดเงินสดที่ธนาคาร แล้วเอามาฝากเข้าบัญชีเซียวคุน ใช้แอปฯ ของน้องชายจ่ายเงินแทน
สงสัยมือถือคงหล่นหายตอนไปช่วยซูเยว่สู้กับพวกนักเลงเมื่อวาน
ยังดีที่เป็นแค่มือถือปุ่มกดราคาถูก
ไม่มีข้อมูลสำคัญอะไร
ซื้อใหม่ก็ได้
พอได้รถสามล้อไฟฟ้าป้ายแดง ทะเบียนชั่วคราวก็ขอออนไลน์ได้ปุ๊บปั๊บ สองพี่น้องก็ออกเดินทาง
มุ่งหน้าสู่ที่อยู่ที่เด็กหนุ่มเมื่อวานให้ไว้
"พี่หลิน เราจะไปไหนกันเนี่ย"
"ไปรับของ"
เฉินหลินตอบสั้นๆ
"ซื้อรถใหม่เพื่อไปรับของเนี่ยนะ?"
"หรือว่าเมื่อวานพี่ดีลงานใหญ่ไว้?"
"ไซตงานก่อสร้างเหรอ? เศษเหล็กใช่ไหม?"
"ถ้าเป็นไม้ผมขอบายนะ คราวก่อนขนไม้ตะปูตำตีนทะลุ เจ็บฉิบหาย..."
"เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ทางนี้ไม่ได้ไปไซต์งานนี่หว่า"
...
"พี่หลิน ชาร์จไฟไปสองรอบแล้ว สองชั่วโมงแล้วนะ ยังไม่ถึงอีกเหรอ"
"พี่หลิน จะสุดขอบเมืองฝั่งตะวันออกแล้วนะ ตกลงยังไงแน่ พี่กะจะพาผมมาซิ่งกินลมชมวิวเหรอ"
"ทัวร์ไห่เฉิงวันเดียวจบงี้? พาไปสวนสนุกหน่อยก็ดีนะ"
...
"พี่หลิน..."
"หุบปาก ถึงแล้ว"
ในที่สุดเฉินหลินก็จอดรถ
ที่นี่คือหมู่บ้านชานเมืองตะวันออกสุดขอบ ลึกเข้าไปอีกนิดก็เป็นภูเขาแล้ว
คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ตรงหน้า
หน้าประตูมีรถตู้จอดอยู่
เฉินหลินกำกระดาษที่อยู่แน่น มุมปากยกยิ้ม ไอ้เด็กนั่นดูท่าทางไม่เอาไหนแต่ก็ไม่โกหก
"ก๊อกๆๆ!"
เฉินหลินเคาะประตู
เงียบกริบ เขาเคาะต่อ
ในกระดาษเขียนกำกับไว้ว่า: อยู่บ้านชัวร์
เคาะไปสิบกว่านาที จนเพื่อนบ้านห่างไปห้าสิบเมตรยังโผล่หน้าออกมาดู ประตูคฤหาสน์ถึงได้เปิดออก
เด็กหนุ่มที่เจอเมื่อวานยืนโงนเงนตาปรือ กลิ่นเหล้าหึ่ง
"อ้าว... ฮาววว... พี่ชายนั่นเอง มาพอดีเลย ผมเพิ่ง... คร่อก... ตื่น"
เด็กหนุ่มเห็นเฉินหลินก็ยิ้มแฉ่ง พูดไม่ทันจบประโยคก็ทำท่าจะหลับกลางอากาศ
เฉินหลินก้าวเข้าไปใข้นิ้วจิ้มจึ๊กเข้าที่สีข้างของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
เด็กหนุ่มตาเบิกโพลง หายเมาเป็นปลิดทิ้ง
"โอ๊ะ! พี่ชายรับซื้อของเก่านี่เอง แหม ลงทุนถอยรถใหม่มาเลยเหรอ"
"ช่วยชีวิตผมแท้ๆ เชิญครับเชิญ เข้ามาเลย"
เด็กหนุ่มเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น
เฉินหลินไม่เกรงใจ เรียกเซียวคุนตามเข้าไปในลานบ้าน
เมื่อกี้ท่าจิ้มสกัดจุดของเฉินหลิน เซียวคุนเห็นเต็มสองตา
อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปได้
เขารีบวิ่งตามก้นเฉินหลิน กระซิบถามรัวๆ "พี่หลิน พี่หลิน? ท่าเมื่อกี้ สกัดจุดใช่ไหม"
เฉินหลินพยักหน้าเบาๆ ยอมรับ
เซียวคุนตาลุกวาว เกาะแขนพี่ชายแน่น กดเสียงต่ำด้วยความตื่นเต้น "พี่ไปฝึกมาจากไหน สอนผมมั่งดิ! ผมอยากเป็นจอมยุทธ์!"
"ถ้านายหุบปาก ไม่พูดเกินห้าประโยคก่อนถึงบ้าน ฉันจะสอนให้"
เฉินหลินยิ้ม
วิชาที่เขามี ปกติไม่สอนใครง่ายๆ แต่กับพี่น้องในบ้าน เขาพร้อมถ่ายทอดให้หมดเปลือก!
ส่วนเงื่อนไขห้าประโยคนั่น แค่ล้อเล่นขำๆ
เซียวคุนดีใจจนตาหยี รีบเอามือตะครุบปากตัวเองทันที
โลกสงบขึ้นเยอะ
"พี่ชาย ห้องนั้นแหละ ของข้างในถ้าพี่รับ ผมขายหมด!"
"แต่ขอราคาดีๆ หน่อยนะ ได้ป่ะ?"
เฉินหลินมองสภาพห้องที่รกเหมือนรังหนู พยักหน้าให้เด็กหนุ่ม "ไม่เอาเปรียบแน่นอน"
"ใจนักเลง! ผมเชื่อใจพี่ พี่จัดการได้เลย"
"ผมขอไปงีบต่ออีกหน่อย เดี๋ยวขนเสร็จแล้วปลุกผมมาจ่ายเงินละกัน"
ความสุขุมนิ่งเงียบของเฉินหลินคงถูกชะตากับเด็กหนุ่ม หรือไม่หมอนี่ก็แค่ซื่อบื้อ
สรุปคือ 'ห้องเก็บของ' นี้ตกเป็นหน้าที่ของเฉินหลินกับเซียวคุนโดยสมบูรณ์
"พี่ นี่มันขยะชัดๆ ไม่มีอะไรใช้ได้เลย มีแค่เครื่องทองเหลืองเครื่องครัวเก่านิดหน่อยเอง"
"ทองแดงก็น้อย เราเป็นร้านของเก่านะไม่ใช่ร้านรับซื้อขยะ เที่ยวนี้ขาดทุนยับแน่พี่"
เฉินหลินหันไปมองเซียวคุน "เหลือสามประโยค"
"อุ๊ย ลืม!"
เซียวคุนรีบรูดซิปปาก แต่โควตาหายไปแล้ว เหลือแค่สอง
เฉินหลินยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปใน 'ห้องขุมทรัพย์'
สายตาอันเฉียบคมกวาดมองปราดเดียวก็เจอเป้าหมาย
"หึ ว่าแล้วเชียว"
เหมือนที่เจอเมื่อวาน ในกะละมังสแตนเลสมีเศษเหล็กทับถมกันอยู่
แต่ใต้กองเศษเหล็กนั้น ก้นแจกันทรงกูโผล่ออกมาให้เห็น
ใบเดียวอาจจะมองว่าบังเอิญไม่รู้จักของ
แต่ถ้ามาเป็นคู่แบบนี้
จงใจซ่อนแน่นอน