- หน้าแรก
- รวยฟ้าผ่าด้วยตาคู่เดียว
- บทที่ 14 - คุณชายใหญ่ตระกูลซู
บทที่ 14 - คุณชายใหญ่ตระกูลซู
บทที่ 14 - คุณชายใหญ่ตระกูลซู
บทที่ 14 - คุณชายใหญ่ตระกูลซู
ซูเทียนหง ทายาทรุ่นที่สามของตระกูลซูผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองไห่เฉิง รองประธานกรรมการบริหารแห่ง 'ซู กรุ๊ป'!
ซู กรุ๊ป คือมหาอำนาจทางธุรกิจอันดับหนึ่งของเมืองไห่เฉิง บริษัทอื่นที่ว่าแน่ๆ ต่อให้เอามัดรวมกันเก้าบริษัท ก็ยังเทียบชั้นกับอาณาจักรธุรกิจของตระกูลซูได้แค่สูสีเท่านั้น
ตระกูลซูหยั่งรากลึกในเมืองนี้มานับร้อยปี สั่งสมบารมีและเส้นสายเครือข่ายไว้อย่างน่าสะพรึงกลัว ไม่มีเรื่องไหนในเมืองนี้ที่ตระกูลซูจัดการไม่ได้ และไม่มีใครหน้าไหนที่ตระกูลซูจัดการไม่ลง
ใครก็ตามที่มีโอกาสได้เกี่ยวดองกับตระกูลซูแม้เพียงปลายก้อย ชีวิตก็แทบจะก้าวกระโดดขึ้นสวรรค์ได้ในชั่วข้ามคืน
จินหู่มองหน้าซูเยว่สลับกับซูเทียนหง เครื่องหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันถึงเจ็ดส่วนแบบนี้ ต่อให้โง่แค่ไหนก็เดาออกว่าสองคนนี้เป็นพี่น้องกัน
ตระกูลที่ใครๆ ต่างแย่งกันประจบสอพลอ แต่วันนี้เขากลับหาเรื่องใส่ตัวด้วยการไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้ว
"ทะ... ท่านประธานซู ฟังผมอธิบายก่อน ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคุณหนูท่านนี้เป็นน้องสาวของคุณ..."
จินหู่ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ
ซูเทียนหงปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา "ไม่ต้องอธิบายให้เปลืองน้ำลาย กระทืบมันซะ เอาแค่เลี้ยงไม่โตก็พอ!"
สิ้นคำสั่ง บอดี้การ์ดร่างยักษ์ก็ลากจินหู่กับลูกสมุนไปรุมยำใหญ่ที่มุมถนน เสียงหมัดเท้ากระทบเนื้อดังตุบตับผสานเสียงร้องโหยหวน
ระหว่างนั้น ซูเยว่ก็แนะนำเฉินหลินให้พี่ชายรู้จักอย่างกระตือรือร้น
"พี่เฉิน นี่พี่ชายหนูเอง ชื่อซูเทียนหง"
"พี่คะ นี่พี่เฉินหลิน เพื่อนใหม่ที่หนูเจอที่ถนนคนเดิน วันนี้ถ้าไม่ได้พี่เขาช่วยไว้ หนูคงแย่แน่ๆ"
ยามที่ซูเยว่เอ่ยถึงเฉินหลิน ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ
ซูเทียนหงมองปราดเดียวก็รู้ว่านั่นคือแววตาของหญิงสาวที่กำลังหวั่นไหว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกขัดใจพิกล
เด็กสาววัยแรกแย้มจะมีใจให้ชายหนุ่มมันก็เรื่องปกติ
แต่น้องสาวของเขาคือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซู ต่อให้จะมีความรัก ก็ควรเลือกคนที่คู่ควรหน่อยไหม
เฉินหลินคนนี้ แม้หน้าตาจะดูดี บุคลิกใช้ได้ แถมยังมีบุญคุณช่วยน้องสาวเขาไว้
แต่ดูสารรูปการแต่งตัวสิ เสื้อผ้าเรียบๆ ราคาถูกๆ บอกว่าเป็นของแบกะดินยังให้เกียรติเกินไปเสียด้วยซ้ำ
พูดกันตรงๆ ก็คือคนระดับรากหญ้าดีๆ นี่เอง
คนแบบนี้ มีสิทธิ์อะไรมาคู่ควรกับน้องสาวเขา?
ด้วยอคติที่ก่อตัวขึ้น ซูเทียนหงจึงไม่คิดจะยื่นมือไปสัมผัสทักทายเฉินหลินด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่พยักหน้าส่งๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์
"ขอบใจที่ช่วยน้องสาวฉัน ตระกูลซูมีบุญคุณต้องทดแทน"
เขาล้วงสมุดเช็คออกมาจากอกเสื้อ จรดปากกาตวัดเขียนตัวเลขลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วฉีกยื่นให้เฉินหลิน
ตัวเลขบนเช็คคือหนึ่งล้านหยวน
สำหรับเฉินหลินในตอนนี้ เงินจำนวนนี้ถือเป็นเงินก้อนโตมหาศาล
แต่เฉินหลินกลับยืนนิ่ง ไม่ยื่นมือออกไปรับ
เพราะท่าทีของซูเทียนหงนั้นวางมาดสูงส่งราวกับเทวดามองมนุษย์เดินดิน แม้จะไม่แสดงออกชัดเจนแต่แววตานั้นแฝงความดูแคลนไว้อย่างปิดไม่มิด
ชัดเจนว่าเขามองเฉินหลินเป็นพวกหิวเงินที่หวังจะเกาะแกะตระกูลซู จึงคิดจะใช้เงินฟาดหัวให้จบๆ ไป
เช็คใบนี้ไม่ต่างอะไรกับเศษเนื้อที่โยนให้สุนัขจรจัด
รับไป ศักดิ์ศรีก็ไม่เหลือ
เฉินหลินเงยหน้าสบตาซูเทียนหง ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำดุจห้วงมหรรณพ เมื่อซูเทียนหงจ้องมองกลับไป เขากลับรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้องอย่างประหลาด
ความรู้สึกกดดันแบบนี้ เขาเคยสัมผัสได้แค่ตอนอยู่ต่อหน้าพ่อหรือคุณปู่เท่านั้น
หมอนี่มันเป็นใครกันแน่?
ทำไมสัญชาตญาณถึงบอกให้... กลัว?
ซูเทียนหงเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
โชคดีที่เฉินหลินเพียงแค่มองเขาแวบเดียว ก่อนจะหันไปแบมือให้ซูเยว่
"ค่าจ้าง แสนนึง"
ซูเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคุยกันไว้บนรถ เธอรีบควักบัตรธนาคารใบหนึ่งวางบนมือเฉินหลิน
"รหัสล่ะ?"
"367848"
เฉินหลินรับบัตรมาโดยไม่เกรงใจ หมุนตัวเตรียมเดินจากไปทันที
เจ้าของร่างเดิมช่วยซูเยว่จนตัวตาย ส่วนเขาในร่างใหม่ก็ช่วยเลือกของขวัญให้ เงินหนึ่งแสนนี้คือสิ่งที่เขาควรได้รับอย่างชอบธรรม
"เดี๋ยวก่อนสิพี่เฉิน หนูอยากเชิญพี่ไปนั่งเล่นที่บ้าน..."
[จบแล้ว]